Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Monday, 12 March 2012 09:53

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          -  ยอดการจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 227,000 ตำแหน่ง ขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนมกราคมที่มีการปรับทบทวนตัวเลขจ้างงานซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 284,000 ตำแหน่งและมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นที่ 210,000 ตำแหน่ง โดยการจ้างงานในธุรกิจบริการเพิ่มขึ้น 203,000 ตำแหน่ง บริการด้านความเชี่ยวชาญและธุรกิจเพิ่มขึ้น 82,000 ตำแหน่ง บริการด้านการศึกษาและสุขภาพขยายตัว 71,000 ตำแหน่ง ส่วนการจ้างงานในธุรกิจค้าปลีกลดลง 7,400 ตำแหน่ง ธุรกิจก่อสร้างหดตัวลง 13,000 ตำแหน่ง และการจ้างงานภาครัฐลดลง 6,000 ตำแหน่ง ขณะอัตราว่างงานทรงตัวอยู่ที่ระดับ 8.3%

          -  สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงคะแนนเสียงสนับสนุนด้วยคะแนน 390 ต่อ 23 เสียงในร่างกฎหมายกระตุ้นธุรกิจใหม่ (Jumpstart Our Business Startups หรือ JOBS) ร่างกฎหมายดังกล่าวจะอำนวยความสะดวกให้แก่ธุรกิจขนาดเล็กในการระดมทุน และการจ้างพนักงาน ซึ่งจะผ่อนคลายกฎเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของสหรัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่บริษัทขนาดเล็ก และบริษัทจัดตั้งใหม่ในการระดมทุนและเพิ่มพนักงาน ทั้งนี้ มาตรการหนึ่งในร่างกฎหมายนี้จะอำนวยความสะดวกให้แก่บริษัทในการขอเงินจากนักลงทุนเอกชน ในขณะที่อีกหนึ่งมาตรการจะผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในการยื่นเรื่องเพื่อขอเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรก (IPO)

          -  ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) รายงานว่าความมั่งคั่ง (wealth) ของภาคครัวเรือนในไตรมาสที่ 4/2554 เพิ่มขึ้น 2.1% หรือเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากในไตรมาสที่ 3 สู่ระดับ 58.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นปี 2554 หลังจากที่หดตัวลงใน 2 ไตรมาสก่อนหน้านั้น เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากตลาดการเงิน อย่างไรก็ดี มูลค่าบ้านทั้งหมดของสหรัฐฯ ยังคงปรับตัวลดลง 1.3% สู่ระดับ 16 ล้านล้านดอลลาร์ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงซบเซา ทั้งนี้  ความมั่งคั่งของภาคครัวเรือนคือความแตกต่างระหว่างมูลค่าทรัพย์สินและหนี้สิน

          -  ยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 4.3% (m-o-m) สู่ระดับ 5.26 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 เนื่องจากการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่การส่งออกไปยังจีนและยูโรโซนลดลง โดยยอดนำเข้าสินค้าและบริการของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.1% สู่ระดับ 2.334 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2551 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการนำเข้ายานยนต์, สินค้าทุน อาทิ คอมพิวเตอร์-อุปกรณ์เสริม และอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม ตลอดจนผลิตภัณฑ์อาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 1.4% มาอยู่ที่ 1.808 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ยอดส่งออกไปยังยุโรปหดตัวลงถึง 7.5% ซึ่งทำให้เกิดความหวั่นเกรงว่า วิกฤตหนี้ยุโรปอาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำหรับยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐฯกับจีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่และมีความอ่อนไหวทางการเมืองนั้น ขยายตัว 12.5% สู่ระดับ 2.602 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

          -   สต๊อกสินค้าภาคค้าส่งในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 0.4% (m-o-m) จากที่เพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนธันวาคม ขณะที่ยอดค้าส่งหดตัวลง 0.1% ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนของสต๊อกสินค้าต่อยอดขาย (stock-to-sales ratio) ซึ่งเป็นการวัดระยะเวลาของการใช้สินค้าในสต๊อกให้หมดไปคงอยู่ที่ระดับ 1.15 เดือน

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          -  นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายว่า อีซีบีคาดว่า เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโรจะหดตัว 0.1% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 0.3%

 

เยอรมนี

          -  ทางการเยอรมนีรายงานยอดผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของเยอรมนีเดือนมกราคม ขยายตัว 1.6% (m-o-m) จากที่หดตัว 2.6% ในเดือนธันวาคม 2554 เนื่องจากยอดผลิตสินค้าประเภททุนและสินค้าพลังงานเพิ่มขึ้น 3.5% และ 1.7% ตามลำดับ

 

อังกฤษ

          -  British Retail Consortium (BRC) รายงานยอดค้าปลีกของอังกฤษเดือนกุมภาพันธ์ หดตัว 0.3% (y-o-y) เนื่องจากอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงและอาจถูกซ้ำเติมจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลง

          -  ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ 0.5% ในการประชุมเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้คงโครงการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) วงเงิน 3.25 แสนล้านปอนด์ ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายรายคาดการณ์ว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินของ BOE จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยต่อไปอีกอย่างน้อย 1 ปี และคาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงการ QE ไปจนกว่าจะถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่การอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเสร็จสมบูรณ์

 

กรีซ

          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติของกรีซ รายงานอัตราว่างงานของกรีซเพิ่มขึ้นจาก 20.9% ในเดือนพฤศจิกายน 2554 เป็น 21% ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากวิกฤตหนี้สาธารณะและมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกรีซส่งผลให้การจ้างงานซบเซา ทั้งนี้ อัตราว่างงานของกรีซปี 2554 อยู่ที่ 17.3% ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินว่า เศรษฐกิจกรีซจะหดตัว 4.3% ในปีนี้ ส่วนอัตราว่างงานโดยเฉลี่ยในปี 2556 จะอยู่ที่ระดับ 19%  มากกว่าปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 17%

 

เอเชีย: จีน

          -  อัตราเงินเฟ้อของจีนในเดือนกุมภาพันธ์ต่ำสุดในรอบ 20 เดือนส่งผลให้ทางการจีนมีโอกาสในการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมมากขึ้น  โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 3.2% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg ที่ 3.4% และต่ำลงจากเดือนมกราคมที่เพิ่มขึ้น 4.5%

          -  การขยายตัวของการผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดขายปลีกที่ชะลอลงอาจส่งผลให้รัฐบาลจีนใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น โดยการผลิตภาคโรงงานของจีนในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ขยายตัว 11.4% เมื่อเทียบกับช่วง 2 เดือนแรกของปีก่อน หลังจากในเดือนธันวาคมขยายตัว 12.8% ในขณะที่ยอดขายปลีกในช่วง 2 เดือนแรกปีนี้เพิ่มขึ้น 14.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หลังจากเดือนธันวาคมขยายตัว 18.1% สำหรับการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรใน 2 เดือนแรกปีนี้ขยายตัว 21.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งลดลงจากที่ในปี 2554 ขยายตัว 23.8%

 

ออสเตรเลีย

          -  ออสเตรเลียขาดดุลการค้าครั้งแรกในรอบ 11 เดือนในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เนื่องจากการส่งออกสินแร่เหล็กและถ่านหินที่ลดลง ทั้งนี้การส่งออกของออสเตรเลียในเดือนมกราคมลดลง 8% จากเดือนเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการลดลงของการส่งออกทองคำ 56% ในขณะที่การส่งออกสินแร่ลดลง 15% การส่งออกถ่านหินฯลดลง 9% ซึ่งส่งผลให้ออสเตรเลียขาดดุลการค้า 673 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (715 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) หลังจากที่ในเดือนธันวาคมเกินดุลการค้า 1.33 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

 

ไทย

          -  กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ยอดการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ทั่วประเทศเดือนกุมภาพันธ์มีจำนวน 5,747 รายโดยเพิ่มขึ้น 654 ราย หรือเพิ่มขึ้น 12% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน สูงสุดในรอบ 100 ปีนับตั้งแต่เริ่มมีการรับจดทะเบียน และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนเพิ่มขึ้น 660 ราย หรือเพิ่มขึ้น 12% (m-o-m) โดยมีเงินทุนจดทะเบียนรวม 29,760  ล้านบาท ซึ่งนิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรก คือ บริการนันทนาการ 577 ราย ก่อสร้างอาคารทั่วไป 499 ราย และอสังหาริมทรัพย์ 321 ราย สำหรับนิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกกิจการทั่วประเทศจำนวน 770 ราย เพิ่มขึ้น 409 ราย หรือ 113% จากเดือนเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 361 ราย แต่เมื่อเทียบกับเดือนก่อนลดลง 324 ราย หรือ 29% โดยประเภทธุรกิจที่มีจำนวนนิติบุคคลจดทะเบียนเลิกสูงสุด 3 อันดับแรก คือ ก่อสร้างอาคารทั่วไป 84 ราย  บริการนันทนาการ 81 ราย อสังหาริมทรัพย์ 30 ราย ส่งผลให้มีจำนวนห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญ บริษัทจำกัด คงอยู่ทั่วประเทศจำนวน 501,749 ราย และบริษัทมหาชนจำนวน 920 ราย รวมนิติบุคคลคงอยู่ทั่วประเทศทั้งสิ้น 502,669 ราย

 

อื่น

          -  กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) คาดการณ์ว่า การขยายตัวของอุปสงค์น้ำมันในปีนี้จะทรงตัว เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศพัฒนาแล้วยังคงอ่อนแอ โดยระบุว่าอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 900,000 บาร์เรล/วัน ซึ่งเท่ากับรายงานในเดือนก่อนหน้านี้ โดยอ้างถึงอัตราการขยายตัวที่อ่อนแอในกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่ออุปสงค์น้ำมัน นอกจากนี้ยังคาดการณ์ด้วยว่า ในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ดีขึ้น แต่วิกฤตหนี้ยุโรปที่เกิดขึ้นควบคู่กับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นได้ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนต่ออุปสงค์น้ำมันในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (9 มี.ค.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินในเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับภาวะที่วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นจากการที่กรีซมีแนวโน้มประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างหนี้และทางการจีนมีโอกาสในการที่จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหลังอัตราเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 20 เดือน

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (9 มี.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันพฤหัสฯหลังจากกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นแถลงว่าญี่ปุ่นขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนมกราคมที่ผ่านมาซึ่งข้อมูลดังกล่าวส่งผลลบต่อความต้องการซื้อเงินเยน

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (9 มี.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เมื่อวันพฤหัสค่าเงินยูโรได้ปรับแข็งขึ้นมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากข่าวที่ว่ากรีซใกล้ที่จะประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างหนี้ของประเทศ โดยมีเจ้าหนี้ประมาณร้อยละ 85 ที่ยอมนำพันธบัตรเดิมมาแลกเปลี่ยนเป็นพันธบัตรใหม่ ทั้งนี้ในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรยังอ่อนลงต่อเนื่องจากการที่ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯชี้แนวโน้มการฟื้นตัวต่อเนื่องของตลาดแรงงานสหรัฐฯ

 

Capital Market

          -  ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (9 มี.ค.)  ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.11% ในขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.36% และ 0.60% ตามลำดับ โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯได้ปัจจัยหนุนจากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯเดือนกุมภาพันธ์ที่เพิ่มขึ้น 227,000 ตำแหน่ง หลังจากเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 284,000 ตำแหน่ง ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 210,000 ตำแหน่ง  ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ระดับเดิมที่ 8.3% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 3 ปี

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (9มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่กรีซใกล้ที่จะประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างหนี้ของประเทศซึ่งเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีเจ้าหนี้ประมาณร้อยละ 85 ที่ยอมนำพันธบัตรเดิมมาแลกเปลี่ยนเป็นพันธบัตรใหม่ซึ่งมีมูลค่าลดลง ระยะเวลาในการชำระคืนยาวขึ้น และอัตราผลตอบแทนลดลง ซึ่งจะช่วยให้กรีซสามารถลดภาระหนี้สาธารณะลงได้มาก นอกจากนี้ตลาดหุ้นยังได้ปัจจัยบวกจากการที่อัตราเงินเฟ้อของจีนลดลงซึ่งเพิ่มโอกาสในการที่ทางการจีนจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต และดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 1.65%, 0.79% และ 0.89% ตามลำดับ

          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ (9 มี.ค)ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวขึ้นลงในช่วงแคบๆเช้าวันนี้ โดยวันนี้ตลาดหุ้นได้รับปัจจัยบวกจากนอกประเทศทั้งจากการที่กรีซมีแนวโน้มประสบความสำเร็จในการปรับโครงสร้างหนี้และการที่อัตราเงินเฟ้อของจีนลดลง สำหรับในช่วงบ่ายดัชนีฯปรับลดลง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 9.60 จุด

 

         โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 6 มีนาคม 2555

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment