|
บล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะหุ้น 08/03/53
|
|
|
|
|
Monday, 08 March 2010 10:00 |
|
บล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 08/03/53
แนวโน้มตลาดวันนี้ ปลายสัปดาห์ที่แล้วตลาดหุ้นไทยปิดลดลง ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 723.96 จุด ลดลง 6.86 จุด (-0.94%) มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นที่ 2.2 หมื่นล้านบาทจุด นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิต่อเนื่องอีก 2.3 พันล้านบาท แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก คาดมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน 720-753 เนื่องจากปัจจัยการชุมนุมทางการเมือง กลุ่มผู้ชุมนุมกำลังรวมตัวกันเพื่อเข้าชุมนุม ในกรุงเทพฯ 14 มี.ค.นี้ ถึงแม้ว่าตลาดต่างประเทศจะกลับตัวบวกและต่างชาติจะซื้อสุทธิมากขึ้น ก็ตาม ส่วนของตลาดอนุพันธ์ S50H10 มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 498-515 SET50 กรอบการเคลื่อนไหว 501-517 ด้านGold Future GFGJ10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 17,640-17,880 GFM10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 17,750-17,940 กลยุทธ์ กลุ่มพลังงานมีแนวโน้มกลับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ เน้นหุ้นขนาดใหญ่เป็น หลัก PTT PTTEP BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTCH PTTAR ซื้อเก็งกำไรเล่นรอบ กลุ่ม ธนาคารรอปรับตัวเข้าซื้อถือ กลุ่มท่องเที่ยว MINT CENTEL มีแนวโน้มกลับตัวระยะกลางหุ้น ขนาดเล็ก IRPC สำหรับหุ้นเก็งกำไรทางเทคนิคดูรายละเอียดใน Short-Term Trade เช่น LPN KKC หรือเลือกใน Stocks in Trend นักลงทุนระยะกลาง ถือ ปรับตัวลงแรงซื้อเพิ่ม ดัชนี SET ระดับดัชนีไม่สามารถยืนแนวรับสำคัญ เป็นสัญญาณขาย ระหว่างวันวกกลับ และปิดยืน 726 ไม่ได้มีโอกาสที่จะปรับตัวลงรูปแบบ V-Shape กลับหัว(ขาย) โดยมีแนวรับ สำคัญ 720-719 และSMA75วัน 714 เป็นแนวรับขั้นบันได ซื้อเมื่อปรับตัวลงมาตามสัดส่วน กลับตัวยืน 726 ไม่ได้หลีกเลี่ยง รอซื้อแนวรับตามขั้นบันไดรอบใหม่ ดัชนีนิกเกอิ ตลาดคาดว่า BOJ จะใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินเพิ่มเติม และค่าเงินเย นยังอ่อนค่าลงต่อไปอีก แต่ยังคงต้องติดตามนโยบายการเงินของจีน ตลาดมีแนวโน้มที่จะทดสอบ แนวต้าน 10.450 ผ่านขึ้นมาจะเป็นสัญญาณซื้อทางเทคนิค ดัชนีฮั่งเส็ง ดัชนีทดสอบSMA10วันกลับตัวขึ้นเป็นสัญญาณบวก ระยะสั้นแนวต้าน 20,840 และ 21,000 ไม่ผ่านยืนขึ้นไป มีแนวโน้มที่จะสร้างกรอบการแกว่งตัว หลังตลาดขึ้นตอบ รับปัจจัยบวกจากการที่รัฐบาลจีนยืนยันจะคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป (Analyst - ธวัชชัย
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
) หุ้นแนะนำพิเศษ : (PTTEP 138.50 ซื้อ เป้าปี 53:176) ยังเป็นหุ้น TOP Pick ของ เราในกลุ่มพลังงาน เนื่องจากเราคาดว่าผลประกอบการของ PTTEP ได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วและ จะมีกำไรโดดเด่นที่สุดในปีนี้ โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) ปริมาณขายปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นจาก 233,756 BOED เป็น 253,796 BOED หลังแหล่งอาทิตย์เหนือ และ MTJDA เริ่มทำการ ผลิต 2) ราคาปิโตรเลี่ยมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันโดยปีนี้คาดราคาขายเฉลี่ยที่ 42.2 $/BOED เพิ่มขึ้นจาก 39.5$/BOED ในปี 52 (สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปีนี้ที่ 75 $/BBL 3) มีรายได้พิเศษจากการบันทึกกลับเงินเคลมประกันจากแหล่งมอนทาราอีก 220 ล้าน เหรียญ โดยปีนี้เราคาดกำไรสุทธิประมาณ 38,083 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 72%yoy (Analyst -อาทิตย์
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
)
Stocks in trend TTW (ราคาปิด 4.28 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 5.70) ปริมาณการจำหน่ายน้ำประปาเดือน ก.พ. 53 ปรับตัวสูงขึ้นทำสุดสูงสุดใหม่ โดยคาดว่าจะเป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ คาดผลประกอบการปี 53 เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น จากการปรับราคาขายน้ำประปาที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 1 ม.ค.53 และปริมาณการจำหน่ายน้ำที่เพิ่มขึ้น โดยใน 3Q53 ยังจะมีกำลังการผลิตใหม่เข้ามา อีกด้วย BAFS (ราคาปิด 8.10 แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมตาม Consensus 8.60) คาดผล ประกอบการปี 53 เติบโตขึ้น จากปริมาณการขายน้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามธุรกิจการบินและ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว โดยผู้บริหาร BAFS คาดรายได้ปี 53 จะเติบโต 5% จากปี ก่อน TUF (ราคาปิด 34.50 แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมตาม Consensus 40.40) คาดผล ประกอบการ 1Q53 จะได้ประโยชน์จากราคาขายอาหารสัตว์ที่ปรับตัวขึ้น นอกจากนั้น คาดว่าทั้ง ข้อตกลง FTA อาเซียน ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ รวมถึง AFTA จะเป็นผลบวกต่อบริษัท CFRESH (ราคาปิด 4.30 แนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเหมาะสมตาม Consensus 4.40) คาดผลประกอบการปี 53 ยังคงแข็งแกร่ง จากอานิสงค์ประเทศผู้ส่งออกหลักอย่าง อินโดนีเซียประสบปัญหาโรคระบาดกุ้ง และจีนเผชิญกับอากาศหนวทำให้ไม่สามารถเลี้ยงกุ้งได้ ขณะที่ระยะสั้นคาดว่าจะได้ผลบวกจากการประกาศจ่ายเงินปันผลงวดปี 52 ที่ 0.41 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันพรุ่งนี้ (Analyst - อำนาจ
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
)
ปัจจัยบวก + สหรัฐเปิดเผยตัวเลขบ่งชี้เศรษฐกิจในทิศทางที่ดีได้แก่ตัวลขการจ้างงานนอกภาค เกษตรเดือนก.พ. 53 ว่าลดลง 36,000 ราย น้อยกว่าที่คาดว่าจะลดลง 50,000 ราย ขณะที่อัต รการว่างงานทรงตัวที่ 9.7% และปริมาณการขอสินเชื่อของผู้บริโภคในเดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 2.4% ต่อปี ซึ่งป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 1 ปี และเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าชาวอเมริกันมีความเชื่อมั่น ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจมากขึ้น โดยสินเชื่อส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเพื่อการซื้อรถยนต์และการศึกษา + ปธน.ฝรั่งเศสเปิดเผยว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือกรีซ หากว่ารัฐบาลกรีซมีปัญหาใน การระดมทุนเพื่อลดยอดขาดดุลงบประมาณ + ผู้ว่าธนาคารกลางจีนยืนยันว่ามีความระมัดระวังในเรื่องการถอนมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจ และจะไม่ปรับค่าเงินหยวนให้แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ แม้เศรษฐกิจ จีนขยายตัวสูงถึง 10.7% แต่พร้อมใช้มาตรการเพิ่มเติมในการคุมการปล่อยกู้ของธนาคารในจีน + รัฐบาลเตรียมพิจารณาเลื่อนระยะเวลาแผนการลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 วงเงิน 1.4 ล้านล้านบาท ออกไปอีก 1 ปีเป็นปี 56 จากการดำเนินโครงการที่ไม่ลงตัวและ ความล่าช้าในการเบิกจ่าย
ปัจจัยลบ - ปธน.สหรัฐเรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายปฏิรูประบบประกันสุขภาพซึ่งจะ มีผลบังคับใช้ในปีนี้ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับนโยบายภายในประเทศของผู้นำสหรัฐ และจะส่ง ผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการจ้างงานของธุรกิจขนาดเล็ก - ปัจจัยการเมืองในประเทศน่าจะกดดันตลาดหุ้นไทยตลอดสัปดาห์นี้จากการนัดชุมนุม ใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันอาทิย์นี้( 14 มี.ค.)นี้ซึ่งจะเริ่มระดมพลตั้งแต่ 12 มี.ค. ต้องจับตาว่า จะเกิดเหตุรุนแรงหรือไม่
ปัจจัยที่ต้องจับตา * 10 มี.ค. กำหนดประชุมกนง.ในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตลาดคาดว่ากนง. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.25% ตามเดิมจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางและมีความ เสี่ยงจากปัจจัยการเมืองที่ยังไม่แน่นอน * 11 มี.ค. ม.หอการค้าไทยประกาศตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน ก.พ.53 * 16 มี.ค. สหรัฐฯประกาศตัวเลขดุลการค้าเดือน ม.ค.53 และเป็นวันประชุมคณะ กรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ FED (Analyst - วิลาสินี
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
)
Wall Street: ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 122.06 จุด ขานรับตัวเลขการจ้างงานที่ลดลงน้อยกว่าที่คาด ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์เมื่อวันศุกร์ปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้น 122.06 จุด โดยดัชนีปรับตัว สูงขึ้นเนื่องจากได้แรงหนุนจากการประกาศตัวเลขการจ้างงานที่ลดลงน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้เป็น หลัก เมื่อวันศุกร์กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (nonfarm payroll) ประจำเดือนก.พ. ปรับตัวลดลง 36,000 ตำแหน่ง ซึ่งลดลงน้อยกว่าที่นัก วิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 50,000 ตำแหน่ง และเมื่อคิดเป็นอัตราการว่างงาน สหรัฐมีอัตราการว่างงานในเดือนก.พ.อยู่ที่ระดับ 9.7% ทำให้ปิดตลาดดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 122.06 จุด หรือ 1.17% ปิดที่ 10,566.20 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 15.73 จุด หรือ 1.40% ปิดที่ 1,138.70 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 34.04 จุด หรือ 1.48% ปิดที่ 2,326.35 จุด
ราคาน้ำมัน : NYMEX เพิ่มขึ้น 1.29 เหรียญ นักลงทุนขานรับตลาดแรงงานฟื้นตัว ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น 1.29 ดอลลาร์ต่อ บาร์เรล โดยตลาดได้แรงหนุนเช่นเดียวกับตลาดหุ้นวอลสตรีทคือนักลงทุนขานรับตัวเลขการจ้าง งานที่ลดลงน้อยกว่าที่คาด นอกจากนี้ตลาดยังได้แรงหนุนหลังจากนายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่า ของจีน ออกแถลงการณ์ในที่ประชุมประจำปีของรัฐสภาจีนว่า จีนตั้งเป้าจะผลักดันจีดีพีในปีนี้ให้ ขยายตัวในอัตรา 8% พร้อมกับเพิ่มการจ้างงานในเขตเมืองกว่า 9 ล้านตำแหน่ง โดยรัฐบาลจะ จัดสรรงบประมาณกว่า 4.33 หมื่นล้านหยวนเพื่อเข้าไปกระตุ้นการจ้างงาน ทำให้ปิดตลาดราคา น้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น 1.29 ดอลลาร์ปิดที่ 81.50 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดกรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 1.35 ดอลลาร์ ปิดที่ 79.89 ดอลลาร์/บาร์เรล (Analyst -อาทิตย์
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
)
|
Comments