Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Thursday, 16 August 2012 09:34

Snapshot

สหรัฐอเมริกา

-  ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนกรกฎาคมทรงตัว เป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% ขณะเดียวกันเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนในอัตราต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2553 ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐานที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 0.1% หลังเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% นาน 4 เดือนติดต่อกัน

-  ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยที่จัดทำโดยสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐ ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้สร้างบ้านเกี่ยวกับตลาดที่อยู่อาศัยในเดือนสิงหาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 2 จุด สู่ระดับ 37 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2550 รวมทั้งเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35 อย่างไรก็ดี ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยยังต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้สร้างบ้านมองตลาดในแง่ลบมากกว่าแง่บวก โดยดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 มาตั้งแต่เดือนเมษายน 2549 แล้ว

-  ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) รายงานว่า การผลิตในภาคอุตสาหกรรมในเดือนกรกฏาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.6% (m-o-m) จากที่ขยายตัว 0.1% ในเดือนก่อน (ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกทบทวนแล้วจากเดิมที่รายงานว่าขยายตัว 0.4% ด้านอัตราการใช้กำลังการผลิตก็ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 79.3% แต่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 2515-2554 อยู่ 1% สำหรับกิจกรรมการผลิตขยายตัว 0.5% เท่ากับในเดือนมิถุนายน ส่วนเมื่อเทียบรายปีมีการขยายตัว 5.0% (y-o-y) ทั้งนี้ หากไม่นับรวมการผลิตยานยนต์ การผลิตในภาคการผลิตจะขยายตัวเพียง 0.2% (m-o-m) เทียบกับ 0.4% ในเดือนมิถุนายน

-  ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยว่า ดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) ในเดือนสิงหาคมลดลงสู่ระดับ -5.85 จาก 7.39 ในเดือนกรกฎาคม ด้านดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ลดลงสู่รัดบ -5.50 จากระดับ -2.69 ในเดือนก่อน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2554 สำหรับดัชนีการจ้างงานลดลงสู่รัดบ 16.47 จากระดับ 18.52  ในเดือนก่อน และดัชนีสัปดาห์ทำงานเฉลี่ยของลูกจ้างเพิ่มขึ้นแตะรัดบ 3.53 จาก 0 ในเดือนก่อน ดัชนีภาวะธุรกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้าลดลงสู่ระดบ 15.20 จากระดับ 20.20 ในเดือน่กอ่น

 

ยุโรป: เยอรมนี

-  สถาบัน ZEW ของเยอรมนีเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนประจำเดือนสิงหาคม พบว่า ความเชื่อมั่นที่มีต่อเศรษฐกิจลดลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน แตะที่ระดับ -25.5 จาก -19.6 ในเดือนกรกฎาคม และอยู่ต่ำกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ -17.5

-  คริสเตียน ซูลซ์ นักเศรษฐศาสตร์จากเบเรนเบิร์ก แบงก์ กล่าวว่า เศรษฐกิจเยอรมนีสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องในไตรมาส 2 ของปีนี้ ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า เศรษฐกิจเยอรมนีจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย การแสดงความคิดเห็นของนายซูลซ์มีขึ้นหลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี (Destatis) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เยอรมนีในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ขยายตัว 0.3% จากไตรมาสแรก เพราะได้แรงหนุนจากการส่งออกเติบโตมากกว่าการนำเข้า รวมถึงการบริโภคโดยรวมที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรก

 

อิตาลี

-  ธนาคารกลางอิตาลีรายงานว่า นักลงทุนต่างชาติได้พากันลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลและตั๋วเงินคลังอิตาลีลงกว่า 25 % นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2544 ทั้งนี้ ธนาคารกลางอิตาลีรายงานว่า นักลงทุนต่างชาติถือครองตราสารหนี้ของรัฐบาลอิตาลี 5.968 แสนล้านยูโรในเดือนเมษายนปีนี้ โดยลดลงจาก 6.688 แสนล้านยูโรในเดือนมีนาคม และ 8.27 แสนล้านยูโรในเดือนมิถุนายน 2554 ส่งผลให้ปริมาณการลงทุนในตราสารหนี้รัฐบาลอิตาลีลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2548

-  ธนาคารกลางอิตาลี รายงานว่า หนี้สาธารณะของอิตาลีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิถุนายนที่ระดับเกือบ 2 ล้านล้านยูโร และยอดขาดดุลงบประมาณประจำปีของอิตาลีก็อยู่ในระดับสูงกว่าปีที่แล้วโดยมีสาเหตุสำคัญจากการที่อิตาลีต้องจ่ายเงินสมทบมาตรการให้ความช่วยเหลือทางการเงินสำหรับประเทศอื่นๆในยูโรโซน ทั้งนี้ ธนาคารกลางอิตาลีระบุว่า หนี้สาธารณะของอิตาลีในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 6.6 พันล้านยูโร สู่ระดับ 1.973 ล้านล้านยูโร โดยขณะนี้หนี้อิตาลีมีสัดส่วนราว 123 % ของจีดีพี ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 2 ของยูโรโซนโดยรองจากกรีซ

-  ธนาคารกลางอิตาลีรายงานว่าเศรษฐกิจอิตาลีหดตัวลง 0.7 % ในไตรมาส 2 และร่วงลง 2.5 % จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว  ขณะที่ยอดขาดดุลงบประมาณประจำปีอยู่ที่ 4.77 หมื่นล้านยูโรในช่วงครึ่งปีแรก โดยเพิ่มขึ้น 1.1 พันล้านยูโรจากช่วงเดียวกันของปี 2554  การเพิ่มขึ้นของยอดขาดดุลงบประมาณในครั้งนี้เกิดจากการที่อิตาลีต้องจ่ายเงินสมทบในมาตรการช่วยเหลือประเทศอื่นๆในยูโรโซน โดยวงเงินช่วยเหลือดังกล่าวพุ่งขึ้นสู่ 1.66 หมื่นล้านยูโรในช่วงครึ่งปีแรก จาก 6.1 พันล้านยูโรในเดือนมกราคม-มิถุนายน 2554  ขณะนี้อิตาลีได้รับแรงกดดันให้ขอความช่วยเหลือจากกองทุนคุ้มครองยุโรป ซึ่งมีการมองกันว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเพียงหนทางเดียวที่จะช่วยทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของอิตาลีลดลงได้ แต่รัฐบาลอิตาลียังคงปฏิเสธที่จะขอความช่วยเหลือจากยุโรป

-  รัฐบาลอิตาลีตั้งเป้าหมายว่าจะทำให้ยอดขาดดุลงบประมาณลดลงอย่างมาก สู่ระดับ 1.7 % ของจีดีพีในปีนี้ จาก 3.9 % ในปี 2554 อย่างไรก็ดี นายวิตตอริโอ กริลลี รมว.เศรษฐกิจอิตาลี ยอมรับว่า รัฐบาลจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ โดยมีสาเหตุมาจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมถดถอยอย่างรุนแรง ดังนั้นรัฐบาลอิตาลีจึงไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม นายกริลลีได้ขอให้อีซีบีดำเนินการอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นในการจัดทำแผนการปรับลดต้นทุนการกู้ยืมของอิตาลี และกล่าวว่าไม่ควรมีการกำหนดเงื่อนไขใหม่สำหรับอิตาลีอีก

-  สมาคมเกษตรกรรมรายใหญ่ที่สุดของอิตาลี หรือ Coldiretti เปิดเผยว่า เกษตรกรในอิตาลีได้รับผลกระทบหนักจากภาวะแล้ง โดยความเสียหายที่เกิดกับผลผลิตทางการเกษตรนั้นคิดเป็นมูลค่าถึง 1 พันล้านยูโร (1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งได้แก่ ผลผลิตถั่วเหลืองที่เสียหายอยู่ที่ประมาณ 50% ของผลผลิตรวม ในขณะที่ความเสียหายสำหรับผลผลิตข้าวโพดและมะเขือเทศคิดเป็น 30% และ 20% ตามลำดับ ในส่วนของการผลิตไวน์ของอิตาลี ก็คาดว่ายอดการผลิตจะลดลงต่ำกว่าระดับเฉลี่ยในรอบ 5 ปีอยู่ 10% เนื่องจากอากาศที่ร้อนจัด Coldiretti ได้ตั้งข้อสังเกตว่าภาวะแล้งในปี 2555 นี้ถือว่าเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

 

สเปน

-  นายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอยของสเปน กล่าวว่า ยังไม่มีการตัดสินใจเกี่ยวกับการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากต่างประเทศ โดยรัฐบาลสเปนจะรอดูรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการที่กำลังจะมีขึ้นของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ก่อนที่จะมีการตัดสินใจใดๆ นอกจากนี้ นายราฮอยยังประกาศว่าจะมีการขยายระยะเวลาการจ่ายเงินรายเดือน 400 ยูโร (493 ดอลลาร์) สำหรับผู้ที่ว่างงานระยะยาว ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดลงในวันที่ 15 สิงหาคมออกไปด้วย หลังจากที่มีการขยายแผนดังกล่าวมาแล้ว 2 ครั้งนับแต่เริ่มใช้ในปี 2554

 

เอเชีย: จีน

-  หนี้เสียในระบบธนาคารพาณิชย์จีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สามซึ่งชี้ถึงแนวโน้มในทางลบเกี่ยวกับคุณภาพสินทรัพย์และการเติบโตของกำไรของบริษัทในประเทศในภาวะที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว โดยหน่วยงานควบคุมระบบธนาคารพาณิชย์ในจีนรายงานว่า Non-performing loans ในไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้น 18.2 พันล้านหยวน ( 2.86 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) มาอยู่ที่ 456.4 พันล้านหยวน โดยหนี้เสียมีการเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มสถาบันการเงิน เช่น สถาบันการเงินขนาดใหญ่ของรัฐบาล ธนาคารท้องถิ่น ธนาคารของต่างประเทศ

 

ออสเตรเลีย

-  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคออสเตรเลียเดือนสิงหาคมลดลงมากสุดในรอบ 5 เดือนแม้ค่าจ้างแรงงานในประเทศจะเพิ่มขึ้น โดย Westpac Banking Corp และ Melbourne Institute รายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นฯลดลง 2.5% มาอยู่ที่ 96.6 โดยดัชนีได้จากสำรวจผู้บริโภคจำนวน 1,200 รายในช่วงระหว่างวันที่ 6-10 สิงหาคม

 

สิงคโปร์

-  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสิงคโปร์กล่าวว่า รัฐบาลจะยังคงจับตาดูภาวะเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมที่จะใช้มาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น เพื่อปรับลดค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ทั้งนี้กระทรวงการคลังของสิงคโปร์เปิดเผยผ่านทางเว็บไซต์ว่า สิงคโปร์มีอัตราเงินเฟ้อที่วัดจากอัตราการเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาผู้บริโภคของสินค้าทุกชนิดในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 5.3% โดยรวมค่าเช่าที่พักด้วย หากไม่นับรวมค่าเช่าที่พักอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 4.4% โดยกระทรวงการคลังฯคาดว่าตัวเลขนี้จะลดลงในช่วงใกล้สิ้นปี ทั้งนี้กระทรวงการคลังฯได้หยิบยกมาตรการบางอย่างที่รัฐบาลได้ดำเนินการเพื่อลดรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น เช่น การจัดหาสินค้าที่ราคาเหมาะสมและตัวเลือกอื่นที่ราคาถูกลงให้กับประชาชนจำนวนมากขึ้น รวมถึงเงินช่วยเหลือครัวเรือนที่มีรายได้น้อย สำหรับราคาบ้านและค่าเดินทางที่สูงขึ้นนั้นรัฐบาลจะยังคงเฝ้าดูสถานการณ์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และจะทุ่มทุนในการปรับปรุงการขนส่งสาธารณะ โดยธนาคารกลางสิงคโปร์ยังคงคุมเข้มนโยบายการเงินผ่านทางการปรับขึ้นค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อช่วยลดเงินเฟ้อจากการนำเข้าและอุปสงค์ โดยจะพิจารณานโยบายการเงินอีกครั้งในเดือนตุลาคม

 

ไทย

-  สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) เปิดเผยถึงผลการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐประจำเดือนมิถุนายน 55 ว่า ในการปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศของรัฐบาล กระทรวงการคลังได้ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 เพื่อดำเนินการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 จำนวน 17,180 ล้านบาท ส่วนการกู้เงินล่วงหน้าเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศของรัฐบาลในเดือนมิถุนายน 2555 มีการกู้เงินล่วงหน้า (Pre-funding) จำนวน 33,350 ล้านบาท โดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ (R-bill) เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ของพันธบัตร FIDF 3 ที่จะครบกำหนดในวันที่ 2 กันยายน 2555 วงเงิน 206,023.25 ล้านบาท โดยเงินที่ได้จะนำไปให้กองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศบริหารลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงให้เกิดผลตอบแทน และลดต้นทุนในการทำ Pre-funding นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้ชำระหนี้เป็นเงิน จำนวน 18,281.73 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น การชำระหนี้โดยใช้เงินงบประมาณรวม 17,783.90 ล้านบาท ส่วนการชำระหนี้ของรัฐบาลจากเงินนอกงบประมาณได้ชำระหนี้ที่กู้ภายใต้ พ.ร.ก.ช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูระยะที่สอง (FIDF 3) จำนวน 497.83 ล้านบาท ส่วนการกู้เงินล่วงหน้าเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศของรัฐบาลในเดือนกรกฎาคม 2555 มีการกู้เงินล่วงหน้า (Pre-funding) จำนวน 38,000 ล้านบาท โดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ (R-bill) เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ของพันธบัตร FIDF 3 ที่จะครบกำหนดในวันที่ 2 กันยายน 2555 วงเงิน 206,023.25 ล้านบาท โดยเงินที่ได้จะนำไปให้กองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ และพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศบริหารลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงให้เกิดผลตอบแทน และลดต้นทุนในการทำ Pre-funding ส่วนการชำระหนี้ของรัฐบาลในเดือนกรกฎาคม 2555ได้ชำระหนี้เป็นเงินจำนวน 16,111.42 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการชำระหนี้โดยใช้เงินงบประมาณ รวม 15,946.14 ล้านบาท

 

Money Market

-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ ( 15 ส.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ตามภาวะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมลดลงจากการลดการคาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการบริษัทในตลาดหุ้นภายใต้ความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรปและการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน

-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (15 ส.ค.)  ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยนักวิเคราะห์บางรายมองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจไม่ประกาศมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 3 (QE3) เดือนหน้า หลังตัวเลขตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯเดือนกรกฎาคมที่ประกาศเมื่อคืนวันอังคารจะขยายตัวมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์

-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (15 ส.ค.)  ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ แม้รายงานเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ของกลุ่มประเทศ euro-area หดตัว 0.2% จากไตรมาสก่อนหน้าจากผลของวิกฤติหนี้ภูมิภาคและการตัดลดงบประมาณ โดย 6 ประเทศจาก 17 ประเทศใน euro-area ได้เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Capital Market

-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (15 ส.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 0.06% ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.11% และ 0.46% ตามลำดับ โดยการซื้อขายเป็นไปอย่างเบาบาง โดยข้อมูลเศรษฐกิจชี้ว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่ดัชนีภาวะธุรกิจทั่วไปเดือนสิงหาคมหดตัวลงต่ำกว่าคาด

-  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (15 ส.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่บริษัทในตลาดมีการลดการคาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการภายใต้ความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรปและการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนแม้ว่าตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯเดือนกรกฎาคมที่ประกาศเมื่อคืนวันอังคารจะขยายตัวมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ โดยรายงานเศรษฐกิจของ euro-area ล่าสุดชี้ว่าเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ของกลุ่มประเทศดังกล่าวหดตัว 0.2% จากไตรมาสก่อนหน้าจากผลของวิกฤติหนี้ภูมิภาคและการตัดลดงบประมาณ โดย 6 ประเทศจาก 17 ประเทศใน euro-area ได้เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย  โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 0.05% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งลดลง 1.10% และ 1.18% ตามลำดับ

-  ตลาดหุ้นไทย  เมื่อวันพุธ(15 ส.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่นักลงทุนคาดการณ์แนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทในตลาดหุ้นเอเซียไปในทางลบ ขณะที่เศรษฐกิจ euro-area ไตรมาส 2 หดตัว 0.2% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้จะมีปัจจัยบวกจากการที่ตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯเดือนกรกฎาคมขยายตัวมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯปรับสูงขึ้น ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 0.01 จุด

 

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 16 สิงหาคม  2555

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment