Error
บล.ไอร่า : กลยุทธ์ลงทุนทางเทคนิค 08/03/53
Print
Monday, 08 March 2010 09:27

บล.ไอร่า : กลยุทธ์ลงทุนทางเทคนิค 08/03/53

KICK OFF THE WEEK
กลยุทธ์ลงทุนทางเทคนิค
MARKET SUMMARY & TECHNICAL STRATEGIES
ต่างชาติทำกำไรแล้ว 20% ในการปรับพอร์ตที่ผ่านมา  แต่การปรับพอร์ตอาจ
ยังไม่จบ?  
ACTION  PLAN
• จับตากระแส FUND FLOW ต่อเนื่อง   ต่างชาติทำกำไรแล้ว 20% ในการปรับ
พอร์ตที่ผ่านมา  แต่การปรับพอร์ตอาจยังไม่จบ?
• การซื้อสะสมสุทธินักลงทุนต่างชาติ เร่งตัวขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลัง
ตัดสินคดียึดทรัพย์  +10,538 ล้านบาท ด้วยระยะเวลาเพียง 4 วัน  ทำให้การซื้อกลับ
รอบนี้ใกล้ระดับ FIBONACCI 23.6% คิดเป็นเม็ดเงินอีกประมาณ 1800 ล้านบาท
• คงประมาทไม่ได้กับเม็ดเงินที่เข้ามาขณะนี้แม้ปัจจัยการเมืองจะกดดัน  อย่างไรก็
ตามเรายังประเมินว่าการปรับพอร์ตยังไม่น่าจะเสร็จสิ้นลงแม้จะใกล้เข้าสู่ช่วงไตรมาส
สองที่ลุ้นการจบรอบปรับฐานก็ตาม  เนื่องจากดัชนีสำคัญๆ ต่างๆ  รวมทั้ง SET ปรับ
ตัวขึ้นมามากในช่วงที่ผ่านมาและการปรับฐานส่วนใหญ่ยังอยู่เหนือระดับ
FIBONACCI 23.6% ทำให้มีความเสี่ยงที่จะปรับลงได้อีกในโค้งสุดท้าย  การปรับตัว
ขึ้นในรอบนี้อาจถือเป็นการรีบาวน์เพื่อปรับตัวลงต่อในมุมมองทางเทคนิค  
• เรายังคงมุมมองเดิมไว้ก่อนว่า ดัชนียังอยู่ระหว่าง SIDEWAY CORRECTION
สั้นๆ  ในคลื่น2c  เพื่อลงต่อจนกว่าจะประเมินปัจจัยต่างๆ ที่เริ่มเปลี่ยนไปอย่างมีนัย
สำคัญ  
• SET แนวต้าน 738 จุด   MAXIMUM  UPSIDE/DOWNSIDE  RATIO  34/57
หรือ  0.5965
• SET50  แนวต้าน 521.19  จุด  MAXIMUM  UPSIDE/DOWNSIDE  RATIO  
33.16/40.8 หรือ  0.8127
• GOLD SPOT  คงมุมมองเดิม แนวต้านรีบาวน์บริเวณ 1135-1156 ดอลล่าร์ต่อ
ออนซ์  หากทิศทางดอลล่าร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง  จุดตัดขาดทุนระยะสั้น SMA10 วัน
ปัจุบัน 1123.31  ดอลล่าร์ต่อออนซ์  
•กลยุทธ์  หากดัชนียังทรงตัวปรับฐานในกรอบ 758-667 จุด  ก็ยังไม่ใช่ระดับที่
ต้องรีบร้อนเข้าซื้อในช่วงเวลานี้แต่อย่างใด  และหากดัชนีเลือกปรับฐานในกรอบดัง
กล่าวจริงๆ  ก็อาจทำให้ระดับการปรับตัวในรอบต่อไปอาจไม่สูงมากนักเพราะฐานจะ
ค่อนข้างสูง   การเก็งกำไรจับตาบริเวณ 667 จุด  เนื่องจากปัจจุบัน DOWNSIDE
RISK ยังสูงกว่า UPSIDE GAIN
ทิศทางดัชนีสัปดาห์ที่แล้ว    ยังอยู่ในช่วงบรรยากาศการรีบาวน์ของดัชนีสำคัญๆ
ต่างๆ  สำหรับบ้านเราหลังคำตัดสินคดียึดทรัพย์  และการขึ้นเครื่อง XD หุ้นต่างๆ  การ
ซื้อสุทธิที่เข้ามามากของนักลงทุนต่างชาติกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาทด้วยระยะเวลาเพียง
4 วันทำการเท่านั้น   
• SET  ปรับตัวขึ้นจากบริเวณ 723.71 จุด ในต้นสัปดาห์  และขึ้นทำจุดสูงสุด
บริเวณ  737.94 จุด ก่อนจะปิดที่ 723.94 จุดเมื่อปลายสัปดาห์  ถือว่ากลับลงมาที่
เดิม  แม้ต่างชาติจะซื้อสุทธิเข้ามามาก
• SET50 ปรับตัวขึ้นจากบริเวณ 509.54 จุด ในต้นสัปดาห์  และขึ้นทำจุดสูงสุด
บริเวณ  521.19 จุด ก่อนจะปิดที่ 509.06 จุดเมื่อปลายสัปดาห์  ถือว่ากลับลงมาที่
เดิม  
• GOLD SPOT  รีบาวน์บริเวณกรอบแนวต้าน 1135-1156 ดอลล่าร์ต่อออนซ์
ทิศทางดัชนีสัปดาห์นี้    จับตาประเด็น FUNFLOW และการเมืองภายใน
• จับตากระแส FUND FLOW ต่อเนื่อง   ต่างชาติทำกำไรแล้ว 20% ในการปรับ
พอร์ตที่ผ่านมา  แต่การปรับพอร์ตอาจยังไม่จบ? ใกล้เข้าสู่ไตรมาสที่สอง ที่คาดว่า
การปรับฐานมีโอกาสที่จะจบลง หากตัวเลขเศรษฐกิจโดยรวมและในประเทศบ่งชี้ทิศ
ทางที่ดี    
• จากบริเวณ 410 จุด ถึง 758 จุด ระยะเวลาร่วม 7 เดือน ที่ต่างชาติซื้อสุทธิ
ประมาณ 76,582 ล้านบาท  ต้นทุนเฉลี่ยจาก SMA140 วัน ที่ 591.63 จุด และเริ่ม
ขายปรับพอร์ตประมาณครึ่งหนึ่ง 38,457 ล้านบาท จาก 758 จุด  กระทั้งวันที่ 9 ก.พ.
53 คิดเป็นเวลาประมาณ 4 เดือน ราคาเฉลี่ย SMA80 วัน ที่ 710.46 จุด หรือคิดเป็น
กำไร 20% จาก 591.45 จุด  
• นักลงทุนต่างชาติซื้อสะสมสุทธิกลับนับจากวันที่ 9 ก.พ. 53 กระทั้งปัจจุบัน
เป็นเม็ดเงินประมาณ 18,571 ล้านบาท  เป็นส่วนการซื้อสุทธิที่เร่งตัวขึ้นในช่วง
สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังตัดสินคดียึดทรัพย์  10,538 ล้านบาท ด้วยระยะเวลาเพียง 4
วัน  ทำให้การซื้อกลับรอบนี้เข้าใกล้ระดับ FIBONACCI 23.6% และหากคำนวณนับ
จาก 9 มี.ค.52 เป็นยอดซื้อสะสมสุทธิ 56,696 ล้านบาท คิดเป็น 74% ของยอดสูงสุด
ก่อนหน้า 76,582 ล้านบาท  และหากประเมินต้นทุนจาก SMA240 วัน จะอยู่ที่
637.43 จุด  มี UPSIDE จากระดับดัชนีปัจจุบัน 13.57%   
• คงประมาทไม่ได้กับเม็ดเงินที่เข้ามาขณะนี้แม้ปัจจัยการเมืองจะกดดัน  หากนับ
ที่แนวต้าน FIBONACCI 23.6% จะเป็นเม็ดเงินอีกประมาณ 1800 ล้านบาทเท่านั้น
อย่างไรก็ตามเรายังประเมินว่าการปรับพอร์ตยังไม่น่าจะเสร็จสิ้นลงแม้จะใกล้เข้าสู่ช่วง
ไตรมาสสองที่ลุ้นการจบรอบปรับฐานก็ตาม  เนื่องจากดัชนีสำคัญๆ ต่างๆ  รวมทั้ง
SET ปรับตัวขึ้นมามากในช่วงที่ผ่านมาและการปรับฐานส่วนใหญ่ยังอยู่เหนือระดับ
FIBONACCI 23.6% ทำให้มีความเสี่ยงที่จะปรับลงได้อีกในโค้งสุดท้าย  การปรับตัว
ขึ้นในรอบนี้อาจถือเป็นการรีบาวน์เพื่อปรับตัวลงต่อในมุมมองทางเทคนิค  และในเชิง
กลยุทธ์  หากดัชนียังทรงตัวปรับฐานในกรอบ 758-667 จุด  ก็ยังไม่ใช่ระดับที่ต้องรีบ
ร้อนเข้าซื้อในช่วงเวลานี้แต่อย่างใด  และหากดัชนีเลือกปรับฐานในกรอบดังกล่าว
จริงๆ  ก็อาจทำให้ระดับการปรับตัวในรอบต่อไปอาจไม่สูงมากนักเพราะฐานจะค่อน
ข้างสูง    
• เรายังคงมุมมองเดิมไว้ก่อนว่า ดัชนียังอยู่ระหว่าง SIDEWAY CORRECTION
สั้นๆ  ในคลื่น2c  เพื่อลงต่อจนกว่าจะประเมินปัจจัยต่างๆ ที่เริ่มเปลี่ยนไปอย่างมีนัย
สำคัญ  
• SET แนวต้าน 738 จุด   MAXIMUM  UPSIDE/DOWNSIDE  RATIO  34/57
หรือ  0.5965
• SET50  แนวต้าน 521.19  จุด  MAXIMUM  UPSIDE/DOWNSIDE  RATIO  
33.16/40.8 หรือ  0.8127
• GOLD SPOT   คงมุมมองเดิม แนวต้านรีบาวน์บริเวณ 1135-1156 ดอลล่าร์ต่อ
ออนซ์  หากทิศทางดอลล่าร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง  จุดตัดขาดทุนระยะสั้น SMA10 วัน
ปัจุบัน 1123.31  ดอลล่าร์ต่อออนซ์

•กลยุทธ์   คงมุมมองเดิมจนกว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
1) หากดัชนียังทรงตัวปรับฐานในกรอบ 758-667 จุด  ก็ยังไม่ใช่ระดับที่ต้องรีบ
ร้อนเข้าซื้อในช่วงเวลานี้แต่อย่างใด  และหากดัชนีเลือกปรับฐานในกรอบดังกล่าว
จริงๆ  ก็อาจทำให้ระดับการปรับตัวในรอบต่อไปอาจไม่สูงมากนักเพราะฐานจะค่อน
ข้างสูง   การเก็งกำไรจับตาบริเวณ 667 จุด  เนื่องจากปัจจุบัน DOWNSIDE RISK
ยังสูงกว่า UPSIDE GAIN   
2) การปรับลงในคลื่น 3c  โดยปกติจะลงได้ลึก  การเก็งกำไรลดความเสี่ยง  ตัด
ขาดทุน  และเล่นน้อยลง รอกลับเข้าลงทุนเมื่อคาดการณ์จบการปรับฐาน กรณีปรับ
ฐานลึกยังมองไว้บริเวณ 570-525 จุด   กรณีปรับฐานออกด้านข้างยังมองบริเวณ  
586 จุด (กรณีนี้ยังต้องติดตามคลื่นต่อขยายหากมี )  การเก็งกำไรในคลื่นปรับฐาน C มี
ความเสี่ยงสูง  

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment