|
บล.กิมเอ็ง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 11/03/53
ประเมินแนวโน้มตลาด ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบ ด้วยปริมาณการซื้อขาย ที่ยังคงเบาบาง เช่นเดียวกับในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิ ต่อเนื่อง ในขณะที่นักลงทุนภายในประเทศยังคงชะลอการลงทุนจากความไม่เชื่อมั่น ต่อสถานการณ์ทางการเมือง ถึงแม้การยุบสภาฯเพื่อเลือกตั้งใหม่ตามที่กลุ่มเสื้อแดง เรียกร้องจะเกิดขึ้นได้ยาก แต่นักลงทุนไทยส่วนใหญ่ยังคิดว่า 'ควรจะกลับเข้าลงทุน ในตลาดในช่วงสัปดาห์หน้า' หลังจากที่ได้ประเมินผลกระทบจากการชุมนุมในช่วงสุด สัปดาห์นี้ที่มีต่อรัฐบาล โดยนักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังในการเข้าลงทุนในระยะ นี้ โดยนักลงทุนอาจใช้โอกาสที่ตลาดยังคงพักฐานหาจังหวะเข้าสะสมหุ้นบางส่วน และพิจารณาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนมากขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้า หลังจากที่ประเด็น กังวลต่างๆเริ่มคลี่คลายลง โดยหุ้นที่เราแนะนำในวันนี้ได้แก่ BAY และ SCC นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิต่อเนื่อง บนปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่ดี ขึ้น: วานนี้ดัชนี SET เพิ่มขึ้นเพียง 2.07 จุด ถึงแม้นักลงทุนต่างชาติจะเข้าลงทุนตลาด หุ้นไทยอย่างหนาแน่น ตามทิศทางเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งในปีนี้ แต่เราก็ไม่มั่นใจว่าการซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในครั้งนี้จะส่งผลบวกต่อภาพรวม ตลาดเพียงใด จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังยุ่งเหยิง นักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงไม่ใจกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ: ตลาด หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนยังคงไม่มั่นใจ กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ว่าจะมีเสถียรภาพมากแค่ไหน ความจริงที่โหดร้าย คือเราไม่มีหลักประกันใดๆ ทั้งสิ้น และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเป็นเป็น อย่างช้าๆ จนกว่าตัวเลขอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ จะลดลงอย่างชัดเจน ทั้งนี้เรา มองว่านโยบายเพิ่มการจ้างงานของรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นเรื่องการเมืองมากกว่าความ ต้องการที่จะแก้ไขปัญหาการว่างงานอย่างแท้จริง ด้วยเหตุผลข้างต้นทำให้ดัชนี DJIA, S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.03%, 0.45%, และ 0.78% ตามลำดับ ค่าเงิน US dollar และราคาสินค้าโภคภัณฑ์เคลื่อนไหวไร้ทิศทางชัดเจน: เราพบว่าค่าเงิน US dollar เทียบเงินสกุลหลักเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบ ขณะ ที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เคลื่อนไหวไร้ทิศทาง โดยราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวขึ้น 0.60 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 81.86 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำล่วง หน้าปรับตัวลง 14.20 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 1,108.20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์ ธนาคารแห่งประเทศไทยคงอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด แต่ถ้อย แถลงการณ์ในครั้งนี้ได้ใบ้แก่นักลงทุนว่า ธปท. กำลังพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในอนาคต: คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (กนง.) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามที่เราคาดไว้ก่อนหน้านี้ โดยในถ้อยแถลงการณ์ ของ กนง. ระบุอย่างชัดเจนว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเร็วกว่าคาด แต่ กนง. ยังมีความ กังวลเรื่องปัจจัยเสี่ยงของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และปัญหาการเมืองใน ประเทศ ทำให้ กนง. ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับต่ำตามเดิม แต่ กนง. มีแนว โน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดๆ ไปซึ่งต้องรอดูสัญญาณการฟื้นตัว ของเศรษฐกิจไทย เรายังคงมุมมองเดิมว่า กนง. มีแนวโน้มจะเริ่มปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายช่วงกลางปีนี้ และคาดอัตราดอกเบี้ยนโยบายปลายปีที่ระดับ 1.75% (ปรับขึ้น 0.50% ในปีนี้) พรบ. ความมั่นคงมีผลบังคับใช้แล้วในวันนี้: หนังสือพิมพ์หลายฉบับได้ ประโคมข่าวเรื่อง พรบ. ความมั่นคงที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันนี้ อย่างไรก็ตามนักลง ทุนไม่ควรตื่นตระหนกกับกระแสข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ โดยเราเชื่อว่าการชุมนุมของ กลุ่มเสื้อแดงสุดสัปดาห์นี้จะเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวของพัฒนาการประชาธิปไตยของ ไทย โดยเราคาดว่านักลงทุนในประเทศจะกลับเข้าลงทุนในตลาดอีกครั้งในสัปดาห์ หน้าหากการชุมนุมเป็นไปโดยสงบเรียบร้อย
แนวการลงทุน: เราปรับลดสัดส่วนการถือครองหุ้นลงเหลือ 60%
สัดส่วนลงทุน: หุ้น = 60% เงินสด = 40%
หุ้นแนะนำ กลุ่มพลังงาน : PTT, PTTEP, BANPU, PTTAR, IRPC กลุ่มธนาคารพาณิชย์ : BBL, KBANK, TCAP, KTB กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ : SPALI, AP, LPN, QH กลุ่มวัสดุก่อสร้าง : SCC, TASCO, DCC, SSI กลุ่มสื่อสาร : ADVANC, DTAC กลุ่มอิเล็คโทรนิคส์ : HANA กลุ่มเดินเรือ : TTA กลุ่มอื่นๆ : CPF, TPC, TVO, AIT, MAJOR
|
Comments