| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Friday, 20 July 2012 09:17 | |||
|
Snapshot สหรัฐอเมริกา
- ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จัดทำโดยสำนัก Conference Board ในเดือนมิถุนายนลดลง 0.3% สู่ 95.6 หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนพฤษภาคม และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดไว้ว่าจะลดลงเพียง 0.1%
- ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 14 กรกฎาคมปรับตัวขึ้น 34,000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 386,000 ราย จากระดับ 352,000 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้รับการปรับทบทวนขึ้นจากระดับ 350,000 รายในรายงานก่อนหน้านี้ โดยเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2554 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการในสัปดาห์ที่แล้วจะอยู่ที่ประมาณ 365,000 ราย อันเนื่องมาจากปัจจัยตามฤดูกาล หลังจากที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการร่วงลงอย่างมากในสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ ลดลง 1,500 ราย มาอยู่ที่ 375,500 ราย
- ยอดขายบ้านมือสองที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติในเดือนมิถุนายนลดลง 5.4% สู่ระดับ 4.37 ล้านยูนิต จากระดับ 4.62 ล้านยูนิตในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ 4.63 ล้านยูนิต ขณะที่ราคากลางของบ้านมือสอง ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.9% สู่ระดับ 189,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อยูนิต ทั้งนี้ การลดลงของยอดขายบ้านมือสองสะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐ หลังก่อนหน้าตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเพิ่มขึ้น ขณะที่รายงานของบรรษัทจำนองสินเชื่อบ้านของรัฐบาลกลางสหรัฐ (Freddie Mc) ระบุว่า ตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัว แม้ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างยังคงเผชิญกับปัญหาด้านแรงงานอย่างต่อเนื่อง
ยุโรป: สหภาพยุโรป
- กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เรียกร้องให้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เดินหน้าทำงานเพื่อจัดการกับวิกฤตหนี้ยูโรโซนต่อไป คณะกรรมการบริหารไอเอ็มเอฟระบุว่า อีซีบีต้องเดินหน้าใช้มาตรการต่างๆเพื่อจัดการกับวิกฤตต่อไป ซึ่งรวมถึงการแก้ปัญหาสภาพคล่องและการเข้าซื้อหลักทรัพย์ต่างๆ ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟแนะนำว่า อีซีบีควรผ่อนปรนทางการเงินเพิ่มเติมด้วยการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณที่โปร่งใส ซึ่งรวมถึงการเข้าซื้อตราสารหนี้จำนวนมาก พร้อมกันนั้นยังเสนอให้อีซีบีซื้อตราสารหนี้ให้มากขึ้นผ่านโครงการซื้อหลักทรัพย์ (SMP) ด้วย
อังกฤษ
- จากรายงานการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษเมื่อวันที่ 4-5 กรกฎาคม ที่เพิ่งได้รับการเปิดเผยเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ระบุว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางมีมติด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 2 ให้เพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และอาจจะพิจารณาเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังจากที่มีการประเมินผลกระทบของมาตรการปล่อยเงินกู้งวดใหม่และมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง
รัสเซีย
- วุฒิสภารัสเซียมีมติเห็นชอบการเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) ของรัสเซีย ด้วยคะแนนเสียง 144 เสียง จากคะแนนเสียงทั้งหมด 166 เสียง ทั้งนี้ หลังจากที่ ประธานาธิบดีรัสเซียลงนามในร่างกฎหมายที่ผ่านการเห็นชอบดังกล่าว รัสเซียจะกลายเป็นสมาชิกลำดับที่ 156 ของ WTO โดยสมบูรณ์ ซึ่งส่งผลให้รัสเซียต้องดำเนินการปรับลดอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากอัตราเฉลี่ยที่ 9.5% เหลือ 6% ภายในปี 2558
เอเชีย: จีน
- กระทรวงการคลังจีนเปิดเผยโครงการปล่อยสินเชื่อและให้ความช่วยเหลือทางการเงินอื่นๆสำหรับการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมให้บริษัทจีนขยายการลงทุนในต่างประเทศ โดยกระทรวงการคลังของจีนเปิดเผยว่าหากบริษัทใดก็ตามกู้เงินจากธนาคารเพื่อลงทุนในต่างประเทศ รัฐจะช่วยจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้บางส่วน สำหรับสินเชื่อสกุลเงินหยวนรัฐบาลจะลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งหมายความว่าผู้กู้รายใหญ่ที่มีเครดิตดีอาจไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเลย ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิงของจีนอยู่ที่ 6.0% และธนาคารต่างๆสามารถคิดดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำกว่าระดับดังกล่าวได้ถึง 70% หรือเท่ากับดอกเบี้ย 4.2% อย่างไรก็ดีบริษัทที่มีเครดิตด้อยกว่ามักต้องจ่ายดอกเบี้ยมากกว่า
เกาหลีใต้
- กระทรวงเศรษฐกิจฯของเกาหลีใต้เปิดเผยว่ายอดค้าปลีกของห้างค้าปลีกฯและห้างสรรพสินค้าปรับตัวลงในเดือนมิถุนายน เนื่องจากความต้องการสินค้าประเภทของชำและเสื้อผ้าปรับตัวลดลง โดยรายงานของกระทรวงระบุว่ายอดขายรวมของร้านค้าปลีกฯรายใหญ่ 3 อันดับแรกของเกาหลีใต้ อันได้แก่ ห้างอี-มาร์ท, ลอตเต้ มาร์ท และ โฮมพลัส ปรับตัวลง 7.2% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากที่ลดลง 5.7% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนพฤษภาคม โดยสาเหตุของการหดตัวลงของยอดค้าปลีกเนื่องมาจากอุปสงค์ด้านอาหารที่ชะลอลงหลังจากที่ราคาสินค้าเกษตรและประมงขยับสูงขึ้น ทั้งนี้ยอดขายของชำซึ่งมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งหมดของห้างค้าปลีกฯขนาดใหญ่ลดลง 6.7% ในเดือนมิถุนายนในขณะที่อุปสงค์ด้านสินค้าอิเล็กทรอนิกและเครื่องนุ่งห่มลดลง 14.4% และ 12.4% ตามลำดับ ในขณะเดียวกันยอดขายรวมของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ 3 อันดับแรก ได้แก่ ล๊อตเต้ ชินเซแก และ ฮุนได ลดลง 2.0% ในเดือนมิถุนายนเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากที่ลดลง 1.0% ในเดือนพฤษภาคม
ออสเตรเลีย
- ธนาคารเนชั่นแนลออสเตรเลีย แบงก์ (NAB) เปิดเผยผลสำรวจพบว่าสภาวะทางธุรกิจในออสเตรเลียซบเซาลงในไตรมาส 2 โดยดัชนีสภาวะทางธุรกิจลดลงสู่ระดับ -1 ในไตรมาส 2 จาก +3 ในไตรมาสแรก ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจลดลงแตะ -2 จากระดับ -1 ในไตรมาสแรก ทั้งนี้นายอลัน ออสเตอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ NAB กล่าวว่า ผลสำรวจบ่งชี้ว่า ปัจจัยลบจากยุโรปบดบังปัจจัยบวกจากการที่ธนาคารกลางออสเตรเลียลดดอกเบี้ย 2 ครั้งติดต่อกัน โดยลดลง 0.5% ในเดือนพฤษภาคม และลด 0.25% ในเดือนมิถุนายน ก่อนที่จะตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5% ในเดือนกรกฎาคมหลังข้อมูลเศรษฐกิจในประเทศดีขึ้น
ไทย
- ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจทัศนะของกลุ่มเกษตรกรต่อนโยบายการรับจำนำข้าวและมันสำปะหลังของรัฐบาลว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ 69.8% ระบุมีความพึงพอใจในระดับปานกลางในเรื่องนโยบายรับจำนำข้าว เพราะทำให้มีรายได้มากขึ้น มีเงินออมมากขึ้น เป็นหนี้ลดลง มีกำลังซื้อสินค้า และวัสดุ อุปกรณ์ทางการเกษตรได้มากขึ้น จึงต้องการให้รัฐบาลดำเนินนโบายนี้ต่อไป โดยระดับราคาจำนำที่ต้องการคือเฉลี่ยตันละ 18,361.37 บาท ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ 45.3% ระบุระเบียบขั้นตอนการรับจำนำข้าวเปิดโอกาสให้มีการทุจริตได้ในระดับปานกลาง สำหรับข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลคือ ควบคุมราคาสินค้าที่เป็นวัตถุดิบทางการเกษตร และต้นทุนการเกษตร เพราะปัญหาต้นทุนการผลิตสูง ทั้งจากราคาปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ราคาน้ำมัน ค่าแรง และค่าเครื่องจักรอุปกรณ์ทางการเกษตร เป็นปัญหาสำคัญอันดับแรกของเกษตรกร, ดูแลและแก้ปัญหาภัยธรรมชาติ, เ พิ่มคุณภาพของเม็ดพันธุ์และผลผลิต, จัดสรรน้ำให้เพียงพอ, ดูแลราคาข้าวให้เหมาะสมกับต้นทุน, จัดอบรมให้ความรู้เกษตรกร และดูแลราคาอย่าต่อเนื่องไม่ให้ตกต่ำ ขณะที่ ผู้ตอบส่วนใหญ่ถึง 81.6% ระบุพอใจระดับปานกลางถึงมากสำหรับนโยบายการรับจำนำมันสำปะหลัง เพราะมีรายได้มากขึ้น มีเงินออมมากขึ้น เป็นหนี้ลดลง มีกำลังซื้อสินค้า และวัสดุอุปกรณ์ทางการเกษตรได้มากขึ้น ดังนั้น เห็นด้วยที่รัฐบาลจะดำเนินนโยบายนี้ต่อไป โดยราคารับจำนำที่ต้องการได้คือ เฉลี่ยที่กิโลกรัม (กก.) ละ 5.18 บาท จากราคาจำนำปัจจุบันที่ประมาณกก.ละ 3 บาท
- สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ระดับ 102.7 ลดลงจากระดับ 106.0 ในเดือนพฤษภาคม สำหรับปัจจัยที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในเดือนมิถุนายน ได้แก่ ต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ความกังวลต่อสถานการณ์การเมือง และภัยธรรมชาติ ขณะเดียวกันวิกฤตเศรษฐกิจยุโรปยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทั้งทางตรงและทางอ้อมในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่ส่งออกไปยังยุโรป ตลอดจนคู่ค้าของไทยที่นำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปจากไทย เพื่อผลิตสินค้าสำเร็จรูปส่งออกไปยังยุโรปด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามค่าดัชนีอยู่ในระดับเกิน 100 แสดงว่าผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นต่อการประกอบการในระดับดี โดยผู้ประกอบการยังเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยยังมีความแข็งแกร่งและสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 105.8 ลดลงจากระดับ 111.1 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งค่าดัชนีที่ลดลงเกิดจากองค์ประกอบด้านยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ
- ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส(AREA) เผยผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยที่กำลังขายอยู่ในตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วงกลางปี 55 พบว่า ยังมีโครงการที่ขายอยู่ทั้งหมด 1,303 โครงการ และเป็นโครงการที่มีหน่วยขายเกินกว่า 20 หน่วย อยู่ 920 โครงการ หรือยังมีกิจกรรมทางการตลาดอยู่ ที่เหลืออีก 383 โครงการ ถือว่าเป็นโครงการที่แทบไม่มีกิจกรรมทางการตลาดแล้ว ทั้งนี้ จากจำนวนหน่วยขายในช่วงกลางปี 55 ทั้งหมด 396,587 หน่วย ขายไปแล้ว 267,470 หน่วย มีจำนวนเหลือขาย 129,117 หน่วย ลดลงจากเมื่อสิ้นปี พ.ศ.2554 ที่มีหน่วยเหลือขายอยู่ 134,266 หน่วย นอกจากนี้ การสำรวจกลางปี 55 นี้ยังพบมีโครงการที่หยุดขายไป 120 โครงการ รวมจำนวนหน่วย 25,044 หน่วย หรือเท่ากับ 19% ของอุปทานที่ยังเหลืออยู่ในตลาด และรวมมูลค่า 67,144 ล้านบาท คิดเป็น 16% ของมูลค่าที่ยังเหลือขายอยู่ใน สำหรับสาเหตุของโครงการที่หยุดขายไปก็เพราะสถาบันการเงินไม่อำนวยสินเชื่อ 23% ขายไม่ออก-รูปแบบสินค้าไม่เหมาะสม 25% ปรับปรุงเนื่องจากปัญหาน้ำท่วม 14% ไม่ผ่านผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) 8% ทำเลที่ตั้งไม่ดี 5% ทางเข้าออก-กรรมสิทธิ์ที่ดินมีปัญหา 3% เป็นต้น สำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งแรกของปี 55 พบว่า บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์(LPN) ขึ้นเป็นบริษัทที่เปิดหน่วยโครงการมากที่สุดถึง 8,418 หน่วย รวมมูลค่าสูงสุดถึง 10,132 ล้านบาท เมื่อพิจารณาตามจำนวนโครงการ พบว่า โครงการ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท(PS) มีจำนวนโครงการที่เปิดสูงสุด คือ 9 โครงการ ซึ่งหากเรียงลำดับตามมูลค่าของโครงการที่เปิดตัวจะพบว่า บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเม้นท์ เป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (9,940 ล้านบาท) บมจ.ศุภาลัย (SPALI) (8,298 ล้านบาท) บมจ.แลนด์แอนด์เฮาส์ (L&H) (7,845 ล้านบาท) และ บมจ.แสนสิริ (SIRI) (7,132 ล้านบาท)
Money Market
- บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 19 ก.ค.) ค่าเงินดอลลาร์ฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันนักลงทุนก็คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น
- เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 19 กค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯและยูโรในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนกังวลว่าผู้นำยุโรปจะดำเนินการล่าช้าในการหามาตรการที่จะยุติวิกฤติหนี้ยุโรปส่งผลให้ความต้องการถือเงินเยนซึ่งถือเป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำมีมากขึ้น โดยนักลงทุนรอดูผลการลงคะแนนเสียงของรัฐสภาเยอรมนีเกี่ยวกับมาตรการในการช่วยเหลือธนาคารพาณิชย์สเปน โดยนายกรัฐมนตรีเยอรมนีเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่างๆทำงานหนักขึ้นเพื่อให้ยุโรปประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาโดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากเยอรมนี
- ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 19 ก.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าก่อนที่จะอ่อนค่าลงในช่วงบ่ายโดยนักลงทุนรอดูผลการลงคะแนนเสียงของรัฐสภาเยอรมนีเกี่ยวกับมาตรการในการช่วยเหลือธนาคารพาณิชย์สเปน ในขณะที่นายกรัฐมนตรีเยอรมนีเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่างๆทำงานหนักขึ้นเพื่อให้ยุโรปประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาโดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากเยอรมนี
Capital Market
- ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (19 ก.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดสูงขึ้นในวันนี้จากการที่ผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีสูงกว่าที่นักวิเคระห์คาดการณ์ไว้และนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
- ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (19 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าทางการจีนจะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันตัวเลขยอดการเริ่มสร้างบ้านใหม่ในสหรัฐฯเดือนมิถุนายนที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 3 ปีก็ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นเอซียโดยรวมในวันนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.79% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.72% และ 1.66% ตามลำดับ โดย Shanghai Securities News รายงานว่าธนาคารขนาดใหญ่ 4 แห่งของจีนให้สินเชื่อใหม่ในช่วงครึ่งแรกของเดือนกรกฎาคมไปแล้วประมาณ 5 หมื่นล้านหยวน ซึ่งมากเป็นสองเท่าของการให้สินเชื่อใหม่ในครึ่งแรกของเดือนมิถุนายน
- ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (19 ก.ค) ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดสูงขึ้นก่อนที่จะปรับตัวลดลงในเวลาต่อมา โดยมีแรงขายออกมามากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ขณะเดียวกันก็มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีฯและพลังงานฯ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 7.18 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 20 กรกฎาคม 2555
|
Comments