| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Friday, 03 June 2011 10:12 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต ที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ในเดือนพฤษภาคมขยายตัวที่ระดับ 53.5 จุด ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนเมษายนขยายตัวได้ดีถึง 60.4 จุด และน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์โดย consensus คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 57.7 จุด โดยอุตสาหกรรมทั้งหมด 18 ประเภทของสหรัฐนั้นมีอุตสาหกรรม 14 ประเภทที่มีการขยายตัว รวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์การขนส่ง และเคมีภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีภาคการผลิตขยายตัวติดต่อกันเป็นเวลา 22 เดือน แต่ถือเป็นสถิติครั้งแรกในรอบปีนี้ที่ดัชนีภาคการผลิตขยายตัวต่ำกว่าระดับ 60 จุด นอกจากนี้ การที่ดัชนีขยายตัวช้าลงในเดือนพฤษภาคม สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ที่ซบเซาในภาคการผลิต เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์และเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นส่งผลให้อุปสงค์ในส่วนของผู้บริโภคและภาคเอกชนลดน้อยลงด้วย - ยอดการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.4% สู่ 7.6498 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมีนาคม มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% - ADP Employer Services ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยด้านตลาดแรงงานในสหรัฐฯ รายงานยอดการจ้างงานภาคเอกชนในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 38,000 ตำแหน่ง จากที่เพิ่มขึ้นถึง 177,000 ตำแหน่งในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเพิ่มขึ้นในอัตราต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2553 และเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 175,000 ตำแหน่ง โดยธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางเพิ่มการจ้างงาน 27,000 ตำแหน่ง และ 30,000 ตำแหน่งตามลำดับ แต่ธุรกิจขนาดใหญ่ลดการจ้างงานลง 19,000 ตำแหน่ง สำหรับภาคบริการเพิ่มการจ้างงาน 48,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 17 แต่ภาคการผลิตสินค้ากลับลดการจ้างงานลง 10,000 ตำแหน่ง
ยุโรป: สหภาพยุโรป - สำนักงานสถิติสหภาพยุโรป หรือยูโรสแตท เปิดเผยว่า อัตราว่างงานในเขตยูโรโซนยังคงทรงตัวที่ 9.9% ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกันกับเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวได้ลดลงจากระดับ 10.2% ของเดือนเมษายนปีที่แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ตลาดแรงงานในเขตยูโรโซนมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว แต่จังหวะการฟื้นตัวยังเชื่องช้าจนเกินไป - Eurostat รายงานอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนลดลงจาก 2.8% (y-o-y) ในเดือนเมษายน เหลือ 2.7% ในเดือนพฤษภาคม แต่ยังสูงกว่าระดับที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กำหนดไว้ที่ 2% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาอาหารและราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า อีซีบีมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ในเดือนมิถุนายน - นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานกลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซน กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับประธานาธิบดีนิโคลาส์ ซาร์โคซีของฝรั่งเศสว่า ผู้นำในกลุ่มอียูกำลังเร่งสรุปมาตรการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินงวดใหม่สำหรับกรีซ ซึ่งทำให้มีความหวังว่ากรีซจะได้รับความช่วยเหลือครั้งใหม่ พร้อมกับแสดงความคิดเห็นว่า การปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซยังไม่ใช่ทางเลือกในขณะนี้ ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าเงินช่วยเหลืองวดใหม่อาจมีมูลค่าราว 30 พันล้านยูโร
เยอรมนี - สำนักงานแรงงานเยอรมนีเปิดเผยว่า อัตราว่างงานที่ปรับตามฤดูกาล (seasonally adjusted) ปรับตัวลดลงแตะ 7% ในเดือนพฤษภาคมจาก 7.1% ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บสถิติเมื่อ 20 ปีก่อน ขณะที่จำนวนคนว่างงานที่ปรับตามฤดูกาล ลดลง 8,000 คน ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง 30,000 คนและน้อยกว่าที่ลดลง 33,000 คนในเดือนเมษายน ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมมีจำนวนผู้ว่างงาน 2.97 ล้านคน ทั้งนี้ อัตราว่างงานและจำนวนคนว่างงานที่ลดลงนั้น เนื่องมาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ได้รับปัจจัยหนุนจากการส่งออกและการใช้จ่ายของภาคธุรกิจและผู้บริโภคที่สูงขึ้น
อังกฤษ - สภาหอการค้าอังกฤษ (British Chambers of Commerce: BCC) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจอังกฤษปี 2554 และปี 2555 เหลือ 1.3% และ 2.2% ตามลำดับ จากคาดการณ์เดิมที่ 1.4% และ 2.3% เนื่องจากมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลอังกฤษ ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง โดย BCC คาดว่าจะอยู่ที่ 4.5% และ 2.7% ในปี 2554 และปี 2555 ส่งผลให้ภาคครัวเรือนชะลอการใช้จ่าย ทั้งนี้ BCC คาดว่าธนาคารอังกฤษ (Bank of England : BoE) มีแนวโน้มจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายภายในเดือนสิงหาคม 2554 และอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นแตะ 1% ในช่วงปลายปี 2554 ก่อนเพิ่มเป็น 2.75% ภายในปี 2555
กรีซ - เยอรมนีและประเทศอื่นๆบางประเทศในยุโรปกำลังพิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไขบางด้าน รวมถึงการยกเลิกการกดดันให้กรีซร่นเวลาการชำระหนี้พันธบัตรให้เร็วขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับข่าวที่ว่าสหภาพยุโรป (อียู) กำลังเร่งสรุปมาตรการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินงวดใหม่สำหรับกรีซ ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า กรีซจะรอดพ้นจากการปรับโครงสร้างหนี้
เอเชีย: จีน - การผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือนพฤษภาคมขยายตัวในในอัตราที่น้อยที่สุดใน 9 เดือนจากการที่ทางการจีนใช้มาตรการการเงินเข้มงวดมากขึ้นเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อและการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยดัชนี PMI ซึ่งจัดทำโดย the China Federation of Logistics and Purchasing เดือนพฤษภาคมลดลงมาอยู่ที่ 52 จากระดับ 52.9 ในเดือนเมษายน ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ไว้ที่ 51.6 ทั้งนี้ดัชนีที่สูงกว่า 50 ชี้ถึงภาวะการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม โดยดัชนีดังกล่าวรวบรวมจากการสำรวจผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของบริษัทจำนวนมากกว่า 820 บริษัท
เกาหลีใต้ - อัตราเงินเฟ้อของเกาหลีใต้สูงเกินเป้าหมายทางการเป็นเดือนที่ 5 โดยดัชนีราคาผู้บริโภคเกาหลีใต้เดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 4.1% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ลดลงจากที่ในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 4.2% และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ไว้ที่ 4.2% ทั้งนี้กระทรวงการคลังเกาหลีใต้คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อปีนี้อาจจะสูงเกินเป้าที่ 3% โดยธนาคารกลางเกาหลีใต้กำหนดกรอบอัตราเงินเฟ้อในปีนี้และปีหน้าไว้ที่ 2-4% และได้คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ 3.9%
ออสเตรเลีย - เศรษฐกิจออสเตรเลียไตรมาสแรกหดตัวลงมากที่สุดใน 20 ปี จากการที่เหตุการณ์น้ำท่วมส่งผลลบต่อการส่งออกถ่านหิน รวมทั้งภาคการเกษตร โดยเศรษฐกิจออสเตรเลียไตรมาสแรกหดตัวลง 1.2% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังจากที่ไตรมาสที่ 4 ปีก่อนเศรษฐกิจขยายตัว 0.8% ทั้งนี้ธนาคารกลางออสเตรเลียคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.75% ในการประชุม 5 ครั้งหลังสุด เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวจากความเสียหายของภาคอสังหาริมทรัพย์ เหมืองแร่ และภาคการเกษตรจากเหตุการณ์น้ำท่วมและพายุไซโคลน
ไทย - กระทรวงการคลัง ระบุว่า ขณะนี้กรมบัญชีกลางและสำนักงบประมาณอยู่ระหว่างการดำเนินการกำหนดราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐใหม่ เพื่อให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยจะมีการแยกเป็น 9 หมวด เช่น หมวดก่อสร้าง เป็นต้น ซึ่งคาดว่าภายใน 2 เดือน จะเริ่มทยอยประกาศราคากลางใหม่ออกมาใช้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้ทันที - กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 4.2% (y-o-y) และเพิ่มขึ้น 0.3% (m-o-m) เนื่องจากสินค้าในหมวดอาหารและพลังงานมีราคาเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอาหาร สินค้าเกษตร ซึ่งส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น สำหรับอัตราเงินพื้นฐานในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 2.5% (y-o-y) และเพิ่มขึ้น 0.5% (m-o-m) ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 5 เดือนแรกของปีนี้จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.5% (y-o-y) ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น 1.8% (y-o-y) ซึ่งยังอยู่ในกรอบอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของธนาคารแห่งประเทศไทยที่กำหนดไว้ 0.5-3% นอกจากนี้ ยังคาดการณ์อัตรา เงินเฟ้อในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ว่า จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.5% (y-o-y) สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบต่อเงินเฟ้อปีนี้ คือ ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น และอัตราดอกเบี้ยในช่วงขาขึ้น - ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 2.75% เป็น 3.00% โดยระบุว่าได้พิจารณาภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อรวมทั้งแนวโน้มในระยะต่อไป โดยเห็นว่าเศรษฐกิจโลกในไตรมาสแรกชะลอลงเล็กน้อย แต่ในภาพรวมยังมีแรงส่งต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีสัญญาณว่าการบริโภคได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ส่วนเศรษฐกิจยุโรปคาดว่าจะยังขยายตัวได้ แต่มีความเสี่ยงจากปัญหาหนี้สาธารณะที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างชัดเจน สำหรับเศรษฐกิจญี่ปุ่นชะลอลงมากกว่าที่คาดจากผลของภัยพิบัติ ขณะที่เศรษฐกิจเอเซียขยายตัวได้ดีแต่มีความเสี่ยงต่อแรงกดดันด้านราคา สำหรับเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกยังขยายตัวได้ดี จากข้อมูลล่าสุดในเดือนเมษายนสะท้อนว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ตามภาวะการจ้างงานที่ยังดีต่อเนื่อง รายได้เกษตรกรและเม็ดเงินจากการใช้จ่ายของภาครัฐที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้ภาคการผลิตอุตสาหกรรมชะลอลงบ้าง คณะกรรมการฯ ประเมินว่าปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ยังคงเป็นแรงส่งสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่อเนื่องในปี 2554 อย่างไรก็ดี แรงกดดันด้านราคาเร่งขึ้นมากกว่าที่คาดตามการปรับราคาในหมวดอาหารสำเร็จรูปตามต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อคาดการณ์ยังทยอยปรับสูงขึ้น นอกจากนี้ ภายใต้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังอยู่ในระดับสูงอุปสงค์ในประเทศที่ขยายตัวดีต่อเนื่องจะยังคงเอื้อให้มีการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นมายังราคาสินค้าโดยทั่วไป ทำให้มีความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวต่อเนื่อง และอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานออกนอกกรอบเป้าหมายได้
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (1 มิ.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการประกาศตัวเลขเกี่ยวกับการจ้างงานในสหรัฐฯซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าภาวะการจ้างงานในสหรัฐฯจะชะลอลง - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (1 มิ.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ตลาดการเงินคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาสัปดาห์นี้ไปในทางลบ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (1 มิ.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับยูโรในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการประกาศตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐฯของ ADP Employers Services ที่จะประกาศในคืนนี้ และตัวเลขของกระทรวงแรงงานที่จะประกาศในวันศุกร์นี้ซึ่งตลาดการเงินคาดว่าภาวะการจ้างงานในสหรัฐฯจะชะลอลง นอกจากนี้ตลาดยังคาดว่าดัชนีภาคโรงงานของสหรัฐฯเดือนพฤษภาคมจะลดลง อย่างไรก็ดีจากการที่มูดี้ส์ลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลง 3 ขั้นก็ส่งผลให้ค่าเงินยูโรลดลงในช่วงบ่ายของตลาดสหรัฐ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (1 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับลดลงในเช้าวันนี้หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯชี้ว่าภาคอุตสาหกรรมขยายตัวในอัตราที่ต่ำที่สุดในรอบกว่า 1 ปี และการจ้างงานในประเทศเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับจากเดือนกันยายนปีก่อน - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (1 มิ.ย.) ดัชนีนืกเกอิปรับลดลงในช่วงเช้าจากการที่ตลาดกังวลต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯหลังข้อมูลราคาบ้านสหรัฐฯลดลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 9 ปี ขณะเดียวกันตลาดก็กังวลต่อการที่ต้นทุนพลังงานของบริษัทญี่ปุ่นที่อาจจะเพิ่มขึ้นจากผลกระทบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีได้ปรับตัวสูงขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยในวันนี้ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.27% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดทรงตัวและลดลง 0.24% ตามลำดับโดยในวันนี้ข้อมูลดัชนี PMI ของจีนที่ประกาศออกมาชี้ว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือนพฤษภาคมขยายตัวในอัตราที่น้อยที่สุดใน 9 เดือน - ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันพุธ (1 มิ.ย.) ดัชนีหุ้นไทยลดลงในวันนี้โดยมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยในวันนี้กระทรวงพาณิชย์แถลงว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปและดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของไทยในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงขึ้นจากเดือนก่อน ขณะเดียวกันกนงก็มีมติเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25%
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 2 มิถุนายน 2554
|
Comments