Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Thursday, 09 June 2011 09:12

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          -  รายงานสำรวจภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book ที่จัดทำโดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งเป็นรายงานจากเฟดทั้ง 12 เขตในสหรัฐระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจใน 7 เขตจากทั้งหมด 12 เขต ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงนิวยอร์ก ฟิลาเดลเฟีย แอตแลนต้า และชิคาโก โดยภาคการผลิตในหลายเขตมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ภาคการผลิตในบางเขตชะลอตัวลง เนื่องจากผลกระทบของภาวะติดขัดในห่วงโซ่อุปทานซึ่งเกิดขึ้นหลังจากเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในญี่ปุ่น ขณะที่ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคซึ่งเป็นเป็นสัดส่วน 70% ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมนั้น ฟื้นตัวขึ้นในบางเขต แต่มีหลายเขตที่ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคยังคงซบเซา เนื่องจากราคาอาหารและพลังงานที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่วนภาวะสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคมีการขยายตัวในอัตรา 3% ต่อปีในเดือนเมษายน แต่ผู้บริโภคพยายามลดการใช้บัตรเครดิตเนื่องจากไม่ค่อยมั่นใจในเสถียรภาพของตลาดแรงงานและเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงชะลอตัวลง หลังจากจำนวนบ้านที่ถูกธนาคารยึดปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในรายงานดังกล่าวยังระบุว่า ตลาดแรงงานของสหรัฐค่อยๆกระเตื้องขึ้นในเกือบทุกภูมิภาค โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตัวเลขจ้างงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 54,000 ตำแหน่ง แต่การที่อัตราว่างงานดีดขึ้นสู่ระดับ 9.1% นั้น สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดแรงงานยังฟื้นตัวไม่มากพอที่จะผลักดันเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งได้ ขณะเดียวกันในด้านเงินเฟ้อ Fed ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่งผลให้กลุ่มผู้ผลิตผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปให้กับผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม Fed ยังมีความเชื่อมั่นว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในภูมิภาคส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

          -  เบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กล่าวในการประชุมที่เมืองแอตแลนต้า มลรัฐจอร์เจียว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากภาคการผลิตชะลอตัวลง อันเป็นผลมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น นอกจากนี้ เศรษฐกิจสหรัฐยังได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน พร้อมระบุว่ามีสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้นจากวิกฤตการเงินครั้งร้ายแรงที่สุดแล้ว แต่ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังคงได้รับผลกระทบจากจำนวนคนว่างงานที่สูงมาก โดยรายงานล่าสุดของกระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่า จำนวนคนว่างงานที่ไม่มีงานทำติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 27 สัปดาห์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 361,000 คน สู่ระดับ 6.2 ล้านคนในเดือนพฤษภาคม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 45.1% ของจำนวนคนว่างงานทั้งหมด และใกล้เคียงกับสัดส่วนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 45.6% เมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังระบุว่า ภาวะซบเซาของภาคการผลิตเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวได้น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากเกิดภาวะติดขัดในห่วงโซ่อุปทาน ที่เป็นผลมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลืนสึนามิในญี่ปุ่น ซึ่งภัยพิบัติทางธรรมชาติในครั้งนี้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตแล้ว ยังสร้างแรงกดดันให้กับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกด้วย ทั้งนี้ ยังได้กล่าวย้ำว่าแม้ว่าจะเกิดภาวะติดขัดในห่วงโซ่อุปทานที่เป็นผลมาจากแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคมที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐในไตรมาสแรก แต่คาดว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจะเริ่มกระเตื้องขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

          -  นายจอห์น ลิปสกี รักษาการผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) กล่าวว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นในช่วงหลายไตรมาสข้างหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของการส่งออกและรายได้สุทธิ

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          -  สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป หรือยูโรสแตท เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกในยูโรโซนปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.9% (m-o-m) ในเดือนเมษายน โดยยอดค้าปลีกสินค้าในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบเพิ่มขึ้น 0.7% และเมื่อเทียบเป็นรายปี ดัชนียอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 1.1% (y-o-y)

 

          -  คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอให้มีการจัดทำงบประมาณอย่างน้อย 150 ล้านยูโร หรือ 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อใช้จ่ายเป็นค่าชดเชยให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้ออีโคไล ทั้งนี้ ยอดขายผักของกลุ่มผู้ผลิตผักที่ใช้ทำสลัดนั้นร่วงลงอย่างหนักในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาด ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 24 ราย และติดเชื้ออีกเกือบ 2,400 ราย

 

เยอรมนี

          -  ทางการเยอรมนีรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมในเยอรมนีเดือนเมษายนขยายตัว 2.8% (m-o-m) มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 2% เนื่องจากยอดสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมของเยอรมนีจากภายในประเทศและต่างประเทศขยายตัว 2.1% และ 3.4%

          -  นางแองเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐฯ มีความเห็นพ้องต้องกันว่า จะไม่ยอมปล่อยให้วิกฤตหนี้ยุโรปส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่รู้สึกกังวลกับข้อมูลที่ว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาจจะไม่แข็งแกร่งพอที่จะกระตุ้นการจ้างงานให้ขยายตัวอย่างรวดเร็วเท่าที่อยากให้เกิดขึ้น

 

อังกฤษ

          -  สมาพันธ์การจัดหางานและการจ้างงานของอังกฤษ (REC) และบริษัท KPMG เปิดเผยผลสำรวจพบว่า บริษัทจัดหางานในอังกฤษเปิดรับสมัครพนักงานประจำและชั่วคราวในอัตราต่ำสุดในรอบ 7 เดือนในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเพิ่มความวิตกเกี่ยวกับภาวการณ์ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ผลวิจัยระบุว่า การจ้างงานในภาคเอกชนชะลอตัวลงในช่วงที่รัฐบาลกำลังหวังว่า บริษัทต่างๆจะจ้างพนักงานมากขึ้นเพื่อชดเชยการปลดคนงานในภาคสาธารณะ

 

เอเชีย: เกาหลีใต้

          -  ธนาคารกลางเกาหลีใต้แถลงว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้ไตรมาสแรกขยายตัว 4.2% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ซึ่งเท่ากับตัวเลขเดิมที่แถลงเมื่อเดือนเมษายน โดยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเศรษฐกิจขยายตัว 1.3% ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าวนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามของปีนี้ในวันศุกร์ที่ 10 มิถุนายนนี้ หลังจากที่ในการประชุมเมื่อเดือนมกราคมและมีนาคมได้เพิ่มอัตราดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% และคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมเมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อของเกาหลีใต้ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาสูงเกินเพดานของธนาคารกลางเกาหลีใต้ที่ 4% ทุกเดือน โดยในเดือนพฤษภาคมอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 4.1% ลดลงเล็กน้อยจากเดือนเมษายนซึ่งอยู่ที่ 4.2% ในขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาพลังงานและอาหารเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 3.5% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มมากที่สุดนับจากเดือนมิถุนายน 2552

 

ญี่ปุ่น

          -  IMF เรียกร้องให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นเพิ่มการซื้อสินทรัพย์เพื่อป้องกันภาวะเงินฝืดและสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวฯเมื่อเดือนมีนาคม ทั้งนี้ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นพร้อมที่จะขยายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยหลังจากแผ่นดินไหวฯธนาคารกลางญี่ปุ่นได้เพิ่มเงินทุนในโครงการซื้อสินทรัพย์ฯจาก 5 ล้านล้านเยน เป็น 10 ล้านล้านเยน ( 125 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ) นอกจากนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่าจะคงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไว้จนกว่าระดับราคาสินค้าในประเทศจะเพิ่มขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ ทั้งนี้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี

          -  กระทรวงการคลังญี่ปุ่นแถลงว่าจีนซื้อพันธบัตรระยะยาวของญี่ปุ่น 1.33 ล้านล้านเยน ( 16.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ) ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลเมื่อเดือนมกราคม 2548 เนื่องจากจีนต้องการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น โดยจีนเป็นประเทศที่มีทุนสำรองฯสูงที่สุดในโลกในขณะนี้

 

ไทย

          -  สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนเมษายน 2554 ลดลง -7.8% (y-o-y) สู่ระดับ 165.89 จากระดับ 179.95 โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 54.6% อุตสาหกรรมที่ทำให้ MPI หดตัวลงที่สำคัญได้แก่ การผลิตยานยนต์ Hard Disk Drive เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร เป็นต้น อันเป็นผลมาจากบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศญี่ปุ่นได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวและสึนามิ ทำให้ไม่สามารถส่งชิ้นส่วนสำคัญที่ใช้เทคโนโลยีสูงจากบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นให้ได้ ส่งผลให้ผู้ผลิตของไทยที่นำเข้าชิ้นส่วนเพื่อทำการผลิตประสบปัญหา ทำให้มีการปรับแผนการผลิตลดลง โดยในเดือนเมษายนปีนี้ บางบริษัททำการผลิตเพียง 17 วัน

 

อื่นๆ

          -  ธนาคารโลก(World Bank) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 3.2% ในปี 2554 ก่อนที่จะขยายตัวเร็วขึ้นสู่ระดับ 3.6% ในปี 2555 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจะยังคงแข็งแกร่งในปี 2554 ไปจนถึงปี 2555 แม้อัตราการขยายตัวโดยรวมมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากอุปสรรคและความไม่แน่นอนในด้านต่างๆ โดยในปี 2554-2556 เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาจะชะลอตัวจากระดับ 7.3% ในปี 2553 เป็น 6.3% ต่อปีในช่วงปี 2554-2556 สำหรับเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วจะชะลอตัวจากระดับ 2.7% ในปี 2553 สู่ระดับ 2.2% ในปี 2554 ก่อนที่จะขยายตัว 2.7% และ 2.6% ในปี 2555 และ 2556 ตามลำดับ นอกจากนี้ ธนาคารโลกชี้ว่า แนวโน้มที่ซบเซาของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในยุโรป ยังคงได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ต่างๆ รวมถึงอัตราว่างงานที่สูงมาก และสถานะด้านการเงินทั้งในภาคครัวเรือนและภาคการธนาคาร รวมทั้งสถานะด้านการคลังของรัฐบาล ทั้งนี้ ธนาคารโลกได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจของสหรัฐลงสู่ระดับ 2.6% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัว 2.8%

          -  สำนักงานสารนิเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) คาดการณ์ว่า อัตราการใช้น้ำมันทั่วโลกจะขยายตัว 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็น 88.43 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2554 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะขยายตัวเพียง 300,000 บาร์เรลต่อวัน และคาดว่าอัตราการใช้น้ำมันทั่วโลกในปี 2555 จะขยายตัว 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน พร้อมคาดว่า อุปทานตลาดน้ำมันโลกจะตึงตัวไปจนถึงปี 2555 เนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้น และเนื่องจากการผลิตที่ลดลงในประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปค

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (8 มิ.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนีตามภาวะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง นอกจากนี้จากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ขยายตัวลดลงส่งผลลบต่อการคาดการณ์แนวโน้มการส่งออกของประเทศในภูมิภาคเอเซีย และส่งผลให้ค่าเงินในภูมิภาคเอเซียอ่อนลง

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (8 มิ.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ประธาน Fed นิวยอร์คกล่าวว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯยังอ่อนแอ ซึ่งตลาดการเงินคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะคงนโยบายการเงินผ่อนคลายและคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำต่อไป

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (8 มิ.ย.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่รัฐมนตรีคลังเยอรมนีกล่าวว่าผู้ถิอหุ้นกู้ของกรีซจะต้องมีส่วนร่วมในแผนการช่วยเหลือชุดที่สองสำหรับกรีซ

 

Capital Market

          -  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (8 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯยังคงปรับตัวลดลงในวันนี้ตามการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (8 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นลดลงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนกังวลต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯหลังจากประธานธนาคารกลางสหรัฐฯยอมรับถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจแต่ไม่บ่งชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯกำลังพิจารณามาตรการการเงินเพิ่มเติมใดๆ อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีนิกเกอิได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่ผลสำรวจของรัฐบาลญี่ปุ่นชี้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการค้าที่ติดต่อกับผู้บริโภคโดยตรงในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า และเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับจากเดือนมีนาคม 2552 โดยดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.07% ในวันนี้ ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดสูงขึ้น 0.22% โดยเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ดีปริมาณการซื้อขายยังคงเบาบาง สำหรับดัชนีตลาดอื่นๆในเอเซียในวันนี้ได้รับผลลบจากการที่ตลาดกังวลต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

          -  ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันพุธ (8 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดตลาดลดลงถึง 20.17 จุดในวันนี้จากการที่นักลงทุนต่างชาติกังวลประเด็นการเมืองในประเทศ ขณะเดียวกันปัจจัยเรื่องแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯก็มีผลต่อหุ้นไทยเช่นเดียวกับตลาดเอเซียอื่นๆ

 

         โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 9 มิถุนายน 2554

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment