Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Wednesday, 22 August 2012 09:11

Snapshot

สหรัฐอเมริกา

 

-  นายเดนนิส ล็อคฮาร์ท ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาแอตแลนตา กล่าวเตือนว่า การใช้นโยบายทางการเงินในเชิงรุกมากเกินไปอาจก่อให้เกิดความเสี่ยง เนื่องจากนโยบายการเงินอาจไม่สามารถจัดการกับความท้าทายหลายประการที่สหรัฐกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ความคิดเห็นของประธานเฟดแอตแลนตาสะท้อนถึงความกังวลที่ว่าเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายการเงินอาจผ่อนคลายนโยบายมากเกินไปเป็นระยะเวลาที่นานเกินไปโดยที่ไม่ได้ส่งผลที่น่าพอใจต่อเศรษฐกิจของประเทศ

 

-  รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) จะดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 3 (QE3) ได้เพิ่มขึ้นสู่ 60% ในการสำรวจเดือนสิงหาคม จาก 50% เมื่อเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ ผลสำรวจคาดว่า มาตรการพิมพ์เงินใหม่เพื่อเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลหรือ QE3 นี้ อาจจะมีวงเงิน 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ตัวเลขคาดการณ์สูงสุดอยู่ที่ระดับ 7.50 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่ง Fed ได้ใช้เม็ดเงินไปแล้ว 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ในการเข้าซื้อสินทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์ยังได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ลงสู่ 1.8 % สำหรับไตรมาสปัจจุบัน จาก 2.0 % ที่เคยคาดการณ์ไว้ในการสำรวจครั้งก่อนหลังจากสหรัฐรายงานว่าอัตราการเติบโตในไตรมาสเดือนเม.ย.-มิ.ย.อยู่ที่ระดับเพียง 1.5 % ต่อปีส่วนอัตราการเติบโตในปี 2556 อาจอยู่ที่ 2 % ซึ่งถือเป็นตัวเลขคาดการณ์ที่ต่ำที่สุดสำหรับปี 2013 ขณะที่ตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ยังคาดว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรอาจเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 135,000 ตำแหน่งต่อเดือนในไตรมาส 3 โดยปรับขึ้นจาก 123,000 ตำแหน่งที่คาดการณ์ไว้ในโพลล์เดือนกรกฎาคม

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

 

-  นายจอร์จ อัสมุสเซน สมาชิกสภาบริหารของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า กรีซควรจะอยู่ในกลุ่มยูโรโซนต่อไป เนื่องจากการออกจากกลุ่มจะส่งผลกระทบอย่างมาก อีกทั้งยังทำให้อัตราว่างงานในยุโรปเพิ่มสูงขึ้น

 

-  นิตยสารของเยอรมนีรายงานว่า ธนาคารกลางยุโรปได้เตรียมแผนการควบคุมภาวะปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรยุโรป ซึ่งจะเปิดทางให้รัฐบาลนำมาตรการต่างๆมาใช้เพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยคณะกรรมาธิการของอีซีบีอาจจะตัดสินใจในการประชุมครั้งต่อไปให้มีการกำหนดเพดานผลตอบแทนพันธบัตรของแต่ละประเทศ โดยแผนการกำหนดเพดานของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเกี่ยวโยงกับการใช้อำนาจของอีซีบีเพื่อพิมพ์ธนบัตร และธนาคารกลางก็อาจจะเปิดเผยปริมาณการเข้าซื้อพันธบัตรสำหรับแต่ละประเทศ

 

-  สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ระบุว่ากลุ่มประเทศสมาชิกที่อ่อนแอของยูโรโซน อย่างกรีซและไอร์แลนด์อาจจำเป็นต้องใช้เวลาจนถึงปี 2559 เพื่อหนุนฐานะการคลังที่ไม่มั่นคงให้เสร็จสมบูรณ์ ส่วนสเปน โปรตุเกสและอิตาลีอาจจะพ้นจากภาวการณ์ที่ยากลำบากในปัจจุบันภายในปี 2556 และทั้ง 5 ประเทศข้างต้นได้ดำเนินการปฏิรูปที่ยากลำบากแต่ได้ดำเนินไปเพียงครึ่งทางเท่านั้น

 

-  ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะประกาศยุทธศาสตร์ซื้อพันธบัตรกลุ่มประเทศยูโรโซนภายในวันที่ 6 กันยายนนี้ ในขณะที่ศาลสูงของเยอรมนีจะมีคำตัดสินในวันที่ 12 กันยายนนี้ว่า จะเห็นชอบให้รัฐสภาเยอรมนีให้สัตยาบันในกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพทางการเงินยุโรป (อีเอสเอ็ม) หรือไม่ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่เนเธอร์แลนด์จะจัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้น

 

เยอรมนี

 

-  สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ Ifo ของเยอรมนี เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า กลุ่มผู้ผลิตในเยอรมนีกำลังวางแผนที่จะเพิ่มการลงทุนในปี 2555 โดยกลุ่มผู้ผลิตต้องการที่จะใช้จ่ายเงินเพิ่มขึ้นราว 7% จากปีก่อนในด้านสิ่งปลูกสร้างใหม่ๆและสินค้าประเภทอุปกรณ์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม Ifo ระบุว่า เมื่อพิจารณาถึงภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจในปัจจุบันและความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤติยูโรโซน ทำให้ยังคงต้องจับตาดูขอบเขตของแผนการลงทุนดังกล่าว

 

-  นายกุยโด เวสเตอร์เวลล์ รมว.ต่างประเทศของเยอรมนี กล่าวว่า รัฐบาลกรีซจำเป็นต้องดำเนินมาตรการปฏิรูปให้สำเร็จลุล่วงตามที่ตกลงไว้ แต่ขณะเดียวกันก็ย้ำให้มั่นใจว่า รัฐบาลเยอรมนีต้องการให้กรีซอยู่ในยูโรโซนต่อไปพร้อมให้คำมั่นว่าเยอรมนีพร้อมให้การสนับสนุนกรีซ โดยจะช่วยเหลือรัฐบาลกรีซให้ดำเนินมาตรการปฏิรูปต่างๆที่กรีซรับปากไว้เพื่อแลกเปลี่ยนกับการรับเงินช่วยเหลือจากกองทุนของยูโรโซน

 

-  ธนาคารกลางเยอรมนี หรือ บุนเดสแบงก์ แสดงความเห็นคัดค้านแผนการซื้อพันธบัตรของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งบ่งชี้ถึงความคิดเห็นที่ไม่ลงรอยกันมากขึ้นเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะในภูมิภาค โดยธนาคารกลางเยอรมนีมีความเห็นว่า การซื้อพันธบัตรรัฐบาลในยูโรโซนถือเป็นเรื่องอันตรายและส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งถ้อยแถลงของธนาคารกลางเยอรมนีตอกย้ำจุดยืนและท่าทีของนายเจมส์ ไวด์มันน์ ประธานบุนเดสแบงก์ ที่ว่าธนาคารไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงที่จะส่งผลต่องบดุลบัญชีของธนาคารมากจนเกินไป

 

-  นายโวล์ฟกัง ชอยเบล รมว.คลังเยอรมนี กล่าวว่า ความช่วยเหลือที่ให้แก่กรีซนั้น มีขอบเขตจำกัด และกรีซไม่ควรคาดหวังว่าจะมีการจัดทำมาตรการให้ความช่วยเหลือจากต่างประเทศเพิ่มอีก ทั้งนี้ เศรษฐกิจกรีซอยู่ในภาวะถดถอยมาเป็นเวลานาน 5 ปีติดต่อกัน และระดับความไม่พอใจของประชาชนก็ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และปัจจัยเหล่านี้ก็ส่งผลให้นายแอนโทนิส ซามาราส นายกรัฐมนตรีกรีซต้องการที่จะลดผลกระทบที่สังคมกรีซได้รับจากมาตรการปรับลดงบประมาณ โดยใช้วิธียืดเส้นตายในการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณที่เจ้าหนี้ต่างชาติกำหนดไว้ออกไปจากเดิม

 

ฟินแลนด์

 

-  นายเอิร์กกิ ทูโอมิโอยา รัฐมนตรีต่างประเทศของฟินแลนด์ กล่าวว่า รัฐบาลของประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโรกำลังเตรียมความพร้อมหากกรีซต้องออกจากยูโรโซน โดยขณะนี้ได้มีการสมมติสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งรวมถึงการล่มสลายของสกุลเงินยูโร เพื่อหาทางรับมือหากเหตุการณ์สมมตินั้นเกิดขึ้นจริง

 

กรีซ

 

-  นายกรัฐมนตรี อันโตนิส ซามาราส ของกรีซ มีกำหนดพบปะและหารือกับผู้นำยูโรโซนในสัปดาห์นี้ (20-25 ส.ค.)ดังรายละเอียดที่เสนอไปแล้ว ซึ่งคาดว่านายซามาราสอาจจะใช้โอกาสนี้ขอขยายเวลาเพิ่มเติมในการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณให้ได้ตามเป้าหมายที่ให้สัญญาไว้กับบรรดาประเทศสมาชิก ขณะประเด็นที่เป็นที่จับตาคือ รัฐบาลยูโรโซนจะอนุมัติเงินกู้มูลค่า 3.15 หมื่นล้านยูโรให้แก่กรีซหรือไม่ในเดือนหน้า

 

เอเชีย: จีน

 

-  ธนาคารกลางจีนดำเนินมาตรการ Reverse-Repo Operations เพื่อผ่อนคลายปัญหาสภาพคล่อง โดยอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดการเงิน 150 พันล้านหยวน ( 24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยใช้สัญญาระยะ 7 วัน และอัดฉีดเพิ่มอีก 70 พันล้านหยวน โดยใช้สัญญาการกู้เงิน 14 วัน ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ใช้สูงที่สุดใน 1 วันนับจากวันที่ 3 กรกฎาคม ทั้งนี้มีรายงานว่ารัฐบาลจีนอาจจะนำมาตรการใหม่มาใช้เพื่อกระตุ้นการกู้ยืมของผู้บริโภคในประเทศรวมทั้งเพิ่มการใช้จ่ายในปีนี้ โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะมีการลด Reserve requirement ratio ( RRR )ของธนาคารพาณิชย์ลงอีก  หลังจากธนาคารกลางจีนได้ลดฯ RRR ครั้งสุดท้ายไปเมื่อเดือนพฤษภาคมและลดอัตราดอกเบี้ยไปเมื่อเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยเศรษฐกิจจีนไตรมาส 2 ขยายตัวเพียง 7.6% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำสุดนับจากไตรมาสแรกปี 2552

 

อินเดีย

 

-  ดัชนีราคาผู้บริโภคของอินเดียเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำสุดในรอบ 4 เดือนจากการที่ต้นทุนพลังงานชะลอลง โดยสำนักงานสถิติกลางของอินเดียรายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคของอินเดียเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 9.86% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 9.93% ทั้งนี้ธนาคารกลางอินเดียได้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมเมื่อเดือนกรกฎาคมแม้เศรษฐกิจจะมีแนวโน้มชะลอตัวลงเนื่องจากยังกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อจากผลของภาษีพลังงาน การอ่อนลงของค่าเงิน Rupee และภัยแล้งที่ส่งผลต่อพืชผลการเกษตร

 

ออสเตรเลีย

 

-  รายงานการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลียเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมซึ่งเผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมชี้ว่าธนาคารกลางออสเตรเลียมั่นใจว่าเศรษฐกิจของออสเตรเลียจะขยายตัวต่อไปได้แม้ว่าความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกจะเพิ่มขึ้นในขณะนี้ ดังนั้นจึงตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงไว้ที่ 3.50% ต่อไป ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ธนาคารกลางออสเตรเลียได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงไปแล้ว 1.25% ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2554-มิถุนายน2555 หลังจากนั้นได้คงอัตราดอกเบี้ยมาอย่างต่อเนื่องเนื่องจากมองว่าความต้องการบริโภคในประเทศแข็งแกร่งพอที่จะต้านทานภาวะความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกได้

 

ไทย

 

-  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันว่า การดำเนินนโยบายการเงินขณะนี้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจของไทย รวมถึงการขยายตัวของสินเชื่อ และการอุปโภคบริโภคในประเทศ พร้อมระบุเกี่ยวกับภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายในขณะนี้ว่า ยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม ขณะที่ระดับทุนสำรองระหว่างประเทศค่อนข้างมีเสถียรภาพ แม้ก่อนหน้านี้มีเงินไหลเข้ามามาก โดยส่วนใหญ่เข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 1-17 ส.ค. มีเงินไหลเข้าตลาดหุ้นในหลักร้อยล้านเหรียญ ขณะที่เข้ามาตลาดพันธบัตรหลักพันล้านเหรียญ แสดงว่าต่างชาติยังคงเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม ธปท. แสดงความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลก รวมถึงการลงทุนและการเบิกจ่ายภาครัฐจะมีความล่าช้า ขณะที่ในช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่การบริโภคเอกชนในประเทศจะขยายตัวในอัตราชะลอลง เพราะขยายตัวสูงมากแล้วในช่วงครึ่งปีแรกจากการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม และช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าการส่งออกของไทยก็ชะลอตัวลงด้วย ทำให้การผลิตเพื่อส่งออกชะลอตัว ส่งผลให้รายได้ประชาชนลดลง จึงเป็นที่มาในปรับลดคาดการณ์ GDP ในปีนี้

 

-  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติให้ขยายเวลายกเว้นการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลต่อไปอีก 1 เดือน โดยให้สิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.55 จากเดิมที่ ครม.เคยมีมติให้สิ้นสุดในวันที่ 31 ส.ค.55

 

-  ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบให้ขยายกรอบวงเงินงบประมาณของรัฐวิสาหกิจประจำปีงบประมาณ 2555 เพิ่มเติม โดยมีวงเงินดำเนินการและเบิกจ่ายลงทุนเพิ่มขึ้นจากจำนวน 852,202 ล้านบาท และจำนวน 537,561 ล้านบาท เป็นจำนวน 952,202 ล้านบาท และจำนวน 577,561 ล้านบาท ตามลำดับ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ

 

Money Market

 

-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (21 ส.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ โดยสกุลเงินเอเซียได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนลดความกังวลเรื่องความเสี่ยงลง เนื่องจากมองแนวโน้มผลการประชุมผู้นำ euro-area และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯในสัปดาห์นี้ไปในทางบวก

 

-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (21 ส.ค.)  ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายค่าเงินเยนได้อ่อนค่าลงเล็กน้อยเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยวันนี้นักลงทุนซื้อยูโรและสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆมากขึ้นเนื่องจากมีการมองแนวโน้มในทางบวกก่อนการประชุมผู้นำ euro-area และการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯสัปดาห์นี้

 

-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (21 ส.ค.)  ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนมองแนวโน้มไปในทางบวกเกี่ยวกับการประชุมผู้นำ euro-area สัปดาห์นี้จะมีการตกลงกันที่จะขยายเวลาสำหรับกรีซในการที่จะดำเนินตามโครงการปรับปรุงสถานะด้านการคลังของประเทศ ขณะเดียวกันการที่ตลาดคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯในทางบวกก็ส่งผลให้ความต้องการถือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯลดลง

 

Capital Market

 

-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (21 ส.ค.)   ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง หลังดัชนี S&P 500 แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีและเผชิญกับแนวต้านทางเทคนิค ขณะที่เทรดเดอร์เทขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไรหลังราคาปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา  ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 68.06 จุด หรือ 0.51% สู่ 13,203.58, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 4.96 จุด หรือ 0.35% สู่ 1,413.17 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 8.95 จุด หรือ 0.29 % สู่ 3,067.26

 

-  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (21 ส.ค.)   ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ธนาคารกลางจีนอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดการเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ทั้งนี้ธนาคารกลางจีนอัดฉีดเงิน 150 พันล้านหยวน ( 24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยใช้สัญญาระยะ 7 วัน และอัดฉีดเพิ่มอีก 70 พันล้านหยวน โดยใช้สัญญาการกู้เงิน 14 วัน ซึ่งจำนวนเงินที่ใช้สูงที่สุดนับจากวันที่ 3 กรกฎาคม ขณะเดียวกันตลาดหุ้นก็ได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนคาดการณ์เกี่ยวกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯเช่นยอดขายบ้านฯและยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนกรกฎาคมที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ไปในทางบวก อย่างไรก็ดีการที่ ECB แถลงว่าคณะกรรมการฯยังไม่ได้มีการเจรจากันเกี่ยวกับแผนที่จะกำหนดอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรของประเทศใน euro-area ก็ส่งผลลบต่อตลาดในวันนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 0.16% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดสูงขึ้น 0.54%

 

-  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันอังคาร (21 ส.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการคาดการณ์ดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ว่าจะชี้แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจนอกจากนี้การที่ธนาคารกลางจีนอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในวันนี้ก็ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทยเช่นเดียวกับตลาดหุ้นเอเซียโดยรวม โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 3.29 จุด

 

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 22 สิงหาคม  2555

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment