Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Friday, 09 March 2012 09:25

 

Snapshot

สหรัฐอเมริกา

          -  ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 3 มีนาคม 2555 เพิ่มขึ้น 8,000 ราย มาอยู่ที่ 362,000 ราย จากระดับ 354,000 ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งถึงแม้ว่าจะเพิ่มขึ้น แต่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานก็ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้รับการปรับทบทวนขึ้นจากระดับ 351,000 รายในรายงานก่อนหน้านี้ สำหรับจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ เพิ่มขึ้น 250 ราย สู่ระดับ 355,000 ราย ซึ่งใกล้เคียงระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีเช่นกัน ส่วนจำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555 เพิ่มขึ้น 10,000 ราย สู่ระดับ 3.42 ล้านราย ทั้งนี้ แม้ว่าตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการรายใหม่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่สถานการณ์โดยรวมของตลาดแรงงานสหรัฐกำลังฟื้นตัวขึ้น โดยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว และการที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 375,000 ราย ถือเป็นการส่งสัญญาณบวกว่า การจ้างงานแข็งแกร่งมากพอที่จะทำให้อัตราว่างงานปรับตัวลดลง

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          -  ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1% ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่มองว่า อีซีบีน่าจะรอดูผลของมาตรการปล่อยเงินกู้ระยะยาวที่ธนาคารได้ดำเนินการไป 2 ครั้งเมื่อปลายปีที่แล้วและเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ อีซีบีได้จัดสรรเงิน 5.30 แสนล้านยูโร (7.133 แสนล้านดอลลาร์) สำหรับการดำเนินมาตรการรีไฟแนนซ์ระยะยาว (LTRO) ระยะเวลา 3 ปี เมื่อวันพุธที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีธนาคารทั้งสิ้น 800 แห่งที่ขอเงินกู้ครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ธนาคารกลางยุโรปดำเนินการอัดฉีดสภาพคล่องในลักษณะดังกล่าว หลังจากที่ได้ปล่อยสินเชื่อ 3 ปี มูลค่า 4.89 แสนล้านยูโร ที่อัตราดอกเบี้ยเพียง 1% ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ 523 แห่งในยูโรโซนไปเมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา ด้วยเป้าหมายที่จะกระตุ้นการกู้ยืมภายในภูมิภาคซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตหนี้

          -  สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป หรือยูโรสแตท รายงานว่าถึงการหดตัวลงของเศรษฐกิจยุโรปในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่าการขยายตัวของภูมิภาคยุโรปอยู่ในภาวะย่ำแย่จากผลกระทบของวิกฤติหนี้ที่ลุกลาม ทั้งนี้ เศรษฐกิจในเขตยูโรโซนและทั้งอียูได้หดตัวลง 0.3% ทั้งในไตรมาสสุดท้ายปี 2554 ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ในช่วงก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูโรโซนยังคงขยายตัว 1.4% ในปี 2554 ซึ่งลดลงจาก 1.9% ที่ขยายตัวในปี 2553 ขณะที่เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (อียู) ทั้ง 27 ประเทศ ขยายตัว 1.5% สำหรับตลอดทั้งปี 2554 เทียบกับการขยายตัว 2% ในปีก่อนหน้านั้น

 

เยอรมนี

          -  ทางการเยอรมนีรายงานยอดสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมของเยอรมนีเดือนมกราคมหดตัว 2.7% (m-o-m) ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ขยายตัว 0.6% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะไม่แน่นอน ส่งผลให้การลงทุนชะลอตัว

 

อังกฤษ

          -  Lloyds Banking Group Plc รายงานราคาบ้านในอังกฤษเดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 0.5% (m-o-m) มาอยู่ที่ 160,118 ปอนด์ (252,600 ดอลลาร์สหรัฐ) เนื่องจากวิกฤตหนี้สาธารณะและเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะไม่แน่นอนของหลายประเทศในยูโรโซน ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย

 

กรีซ

          -  นายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอส ของกรีซ ประกาศปรับคณะรัฐมนตรีบางส่วน หลังจากที่นายคริสตอส ปาปุตซิส ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เพื่อลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคสังคมนิยม PASOK โดยโฆษกรัฐบาลกรีซ กล่าวว่า ตำแหน่งของนายปาปุตซิสถูกแทนที่โดยนายมิคาลิส คริสโซชอยดิส รัฐมนตรีเศรษฐกิจและศักยภาพการแข่งขัน ขณะเดียวกัน แอนนา เดียมันโทปูลอส รัฐมนตรีกระทรวงศึกษา ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเศรษฐกิจและศักยภาพการแข่งขันคนใหม่ ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาตกเป็นของนายยอร์กอส บาบินิโอติส ศาสตราจารย์ด้านภาษาศาสตร์

          -  อิแวนเจลอส รัฐมนตรีคลังกรีซ เปิดเผยว่า ยอดเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ทั่วประเทศกรีซลดลง 7 หมื่นล้านยูโร ซึ่งถือเป็นยอดเงินฝากที่ลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปี 2552 ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากประชาชนไม่เชื่อมั่นต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในเวลานี้จนต้องถอนเงินสดออกมาเพื่อนำไปฝากไว้ในต่างประเทศ

          -  นิตยสารสปีเกลของเยอรมนี เปิดเผยว่า กรีซอาจต้องการเงินช่วยเหลือในรอบ 3 โดยระบุว่าคณะกรรมการร่วมผู้ตรวจสอบวินับการคลังยุโรป (ทรอยกา) ได้แสดงความกังวลว่ารัฐบาลอาจไม่สามารถกลับเข้าไประดมทุนในตลาดการเงินโลกได้ทันภายในปี 2558 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กรีซมีกำหนดชำระหนี้ 5 หมื่นล้านยูโร

          -  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) อาจอัดฉีดเงินช่วยเหลือกรีซงวดที่ 2 เพียง 1.8-2.1 หมื่นล้านยูโร จากทั้งหมด 1.3 แสนล้านยูโรหลังจากได้รับแรงกดดันจากสหรัฐฯและประเทศสมาชิก ทั้งนี้ โดยปกติแล้ว ไอเอ็มเอฟจะอัดฉีดเงินช่วยเหลือประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนเงินทั้งหมดโดยที่ยุโรปจะเป็นผู้อัดฉีดเงินจำนวนที่เหลือ อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟอาจอัดฉีดเงินเพิ่มหากเยอรมนีส่งสัญญาณว่าจะเพิ่มทุนให้กับกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอสเอ็ม)

          -  ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่และกองทุนบำเหน็จบำนาญ ซึ่งเป็นกลุ่มเจ้าหนี้รายใหญ่ของกรีซคิดเป็นสัดส่วน 95% ประกาศสนับสนุนข้อเสนอของรัฐบาลกรีซในการแลกเปลี่ยนพันธบัตรกับเจ้าหนี้เอกชน ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่โครงการแลกเปลี่ยนพันธบัตรจะประสบความสำเร็จ และเปิดโอกาสให้กรีซได้รับเงินจากมาตรการให้ความช่วยเหลือรอบ 2 ที่มีวงเงิน 1.30 แสนล้านยูโร   ทั้งนี้ กลุ่มกองทุนและธนาคาร 30 แห่งประกาศว่าจะเข้าร่วมในมาตรการแลกเปลี่ยนพันธบัตร โดยกลุ่มดังกล่าวถือครองพันธบัตรกรีซราว 39.3 % ของมูลค่าพันธบัตรคงค้างของกรีซที่ระดับ 2.06 แสนล้านยูโร ขณะที่ก่อนหน้านี้ กองทุนบำเหน็จบำนาญและธนาคารพาณิชย์ของกรีซก็ได้ให้สัญญาว่าจะยอมรับข้อเสนอของรัฐบาลกรีซด้วยเช่นกัน

          -  สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอไอเอฟ) ซึ่งเป็นตัวแทนการเจรจากลุ่มสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ของกรีซ ได้วิเคราะห์สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้นโดยระบุว่า หากกรีซไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องแผนสว็อปหนี้กับบรรดาเจ้าหนี้ภาคเอกชนแล้ว ผลที่เกิดขึ้น คือ

          1) จะทำให้กรีซไม่ได้รับเงินช่วยเหลือและต้องผิดนัดชำระหนี้ก่อนวันที่ 20 มีนาคม

          2) ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศต่างๆในยูโรโซน คิดเป็นมูลค่า 1 ล้านล้านยูโร

 

เอเชีย: จีน

          -  นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ว่าตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนกุมภาพันธ์ที่จะประกาศออกมาในวันศุกร์นี้จะชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อของจีนอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 19 เดือน ในขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวในอัตราที่ใกล้เคียงกับระดับที่ต่ำสุดในรอบ 2 ปี ซึ่งจะทำให้มีโอกาสมากขึ้นที่รัฐบาลจีนจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจากการสำรวจฯนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าดัชนีราคาผู้บริโภคของจีนเดือนกุมภาพันธ์จะเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 4.5% ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนกุมภาพันธ์จะเพิ่มขึ้น 12.5% จากเดือนเดียวกันปีก่อน สำหรับยอดขายปลีกคาดว่าจะขยายตัว 17.4% และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรใน 2 เดือนแรกของปีนี้คาดว่าจะขยายตัว 20.5%

 

ญี่ปุ่น

          -  การพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันมากขึ้นของญี่ปุ่นหลังเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เมื่อปีที่แล้วส่งผลให้การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์และส่งผลลบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นรายงานว่าญี่ปุ่นขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนมกราคม 437.3 พันล้านเยน ( 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ )

          -  เศรษฐกิจญี่ปุ่นไตรมาสที่ 4 ปี 2554 หดตัวลงน้อยกว่าที่รัฐบาลประมาณการไว้เดิมซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นหลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงเมื่อปี 2554 โดยสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นแถลงว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นไตรมาสที่ 4 หดตัว 0.7% จากไตรมาสก่อนหน้า ( annualized ) ซึ่งเป็นการหดตัวต่ำกว่าตัวเลขที่แถลงไปก่อนหน้านี้ว่าหดตัว 2.3%

ออสเตรเลีย

          -  นายจ้างในออสเตรเตรเลียลดการจ้างงานลงอย่างไม่คาดหมายในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาส่งผลให้อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกนับจากเดือนสิงหาคมปีก่อนเนื่องจากค่าเงินที่แข็งขึ้นส่งผลลบต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม โดยสำนักงานสถิติของออสเตรเลียแถลงว่าจำนวนประชากรที่มีงานทำในเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 15,400 คน ซึ่งแย่กว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 5,000 ราย ขณะที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นจาก 5.1% ในเดือนมกราคมมาอยู่ที่ 5.2% ในเดือนกุมภาพันธ์

 

เกาหลีใต้

          -  ธนาคารกลางเกาหลีใต้คงอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 โดยมองว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้ขณะนี้เผชิญความเสี่ยงจากทั้งวิกฤติหนี้ในยุโรปและความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน โดยธนาคารกลางเกาหลีใต้คงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร 7 วันไว้ที่ 3.25% ซึ่งตรงกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg

 

อินโดนีเซีย

          -  ธนาคารกลางอินโดนีเซียคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในภาวะที่รัฐบาลอินโดนีเซียมีแผนในการที่จะปรับเพิ่มราคาน้ำมันซึ่งจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยธนาคารกลางอินโดนีเซียคงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงไว้ที่ 5.75% ซึ่งตรงกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่จากการสำรวจโดย Bloomberg

 

ไทย

          -  ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) มีมติให้ปรับขึ้นราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว(LPG) ภาคขนส่งอีก 75 สตางค์/กก.และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(NGV)ปรับเพิ่มขึ้นอีก 50 สตางค์/กก.โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม ส่งผลให้ราคา LPG จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 20.33 บาท/กก.จากปัจจุบันที่ราคา 19.58 บาท/กก. และราคา NGV จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 10 บาท/กก. จากปัจจุบันที่ราคา 9.50 บาท/กก. นอกจากนี้ ยังมีมติอนุมัติให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มกรอบวงเงินกู้อีก 20,000 ล้านบาท จากเดิมที่ขอไว้ 10,000 ล้านบาท รวมเป็น 30,000 ล้านบาท แต่จำเป็นต้องขออนุมัติกรอบวงเงินดังกล่าวจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)ก่อน สำหรับสาเหตุที่ต้องเพิ่มวงเงินกู้เนื่องจากสถานการณ์ราคา LPG ในตลาดโลกสูงขึ้น โดยล่าสุดขึ้นมาอยู่ที่ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน ทำให้คาดว่าจะต้องเพิ่มเม็ดเงินในการจ่ายส่วนต่างราคานำเข้า LPG มากขึ้นตาม ทั้งนี้ พบว่ากองทุนน้ำมันฯ ต้องมีภาระชดเชยมากที่สุด คือ LPG ซึ่งต้องชดเชยมากถึง 4,300 ล้านบาท/เดือน และปัจจุบันได้ใช้เงินกู้ไปแล้ว 5,300 ล้านบาท โดยเงินกู้ในส่วนที่ขอเพิ่มเติมอีก 20,000 ล้านบาทนั้น คาดว่าจะเริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม-ตุลาคม 55

          -  ที่ประชุม กบง.อนุมัติให้เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ จากโรงกลั่นสตาร์ ซึ่งไม่สามารถผลิตน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 4 ได้ทันใน 5 มีนาคม 55 สำหรับน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ในอัตรา 48 สตางค์/ลิตร เนื่องจากครบกำหนดผ่อนผันแล้ว ขณะที่โรงกลั่นสตาร์แจ้งว่าการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 4 ในส่วนของน้ำมันดีเซลสามารถทำได้เรียบร้อยแล้ว แต่ในส่วนของน้ำมันเบนซิน 95, เบนซิน 91 และแก๊สโซฮอล์ขณะนี้สามารถทำตามมาตรฐานได้แล้วเช่นกัน เหลือเพียงขั้นตอนให้กรมพัฒนาธุรกิจพลังงานส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบมาตรฐานน้ำมันภายในวันนี้ก่อน ซึ่งหากพบว่าน้ำมันดังกล่าวตรงตามมาตรฐานยูโร 4 ก็ไม่จำเป็นต้องส่งเงินค่าปรับเข้ากองทุนน้ำมันฯ แต่อย่างใด

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (8 มี.ค.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ของเอเซียรวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนขายดอลลาร์สหรัฐฯและนำเงินมาลงทุนในตลาดหุ้นเอเซียมากขึ้นหลังจากข้อมูลการจ้างงานในสหรัฐฯชี้แนวโน้มไปในทางบวกขณะเดียวกันข่าวเจ้าหนี้กรีซเข้าร่วมสว็อปหนี้มีจำนวนมากขึ้นก็ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นเอเซียในวันนี้

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (8 มี.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นแถลงว่าญี่ปุ่นขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนมกราคมที่ผ่านมาซึ่งข้อมูลดังกล่าวส่งผลลบต่อความต้องการถือซื้อเงินเยนในระยะสั้นในภาวะที่ญี่ปุ่นยังต้องการนำเข้าพลังงานเพื่อชดเชยความเสียหายของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และการส่งออกของญี่ปุ่นยังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยธรรมชาติ

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (8 มี.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้ค่าเงินยูโรได้รับปัจจัยบวกจากรายงานข่าวที่ว่ามีจำนวนเจ้าหนี้กรีซเข้าร่วมสว็อปหนี้เพิ่มขึ้น

 

Capital Market

          -  ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (8มี.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดตลาดเพื่มขึ้นในวันนี้จากการที่กรีซสามารถชักจูงเจ้าหนี้เอกชนในสัดส่วนที่มากพอให้ยอมรับโครงการแลกเปลี่ยนพันธบัตรซึ่งจะช่วยให้กรีซได้รับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (8มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่รายงานการจ้างงานสหรัฐฯชี้ว่าภาคเอกชนสหรัฐฯมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะเดียวกันรายงานข่าวที่ว่ามีจำนวนเจ้าหนี้กรีซเข้าร่วมสว็อปหนี้เพิ่มขึ้นก็ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นวันนี้ โดยวันนี้ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 2.01% หลังจากรายงานของทางการญี่ปุ่นชี้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นไตรมาสก่อนหดตัวลงน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.06% และ 1.32% ตามลำดับ โดยตลาดคาดการณ์ว่าดัชนีเศรษฐกิจจีนเดือนก.พ.ที่จะประกาศออกมาในวันศุกร์จะชี้ว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวต่ำลงและอัตราเงินเฟ้อลดลงซึ่งจะส่งผลให้ทางการจีนใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น

          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (8 มี.ค)ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากปัจจัยบวกเกี่ยวกับตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐฯ รวมทั้งข่าวเจ้าหนี้กรีซเข้าร่วมสว็อปหนี้มากขึ้น โดยวันนี้ SET INDEX ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 15.15 จุด

 

         โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 9 มีนาคม 2555

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment