|
บล.ยูไนเต็ด : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 16/03/53
Market Highlight แนวโน้มตลาดหุ้น: - วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดยังดูเป็นบวกมากกว่าลบ แต่ความกังวลเกี่ยวกับ การนัดชุมนุมของกลุ่ม “เสื้อแดง” เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ (แม้มีผู้เข้าร่วมต่ำกว่า คาด) แต่ก็มีผลกดดันตลาด อยู่ อีกทั้งตลาดหุ้นในต่างประเทศที่ค่อนข้างไร้ทิศทาง คาดว่า SETI มีแนวโน้มแกว่งตัวแคบๆ/ปรับฐานลงเล็กน้อย (sideways/sideways down) - ในเชิงเทคนิค ทั้งโมเมนตัมระยะสั้นและกลางได้พลิกกลับมาเป็นบวกได้อีก ครั้งหนึ่งแล้ว ทำให้ SETI มีลุ้นทางบวกไปถึง 750& 61617;5 จุดได้ แต่เพื่อเป็นการจำกัด ความเสี่ยง เราแนะนำผู้เล่นระยะสั้นและกลางเลื่อนจุดหยุดขาดทุนขึ้นไปที่ระดับ 725 และ 720 จุด ตามลำดับ - วันนี้ มีหุ้นที่แสดงสัญญาณบวก (& 61569;=ACCELERATION) คือ BAY, CK, DCC, DTAC, ITD, TT&T ส่วนหุ้นที่แสดงสัญญาณลบ (& 61570;=DECELERATION) คือ GLOW, KTB, PTTAR หุ้นเด่นเล่นสั้น (รับ/ต้าน): BAY (20.4/21.2), PTTEP (136.5/140.5), SCB (86.-/90.-)
เหตุการณ์และการขึ้นป้าย: - วันนี้: - BSM XD @ 0.038 บาท, JCT XD @ 2.50 บาท, ROBINS XD @ 0.42 บาท, SPG XD @ 5.00 บาท, TKS XD @ 0.01 บาท, TWZ XD @ 0.025 บาท - DEMCO ลูกหุ้นเข้า 1.78 ล้านหุ้น - พรุ่งนี้: - MCOT XD @ 1.05 บาท, PHATRA XD @ 1.35 บาท, STAR XD @ 0.07 บาท, STPI XD @ 1.50 บาท, YUASA XD @ 0.05 บาท - สรุปการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของผู้บริหาร: - ผู้บริหารซื้อ : CTW, CPF, SOLAR, PAP, UTP, SPALI, ILINK, IRC - ผู้บริหารขาย : KCE, TICON, PRANDA, SMK, SIRI-W1, MCS
ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ: - 11-23 มี.ค. 53: ประกาศใช้ พรบ. รักษาความมั่นคงใน กทม.และบางอำเภอ ในจังหวัดใกล้เคียง - 16 มี.ค.53: Fed กำหนดทิศทางดอกเบี้ย - 17 มี.ค.53: OPEC ประชุมที่เวียนนา - 22 มี.ค.53: Vernal Equinox day (JP) - 31 มี.ค.53: ธปท.แถลงข้อมูลเศรษฐกิจไทย เดือน ก.พ. 53
Investment Outlook แนวโน้มระยะสั้น: เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยยังปรับตัวขึ้นอีกเล็กน้อย ท่ามกลางแรงกดดันจาก การชุมนุมของกลุ่ม “เสื้อแดง” โดย SETI +1.49 จุด (+0.21%) ปิดที่ 734.83 จุด มูลค่าซื้อขาย 13,215 ล้านบาท ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดวันนี้ (market drivers): ตลาดหุ้นโลก: DJIA 10,642.15 จุด (+0.2%), S&P 1,150.51 จุด (+0.1%), NASDAQ 2,362.21 จุด (-0.2%), Nikkei 10,736.44 จุด (-0.1%), AOI 4,812.7 จุด (+0.3%), KOSPI 1,644.64 จุด (-0.3%) กลุ่มผู้ลงทุน: เมื่อวานนี้ ต่างชาติ และ บล. ยังคงซื้อสุทธิ +1,311 และ +364 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่สถาบันและรายย่อยขายสุทธิ -261 และ -1,414 ล้านบาท ตามลำดับ สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันดิบ light NYMEX $79.80 (-1.8%), BDI 3,574 จุด (+1.9%), GRM $6.05 (+38.4%), ทองคำ $1,108.10 (+0.5%) ค่าเงินบาท: เช้านี้ เงินบาทยังแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ซื้อขายที่ 32.53-32.56 บาท/ดอลลาร์ การเมือง: การชุมนุมของกลุ่ม นปช. (“เสื้อแดง”) ที่เริ่มมาตั้งแต่สุดสัปดาห์ (14/3/53) วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดยังดูเป็นบวกมากกว่าลบ แต่การชุมนุมของ กลุ่ม “เสื้อแดง” ที่เริ่มมาตั้งแต่วันศุกร์ (แม้มีผู้เข้าร่วมต่ำกว่าคาด) แต่ก็ยังมีผลกด ตลาดอยู่ อีกทั้งตลาดหุ้นโลกก็ค่อนข้างไร้ทิศทาง คาดว่า SETI จะแกว่งตัวแคบ/ปรับ ตัวฐานเล็กน้อย (sideways/sideways down) ทางด้านเครื่องชี้กระแสเงินทุน (intermarket fund flow indicators) แสดงถึง ความกล้าลงทุน (risk appetite) ที่เริ่มมีแนวโน้มแผ่วลง โดยเห็นได้จาก ... ตลาดหุ้นโลก: เช้านี้ ตลาดหุ้นโลกค่อนข้างไร้ทิศทาง หลายตลาดแสดงให้ เห็นแนวโน้มแกว่งตัวแคบๆ/เริ่มปรับฐานลงเล็กน้อย ตลาดพันธบัตร: อัตราผลตอบแทนพันธบัตร US10Y ยังคงแกว่งตัวอยู่ใน ระดับสูง ล่าสุด=3.6968% (จุดสูงสุด 31/12/52=3.9176%) [ความหมาย: อัตราผลตอบ แทนพันธบัตรรัฐบาล& 61666;=แรงซื้อสินทรัพย์ที่ปลอดความเสี่ยง (risk-free asset)+นักลง ทุนคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจในเชิงลบ] ค่าเงินดอลลาร์: ล่าสุด=80.256 จุด เริ่มปรับตัวลง หลังไม่ผ่านแนวต้านที่ บริเวณ 80~82 จุด (11/6/52-10/7/52) [ความหมาย: ดัชนีค่าเงิน US$& 61665;=แรงขาย สินทรัพย์ที่ไม่ได้ซื้อขายกันในสกุล US$ (non-US$ denominated assets)] สินค้าโภคภัณฑ์: แกว่งตัวขึ้นต่อ โดยน้ำมัน& 61627;$80, ทองคำ& 61627;$1,100, BDI& 61502; 3,000 จุด ในระดับตลาด ยังดูแข็งแรงดี (“climbing the wall of worries”) ด้วยโมเมน ตัมระยะสั้นและกลางที่พลิกกลับมาเป็นบวกอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ SETI มี โอกาสลุ้นทดสอบแนวต้านที่ 750& 61617;5 จุดได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อจำกัดความเสี่ยง เรา แนะนำว่าผู้เล่นระยะสั้นและกลางควรเลื่อนจุดหยุดขาดทุน (trailing stop) ขึ้นไปที่ 725 และ 720 จุด ตามลำดับ ในเชิงกลยุทธ์ เราได้ย้ำมาตลอดตั้งแต่ช่วง ก.พ. ว่านักลงทุนควรมองหา จังหวะ “ซื้อ” มากกว่า “ขาย” เนื่องจาก … SETI ได้ถอยลงมาใกล้จุดต่ำสุดเดิมเมื่อปลายปี 52 ที่บริเวณ 670~680 จุด ค่อนข้างมากแล้ว และเมื่อลงมาระดับ -100 จุด (SETI& 61627;650 จุด) จะเริ่มนิ่ง+มีโอกาส ดีดกลับได้; ผู้เล่นรายใหญ่ได้ถอยออกไปดูสถานการณ์นอกตลาดมาระยะหนึ่งแล้ว (จะ เห็นว่าปี 53 นี้ ไม่มี “January Effect”) ดังนั้น ผู้เล่นรายใหญ่จึงมีเงินสดอยู่ในมือค่อน ข้างมาก; ประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าทุกครั้งที่ตลาดร่วงลงเพราะเหตุทางการเมืองมัก เป็นโอกาสของนักลงทุนในการ “ช้อนซื้อของถูก” (bottom fishing) ในระดับกลุ่ม ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หลังจากที่ให้เพิ่มน้ำหนัก BANK จาก NEUTRAL เป็น OVERWEIGHTED และลดน้ำหนัก ICT จาก NEUTRAL เป็น UNDERWEIGHTED ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อน—ดูรายละเอียดใน Investment Ideas ในระดับหุ้น มีหุ้นที่แสดงสัญญาณบวก (& 61569;=”ACCELERATION”) คือ BAY, CK, DCC, DTAC, ITD, TT&T ส่วนหุ้นแสดงสัญญาณลบ (& 61570;=”DECELERATION”) คือ GLOW, KTB, PTTAR [สังเกต: เครื่องหมาย & 61483;/& 61485; หลัง “คำแนะนำซื้อขาย” (action rating)=“ความชอบของนักวิเคราะห์” (analyst’s preference) เปรียบเทียบ กับหุ้นกลุ่มเดียวกัน—ดู Investment Ideas] แนวโน้มระยะกลาง: หากมองย้อนกลับไปในปี 52 ตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยให้ผลตอบแทนที่สูง มาก ทั้งนี้ ดัชนี SET และ SET50 TRI ได้แสดงอัตราผล ตอบแทนรวม (total return) ถึง >70% ต่อปี—ดูตาราง TRI ซ้ายมือ อย่างไรก็ ตาม หลัง 1H52 นักลงทุนส่วนใหญ่จะคิดแต่ “กลยุทธ์ออก” (exit strategy) [=”ขายทำกำไร”] มากกว่า “กลยุทธ์เข้า” (entry strategy) [=”หา จังหวะซื้อ”] เพราะกังวลว่า ... หลังตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง >3 เดือน คนส่วนใหญ่มองว่า ตลาด “สะท้อน” การ คาดการณ์ที่ว่าเศรษฐกิจจะไม่ฟุบยาว (“L”) แต่ฟื้นตัวขึ้น (“U”หรือ “V”) ไปพอควรแล้ว คนจำนวนไม่น้อยมองว่าการฟื้นตัวดังกล่าวเป็นแค่ “การดีดกลับชั่วคราวใน แนวโน้มขาลง” (bear market rally) เพราะเศรษฐกิจโลกอาจฟุบลงอีกครั้ง (“double dips”) คือ เศรษฐกิจไม่ได้ฟื้นตัวตามรูปแบบ “V” หรือ “U” แต่กลายเป็นรูป แบบ “W” แทน แต่เราได้ย้ำมุมมอง “เชิงบวก” (bullish bias) ตลอดเช่นกันว่าการปรับฐาน ดังกล่าวเป็นเพียง “การจบฉากแรก” (“the end of the beginning”) [ของแนวโน้มขึ้น] ไม่ใช่ “จุดเริ่มต้นของฉากจบ” (“the beginning of the end”) โดยเราได้แนะนำให้ผู้ อ่าน Market Insight หาจังหวะเข้าตลาด (re-entry strategy) ด้วยเหตุผล ดังนี้ เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประเทศต่างๆ อัดเข้าสู่ระบบจะเริ่มเห็นผล ทำให้ เศรษฐกิจโลก ฟื้นตัวขึ้นใน 2H52 และไม่ฟุบยาวในรูปแบบตัว L (“great depression”) ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จะสร้างฐานได้ (bottom out) ในปี 52 ทั้งนี้ จาก ประสบการณ์ช่วงปี 43~44 พบว่าเป็นกลุ่มที่ฟื้นตัวก่อนกลุ่มอื่น (“green shoots” or “pre-recoveries”) เราคาดว่าเม็ดเงินจะไหลกลับมาที่ตลาดหุ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกิด ใหม่ในเอเชีย เพราะวิกฤตครั้งนี้ ประเทศเอเชียไม่ประสบปัญหารุนแรงเท่ากับสหรัฐ อเมริกาและยุโรป เพราะไม่เกิดภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่เหมือนช่วงปี 40 อีกจุดหนึ่งที่เราได้ย้ำเช่นกัน คือ ต้อง “เลือกเล่น” (selective buy) โดยวาง น้ำหนักกลุ่ม (sector weighting)/เลือกหุ้น (stock picking) ที่ถูกต้องด้วย [ให้เลือกเล่น หุ้นกลุ่มที่เราให้วางน้ำหนัก OVERWEIGHTED และตัวหุ้นที่มีสัญญาณ & 61569; =ACCELERATION ในตารางประกอบ Investment Ideas