|
บล.กิมเอ็ง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 10/03/53
ประเมินแนวโน้มตลาด ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวแคบในกรอบขาขึ้น โดยยังคงได้รับปัจจัยบวกจาก แรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่ซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องสูงถึง 2.19 หมื่นล้านบาทในช่วง 11 วัน ทำการที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามภาพรวมตลาดหุ้นไทยจะยังคง Underperform ตลาดต่างประเทศ และตลาดภูมิภาคหลักๆ จากที่นักลงทุนในประเทศยังคงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง ที่จะมีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในช่วงวันที่ 12-14 มีนาคมนี้ อย่างไรก็ตามเรามองว่าราคาหุ้น ที่ปรับตัวลดลงในระยะนี้เป็นโอกาสดีในการเข้าทยอยสะสมหุ้น จากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ฟื้น ตัวอย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งภาพรวมเศรษฐกิจโลกและตลาดหุ้นหลักๆทั่วโลกที่ดูดีขึ้น (หลายตลาด เริ่มที่การทำจุดสูงสุดในรอบปีเช่น ตลาดแนสแดก ในขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ใกล้แตะจุดสูงสุดที่ 10,725 จุด) โดยหุ้นที่เราแนะนำในวันนี้ได้แก่ CPALL และ BANPU นักลงทุนต่างประเทศยังซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 11 ติดต่อกัน: วานนี้นักลงทุน ต่างประเทศซื้อสุทธิต่ออีก 1,192 ล้านบาท ทำให้นักลงทุนต่างประเทศมีสถานะซื้อสุทธิรวมสูงถึง 21,971 ล้านบาทในรอบ 11 วันทำการที่ผ่านมา ทั้งนี้เราพบว่ามูลค่าการซื้อขายสุทธิโดยรวมได้ ปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 13,701.96 ล้านบาท สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มมีความระมัดระวังในการลง ทุนมากขึ้นก่อนการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในช่วงสุดสัปดาห์นิ้ อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่ากรอบการ ปรับตัวลง (Downside risk) จะยังจำกัด เนื่องจากยังมีแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงินจะมีการชุมเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายบ่ายวันนี้: เราคาด ว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับต่ำตามเดิม โดยให้สัญญาณเชิงบวกต่อการฟื้นตัว ของเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งนี้จากตัวเลขเศรษฐกิจไทยในเดือนมกราคม 53 ที่ส่งสัญญาณการ ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากช่วงปลายปี 52 ผนวกกับอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มกลับสู่ระดับปกติ เราคาดว่า โอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงกลางปีนี้เริ่มมีมาก ขึ้น ทั้งนี้ต้องรอดูตัวเลขเศรษฐกิจไทยในช่วง 2 - 3 เดือนข้างหน้าว่าจะยังเป็นบวกต่อเนื่องหรือ ไม่ ขณะเดียวกันเราคาดว่าธนาคารพาณิชย์ไทยจะรอดูสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก ธนาคารแห่งประเทศไทยอีกครั้ง ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวแกว่งตัว: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยวานนี้ โดยดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้น 12 จุด หรือ 0.1% ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับ ตัวขึ้น 0.2% และ 0.4% ตามลำดับ เนื่องจากนักลงทุนยังมีความเชื่อมั่นต่อทิศทางการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ค่าเงิน US dollar แข็งค่าขึ้น ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เคลื่อนไหวแกว่งตัว เนื่องจาก ยังไม่มีปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดที่ชัดเจน: ค่าเงิน US dollar เทียบยูโรแข็งค่าขึ้น ขณะที่ค่า เงิน US Dollar เทียบเยนอ่อนตัวลง ขณะเดียวกันราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวลง 0.38 เหรียญ สหรัฐฯ เป็น 81.49 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำล่วงหน้าปรับตัวลง 1.70 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 1,122.90 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์ แนวการลงทุน: เราปรับลดสัดส่วนการถือครองหุ้นลงเหลือ 60%
สัดส่วนลงทุน: หุ้น = 60% เงินสด = 40%
หุ้นแนะนำ กลุ่มพลังงาน : PTT, PTTEP, BANPU, PTTAR, IRPC กลุ่มธนาคารพาณิชย์ : BBL, KBANK, TCAP, KTB กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ : SPALI, AP, LPN, QH กลุ่มวัสดุก่อสร้าง : SCC, TASCO, DCC, SSI กลุ่มสื่อสาร : ADVANC, DTAC กลุ่มอิเล็คโทรนิคส์ : HANA กลุ่มเดินเรือ : TTA กลุ่มอื่นๆ : CPF, TPC, TVO, AIT, MAJOR
|
Comments