|
บล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะหุ้น 16/03/53
|
|
|
Tuesday, 16 March 2010 10:27 |
|
บล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 16/03/53
แนวโน้มตลาดวันนี้ วานนี้ตลาดหุ้นไทยบวกต่ออีกเล็กน้อย ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 734.83 จุด เพิ่มขึ้น 1.49 จุด (+0.20%) มูลค่าการซื้อขายปานกลางที่ 1.3 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ ต่อเนื่องอีก 1.3 พันล้านบาท แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก คาดมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน 720-753 ตลาดยังคงมีความผันผวนและยังคงถูกกดดันจากการชุมนุมที่ยืดเยื้อ การปรับตัวคาด มีแรงซื้อเก็งกำไร เนื่องจากผลประกอบการยังคงมีทิศทางที่ดี ประกอบกับต่างชาติยังซื้อสุทธิ ติดต่อกัน ส่วนของตลาดอนุพันธ์ S50H10 มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 507-525 SET50 กรอบการเคลื่อนไหว 509-526 ด้านGold Future GFGJ10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 17,160-17,340 GFM10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 17,320-17,500 กลยุทธ์ ระหว่างวันการปรับตัวคาดจะมีแรงซื้อเก็งกำไรที่บริเวณแนวรับ 730-726 เน้นหุ้นในกลุ่มพลังงาน BANPU ESSO PTTEP (135-136) กลุ่มธนาคาร ยอดการปล่อยสิน เชื่อใน 1Q53 จะเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น รับอานิสงค์ใกล้หมดมาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์ส่งผล ให้ลูกค้าเร่งโอนและซื้อบ้าน เช่น KBANK SCB เก็งกำไรธนาคารขนาดเล็ก CIMBT สำหรับหุ้น เก็งกำไรทางเทคนิคดูรายละเอียดใน Short-Term Trade เช่น TMB STA หรือเลือกใน Stocks in Trend นักลงทุนระยะกลาง ถือ ปรับตัวลงแรงซื้อเพิ่ม ดัชนี SET การเรียงตัวของแท่งเทียนสร้างจุดสูงใหม่ต่อเนื่องและปรับตัวยืนเหนือ SMA5วันและ10 วันได้อย่างมีนัยสำคัญแสดงถึงภาวะขาขึ้น แต่ปริมาณการซื้อขายลดน้อยถอยลง แสดงถึงระยะสั้นยังขาดความมั่นใจ ระยะสั้นแนวโน้มยังคงมีโอกาสทดสอบแนวต้านจุดสูงเดิม 738 และ 740 เน้นยืน 730 เป็นจุดพิจารณาซื้อเก็งกำไร หรือซื้อถือระยะสั้นบางส่วน ดัชนีนิกเกอิ นักลงทุนเริ่มขายทำกำไรระยะสั้นบางส่วนเพื่อรอดูนโยบายการเงินของ BOJ และสหรัฐฯ ในขณะที่ค่าเงินเยนมีความผันผวนมากขึ้น แนวโน้มดัชนีอยู่ในภาวะซื้อมากทำ ให้มีโอกาสที่จะปรับตัวลง โดยมีแนวรับสำคัญ 10,660 ต่ำกว่าลงมาเป็นสัญญาณขายระยะสั้น ดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดกังวลเกี่ยวกับการคาดการณ์มาตรการคุมเข้มทางการเงินของจีนทำ ให้เกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้น ด้านเทคนิคการปรับตัวของแท่งเทียนมีแนวโน้มที่จะปรับตัวV- Shapeกลับหัวหากไม่สามารถยืนเหนือแนวรับ 21,000 ต่ำกว่ามีแนวโน้มปิดGAP 20,820 (Analyst - ธวัชชัย
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
)
หุ้นแนะนำพิเศษ : CPN (ราคาปิด 19.60 แนะนำซื้อ เป้าหมาย 29) ยอดขายในอนาคต มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการเปิดทำการศูนย์การค้าใหม่ต่อเนื่องทุกปี ปี 52 เปิดดำเนินการ สาขาใหม่ 4 สาขาที่ พัทยา ชลบุรี ขอนแก่น และอุดรธานี(จากการซื้อกิจการ) ซึ่งจะมีการรับรู้ราย ได้เต็มที่ในปีนี้ นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดดำเนินการสาขาพระราม 9 ราว 2Q55 สำหรับโครงการ ในอนาคตได้แก่ โครงการที่สวนลุมไนท์พลาซ่า เชียงใหม่แห่งที่ 2 แสดงถึงยอดขายของบริษัทมี ศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง เราคาดกำไรปกติปี 53 ราว 2,065 ล้านบาทซึ่งยังเติบโตราว 18% จากกำไรปกติในปี 52 (ปรับลดรายได้จากสาขาลาดพร้าวที่คาดจะหายไปราว 1 พันล้าน บาทจากการปิดซ่อมแซม 6 เดือน) ทั้งนี้กำไรสุทธิปี 53 ยังมี upside ได้อีกจากแผนขายสาขา เชียงใหม่เข้ากองทุนรวมฯ CPNRF ราว 3Q53 (Analyst - วิลาสินี
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
)
Stocks in trend LPN (ราคาปิด 6.80 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 8.30) เตรียมเปิดโครงการคอนโดมิเนียม ใหม่อีก 2 โครงการ ในวันที่ 20 มี.ค.53 ได้แก่ ลุมพินี เพลส รัชโยธิน และลุมพินี เพลส พระราม 4-กล้วยน้ำไท โดย LPN คาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 4-5 พันล้านบาท TTW (ราคาปิด 4.34 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 5.70) ปริมาณการจำหน่ายน้ำประปาปรับ ตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่คาดผลประกอบการปี 53 เพิ่ม ขึ้นอย่างโดดเด่น จากการปรับราคาขายน้ำประปาที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 1 ม.ค.53 และปริมาณการ จำหน่ายน้ำที่เพิ่มขึ้น โดยใน 3Q53 ยังจะมีกำลังการผลิตใหม่เข้ามาอีกด้วย แนะนำ ซื้อเก็งกำไรด้วยความระมัดระวัง TT&T (ราคาปิด 0.39), JAS (ราคาปิด 0.47) เตรียมจัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อโหวตรับแผนฟื้นฟูกิจการหรือไม่ในต้นเดือนหน้า โดยคาดว่าจะมีการ ปรับโครงสร้างหนี้ด้วยการแปลงหนี้เป็นทุน และคาดว่าจะทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลงกว่าครึ่ง ซึ่งจะส่ง ผลให้ผลประกอบการ TT&T สามารถพลิกฟื้นเป็นกำไร และคาดว่าจะส่งผลบวกต่อ JAS ในฐานะ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TT&T KCE (ราคาปิด 5.80 แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสมตาม Consensus 8.18) แนวโน้มผล ประกอบการ 1Q53 คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่นต่อเนื่อง โดยผู้บริหาร KCE คาดจะทำยอด ขายได้ 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 4Q52 ที่ทำยอดขายได้ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตาม ทิศทางการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากนั้น ยังคาดว่ายอดขาย ใน 2Q53 จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (Analyst - อำนาจ
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
)
ปัจจัยบวก + ญี่ปุ่นรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ. 53 เพิ่มขึ้น 0.8 จุดจากเดือนก่อน หน้าสู่ระดับ 39.8 จุด โดยรัฐบาลได้ยกระดับการประเมินเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือนว่าความเชื่อ มั่นผู้บริโภคอยู่ในระดับเกือบทรงตัวจากที่ประเมินว่าอยู่ในระดับอ่อนตัวในการประเมินครั้งก่อน ทั้งนี้ ค่าดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชึ้ว่ามีมุมมองที่เป็นลบมากกว่าผู้ที่มีมุมมองเป็นบวก + สิงคโปร์รายงานยอดค้าปลีกเดือนม.ค. 53 เพิ่มขึ้น 2.3%YoY และ 5.8%MoM
ปัจจัยลบ - มูดีส์แนะนำให้รัฐบาลสหรัฐและอังกฤษปรับดุลการชำระเงินให้สมดุล โดยเตือนว่าทั้ง สองประเทศใกล้สูญเสียอันดับเครดิต AAA เนื่องจากหนี้ต่างประเทศที่พุ่งสูงขึ้น โดยคาดว่าปี 54-55 สหรัฐจะกลายเป็นประเทศที่มีภาระหนี้สินต่างประเทศรายใหญ่สุดของโลก ขณะที่รมต. อังกฤษประกาศจุดยืนในการหาเสียงว่าการควบคุมยอดขาดดุลงบประมาณจะเกิดขึ้นเมื่อ เศรษฐกิจฟื้นตัวเต็มที่ - FED รายงานผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ. เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ตามคาด แต่ ยังต่ำกว่าที่เพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนม.ค. เนื่องจากต้องเผชิญกับพายุหิมะ ขณะที่อัตราการใช้กำลัง การผลิตที่ 72.7% อยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 52 - รมว.คลังญี่ปุ่นระบุว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังไม่แข็งแกร่งแต่มีแนวโน้มดี - ม.หอการค้าไทยประเมินว่าปัญหาการเมืองจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าออกไป จากช่วงปลาย 2Q53 เป็นปลายเดือนส.ค.53 โดยกรณีที่การชุมนุมยืดเยื้อคาดว่า GDP จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 3% เทียบกับ 3-4% หากการชุมนุมไม่ยืดเยื้อและไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง - จับตาการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งเพิ่มแรงกดดันรัฐบาลเป็นลำดับให้ยุบ สภาฯ ทำให้น่าเป็นห่วงว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาจช้ากว่าเดิม
ปัจจัยที่ต้องจับตา * 16 มี.ค. สหรัฐฯจะประกาศ 1) ตัวเลขดุลการค้าเดือน ม.ค. และ 2) สต็อกน้ำมันดิบ ประจำสัปดาห์ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะพุ่งขึ้น 9 แสนบาร์เรล นอกจากนี้วันนี้มีกำหนดประชุมของ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินสหรัฐซึ่งโพลล์นักวิเคราะห์คาดว่า FED จะคงอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับเดิมแต่มีโอกาสสูงที่มติจะไม่เป็นเอกฉันท์ * 16 - 17 มี.ค. กำหนดประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น นักวิเคราะห์คาดว่าจะยังคงใน นโยบายการเงินแบบผ่อนปรนต่อไป * 17 มี.ค. กลุ่มโอเปคมีกำหนดประชุมเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับเพดานการผลิต * 22 มี.ค. กระทรวงพาณิชย์ของไทยจะประกาศตัวเลขดุลการค้า เดือนก.พ.53 (Analyst - วิลาสินี
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
)
Wall Street: ดาวโจนส์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 17.46 จุด ชะลอการลงทุนก่อนที่การประชุมของเฟด จะมีขึ้นในวันนี้ ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 17.46 จุด โดยตลาดยังปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ดัชนีไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักเนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่มีท่าทีระมัดระวังการลงทุนก่อนที่การ ประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีขึ้นในคืนวันอังคารที่ 16 มี.ค.ตามเวลาประเทศไทย โดยส่วนใหญ่ตลาดคาดว่า เฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0-0.25% นอกจากนี้ตลาดยังได้ รับแรงกดดันหลังจากที่มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ออกมาเตือนว่าสหรัฐใกล้ที่จะสูญเสียอันดับ เครดิต AAA เนื่องจากหนี้ต่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ปิดตลาดดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น เล็กน้อยเพียง 17.46 จุด หรือ 0.16% ปิดที่ 10,642.15 จุด ดัชนี S&P 500 ขยับขึ้น 0.52 จุด หรือ 0.05% ปิดที่ 1,150.51 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 5.45 จุด หรือ 0.23% ปิดที่ 2,362.21 จุดจุด
ราคาน้ำมัน : NYMEX ลดลง 1.44 ดอลลาร์ หลังเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนเม.ย.ลดลง 1.44 ดอลลาร์ต่อ บาร์เรล ราคาน้ำมันดิบกลับมาลดลงต่ำกว่าระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง โดยนักลงทุนพา กันเทขายสัญญาน้ำมันดิบหลังจากที่เงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้น นอกจากนี้นักลงทุนยัง กังวลต่อภาวะดีมานด์ซัพพลายในตลาดน้ำมันหลังจากที่นายอาลี คาติบี ผู้ว่าการโอเปคออกมา กล่าวว่า ตลาดน้ำมันอาจตกอยู่ในภาวะ oversupply ในปีนี้ หากกลุ่มโอเปคไม่สามารถจำกัด เพดานการผลิตของกลุ่มสำหรับการประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 มี.ค.นี้ได้ ทำให้ปิดตลาดราคา น้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนเม.ย.ลดลง 1.44 ดอลลาร์ หรือ 1.77% ปิด ตลาดที่ 79.80 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดกรุงลอนดอนส่งมอบ เดือนเม.ย.ลดลง1.50 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 77.89 ดอลลาร์/บาร์เรล (Analyst -อาทิตย์
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
)
|
Comments