|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะหุ้น 10/03/53
|
|
|
Wednesday, 10 March 2010 09:25 |
|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 10/03/53
Market Recap and Trend: คาด กนง.คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.25% ในการประชุมวันนี้ และ คาดว่าจะยังไม่เห็นการปรับขึ้นดอกเบี้นจนช่วง 3Q10 เป็นอีกวันที่ SET เคลื่อนไหวผันผวนตลอดวัน ปิดตลาดปรับลดลง 0.22% ที่ 718.77 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายเบาบาง 13,702 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความกังวลต่อการชุมนุมของ กลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงปลายสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตามนักลงทุนต่างชาติยังซื้อหุ้นสุทธิต่อเนื่องอีก 1,193 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดว่าจะเคลื่อนไหวแบบ sideways ด้วยมูลค่า การซื้อขายที่ลดลง รอดูสถานการณ์ทางการเมืองช่วงสุดสัปดาห์นี้ ขณะที่ตลาดหุ้น Dow Jones เคลื่อนไหวแคบๆ เมื่อคืนที่ผ่านมา สำหรับสถานการณ์การเมืองในประเทศล่าสุด ครม.มีมติให้ ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียงระหว่างวันที่ 11-23 มี.ค.นี้ เพื่อ ควบคุมการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง สำหรับการประชุม กนง.วันนี้ คาดว่าธปท.จะคงดอกเบี้ย นโยบายไว้ที่ 1.25% ขณะที่เราคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 3-4% ต่อเนื่องไป จนถึงสิ้นปี โดยเราคาดว่า ธปท.จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วง 3Q10 นี้ โดยจะปรับสูงขึ้น 25- 50 bps ก่อนสิ้นปี อย่างไรก็ตามเริ่มมีความกังวลมากขึ้นว่าจีนอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เร็วกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น
Investment Strategy: เราแนะนำนักลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 40% ของพอร์ต และเน้น การถือครองกลุ่มหุ้นปันผล หรือกลุ่มหุ้น Defensive ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ โดยมีหุ้นเด่น ดังตารางด้านล่าง ล่าสุด SPALI ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงาน 2H09 อีก 0.35 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 5.4% รวมทั้งปีจ่ายเงินปันผล 0.60 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอนแทนจากเงินปนั ผล 9.4% ขณะที่เรามองว่าการปรับลดลง ของ TICON, KK, DCC, RATCH, EGCO, และ MAKRO เป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นที่มี อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงระดับ 7-10%...นอกจากนี้ยังอาจเข้าเก็งกำไร GLOW ต่อเนื่องทั้งนี้แม้ว่า GLOW จะมีอัตราผลตอนแทบจากเงินปันผลต่ำกว่า RATCH และ EGCO แต่เป็นหุ้นโรงไฟฟ้าที่มีอัตราการขยายตัวของกำไรสูงที่สุดในกลุ่ม
Dividend Play TICON DCC SPALI KK DELTA RATCH EGCO MAKRO
Futures Strategy : ยังแนะนำเล่น Trading ในกรอบ 500-510 จุด ต่อเนื่องจากเมื่อ 2 วันก่อน
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีเฉลี่ยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.11% เช่นเดียวกับ S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.17% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มสื่อสารโทรคมนาคมและอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ตปรับตัวขึ้น หลังบริษัทซิสโก ซิสเทมส์ อิงค์เปิดตัวเร้าเตอร์ประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่ง เอทีแอนด์ที อิงค์ซึ่งเป็นบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐเปิดเผยว่า ประสบ ความสำเร็จในการทดสอบอุปกรณ์เร้าเตอร์ดังกล่าวขณะเดียวกัน การซื้อขายในตลาดกระจุกตัว อยู่ที่หุ้นกลุ่มการเงิน โดยหุ้นซิตี้กรุ๊ป อิงค์,หุ้นเอไอจี และหุ้นอื่นๆ ปรับตัวขึ้นท่ามกลางวอลุ่มซื้อ ขายที่แข็งแกร่งจากการคาดการณ์ที่ว่า ผู้ควบคุมกฎระเบียบอาจพิจารณาควบคุมการทำชอร์ตเซล ของหุ้นที่เฉพาะเจาะจง ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. ปิดลดลง 0.38 เซนต์ หรือ 0.46% มาที่ 81.49 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยการคาดการณ์ สต็อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐได้ลดบรรยากาศที่สดใสเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งหนุนราคาเพิ่มขึ้นขึ้นในช่วงแรก ทั้งนี้ สำนักงานสารสนเทศ ด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ในวันพุธนี้ โดยโพลล์รอยเตอร์คาดว่า สต็อกน้ำมันดิบ อาจเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรล ขณะเดียวกัน EIA ปรับขึ้นตัวเลขคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในตลาด โลกประจำปี 2010 ราว 270,000 บาร์เรลต่อวันจากตัวเลขคาดการณ์เดิม โดยขณะนี้ EIA คาดว่าอุปสงค์น้ำมันในตลาดโลกอาจเพิ่มขึ้นราว 1.47 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2010 นอกจากนี้ EIA คาดว่าอุปสงค์น้ำมันในสหรัฐอาจเพิ่มขึ้น 200,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ 18.89 ล้านบาร์เรลต่อ วัน ในปี 2010 โดยตัวเลขคาดการณ์นี้อยู่สูงกว่าตัวเลข คาดการณ์ครั้งก่อนราว 30,000 บาร์เรลต่อวัน ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบเยน ขณะที่กลุ่มผู้ส่งออกญี่ปุ่นอยู่ในตลาดเพื่อซื้อเยน อย่างคึกคัก ขณะที่ความต้องการเยนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นก่อนสิ้นปีงบการเงินในวันที่ 31 มี.ค. อย่างไรก็ตาม นักลงทุนในตลาดมองว่า การปรับตัวขึ้นของเยน ได้ถูกยับยั้งจากคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจดำเนินมาตรการต่อไปในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดลดลง 49 จุดมาที่ 3210 จุด รายงานภาคการผลิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐสร้างความเชื่อมั่นในการสต๊อกวัตถุดิบของผู้ผลิตทั่วโลกช่วยผลักดันค่าระวางเรือ ให้มีทิศทางขาขึ้นในช่วงนี้
|
Comments