หรือ หุ้นที่มี “& 61514;” ในตาราง Fast Fact เป็นหลัก] สำหรับแนวโน้มปี 53 เรายังคงมีมุมมอง “เชิงบวก” และประเมินเป้าหมาย ใหม่ของ SETI ที่ 838 จุด [ประเมินจากราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้าของหุ้นใน coverage] เนื่องจาก ... ขณะนี้ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่มีความเห็นค่อนข้างเป็นเอกฉันท์ว่า เศรษฐกิจได้ “ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว” (bottom out) ในปี 52 ซึ่งเรามองว่าเศรษฐกิจโลก กำลังเคลื่อนตัวผ่านจากช่วงแรก (“& 61678;”) และช่วงกลาง (“& 61640;”) เข้าสู่ช่วงหลัง (“& 61694;”) ของ ตัว “U” การฟื้นตัวในภาคเศรษฐกิจต่างๆ ที่มีมากขึ้น (broad-based recovery) จะมี ผลให้การปรับตัวขึ้นของตลาดกระจายตัวในกลุ่มต่างๆ มากขึ้น (broad-based rally) “คุณภาพของกำไร” (quality of earnings) มีแนวโน้มดีขึ้น เพราะ “การเติบ โตของกำไร” (bottom-line growth) ไม่ได้มาจากกำไรสต็อก (inventory gain) เหมือน กับการฟื้นตัวในระยะแรก แต่มีแรงหนุนจาก “การเติบโตของยอดขาย” (top-line growth) ด้วย ในเบื้องต้น เราแนะนำให้มองเป้าหมายที่ 750~800 จุดก่อน เพราะมีปัจจัย ถ่วงตลาด คือ ... ช่วงปลายปี 52 หุ้นใหญ่ในกลุ่ม ENERG+CONMA ได้ผลกระทบจากคำสั่ง ศาลปกครองที่ให้ระงับการลงทุนใน “มาบตาพุด” กดดันไม่ให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นได้ มาก ในช่วงต้นปี การเมืองก็เป็นประเด็นที่ยังกดดันตลาดอยู่ เพราะศาลฎีกาได้ นัดฟังคำพิพากษาในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของทักษิณวันที่ 26 ก.พ. 53 อาจทำให้เกิดสถานการณ์วุ่นวายทางการเมืองได้อีกครั้ง ในเชิงเทคนิค โมเมนตัมระยะยาวจะยังดูดี “ถ้า” SETI & 61619; 705 จุด ในเชิง กลยุทธ์ เราให้ถือว่าเป็น “เงื่อนไขสำคัญ” ของการลงทุนเพื่อลุ้นเป้าหมายที่ระดับ 800~850 จุดด้วย คำอธิบาย: OVERWEIGHTED=ควรลงทุนมากกว่าน้ำหนักกลุ่ม เพราะคาด ว่าจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด; NEUTRAL=ควรลงทุนเท่ากับน้ำหนักกลุ่ม เพราะ คาดว่าให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับตลาด; UNDERWEIGHTED=ควรลงทุนน้อยกว่า น้ำหนักกลุ่ม เพราะคาดว่าจะให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด โดยระบบคำแนะนำนี้มีวัตถุ ประสงค์หลักเพื่อเอาชนะดัชนี (beat the index) โดย “น้ำหนักกลุ่ม”=น้ำหนักของหุ้น แต่ละกลุ่มใน SETI, “ผลตอบแทนของตลาด” (market total return)=อัตราผลตอบ แทนที่คำนวณจาก SET Total Return Index (SETTRI) ทั้งนี้ TRI (total return index)=ดัชนีผลตอบแทนรวมจากการลงทุนในหลัก ทรัพย์ ซึ่งรวม 1) กำไร/ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ (capital gain/loss); 2) สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน (right); 3) เงินปันผล (dividend) โดยสมมติว่าเงิน ปันผลถูกนำไปลงทุนซ้ำ (reinvest) ในหลักทรัพย์เดิมด้วย โดยจุดเริ่มต้นของดัชนี TRI (2/1/45)=1,000 จุด
|
Comments