Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.เอเซียพลัส: รายงานภาวะหุ้น 05/03/53
บล.เอเซียพลัส: รายงานภาวะหุ้น 05/03/53 PDF Print E-mail
Friday, 05 March 2010 09:17

บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 05/03/53


กลยุทธ์การลงทุน
             คาดดัชนีหุ้นวันนี้น่าจะแกว่งตัวขึ้นในเชิงบวก ในทิศทางเดียวกับต่างประเทศ โดยยังมี Fund Flow เป็นปัจจัยขับเคลื่อน ทั้งนี้หุ้นนำตลาดยังอยู่หุ้นในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น TTA, RCL, PTTEP, BANPU, CPF โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 730–740 จุด เช่นเดิม

HANA, DELTA ขึ้น XD วันนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อ SET อย่างมีนัยสำคัญ คาดวันนี้ดัชนีฟื้นตัว
              หุ้นที่ขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดเล็ก – กลาง ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อ SET อย่างมีนัยสำคัญ  ได้แก่ HANA(จ่ายปันผล 1.4 บาทต่อหุ้น) และ CCET(จ่ายปันผล 0.06 บาทต่อหุ้น) เป็นต้น ทำให้เชื่อว่าวันนี้ตลาดหุ้นมีโอกาสฟื้นตัว หลังจากไม่มีแรงกดดันจากการจ่ายปันผลของหุ้นขนาดใหญ่นำตลาด ขณะที่แรงหนุนจาก Fund Flow ยังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แนะนำให้นักลงทุนจับตามมองหุ้นใหญ่ที่ขึ้น XD วานนี้ทั้ง PTT, PTTCH, TOP, EGCO และ BCP เนื่องจากข้อมูลในอดีตชี้ว่า ราคาหุ้นกลุ่มนี้มักมีการฟื้นตัวที่ค่อนข้างเร็วหลังจากผ่านพ้นวันขึ้นเครื่องหมาย XD ราว 3-5 วัน ประกอบกับส่วนใหญ่เป็นหุ้นใน SET50 ที่อยู่ในกระแส Fund Flow ทำให้คาดหมายว่าจะสามารถกลับมา Outperform ตลาดได้ในระยะสั้น ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การเล่นหุ้นปันผล หลังขึ้น XD ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง 

เงินเฟ้อ กดดันประเทศเอเซียขึ้นดอกเบี้ย ก่อนประเทศพัฒนาแล้ว
               แม้วิกฤติการเงินในยุโรปยังมีอยู่ แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเซีย บวกกับเงินเฟ้อที่กำลังปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ส่งผลให้ธนาคารกลางโลกทยอยประกาศใช้มาตรการการเงินตึงตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเซีย วานนี้ธนาคารกลางมาเลเซียได้ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 2.25% หลังจากที่ให้ยืนมานานกว่า 1 ปี ทั้งนี้แม้เงินเฟ้อของมาเลเซียยังอยู่ที่ 1.3% ขณะที่อินโดนีเซีย ให้ยืนดอกเบี้ยนโยบายที่เดิม 6.5% แม้ล่าสุดเงินเฟ้อจะสูงถึง 3.81% แต่ให้เหตุผลว่ายังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้  และอังกฤษ ให้ยืนดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% เช่นเดิม
แม้ว่าเงินเฟ้อจะสูงถึง 3.5% ทั้งนี้การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของประเทศมาเลเซีย ถือว่าเป็นประเทศที่ 2 ในกลุ่มประเทศเอเซีย หลังจากที่จีนได้ประกาศขึ้นอัตราการดำรงเงินสดสำรองของธนาคารพาณิชย์ไปแล้ว (Reserve requirement) ถึง 2 ครั้ง นับตั้งแต่ต้นปี 2553 เป็นต้นมา และคาดหมายว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเซียน่าจะปรับตัวขึ้นตามในช่วงครึ่งหลังของปี 2553 โดยเฉพาะประเทศไทย ล่าสุดแม้เงินเฟ้อเดือน ก.พ.  จะอ่อนตัวลงมาที่ 3.7% จาก 4.1% ในเดือน ม.ค. และยังมีแนวโน้มว่าจะอ่อนตัวลงในเดือนถัด ๆ ไป (เนื่องจากฐานเงินเฟ้อในช่วงเดียวกันที่สูงตามราคาน้ำมัน) ก็ตาม แต่จากดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำ
เพียง 1.25% ทำให้ผลตอบแทนสุทธิจากดอกเบี้ยติดลบกว่า 2% ในสถานการณ์นี้ยิ่งหนุนให้เงินเอเซีย รวมถึงเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยหนุน Fund Flow ต่อเนื่อง  

ต่างชาติยังคงซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยทั้ง Spot และ Futures เชื่อเงินยังทุนไหลเข้าต่อ
             วานนี้นักลงทุนต่างชาติยังคงมีสถานะซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย ทั้งตลาด Spot และ Futures โดยซื้อสุทธิอีก 1355 ล้านบาท และ 444 ล้านบาทตามลำดับ ทำให้ในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มียอดซื้อสะสมสุทธิในตลาด Spot ราว 16.3 พันล้านบาท และซื้อสะสมสุทธิในตลาด Futures กว่า 6.15 พันล้านบาท ด้วยสัญญาณการซื้อสุทธิทั้ง 2 ตลาดเช่นนี้ ทำให้เชื่อว่า Fund Flows จะยังคงหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยต่อไป ตามการแข็งค่าของค่าเงินภูมิภาค โดยฝ่ายวิจัยประเมินว่า หากนักลงทุนต่างชาติคาดหวังผลตอบแทนจากการแข็งค่าของเงินบาท เท่ากับระดับต่ำสุดที่เคยเกิดขึ้นในอดีตคือ 4% เป็นอย่างน้อย นั่นหมายความว่า ค่าเงินบาทมีโอกาสจะแข็งค่าสู่ 32 บาทต่อดอลลาร์ฯ และ  Fund Flow จะยังคงไหลเข้าสู่ตลาดทุนอีกอย่างน้อยที่สุดราว 14 พันล้านบาท อีกทั้งในช่วงเดือน มี.ค. – มิ.ย. ย้อนหลังในอดีต 17 ปี นักลงทุนต่างชาติมักมีสถานะซื้อสุทธิมากกว่าขาย โอกาสราว 60% ทำให้เชื่อว่าหากการชุมนุมทางการเมืองไม่มีความรุนแรงมากกว่าที่เป็นอยู่  Fund flow จะยังคงไหลเข้า และเป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดหุ้นไทยต่อไปอย่าง
น้อย 1-2 เดือน

ดัชนีค่าระวางเรือเทกอง ดีดขึ้นอย่างร้อนแรง หนุนเรือแล่นต่อ: TTA, PSL, RCL Top Picks 
             วานนี้ ดัชนีค่าระวางเรือเทกอง (BDI) ดีดตัวขึ้นสูงถึง 7.2% หรือ  210 จุด ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ  3,121 จุด เช่นเดียวกับ BDI Future ทุก Series ที่ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 1.1% ซึ่งเป็นผลของฤดูกาลตามที่ฝ่ายวิจัยได้ประเมินไว้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากราคาถ่านหินในตลาดล่วงหน้า ที่ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และราคาสินแร่เหล็ก ที่เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าเช่นกัน ระยะสั้น 1-2 วัน เชื่อว่าดัชนี BDI จะพุ่งขึ้นทะลุแนวต้านที่ 3,300 จุด เพื่อทดสอบระดับ 4,000 จุด ต่อไป แนะนำซื้อหุ้นในกลุ่มเรือเทกองทั้ง TTA, PSL ที่ราคาหุ้นมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันกับ BDI ในระดับสูงกว่า 85% กล่าวคือ หากดัชนี BDI ปรับขึ้น หุ้นกลุ่มเรือดังกล่าวจะวิ่งขึ้นตามในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TTA ที่ได้ประโยชน์สูงสุดจาดดัชนี BDI ขาขึ้น ขณะเดียวกันสำหรับหุ้นเรือคอนเทนเนอร์อย่าง RCL ฝ่ายวิจัยก็เชื่อว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเช่นกันโดยคาดหมายว่า ธุรกิจเดินเรือตู้คอนเทนเนอร์กำลังค่อย ๆ ฟื้นตัวในงวด 1H53 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในเอเซียน สะท้อนจากที่ ดัชนี Howe Robinson Index ซึ่งเป็นตัวแทนของดัชนีค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์ ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่  7 และคาดว่า RCL จะเริ่มกลับมามีกำไรได้ในงวด 3Q53 อีกทั้งยังได้รับประโยชน์จากการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน ซึ่งให้ลดภาษีการค้ากันเหลือ 0% มีผลตั้งแต่ ต้นปี 2553 เนื่องจากธุรกรรมของ RCL กระจุกอยู่ในอาเซียนถึง 80% ของปริมาณธุรกรรมรวม  ฝ่ายวิจัยแนะนำซื้อหุ้นกลุ่มเดินเรือโดยมี TTA, PSL, RCL เป็น Top Picks

CPF  ยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ในภาวะเงินบาทแข็งค่า
             ข่าวแผ่นดินไหวในประเทศไต้หวันวานนี้ ได้สร้างความตกใจให้กับนักลงทุน และกดดันให้ราคาหุ้น CPF อย่างมาก เนื่องจาก CPF ได้ลงทุนใน CP Enterprise ในประเทศไต้หวันสัดส่วนราว 32% เมื่อปี 2552 โดยบริษัทดังกล่าวทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารไก่ และผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูป ในประเทศไต้หวัน จากการสอบถามผู้บริหารของ CPF ให้ความเชื่อมั่นว่าไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะกิจการดังกล่าวไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีแผ่นดินไหว ในทางตรงกันข้ามกลับจะเป็นผลดีต่อบริษัท เพราะน่าจะทำให้ความต้องการซื้อไก่จากบริษัทน่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากที่บริษัทคู่แข่งประสบปัญหาการผลิต ประกอบกับราคาเนื้อสัตว์ ทั้งหมู และไก่ในเดือน ก.พ. 2553 ยังคงทรงตัวในระดับสูง คือราคาขึ้นจาก 59 บาทต่อ ก.ก. ในเดือน ม.ค. 2553 เป็น 61 บาทต่อ ก.ก. สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาเนื้อไก่ยังทรงตัวในระดับ  45 บาทต่อ ก.ก.  ราคาหุ้น CPF ที่อ่อนตัวลงน่าจะเป็นโอกาสสะสมเพื่อรับเงินปันผล 9.83% ขณะเดียวกัน ในสถานการณ์ที่เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าในปัจจุบัน CPF จะได้รับผลกระทบน้อยมาก เนื่องจากฐานรายได้และต้นทุน อยู่ในรูปสกุลดอลลาร์ ในสัดส่วนเท่าเทียมกัน     
  

Written by :
platoo
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday850
mod_vvisit_counterAll days850

We have: 849 guests online
Your IP: 216.73.216.73
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 09, 2026

4405512