|
บล.เคจีไอ : รายงานภาวะหุ้น 08/03/53
|
|
|
Monday, 08 March 2010 09:56 |
|
บล.เคจีไอ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 08/03/53
รีบาวด์ KGI ประเมินตลาดหุ้นไทยวันจันทร์จะปรับตัวขึ้น เป็นโอกาสขายหุ้นลดความเสี่ยงต่อ การเมือง โดยปัจจัยบวกหลักคือตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ลดลงเพียง 3.6 หมื่น ตำแหน่ง ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะลดถึง 6.8 หมื่นตำแหน่ง และคลายกังวลต่อผลกระทบจากพายุ หิมะลงไป ขณะที่การว่างงานสหรัฐฯ เดือน ก.พ. ทรงตัวที่ 9.7% ทั้งนี้ข้อมูลภาคแรงงานที่ดีส่งผล หนุนราคาสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจเช่นน้ำมัน ให้บวกอีก 1.6% สู่ระดับสูงสุดรอบเกือบ 2 เดือน ด้านตลาดหุ้นฝั่งยุโรปบวกค่อนข้างแรง (อังกฤษ +1.3%, ฝรั่งเศส +2.1%, เยอรมัน +1.4%) ตามจิตวิทยาที่ดีขึ้นต่อสถานการณ์ในกรีซหลังจากความสำเร็จในการขายพันธบัตร 10 ปี อย่างไรก็ดีให้ติดตามในวันที่ 11 (พฤหัสฯ) ซึ่งสหภาพแรงงานกรีซประกาศจะผละงานประท้วง มาตรการของรัฐบาลในการลดเงินเดือนและเพิ่มภาษี โดยสรุปวันนี้มอง SET รีบาวด์ มีแนวต้าน สองระดับที่ 728 และ 731 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 722 จุด อย่างไรก็ดีทางขึ้นของตลาดหุ้นไทยน่า จะจำกัดจากปัจจัยการเมือง เรามองเครื่องชี้สำคัญคือการประชุม ครม. วันพรุ่งนี้ (อังคาร) หากมี การประกาศ พรบ. มั่นคง จะเป็นสัญญาณว่ามีความเสี่ยงต่อความรุนแรงในการชุมนุมใหญ่ของ กลุ่มเสื้อแดงที่จะเริ่มในวันศุกร์ที่ 12 มี.ค. กลยุทธ์: ใช้โอกาสที่ตลาดปรับตัวขึ้น ลดพอร์ตเทรดดิ้งในหุ้นขนาดใหญ่เพื่อลดความ เสี่ยงภายใน ที่จะสูงขึ้นในกลาง-ปลายสัปดาห์ การถือหรือซื้อเพิ่มเน้นหุ้นที่ยังไม่ขึ้น XD และหุ้นที่ มีความเสี่ยงต่ำ หุ้นแนะนำซื้อได้แก่ CPF, TUF, MAKRO, MCOT, SPALI, TICON และ SAT ส่วนหุ้นเล่นสั้นอีกตัวที่น่าสนใจคือ TTA ซึ่งน่าจะดูดีในวันนี้ หลังราคาหุ้นถอยลงมาแล้วเมื่อ วันศุกร์ และดัชนีค่าระวางเรือยังปรับขึ้นต่อ
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ กองทุนฟื้นฟูฯ (FIDF) เร่งปิดดีล SCIB ส่งอัยการสูงสุดตรวจสอบสัญญาก่อนลงนามวัน ที่ 11 มี.ค. นี้ ก่อนวันชุมนุมเสื้อแดง ราคาตกลงกันได้ที่ 32.50 ขณะที่ TBANK จะได้เงินจาก Scotiabank และน่าจะพร้อมจ่ายได้ก่อนสงกรานต์ตามเงื่อนไขรับเงินปันผล 70-80 สตางค์ต่อ หุ้นสำหรับการลงทุนใน SCIB เห็นว่านักลงทุนสามารถถือเพื่อรอเทนเดอร์ได้ และ หลังจากการ ควบรวม เราคาด TBANK จะต้องเพิ่มทุนราว 6 หมื่นล้าน มากกว่าที่เคยประกาศไว้ที่ 4 หมื่น ล้านแต่เราเชื่อว่าผู้ถือหุ้นใหญ่มีเงินเพิ่มทุนให้ TBANK เพียงพอ โดยเฉพาะในกรณีของ TCAP ก็ยังมีความสามารถในการกู้ยืมได้อีกมากเพื่อมาเพิ่มทุนให้ TBANK ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิด Dilution สำหรับผู้ถือหุ้น TCAP ซึ่งเราคาดว่า TCAP จะสามารถเร่ง ROAE ขึ้นไปกว่า 15- 16% หลังจากควบรวมและราคาหุ้นน่าจะปรับขึ้นไปไม่ต่ำกว่า 27 บาทต่อหุ้น หรือ 1 เท่าของ ราคาบัญชี คงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร TCAP AH หวังอานิสงค์การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ช่วยให้รายได้บริษัทฯ เติบโต 30.0% ในปีนี้ และคาดหวังมีกำไรเป็นบวกได้หลังจากมีผลขาดทุนในปีก่อน โดยคุณเย็บ ซู ชวน กล่าวว่าบริษัทฯ ได้รับออเดอร์ผลิตชิ้นส่วนสำหรับรถนิสสัน อีโคคาร์ ฟอร์ดเฟียสต้า และมาสด้า 2 ในมุมมองของเรา รายได้ของ AH ควรจะมีการฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมยานยนต์และคาดผลกำไร สุทธิที่ 180 ล้านบาทในปีนี้ หลังจากมีผลขาดทุน 109 ล้านบาทในปีก่อน อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวดัง กล่าวถือว่าไม่โดดเด่นมากนัก เนื่องจากเรามีความกังวลต่ออัตรากำไรขั้นต้นของ AH ที่อยู่ใน ระดับต่ำ (6.5% เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมที่ประมาณ 20.0%) คงคำแนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 9.50 บาท
|
Comments