|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 15/03/53
Market Recap and Trend: ปัจจัยการเมืองจะจำกัด Upside ของ SET แม้ว่า SET จะผันผวนในช่วงเช้า แต่ด้วยแรงซื้อที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่องในช่วงบ่ายโดยเฉพาะแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ส่งผลให้ SET ปรับสูงขึ้น 1.02% ปิดตลาดที่ 733.34 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายปานกลาง 15,032 ล้านบาท โดยหุ้นกลุ่มธนาคาร และโรงกลั่นมีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาด ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิต่อเนื่องอีก 476 ล้านบาท แม้การเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับสูงขึ้นของ SET ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามการชุมนุมที่ยือเยื้อจะเป็นปัจจัยที่จำกัด Upside ของ SET มากขึ้น โดยวันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงจะเริ่มมีการเคลื่อนขบวนการชุมนุมไปกรมทหารราบ 11 วันนี้ เพื่อเป็นการกดดันรัฐบาลประกาศยุบสภาฯเลือกตั้งใหม่ และคาดว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อไปอีกหลายวัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิดในช่วงนี้
Investment Strategy: เก็งกำไรกลุ่มเดินเรือม โรงกลั่น และปิโตรเคมี ที่คาดว่าผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวใน 1Q10 ด้วยการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ SET ปรับสูงขึ้นไปแล้ว 5.6% ซึ่งยังไม่รวมกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น โดยถ้าพิจารณาอัตราผลตอบแทนในรูปของเงิน US$ (กำไรของนักลงทุนต่างชาติ) จะเห็นว่า SET ปรับขึ้นไปแล้ว 7.4% ตั้งแต่กลางเดือน ก.พ.และแม้ว่าการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างชาติจะมีแนวโน้มผลักดัน SET ไปที่แนวต้านทางเทคนิคที่ 750 จุด แต่เรายังแนะนำนักลงทุนถือหุ้นในสัดส่วน 40% ของพอร์ตต่อเนื่อง และอาจแบ่งเงินบางส่วนเข้า Trading กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่ได้รับผลดีจากการไหลเข้าของเงินทุน โดยมี Trailing Stop ที่ 715 จุด
สำหรับกลุ่มหุ้นเด่นยังเป็น... • เก็งกำไร RCL ต่อเนื่องจากคาดการผลการดำเนินงานฟื้นตัว • ซื้อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น TOP, และ ESSO ที่ค่าระวางปรับสูงขึ้นอยู่ที่ US$5/บาร์เรล • ซื้อ PTTCH คาดการณ์ผลการดำเนินงาน 1Q10 ออกมาดี และทั้งปี 2010 +49% • ซื้อ SCB ราคาหุ้นมี Upside มากที่สุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ • กลุ่มหุ้น Defensive ดังตารางด้านล่าง Dividend Play : TICON DCC SPALI KK DELTA RATCH EGCO MAKRO
Futures Strategy : สถานะ LONG ได้เปรียบ และแนะนำเปิดสถานะ LONG โดยมีจุด Trailing Stop ที่ 515 จุด
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ดัชนีเฉลี่ยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.12% ขณะที่S&P 500 ปิดลดลง 0.02% โดยข้อมูลค้าปลีกเดือนก.พ.ปรับตัวขึ้น หลังมีการคาดการณ์ว่าจะลดลง และส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มค้าปลีกปรับตัวขึ้น 0.5 % อย่างไรก็ตามตลาดปรับตัวเพียงเล็กน้อย ขณะที่รอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคได้ปรับตัวลงในต้นเดือนมี.ค.ในการสำรวจที่มีมุมมองเชิงบวกลดลงเกี่ยวกับแนวโน้มการจ้างงาน นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเดือนม.ค. เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ที่ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.20% ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. ปิดลดลง 87 เซนต์ หรือ 1.06% มาที่ 81.24 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันหลังธอมสัน รอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงในช่วงต้นเดือนมี.ค. ในขณะที่ชาวสหรัฐลดการคาดการณ์ในทางบวกต่อแนวโน้มตำแหน่งงาน ดอลลาร์อ่อนค่า เมื่อเทียบกับยูโร ขณะที่การเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบเป็นรายเดือนของการผลิตในภาคอุตสาหกรรมยูโรโซนในเดือนม.ค.และการปรับเพิ่มตัวเลขสำหรับเดือนธ.ค. ก็ได้ส่งผลให้มีกระแสความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มมากขึ้น ข้อมูลดังกล่าวทำให้เทรดเดอร์มีเหตุผลในการเข้าชดเชยสัญญาขายยูโรที่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อสกัดการร่วงลง ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 190 จุดมาที่ 3506 จุด รายงานภาคการผลิตที่ดีขึ้นโดยเฉพาะสหรัฐสร้างความเชื่อมั่นในการสต๊อกวัตถุดิบของผู้ผลิตทั่วโลกช่วยผลักดันค่าระวางเรือให้มีทิศทางขาขึ้นในช่วงนี้
|
Comments