|
บล.กิมเอ็ง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 15/03/53
แนวโน้มตลาดวันนี้ ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มถูกกดดันจากภาพการเมืองที่ยังไม่ชัดเจน โดยตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวตอบรับปัจจัยเสี่ยงต่างๆแล้วเกือบทั้งหมด ยกเว้นเพียง กรณีการเกิดความรุนแรง หรือการที่ฝ่ายทหารเข้าควบคุมอำนาจ อย่างไรก็ตามการเผชิญหน้ากันทางการเมืองยังคงมีโอกาสที่จะยืดเยื้อต่อไป โดยคนส่วนใหญ่ยังคงคาดว่า รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์จะไม่มีการประกาศยุบสภาฯ ก่อนช่วงเที่ยงวันนี้ตามข้อเรียกร้องของทางกลุ่มเสื้อแดง ในขณะเดียวกันตลาดหุ้นไทย ยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง, ฐานะทางการเงินที่เข้มแข็ง และมีอัตราการจ่ายปันผลในระดับที่สูง หรือจะพูดให้ชัดก็คือ เรามองว่าปัจจัยต่างๆเหล่านี้จะช่วยหนุนตลาดในช่วงที่มีปัจจัยลบเข้ามา โดยหุ้นที่เราเห็นว่ามีปัจจัยที่แข็งแกร่งที่จะช่วยให้ผ่านช่วงที่ตลาดผันผวนไปได้ ได้แก่ PTTEP และ KBANK
มองหาหุ้นพื้นฐานดี? มองหาหุ้นปลอดผลกระทบจากปัจจัยลบทางการเมืองในประเทศ? ลองพิจารณาหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์: แม้นักลงทุนต่างประเทศจะซื้อสุทธิหุ้นไทยสูงถึง 1.9 หมื่นล้านบาทในเดือนมีนาคมนี้ แต่ก็ไม่ได้บ่งชี้ว่านักลงทุนรายบุคคลในประเทศจะทยอยเพิ่มพอร์ทการลงทุนตามนักลงทุนกลุ่มนี้ ในทางตรงกันข้ามนักลงทุนสถาบันในประเทศ และพอร์ทโบรกเกอร์กลับมาซื้อสุทธิเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาจากการเก็งสถานการณ์ว่าการชุมนุมในวันเสาร์และอาทิตย์จะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งพวกเขาก็คิดถูก แต่คำถามสำคัญในตอนนี้คือจะเกิดเหตุการณ์อะไรต่อจากนี้ไป คำแนะนำของเราคือให้นักลงทุนเน้นลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูงเช่นนี้ โดยขอแนะนำหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปลอดผลกระทบจากปัจจัยลบทางการเมืองในประเทศ, ราคาหุ้นยังถูกโดยเปรียบเทียบ และมี upside จากราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์มากพอควร
ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้: แม้ในสัปดาห์นี้จะไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของเอเชีย แต่ดูเหมือนตลาดหุ้นเอเชียกำลังถูกขับเคลื่อนโดยมุมมองเชิงบวกว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้จะฟื้นตัวเร็ว และแข็งแกร่งกว่าภูมิภาคอื่น เราพบว่าปัจจัยหลักยังเป็นเรื่องของทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรป โดยตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่ไม่ชัดเจน ขณะที่ประเทศในกลุ่ม EU ยังคงพะวงกับการแก้ปัญหาการขาดดุลการคลัง และความไม่สงบภายในประเทศอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศกรีซ โดยสหรัฐฯ จะมีการรายงานตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในคืนวันจันทร์ และธนาคารกลางสหรัฐฯ จะมีการประชุมเพื่อกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายในคืนวันอังคาร และพุธ โดยตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับต่ำตามเดิม นอกจากนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะมีการพูดคุยเรื่องแนวทางในการถอนนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายอย่างมากในปัจจุบันด้วย นอกจากนี้สหรัฐฯ จะมีการรายงานตัวเลขยอดสร้างบ้านใหม่ (Housing starts) และอัตราเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้ด้วย เราคาดว่าตัวเลขอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำของสหรัฐฯ จะเป็นเครื่องยืนยันที่ดีว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ จะยังทรงตัวในระดับต่ำไปอีกสักระยะ
ค่าเงิน US dollar และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังเคลื่อนไหวแกว่งตัว: จากสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบาง ทำให้ค่าเงิน US dollar และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังเคลื่อนไหวแกว่งตัว ค่าเงิน US dollar เทียบยูโร และปอนด์อ่อนตัวลง 0.6% และ 0.8% ตามลำดับ หลังตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคออกมาแย่กว่าคาด ขณะที่ค่าเงิน US dollar เทียบเยนทรงตัวจากวันก่อนหน้า เราพบว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ปรับตัวลง โดยราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวลง 0.87 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 81.24 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำล่วงหน้าปรับตัวลง 6.50 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 1,101.50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์
ปัญหาการเมืองในประเทศมีแนวโน้มยืดเยื้อ: เราไม่แน่ใจว่าจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นหรือไม่ เราพบว่าสื่อในประเทศดูเหมือนมองว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในครั้งนี้ไม่มีพลังมากนัก ขณะที่รัฐบาลดูเหมือนจะตื่นตูมกับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงมาก เราคาดว่าสถานการณ์จะไม่จบลงในเร็วๆนี้ ขณะเดียวกันยังคงสงสัยว่านายกอภิสิทธิ์จะยอมยุบสภาตามข้อเรียกร้องของกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ ขณะที่กลุ่มเสื้อแดงก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด มันเป็นเรื่องยากมากที่จะคาดการณ์ผลลัพธ์ในครั้งนี้ เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็ฉลาด และไม่ต้องการจบปัญหาครั้งนี้ด้วยความรุนแรง เราได้แต่หวังว่าปัญหารการเมืองครั้งนี้จะยุติลงด้วยดี ไม่เกิดความรุนแรง เพราะคงไม่มีฝ่ายใดต้องการให้เศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัวดีขึ้นต้องถดถอยลงไปอีกครั้ง
แนวการลงทุน: เราคงสัดส่วนการถือครองหุ้นที่ 60%
สัดส่วนลงทุน: หุ้น = 60% เงินสด = 40%
หุ้นแนะนำ กลุ่มพลังงาน : PTT, PTTEP, BANPU, PTTAR, IRPC กลุ่มธนาคารพาณิชย์ : BBL, KBANK, TCAP, KTB กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ : SPALI, AP, LPN, QH กลุ่มวัสดุก่อสร้าง : SCC, TASCO, DCC, SSI กลุ่มสื่อสาร : ADVANC, DTAC กลุ่มอิเล็คโทรนิคส์ : HANA กลุ่มเดินเรือ : TTA กลุ่มอื่นๆ : CPF, TPC, TVO, AIT, MAJOR
|
Comments