Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Tuesday, 06 March 2012 09:15

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

         - ยอดสั่งซื้อสินค้าภาคโรงงานในเดือนมกราคมลดลง 1.0%  หลังจากเพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน และเป็นการลดลงในอัตรามากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553.แต่น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดไว้ว่าจะลดลง 1.5% โดยยอดสั่งซื้อสินค้าในหมวดสินค้าประเภททุน (capital goods) ที่ไม่รวมหมวดยานบินและยุทโธปกรณ์ลดลงมากถึง 3.9% หลังจากเพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือนธันวาคม 2554 ขณะที่ยอดส่งออกทางเรือ (Shipments) ในสินค้าประเภทอุปกรณ์ ซึ่งใช้ในการคำนวณใน GDP ลดลง 3% จากที่ขยายตัว 2.8% ในเดือนก่อนหน้า

         - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการ ที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 57.3 จากระดับ 56.8 ในเดือนมกราคม มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 56 ทั้งนี้ ค่าดัชนีที่อยู่สูงกว่าระดับ 50 เป็นเดือนที่ 26 ติดต่อกัน แสดงถึงการขยายตัวของภาคบริการที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง  โดยดัชนีในหมวดหัวข้อย่อยอาทิ ดัชนีที่เกี่ยวกับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 61.2 จากระดับ 59.4 ในเดือนก่อนซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี ขณะที่ดัชนีเกี่ยวกับการจ้างงานอยู่ที่ระดัล 55.7 จากระดับ 57.4 แต่ยังเป็นระดับที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2549

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

         - ผู้นำของสหภาพยุโรป (อียู) (ยกเว้นอังกฤษและสาธารณรัฐเช็ค) ลงนามสนธิสัญญาระหว่างรัฐบาลด้านการรักษาเสถียรภาพการคลังอย่างเป็นทางการ โดยผู้นำอียูได้เห็นพ้องที่จะจัดหาเงินทุนที่รวดเร็วยิ่งขึ้นสำหรับกองทุนถาวรเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับยุโรปในการรับมือกับวิกฤตหนี้สิน ทั้งนี้ ผู้นำอียูอาจร่วมกันนำเงินเข้าสู่กองทุนในช่วง 2 ปีแรกของการจัดตั้งกองทุนมูลค่า 5 แสนล้านยูโร (6.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) และจะเสร็จสิ้นการนำเงินเข้าสู่กองทุนในปี 2558

 

เยอรมนี

         - สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี รายงานยอดค้าปลีกของเยอรมนีเดือนมกราคมหดตัว 1.6% (m-o-m) ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ขยายตัว 0.5% เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้น ส่งผลให้ภาคครัวเรือนชะลอการใช้จ่าย

 

อิตาลี

          - สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลีรายงานว่า ยอดขาดดุลงบประมาณของอิตาลีปรับตัวลดลงสู่ระดับ 3.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จากระดับ 4.6% ในปี 2553 ซึ่งร่วงลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4% เนื่องจากการปรับลดค่าใช้จ่ายและการขึ้นภาษีช่วยกระตุ้นการเงินภาครัฐแม้ว่าเศรษฐกิจก้าวเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีที่แล้วชะลอตัวสู่ระดับ 0.4% จากระดับ 1.8% ในปี 2553

 

กรีซ

          - รัฐบาลเปิดประมูลให้กับเอกชนเช่าศูนย์ถ่ายทอดระหว่างประเทศ ซึ่งได้ก่อสร้างขึ้นสำหรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 2547 โดยระยะเวลาการเช่า 90 ปี ซึ่งการเปิดให้เช่าศูนย์ดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในโครงการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของกรีซ เพื่อลดปัญหาหนี้สาธารณะและการขาดดุลงบประมาณของรัฐ

          - มูดีส์ อินเวสต์เตอร์เซอร์วิส ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารทางการเงินประเภท Local and Foreign Currency Bond Ratings ของกรีซลง 1 ขั้น จาก Ca เป็น C ซึ่งเป็นอันดับความน่าเชื่อถือต่ำที่สุด เนื่องจากการสว็อปพันธบัตรรัฐบาลกรีซ จะส่งผลให้เจ้าหนี้ภาคเอกชนถูกปรับลดมูลหนี้ลง 53.5% ของมูลค่าของพันธบัตรรัฐบาลกรีซ โดยหากนับรวมผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี เจ้าหนี้ภาคเอกชนจะถูกปรับลดมูลหนี้ลงราว 70% ทั้งนี้ มูดีส์มองว่าแม้ว่าการปรับลดมูลหนี้ของกรีซจะสามารถช่วยลดหนี้สาธารณะของกรีซได้ระดับหนึ่ง แต่ความเสี่ยงของกรีซต่อปัญหาผิดนัดชำระหนี้ในอนาคตยังอยู่ในระดับสูง

 

สเปน

          - นายมาเรียโน ราฮอย นายกรัฐมนตรีสเปน คาดว่า ประเทศสเปนคงไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการยอดขาดดุลในปีนี้ได้ ภายหลังจากที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่พุ่งขึ้นอย่างมากในเดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ ยอดขาดดุลรัฐบาลสเปนจะพุ่งสู่ระดับ 5.8% ของผลผลิตในประเทศในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าที่สเปนให้คำมั่นต่อ 27 ประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) ว่าจะควบคุมตัวเลขขาดดุลไว้ที่ 4.4% อย่างไรก็ตาม นายราฮอยกล่าวว่า สเปนจะยังตั้งเป้าปรับลดยอดขาดดุลให้มาอยู่ที่ 3% ในปี 2556 เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับด้านการคลังของอียู

          - กระทรวงแรงงานสเปน รายงานว่าอัตราการว่างงานสเปนในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 22.9% ซึ่งสูงสุดในกลุ่มยูโรโซน โดยมีจำนวนผู้ว่างงานทั้งสิ้น 5.27 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.4% จากเดือนก่อน

 

เอเชีย: จีน

          - รัฐบาลจีนกำหนดเป้าหมายอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนปีนี้ที่ 7.5% ซึ่งเป็นเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำที่สุดนับจากปี 2547หลังจากที่เศรษฐกิจจีนขยายตัว 9.2% ในปี 2554 ขณะเดียวกันก็กำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อของปี 2555 ไว้เท่ากับเป้าหมายปีก่อนที่ 4% หลังจากที่ในปี 2554 อัตราเงินเฟ้อของจีนเพิ่มขึ้นไปสูงถึง 5.4% ทั้งนี้ในช่วงปี 2548-2554 จีนกำหนดเป้าการขยายตัวของเศรษฐกิจไว้ที่ 8% อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์มองว่าการลดเป้าการเติบโตในปีนี้อาจเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลจีนตัดสินใจที่จะปรับตัวไปสู่การขยายตัวของเศรษฐกิจโดยพึ่งพาการอุปโภคบริโภคในประเทศมากขึ้นและลดการพึ่งพาการส่งออกและการลงทุน

          - รายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาลจีนซึ่งเปิดเผยต่อสื่อมวลชนก่อนการประชุมรัฐสภาประจำปีระบุว่า จีนจะยังคงคุมเข้มตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมราคาอสังหาริมทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่สมเหตุผล ในขณะเดียวกันจีนจะสร้างเสถียรภาพเพื่อให้อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ในระดับที่เหมาะสมและสมดุลภายในปีนี้ รายงานดังกล่าวยังระบุด้วยว่ารัฐบาลจีนมีเป้าหมายที่จะสร้างงานใหม่กว่า 9 ล้านตำแหน่งในเมืองต่างๆในปีนี้

          - นักเศรษฐศาสตร์ของ UBS AG คาดว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI ของจีน จะขยายตัว 3.6% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงจากระดับเดือนม.ค.ที่ขยายตัว 4.5% โดยสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หวาง เตา หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ UBS AG กล่าวว่า ดัชนีที่ลดลงอย่างมากนี้ เนื่องมาจากราคาอาหารที่ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาอาหารนั้น คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของการคำนวณดัชนี CPI ของจีน ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าการขยายตัวของดัชนี CPI จะต่ำกว่าระดับ 4% ในเดือนก.พ. เนื่องจากฐานการเปรียบเทียบที่อยู่ในระดับสูงจากปีที่แล้ว ทั้งนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญประจำเดือนก.พ.ในวันที่ 9 มี.ค.นี้

 

ไทย

          - สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ แสตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) รายงานในหัวข้อ“อุทกภัยไทยทำให้ผลประกอบการและเงินทุนของบริษัทประกันภัยในเอเซียซบเซา" โดยประเมินความเสียหายเบื้องต้นจากอุทกภัยสำหรับบริษัทประกันภัยไว้ที่ประมาณ 16,000 -18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมระบุ ความสูญเสียที่สูงกว่าที่ได้มีการประเมินไว้อาจนำไปสู่การจัดอันดับที่เป็นผลลบต่อบริษัทประกันภัยในภูมิภาค พร้อมกันนี้ S&P ได้ประมาณการตัวเลขขาดทุนสะสมเบื้องต้นของ 3 บริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นไว้ที่ 920,000 ล้านเยน (US$11,900ล้าน) และขาดทุนสุทธิที่ 447,000 ล้านเยน (US$5,800 ล้าน) 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ได้แก่ Tokio Marine Group, MS&AD Insurance Group และ NKSJ Group

           - กระทรวงพาณิชย์ รายงานผลการสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2555 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 25.8 จากระดับ 24.2 ในเดือนมกราคม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มีต่อสถานการณ์ปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 15.7 จากระดับ 14.6 ในเดือนก่อน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มีต่อสถานการณ์ในอนาคต(3 เดือน) ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 32.6 จากระดับ 30.6 ในเดือนก่อน อันเป็นผลมาจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องหลังเกิดภาวะวิกฤติอุทกภัย และการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลเพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยที่เม็ดเงินเริ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ รวมทั้งนโยบายดูแลราคาสินค้าเกษตรของกระทรวงพาณิชย์ เช่น โครงการรับจำนำข้าวและมันสำปะหลัง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนีที่ต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังคงมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้ประชาชนมีรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย รวมทั้งปัจจัยลบ ด้านความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและภัยธรรมชาติ

 

Money Market

          - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (5 มี.ค.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทสอดคล้องกับภาวะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่รัฐบาลจีนกำหนดเป้าหมายการขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้ไว้ต่ำที่สุดนับจากปี 2547

          - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (5 มี.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เยนอ่อนลงมามากเมื่อเทียบกับดอลลาร์ฯเมื่อวันศุกร์ ทั้งนี้การแข็งขึ้นมากของค่าเงินเยนเช้าวันนี้ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นลดลงในวันนี้ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นก็ออกมาให้ความเห็นอีกครั้งว่าการแข็งค่าของเงินเยนจะกระทบผลประกอบการของภาคเอกชนและความเชื่อมั่น

          - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (5 มี.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ตลาดคาดการณ์ในทางลบเกี่ยวกับรายงานตัวเลขยอดขายปลีก Euro-area ที่จะประกาศในวันนี้ ขณะเดียวกันนักเศรษฐศาสตร์ก็คาดการณ์ว่าการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันพฤหัสนี้ ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมที่ 1.00%

 

Capital Market

          - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (5 มี.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันและเป็นวันที่ 3 ในการซื้อขายช่วง 4 วันที่ผ่านมา พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง โดยหุ้นกลุ่มวัสดุนำตลาดปรับตัวลง อันเป็นผลหลังจากที่รัฐบาลจีนปรับลดเป้าการหมายขยายตัวทางเศรษฐกิจสำหรับปีนี้ โดย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.11% สู่ระดับ 12,962.81, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.39% สู่ 1,364.33 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.86% สู่ 2,950.48

          - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (5 มี.ค.) ดัชนีนิกเกอิลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯช่วงเช้าซึ่งส่งผลต่อการคาดการณ์ผลประกอบการของผู้ส่งออก ขณะเดียวกันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลงก็ส่งผลลบต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน สำหรับในส่วนของดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมก็ลดลงเช่นกันในเช้าวันนี้จากการที่รัฐบาลจีนตั้งเป้าการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้ไว้ที่ 7.5% ซึ่งเป็นเป้าที่ต่ำที่สุดนับจากปี 2547 และกำหนดเป้าเงินเฟ้อไว้ที่ 4% เท่ากับเป้าหมายปีก่อน โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต และดัชนีฮั่งเส็ง ลดลง 0.80%, 0.64% และ 1.38% ตามลำดับ

          - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (5 มี.ค)ดัชนีตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปรับลดลงตามตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่ทางการจีนตั้งเป้าการเติบโตของเศรษฐกิจปีนี้ที่ 7.5% ซึ่งต่ำที่สุดใน 8 ปี โดยในช่วงบ่ายดัชนียังปรับลดลงต่อเนื่องจากช่วงเช้าส่งผลให้ SET INDEX วันนี้ปิดตลาดลดลง 7.2 จุด

 

         โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 6 มีนาคม 2555

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment