| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Friday, 27 April 2012 09:29 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐเดือนมีนาคมปรับตัวขึ้น 4.1% มาอยู่ที่ 101.4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 หรือเกือบ 2 ปี และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.0% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นผลมาจากตลาดแรงงานที่ฟื้นตัวขึ้นและอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่อยู่ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยก็ยังคงเป็นจุดอ่อนที่สุดสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐ เนื่องจากแนวโน้มการถูกยึดบ้านเพิ่มสูงขึ้น มาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น และมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในระดับต่ำ - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 21 เมษายน ลดลง 1,000 ราย มาอยู่ที่ 388,000 ราย จากระดับ 389,000 ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้รับการปรับทบทวนขึ้นจากระดับ 386,000 รายในรายงานก่อนหน้า โดยปรับลดลงน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 375,000 ราย ขณะที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์เพิ่มขึ้น 6,250 ราย มาอยู่ที่ 381,750 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ 7 มกราคม 2555 ขณะที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 14 เมษายน เพิ่มขึ้น 3,000 ราย สู่ระดับ 3.315 ล้านราย
ยุโรป: ฝรั่งเศส - นาย Francois Hollande ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ประกาศว่าหากตนชนะการเลือกตั้ง จะเดินหน้าเจรจาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดของสหภาพยุโรป จากเดิมที่ระบุให้ประเทศที่กำลังประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจและการเงินดำเนินมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณอย่างเคร่งครัด เป็นการเพิ่มการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าหากนาย Hollande ชนะการเลือกตั้งอาจมีการดำเนินมาตรการหลายอย่างที่กระทบต่อความสัมพันธ์กับเยอรมนีซึ่งสนับสนุนมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณ อันจะยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในอนาคต
อิตาลี - นายจิออร์จิโอ นาโปลิตาโน ประธานาธิบดีอิตาลีกล่าวว่า อิตาลีจำเป็นต้องกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการจ้างงานให้เท่าเทียบกับระดับในยุโรป ในการกล่าวสุนทรพจน์เพื่อเป็นการรำลึกถึงการได้รับเสรีภาพของอิตาลีในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยนายนาโปลิตาโนกล่าวย้ำว่าความเป็นเอกภาพเป็นหัวใจสำคัญสู่การแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู)
สเปน - สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของสเปน ลง 2 ขั้น สู่ระดับ BBB+ จากระดับ A นอกจากนี้ยังได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นของสเปน ลงสู่ระดับ A-2 จากระดับ A-1 และยังให้แนวโน้มความน่าเชื่อถือ "เป็นลบ” โดยระบุว่า ปัญหาด้านการคลังของสเปนมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลสเปนจำเป็นจะต้องให้การสนับสนุนภาคธนาคารภายในประเทศ พร้อมระบุว่า เศรษฐกิจและสถานะการคลังของสเปนมีความเสี่ยงอย่างมากในขณะนี้
สเปน - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยว่าบรรดาธนาคารรายใหญ่ที่สุดของสเปนมีเงินทุนและศักยภาพในการทำกำไรเพียงพอที่จะรับมือกับภาวะเศรษฐกิจขาลง แต่ธนาคารที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลบางแห่งยังมีความเปราะบาง ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดการปัญหาเกี่ยวกับธนาคารที่อ่อนแออย่างเร่งด่วนและระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ธนาคารที่มีฐานะแข็งแกร่งได้รับผลกระทบจากการที่นักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่นต่อภาคการธนาคารสเปน
อังกฤษ - สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษของอังกฤษ เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของอังกฤษหดตัว 0.2% ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2555 หลังจากที่หดตัว 0.3% ในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจอังกฤษกลับเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างเป็นทางการอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2552
เอเชีย: จีน - มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส เปิดเผยว่าแนวโน้มความน่าเชื่อถือพันธบัตรสกุลเงินต่างประเทศและสกุลเงินหยวนของจีน ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ Aa3 เป็นบวก เพราะได้แรงหนุนจากภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในระยะกลาง รวมทั้งการจัดการหนี้สินของรัฐบาลซึ่งอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การคุมเข้มการคลังของรัฐบาลท้องถิ่น และการปฏิรูปครั้งใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูประบบการเงินนั้น ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่จีนจะต้องนำมาใช้เพื่อหนุนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพได้ตลอดระเวลา 10 ปีนี้ โดยจากบทวิเคราะห์ของมูดีส์เกี่ยวกับจีนนั้น ระบุว่าการที่จีนมีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ช่วยให้จีนมีความสามารถมากพอที่จะรับมือกับภาวะวิกฤต มูดีส์กล่าวว่าเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ประกอบกับยอดขาดดุลและหนี้สินของรัฐบาลกลางที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้สถานะการคลังของจีนมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับสถานะการคลังของรัฐบาลท้องถิ่น หรือระบบธนาคาร อย่างไรก็ตามมูดีส์ระบุว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยในยุโรป กำลังส่งผลให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง โดยคาดว่าการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่แท้จริงของจีนจะลดลงมาอยู่ที่ 7.5%-8.5% ในปี 2555 และปี 2556
ญี่ปุ่น - องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เรียกร้องให้ญี่ปุ่นเดินหน้าปฏิรูประบบภาษีและส่งเสริมการค้าเสรี โดย OECD ระบุว่าญี่ปุ่นมีโอกาสที่จะปรับขึ้นภาษีการอุปโภคซึ่งปัจจุบันยังคงอยู่ในระดั้บต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แม้ญี่ปุ่นมีแผนที่ขึ้นภาษีเป็น 10% ภายในเดือนตุลาคมปี 2558 จากปัจจุบันที่ 5% นอกจากนี้ OECD มองว่าการปรับลดอัตราภาษีเงินได้ยังจำเป็นต่อการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและส่งเสริมประสิทธิภาพด้านการแข่งขันด้วย ทั้งนี้ทาง OECD ยังเรียกร้องให้มีการยอมรับแรงงานต่างชาติมากขึ้น รวมทั้งการสร้างความเป็นสากลให้ระบบการศึกษาด้วย
เกาหลีใต้ - เศรษฐกิจเกาหลีใต้ไตรมาสแรกขยายตัวสูงสุดในรอบ 1 ปี แม้ว่ามาตรการการคลังที่เข้มงวดในยุโรปและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอลงในจีนจะส่งผลลบต่อภาคส่งออก โดยธนาคารกลางเกาหลีใต้รายงานว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้ไตรมาสแรกขยายตัว 0.9% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังจากไตรมาสที่ 4 ปีก่อนเศรษฐกิจขยายตัว 0.3%
ไทย - ยอดการส่งออกของไทยในเดือนมีนาคมหดตัว 6.5% (y-o-y) จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่วนการนำเข้าขยายตัว 25.6% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ขาดดุลการค้าสูงถึง 4,580 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ยอดการส่งออกในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ (มกราคม-มีนาคม 2555) หดตัว 3.9% (y-o-y) จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนการนำเข้าขยายตัว 10.45% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 5,180 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ - ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2555 ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 47.31 จากระดับ 28.41 ในไตรมาสแรกของปีนี้ ขณะที่มองภาวะเศรษฐกิจของไทยในอีก 3-6 เดือนข้างหน้าปรับตัวดีขึ้นจากปัจจุบัน แม้ดัชนีฯ จะปรับตัวลดลงจากไตรมาสแรกของปีนี้เล็กน้อย โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯ ในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 62.44 ลดลงจากระดับ 63.41 ในไตรมาสแรกของปีนี้ และดัชนีความเชื่อมั่นฯ ในอีก 6 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 68.24 ลดลงจากระดับ 72.19 จากไตรมาสแรกของปีนี้เช่นกัน สำหรับปัจจัยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญใน 3-6 เดือนข้างหน้า ได้แก่ การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ การส่งออกสินค้า และการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ขณะที่ปัจจัยการบริโภคภาคเอกชนเป็นปัจจัยที่มีบทบาทต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับปัจจัยอื่นๆ
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 26 เม.ย.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักส่วนใหญ่ในวันนี้จากการคาดการณ์เกี่ยวกับตัวเลขจีดีพีไตรมาสแรกของสหรัฐฯและคำกล่าวของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯที่ว่าธนาคารกลางฯพร้อมที่จะใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหากจำเป็น - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (26 เม.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินเยนในวันนี้จากการที่ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากที่เมื่อวานนี้ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯกล่าวว่าธนาคารสหรัฐฯพร้อมที่จะใช้มาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น โดยทางการสหรัฐฯจะเปิดเผยตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจไตรมาสแรกในวันพรุ่งนี้ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าตัวเลขดังกล่าวจะแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 26 เม.ย.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯไตรมาสที่ 1 จะขยายตัวในอัตราที่ลดลง และธนาคารกลางสหรัฐฯอาจจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส ( 26 เม.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน หลังการการประกาศดัชนียอดขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี และผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดจากบริษัทต่างๆ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.87% สู่ 13,204.62, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.67% สู่ 1,399.98 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.69% สู่ 3,050.61 - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส ( 26 เม.ย.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.01% ในวันนี้จากการที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯกล่าวว่าธนาคารกลางสหรัฐฯพร้อมที่จะใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการขยายตัวเศรษฐกิจหากจำเป็น ขณะเดียวกันธนาคารกลางสหรัฐฯก็ยืนยันว่าจะยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้อยู่ในระดับต่ำเป็นพิเศษต่อไปอย่างน้อยจนถึงปลายปี 2557 และยังเพิ่มคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีตลาดก็ยังรอดูผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันศุกร์ สำหรับตลาดหุ้นจีนวันนี้ได้รับปัจจัยลบจากการที่ผลประกอบการของบริษัทในประเทศที่แย่ลงและนักลงทุนยังคาดการณ์ว่าในไตรมาสต่อไปผลประกอบการบริษัทต่างๆจะยังคงอ่อนแอ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลง 0.09% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.79% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (26 เม.ย)ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงเช้าวันนี้ โดยมีปัจจัยบวกจากคำกล่าวของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมทั้งการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำจนถึงปลายปี 2557 และการปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่ม ธนาคารพาณิชย์ ปิโตรเคมี พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และ เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 7.91จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 27 เมษายน 2555
|
Comments