Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Thursday, 05 April 2012 09:01

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          -  ยอดการจ้างงานภาคเอกชนที่จัดทำโดย ADP Employer Services ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยตลาดแรงงานในสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 209,000 ตำแหน่ง จากที่เพิ่มขึ้น 230,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 200,000 ตำแหน่ง โดยแบ่งเป็นการจ้างงานที่โรงงานผลิตเพิ่มขึ้น 23,000 ตำแหน่ง งานก่อสร้างเพิ่มขึ้น 13,000 ตำแหน่ง ส่วนธุรกิจบริการจ้างงานเพิ่ม 164,000 ตำแหน่ง ทั้งนี้ หากแบ่งเป็นขนาดพบว่า บริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานมากกว่า 499 คน ได้เพิ่มการจ้างงาน 22,000 ตำแหน่ง ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางที่มีพนักงาน 50-499 คน ได้จ้างพนักงานเพิ่ม 87,000 ตำแหน่ง และบริษัทขนาดเล็กที่มีลูกจ้างไม่ถึง 50 คน ได้เพิ่มการจ้างงานถึง 100,000 ตำแหน่ง การเพิ่มขึ้นดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้ฟื้นตัวแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          -  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ในเดือนมีนาคมลดลงสู่ระดับ 56.0 จากระดับ 57.3 ในเดือนกุมภาพันธ์ น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 57.0

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          -  ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงไว้ที่ 1% หลังจากที่ ECB ได้ให้น้ำหนักกับอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนยังอยู่ในภาวะเปราะบาง

          -  ผลสำรวจของ Markit  พบว่า ยอดสั่งซื้อที่ดิ่งลงทำให้ภาคธุรกิจในยูโรโซนอยู่ในภาวะซบเซาในเดือนมีนาคม ซึ่งอาจจะทำให้ยูโรโซนเผชิญกับภาวะถดถอยเล็กน้อย แม้ว่าภาคเอกชนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าสภาวะการณ์จะดีขึ้นในอนาคตก็ตาม ทั้งนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการในยูโรโซนของ Markit ปรับตัวลงสู่ 49.1 ในเดือนมีนาคม จาก 49.3 ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยลดลงอีกจากระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัว โดยแม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะออกมาดีกว่าข้อมูลเบื้องต้นที่ 48.7 แต่ Markit ระบุว่า ภาวะดังกล่าวอาจจะทำให้ยูโรโซนเผชิญกับเศรษฐกิจถดถอย

 

เยอรมนี

          -  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของเยอรมนีในเดือนมีนาคม ชะลอตัวลง แต่ดูเหมือนว่าเยอรมนีจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยในไตรมาสแรกได้ ขณะที่เยอรมนีรับมือกับวิกฤติยูโรโซนได้ดีกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค  ทั้งนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของ Markit ร่วงลงสู่ระดับ 52.1 ในเดือนมีนาคม จาก 52.8 ในเดือนกุมภาพันธ์ และสูงกว่าที่คาดไว้เบื้องต้นที่ 51.8 โดยดัชนีทรงตัวเหนือระดับ 50 ที่บ่งชี้ถึงการขยายตัวเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกันแส

 

ฝรั่งเศส

          -  Markit/CDAF ระบุผลสำรวจพบว่าภาคบริการของฝรั่งเศสดีขึ้นแล็กน้อยในเดือนมีนาคม และไม่สามารถชดเชยการชะลอตัวของภาคการผลิตได้ ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคเอกชนของฝรั่งเศสกำลังชะลอตัวลง ขณะที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทั้งนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของ Markit/CDAF เพิ่มขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 50.1 ในเดือนมีนาคม จาก 50.0 ในเดือนกุมภาพันธ์และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดไว้ที่ระดับ 50.0ดงให้

เห็นว่า บริษัทจีนโดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจ ได้รับ

 

อิตาลี

          -  Markit/ADACI รายงานว่าภาคบริการของอิตาลีในเดือนมีนาคมหดตัวลงเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน ขณะที่จำนวนธุรกิจใหม่และการจ้างงานในภาคบริการลดลง ซึ่งบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจจะถดถอยต่อไปอีกหลายเดือน ทั้งนี้ ดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจของ Markit/ADACI ซึ่งครอบคลุมการสำรวจความเห็นบริษัทในภาคบริการนับตั้งแต่โรงแรมไปจนถึงธนาคาร อยู่ที่ระดับ 44.3 ในเดือนมีนาคม ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับ 44.1 ในเดือนกุมภาพันธ์แต่ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ที่ระดับ 44.5 และยังคงต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกการขยายตัวและการหดตัว

 

สเปน

          -  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสเปนหดตัวลงในอัตราที่ชะลอลงในเดือนมีนาคม แต่ยังคงอยู่ในระดับอ่อนแอ และบ่งชี้ถึงการหดตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปีนี้ ทั้งนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของมาร์กิตสำหรับภาคบริการซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 70% ของเศรษฐกิจสเปน เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 46.3 ในเดือนมีนาคม จากระดับ 41.9 ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่ยังคงต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งแบ่งแยกการฟื้นตัวและการหดตัว

          -  รัฐบาลสเปนขายพันธบัตรระยะกลางได้ 2.6 พันล้านยูโร (3.4 พันล้านดอลลาร์) ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายสูงสุดที่วางไว้ ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งผลการประมูลครั้งนี้ยิ่งจุดปะทุความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์หนี้สินของสเปน หลังจากที่รัฐบาลเพิ่งเปิดเผยว่า หนี้สาธารณะของประเทศมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอีกในปีนี้ ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 3 ปีที่ครบกำหนดไถ่ถอนในเดือนมกราคม 2558 อยู่ที่ 2.89% เพิ่มขึ้นจากระดับ 2.44% ในการประมูลเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ขณะที่ความต้องการซื้อพันธบัตรสูงกว่ามูลค่าที่นำออกประมูลอยู่ที่ 2.41 เท่า ซึ่งลดลงถึงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับ 4.96 เท่าในการประมูลครั้งก่อน สำหรับพันธบัตรอายุ 5 ปี ซึ่งครบกำหนดไถ่ถอนในเดือนตุลาคม 2559 มีอัตราผลตอบแทนอยู่ที่ 4.319% เพิ่มขึ้นจาก 3.376% ในการประมูลเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ซึ่งมีความต้องการซื้อพันธบัตรสูงกว่ามูลค่าที่นำออกประมูลอยู่ที่ 2.46 เท่า ลดลงจาก 2.59 เท่า นอกจากนี้ สเปนยังได้ขายพันธบัตรซึ่งจะครบกำหนดไถ่ถอนในเดือนตุลาคม 2563 ที่อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 5.338% เทียบกับระดับ 5.156% ในการประมูลเมื่อเดือนกันยายน 2554 สำหรับความต้องการซื้อพันธบัตรสูงกว่ามูลค่าที่นำออกประมูลอยู่ 2.96 เท่า ทั้งนี้ สเปนตั้งเป้ายอดขายพันธบัตรที่ 2.5 - 3.5 พันล้านยูโรในการประมูลวันนี้

 

เอเชีย: จีน

          -  ทางการจีนเร่งที่จะเปิดตลาดทุนของประเทศโดยจะเพิ่มจำนวนนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นมากกว่าสองเท่าของมูลค่าปัจจุบันที่มีอยู่ โดยจะให้นักลงทุนต่างประเทศสามารถเข้ามาลงทุนในหุ้นสามัญ พันธบัตร หุ้นกู้ รวมทั้งฝากเงินในธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ทางการจีนกำลังต้องการที่จะปรับการเติบโตของเศรษฐกิจจีนให้พึ่งพาการอุปโภคบริโภคในประเทศมากขึ้นจากเดิมมุ่งเน้นการส่งออก โดยจากข้อมูลใน website ของทางการจีนคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของจีนจะเพิ่มโควต้าการลงทุนสำหรับนักลงทุนสถาบันจากต่างประเทศเป็น 80 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในขณะนี้

          -  นายกรัฐมนตรีของจีนกล่าวว่าจีนจำเป็นต้องยุติการผูกขาดธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีอยู่เพียงไม่กี่ธนาคารและสามารถมีกำไรในธุรกิจได้ง่ายๆเนื่องจากผู้ขอกู้เงินไม่มีทางเลือกอื่นมากพอ ทั้งนี้ทางการจีนสามารถที่จะขยายโครงการนำร่องออกไปทั่วประเทศโดยอนุญาตให้เกิดธุรกิจการเงินประเภทอื่นๆที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ได้มากขึ้น

          -  รองประธานของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีนกล่าวว่าจากการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกปีนี้จะขยายตัวประมาณ 8.4% ซึ่งเป็นตัวเลขอัตราการขยายตัวที่ต่ำที่สุดนับจากครึ่งแรกของปี 2552  โดยข้อมูลการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนไตรมาสแรกจะแถลงในอีก 10 วันข้างหน้า

 

อินโดนีเซีย

          -  ธนาคารโลกระบุในรายงานว่า อัตราเงินเฟ้อของอินโดนีเซียอาจพุ่งขึ้นสู่ 8.5% ในปีนี้ หากรัฐบาลปรับเพิ่มราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในไตรมาส 3 ขณะที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะยังคงแข็งแกร่งที่ระดับ 6.1% ขณะเดียวกันรายงานระบุว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 5.4% ในปีนี้ หากรัฐบาลยังคงอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ระดับปัจจุบัน แต่การดำเนินการดังกล่าวจะนำไปสู่การขาดดุลงบประมาณในสัดส่วน 3.1% ของจีดีพี เมื่อเทียบกับ 2.5% หากมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง  ทั้งนี้รัฐสภาของอินโดนีเซียได้ยกเลิกแผนการของรัฐบาลที่จะปรับเพิ่มราคาเชื้อเพลิงขึ้น 1 ใน 3 แต่ให้อำนาจรัฐบาลที่จะปรับขึ้นราคา หากราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบอ้างอิงของอินโดนีเซียอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 15%ภายในเวลา 6 เดือน ทั้งนี้ธนาคารโลกระบุว่าการตัดสินใจที่จะไม่เพิ่มราคาน้ำมันในขณะนี้ ถือเป็นการเสียโอกาสและทำให้เกิดความล่าช้าในการเปลี่ยนแปลงทิศทางการใช้จ่ายของรัฐบาล ในภาวะที่ยังคงมีความเสี่ยงในตลาดโลก

 

ฟิลิปปินส์

          -  อัตราเงินเฟ้อของฟิลิปปินส์ในเดือนมีนาคมชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง และชะลอลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน อันเป็นผลจากราคาสาธารณูปโภคและค่าขนส่งที่ลดลง ซึ่งทำให้ธนาคารกลางฟิลิปปินส์มีโอกาสที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ต่อไปเพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ  ทั้งนี้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น  2.6% ในเดือนมีนาคม เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน

 

ไทย

          -  รายงานผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ประชุมวันที่ 21 มีนาคม 2555 ระบุว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนปรับดีขึ้น หลังจากกรีซบรรลุข้อตกลงการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะครั้งสาคัญและธนาคารกลางยุโรปออกมาตรการเสริมสภาพคล่องระยะยาว ความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้าประเทศในภูมิภาค ทั้งตลาดหลักทรัพย์และตลาดพันธบัตร และค่าเงินภูมิภาคส่วนใหญ่ปรับแข็งค่าขึ้น รวมถึงค่าเงินบาท อย่างไรก็ดี กรรมการบางส่วนมีความเห็นว่า แม้ปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปบรรเทาลง แต่ยังไม่ได้แก้ไขที่โครงสร้างเศรษฐกิจซึ่งเป็นสาเหตุพื้นฐาน จึงยังมีโอกาสที่ปัญหาจะปะทุขึ้นอีกในระยะข้างหน้า และเป็นปัจจัยเสี่ยงสาคัญต่อเศรษฐกิจโลกอยู่ นอกจากนี้ ตลาดจะยังคงกังวลกับปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากกรีซ เช่น สเปน และโปรตุเกส ขณะเดียวกันยังระบุถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะกลับสู่ระดับปกติได้ภายในไตรมาสที่ 2 ยกเว้นภาคการผลิตที่จะกลับเป็นปกติภายในไตรมาสที่ 3 และจะส่งผลต่อเนื่องให้การส่งออกทยอยฟื้นตัวตามมา ภาวะการเงินที่ผ่อนคลายและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะเอื้อให้การฟื้นตัวมีความต่อเนื่อง โดยรัฐบาลมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายเงินในโครงการบริหารจัดการน้ำได้เร็วขึ้นกว่าคาดการณ์เดิม ส่วนหนึ่งเพราะได้เริ่มอนุมัติโครงการบางส่วนไปแล้วในช่วงต้นเดือนมีนาคม ดังนั้น เศรษฐกิจไทยในปี 2555 น่าจะขยายตัวประมาณร้อยละ 5.7 โดยแรงขับเคลื่อนหลักยังมาจากอุปสงค์ในประเทศ ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ขณะที่อุปสงค์จากต่างประเทศจะมีบทบาทมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการผลิตสินค้าส่งออกที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

          -  กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ไทยและพม่าได้ตั้งเป้าหมายการขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้นเป็น 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 3 เท่าตัว ภายในปี 2558 โดยในปีนี้ไทยตั้งเป้าการส่งออกไปพม่าเพิ่มขึ้น 5,692 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 171,000 ล้านบาท)หรือเพิ่มขึ้น 100% จากปี 54 ที่มีมูลค่าส่งออก 2,846 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ(85,877 ล้านบาท) ขณะที่ไทยนำเข้าจากพม่ามีมูลค่า 3,268 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ( 99,725 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 16% พร้อมระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ได้วางนโยบายมุ่งเน้นการขยายการค้าระหว่างไทยและเพื่อนบ้านอาเซียนให้มากขึ้น โดยเน้นทั้งสองทาง ไม่เฉพาะแต่การส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากรัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญและจำเป็นของการรักษาสมดุลทางการค้า และสร้างพันธมิตรที่ดีอย่างยั่งยืน

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ ( 4 เม.ย.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ซึ่งสอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นในเอเซียส่วนใหญ่ลดลงจากการที่นักลงทุนลดความเสี่ยงของการลงทุนลงหลังจากรายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯยังไม่มีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ตัวเลขยอดคำสั่งซื้อสินค้าโรงงานสหรัฐฯเดือนกุมภาพันธ์ที่ประกาศออกมาขยายตัวต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (4 เม.ย.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เยนอ่อนลงมากเมื่อวันอังคาร โดยในวันนี้ค่าเงินเยนได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงลงและหันมาถือเยนและดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (4 เม.ย.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯยังไม่มีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันตลาดก็รอดูผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปวันนี้ท่ามกลางข้อมูลที่ชี้ว่าเศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว เช่น ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการยูโรโซนที่ลดลงสู่ระดับ 47.7 และ 49.1ตามลำดับในเดือนมีนาคม

 

Capital Market

          -  ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (4เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงเป็นวันที่สองติดต่อกัน ในขณะที่นักลงทุนคาดว่าจะไม่มีการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต และผลการประมูลพันธบัตรที่อ่อนแอในสเปนบ่งชี้ว่า แรงบวกที่ตลาดเคยได้รับจากปฏิบัติการอัดฉีดสภาพคล่องในยุโรปกำลังจางหายไป ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลดลง 0.95% สู่ระดับ 13,074.75, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 1.02% สู่ 1,398.96 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง1.46 % สู่ 3,068.09

          -  ตลาดหุ้นเอเชียเมื่อวันพุธ (4เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่รายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯเมื่อวันที่ 13 มีนาคมซึ่งเปิดเผยออกมาเมื่อคืนวันอังคารชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯยังไม่มีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ตัวเลขยอดคำสั่งซื้อสินค้าโรงงานสหรัฐฯเดือนกุมภาพันธ์ที่ประกาศออกมาขยายตัวต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้วันนี้หลายตลาดในเอเซียปิดทำการ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 2.29%

          -  ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันพุธ (4 เม.ย)ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ตามทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืนวันอังคารและตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯยังไม่มีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ตัวเลขยอดคำสั่งซื้อสินค้าโรงงานสหรัฐฯขยายตัวต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 12.98 จุด

 

         โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 5 เมษายน  2555

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment