Error
สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย
Print
Friday, 23 September 2011 13:05

สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ

 

สรุปภาวะตลาดเงิน

- USD/THB อ่อนค่าอยู่ที่ระดับ 30.78 จากการที่นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง และเข้าถือเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 30.90

- EUR/USD ที่อยู่ที่ระดับ 1.346 โดยยูโรอ่อนค่า จากความกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลให้นักลงทุนเข้าถือดอลลาร์ และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯเพื่อป้องกันความเสี่ยง วันนี้คาดปรับตัวลงไปที่ 1.346

- USD/JPY อยู่ที่ 76.28 โดยเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้นักลงทุนเข้าถือเงินเยนเพื่อป้องกันความเสี่ยง วันนี้คาดปรับตัวลงไปที่ 75.80

 

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

- ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนพ.ย. ร่วงลง 5.41 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 80.51 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล จากสัญญาณทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอได้กดดันต่อแนวโน้มอุปสงค์น้ำมัน โดยเฉพาะสัญญาณการชะลอตัวในยุโรป

- ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 66.40 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 1,741.70 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากการที่นักลงทุนไม่มั่นใจว่าราคาทองคำจะสามารถพุ่งขึ้นต่อไปได้ และจากการที่ตลาดผันผวนอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนลดความเสี่ยงด้วยการเทขายทองคำ และถือเงินสด

 

ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ

- ตลาดหุ้นไทย ปิดลดลงแรงเกือบ 3.8% จากแรงขายออกมามากในภาคบ่ายในกลุ่มพลังงาน และแบงก์ จากความกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรป อย่างไรก็ดี การปรับตัวของหุ้นไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกับหุ้นในภูมิภาคที่ต่างชาติขายสุทธิค่อนข้างมาก

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงหนัก โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลงราว 3.5% จากมุมมองของเฟดในเชิงลบต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้ผลกระทบจากการชะลอตัวของอุปสงค์ทั่วโลก ที่แม้แต่จีนยังแสดงภาวะถดถอยจากภาคการผลิตที่หดตัวต่อเนื่อง

 

อัตราดอกเบี้ย

ไทย          ตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วัน (Repo rate)  3.50%

สหรัฐฯ        Fed Funds rate                     0-0.25%

ยูโรโซน       Refinancing Rate                     1.50%

อังกฤษ        Repo Rate                            0.50%

ญี่ปุ่น          Official Cash Rate              0.00-0.10%

 

ตลาดหุ้นที่สำคัญ

- ตลาดหุ้นไทย ปิดลดลงแรงเกือบ 3.8% จากแรงขายออกมามากในภาคบ่ายในกลุ่มพลังงาน และแบงก์จนดัชนีหลุดระดับ 1,000 จุด จากความกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรป อย่างไรก็ดี การปรับตัวของหุ้นไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกับหุ้นในภูมิภาคที่ต่างชาติขายสุทธิค่อนข้างมาก

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงหนัก โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลงราว 3.5% จากมุมมองของเฟดในเชิงลบต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้ผลกระทบจากการชะลอตัวของอุปสงค์ทั่วโลก ที่แม้แต่จีนยังแสดงภาวะถดถอยจากภาคการผลิตที่หดตัวต่อเนื่อง นอกจากนี้ตัวเลขการขอสวัสดิการครั้งแรกของสหรัฐฯก็ลดลงเพียงเล็กน้อย คาดว่านักลงทุนยังคงผิดหวังจากการที่ไม่มี QE3

 

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

- ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนพ.ย. ร่วงลง 5.41 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 80.51 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล จากสัญญาณทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอได้กดดันต่อแนวโน้มอุปสงค์น้ำมัน โดยเฉพาะสัญญาณการชะลอตัวในยุโรป อาทิ ดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจของเยอรมัน และ PMI ของยูโรโซนที่ลดลงต่ำกว่า 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะถดถอย

- ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 66.40 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 1,741.70 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากการที่นักลงทุนไม่มั่นใจว่าราคาทองคำจะสามารถพุ่งขึ้นต่อไปได้ และจากการที่ตลาดผันผวนอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนลดความเสี่ยงด้วยการเทขายทองคำ และถือเงินสดในรูปดอลลาร์สหรัฐฯไว้

 

ตลาดเงินนิวยอร์ค

- EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.346 โดยยูโรอ่อนค่า จากความกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลให้นักลงทุนเข้าถือดอลลาร์สหรัฐฯ และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯเพื่อป้องกันความเสี่ยง ทั้งจากสัญญาณการชะลอตัวของยูโรโซน และจีน อีกทั้งความไม่แน่นอนที่กรีซจะได้เงินช่วยเหลือเพิ่มเติม และอาจผิดนัดชำระหนี้ได้สร้างแรงกดดันต่อยูโร

 

ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

- USD/JPY อยู่ที่ 76.28 โดยเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้นักลงทุนเข้าถือเงินเยนเพื่อป้องกันความเสี่ยง อย่างไรก็ดี การที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นได้สร้างแรงกดดันต่อธนาคารกลางญี่ปุ่นที่อาจเข้าแทรกแซงค่าเงินได้

- GPB/USD อยู่ที่ระดับ 1.5343 โดยปอนด์ร่วงลงหนักอีกวันหนึ่งจากการที่นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจากความกังวลต่อเศรษฐกิจ  ยูโรโซน และสหรัฐฯ และจากการคาดการณ์ว่าอาจมีมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณเงินเข้าระบบมากขึ้น ซึ่งจะกดดันให้ค่าเงินปอนด์อ่อนค่า

 

ตลาดเงินเอเชีย

- สกุลเงินเอเชีย อ่อนค่าลงหนักนำโดยวอน และดอลลาร์ไต้หวันจากการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงโดยนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกองทุนเฮดจ์ฟันด์ต่างประเทศ โดยวานนี้หุ้นร่วงลงทั้งภูมิภาค นำโดยอินโดนีเซียที่ร่วงลงกว่า 8.8% ขณะที่ประเทศอื่นลดลงราว 2-4% อย่างไรก็ดีธนาคารกลางหลายประเทศได้เข้าแทรกแซงค่าเงิน ซึ่งนักลงทุนมองเป็นโอกาสในการทำกำไร

- USD/THB อ่อนค่าอยู่ที่ระดับ 30.78 จากการที่นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง และเข้าถือเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเงินทุนไหลออกจากการที่ต่างชาติขายหุ้น และพันธบัตรไทย เนื่องจากผิดหวังที่ทางเฟดไม่ได้เพิ่มงบดุลเพื่อพิมพ์เงินออกมากระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง

 

หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ปรากฏอ้างอิงจาก Reuters ซึ่งอาจไม่ใช่ราคาทำการจริงในตลาด

 

ท่านสามารถรับฟังข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติได้ที่ <โทร 0 2888 8822 หลังเลือกภาษา กด 711 ทิศทางค่าเงินวันนี้

.... กด 721 สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน> หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

www.twitter.com/KBankFX

www.facebook.com/KBankFX

 

วารุณี สิทธิถาวร

ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน

โทรศัพท์: 02 470 1031

E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

โดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 23 กันยายน 2554

 

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment