| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Thursday, 06 September 2012 09:19 | |||
|
Snapshot สหรัฐอเมริกา - ตัวเลขประมาณการครั้งที่สองของประสิทธิภาพการผลิตในไตรมาส 2/2555 เพิ่มขึ้น 2.2% หลังเพิ่มขึ้น 1.6% ในการประมาณการครั้งแรก และต้นทุนแรงงานต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 1.5% จากที่เพิ่มขึ้น 1.7% ในการประมาณการครั้งแรก - ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาซานฟรานซิสโกระบุว่ารัฐในสหรัฐที่มีกฎหมายภาษีที่ไม่ซับซ้อนและมีการจ่ายเงินสวัสดิการน้อย เป็นรัฐที่มีอัตราการเติบโตทางการจ้างงานและมีอัตราการเติบโตของค่าจ้างอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งกว่ารัฐอื่นๆ ในสหรัฐ โดยระบุว่าผู้กำหนดนโยบายของรัฐแต่ละรัฐสามารถกระตุ้นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานได้ โดยใช้วิธีส่งเสริมบรรยากาศทางธุรกิจให้ดีขึ้น ซึ่งสิ่งนี้สามารถวัดได้จากภาษีและต้นทุนอื่นๆ อย่างไรก็ดี รายงานpy’แสดงให้เห็นว่า ปัจจัยนอกนโยบายมีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่านโยบายด้านภาษีโดยปัจจัยนอกนโยบายนี้ครอบคลุมภาวะอากาศที่อบอุ่นและอัตราการกระจุกตัวของประชากรในระดับต่ำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้กำหนดนโยบายแทบไม่มีอำนาจควบคุม
ยุโรป: สหภาพยุโรป - มาร์กิตเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของยูโรโซนปรับตัวลงแตะ 47.2 ในเดือนสิงหาคม จาก 47.9 ในเดือนกรกฎาคม ส่วนดัชนี PMI รวมทั้งภาคการผลิตและภาคบริการของยูโรโซนในเดือนสิงหาคม ก็ลดลงสู่ระดับ 46.3 จาก 46.5 ในเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ ตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมด้านการผลิตทั่วทั้งภูมิภาคยังหดตัวลงจากเดือนก่อนหน้า มาร์กิตระบุว่าดัชนี PMI ที่ย่ำแย่บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจของยูโรโซนมีแนวโน้มจะเผชิญกับภาวะหดตัวในช่วงไตรมาส 3 ปี 2555 และยังแสดงให้เห็นว่าวิกฤตหนี้ภูมิภาคได้ลุกลามอย่างต่อเนื่อง จากประเทศขนาดเล็กไปสู่ประเทศสมาชิกที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่าง เยอรมนี - สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป หรือ ยูโรสแตท รายงานยอดค้าปลีกเดือนกรกฎาคมในยูโรโซนปรับตัวลง 0.2% จากเดือนก่อนหน้า หลังจากที่ปรับตัวขึ้นในช่วง 2 เดือนติดต่อกัน และหากเทียบรายปียอดค้าปลีกร่วงลง 1.7% ในเดือนกรกฎาคม สำหรับในสหภาพยุโรป (อียู) ที่มีสมาชิก 27 ประเทศนั้น ยอดค้าปลีกเดือนกรกฎาคมทรงตัวจากเดือนมิถุนายน แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดือนกรกฎาคม 2554 ยอดค้าปลีกปรับลดลง 0.2% - สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรปหรือยูโรสแตท เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของยูโรโซนในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 0.4% (m-o-m) จากเดือนมิถุนายน หลังจากที่ปรับตัวลง 2 เดือนติดต่อกัน และเมื่อเทียบกับช่วงเดือนกรกฎาคม 2554 ดัชนี PPI ดีดตัวขึ้น 1.8% (y-o-y) ยูโรสแตทระบุว่า เป็นผลจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาขึ้นของเงินเฟ้อในภูมิภาคในช่วงปลายปีนี้ - ตลาดจับตาดูการประชุมนโยบายของอีซีบีในวันนี้ (6 กันยายน) โดยนักลงทุนคาดหวังว่า นายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบีจะเปิดเผยรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับโครงการซื้อพันธบัตรของอีซีบีเพื่อลดต้นทุนการกู้ยืมของหลายประเทศ อาทิ สเปนและอิตาลี ทั้งนี้ นายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบีกล่าวต่อสมาชิกรัฐสภายุโรปว่า การที่อีซีบีเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นจะไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ของสหภาพยุโรป (อียู) - ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ระบุว่าอีซีบีไม่ได้เข้าซื้อพันธบัตรนับเป็นสัปดาห์ที่ 25 ติดต่อกัน ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรปจะประชุมร่วมกันในวันพฤหัสบดีนี้ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่านายมาริโอ ดรากิ ประธานอีซีบีจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำโครงการซื้อพันธบัตรอีกครั้งด้วยความหวังว่าจะช่วยปรับลดต้นทุนการกู้ยืมของหลายประเทศในยูโรโซน อาทิ สเปน และอิตาลี ทั้งนี้ อีซีบีได้นำโครงการตลาดหลักทรัพย์ (SMP) หรือโครงการซื้อพันธบัตรมาใช้เป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2553 - นาย Klaus Regling ประธานกรรมการกองทุนภายใต้สำนักงานกำกับเสถียรภาพการเงินยุโรป (European Financial Stability Facility : EFSF) ระบุว่าวิกฤตการเงินยูโรโซน อาจยุติภายในระยะเวลา 1-2 ปี หากประเทศสมาชิกดำเนินมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ตามกำหนดเดิมกองทุน EFSF จะต้องถูกแทนที่โดยกองทุน European Stabilization Mechanism (ESM) ซึ่งมีมูลค่า 500 พันล้านยูโรในเดือนกรกฎาคม 2555 อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กองทุน ESM ต้องเผชิญอุปสรรคต่างๆ โดยเฉพาะจากเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้อัดฉีดเงินรายใหญ่ โดยศาลเยอรมนีเตรียมตัดสินว่ากองทุน ESM ขัดต่อรัฐธรรมนูญเยอรมนีหรือไม่ในวันที่ 12 กันยายน 2555 โดยหากผลการตัดสินระบุว่า ESM ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กองทุนดังกล่าวก็จะสามารถบังคับใช้ได้ - คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารของสหภาพยุโรป (อียู) จะยื่นข้อเสนอในวันพุธที่ 12 กันยายนนี้ในเรื่องแผนการกำกับดูแลภาคธนาคารทั่วยุโรป แต่อีซีระบุว่าอีซีต้องการให้อีซีบีกำกับดูแลสถาบันธนาคารทั้ง 6,000 แห่ง ซึ่งการให้อำนาจในการกำกับดูแลในวงกว้างเช่นนี้จะถือเป็นขั้นตอนแรกที่นำไปสู่การจัดตั้งสหภาพธนาคาร และจะเปิดโอกาสให้ยูโรโซนสามารถเพิ่มทุนโดยตรงแก่ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นการทำลายวงจรอุบาทว์ระหว่างรัฐบาลที่มีหนี้สินสูงกับภาคการเงินที่อ่อนแอในประเทศนั้น - รัฐบาลเยอรมนีขัดแย้งกับคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ในเรื่องแผนมอบอำนาจใหม่ในการกำกับดูแลภาคธนาคารให้แก่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) โดยรัฐบาลเยอรมนีระบุว่า การมอบอำนาจให้อีซีบีกำกับดูแลมากกว่าธนาคารขนาดใหญ่ถือเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และระบุว่าเป็นเรื่องที่ผิดพลาดที่จะตั้งความหวังว่า หน่วยงานใหม่ในการกำกับดูแลภาคธนาคารจะสามารถเริ่มงานได้ก่อนสิ้นปีนี้ - ตลาดเงินคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรือ refinancing rate ลงสู่สถิติต่ำสุดที่ 0.50 % ในวันนี้ (6 กันยายน) โดยปรับลดลงจากระดับปัจจุบันที่ 0.75 % อย่างไรก็ดี ตลาดเงินคาดว่าอีซีบีจะคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ 0 % ต่อไป ตลาดคาดว่าอีซีบีมีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินในช่วงนี้ ในขณะที่อีซีบีพยายามสกัดกั้นการหดตัวของเศรษฐกิจยูโรโซน โดยเป็นที่คาดกันว่าอีซีบีอาจจะประกาศรายละเอียดในแผนการเข้าซื้อพันธบัตรรอบใหม่ด้วย โดยมีจุดประสงค์เพื่อปรับลดต้นทุนการกู้ยืมของประเทศที่มีเศรษฐกิจอ่อนแอในยูโรโซน - นายจอร์จ อัสมุสเซ็น ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เตือนนักการธนาคารให้เตรียมรับกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น หลังเรื่องอื้อฉาวที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ภาคธนาคารไม่สามารถกำกับดูแลตัวเองได้ อาทิ การทำธุรกรรมของภาคธนาคารในการปล่อยกู้จำนองแก่ลูกหนี้ที่มีความน่าเชื่อถือต่ำ (ซับไพรม์) เป็นสาเหตุของวิกฤติการเงินโลกเมื่อเกือบ 4 ปีก่อน เรื่องอื้อฉาวกรณีการปั่นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารบาร์เคลย์สของอังกฤษ และการขาดทุนมหาศาลจากการซื้อขายหุ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตในยูบีเอสของสวิสเซอร์แลนด์และโซซิเอเต้ เจเนอราลของฝรั่งเศส ขณะที่ธนาคารเอชเอสบีซีก็ละเมิดกฎการฟอกเงิน ส่วนสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดถูกปรับ 340 ล้านดอลลาร์ฐานเพิกเฉยต่อมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐต่ออิหร่าน
เยอรมนี - นางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนีได้กล่าวสุนทรพจน์ในเทศกาล Gillamoos ซึ่งจัดขึ้นที่แคว้นบาวาเรียของเยอรมนี โดยนายกรัฐมนตรีแมร์เคลได้เรียกร้องให้มีการสร้างความเป็นปึกแผ่นในกลุ่มประเทศยูโรโซน และได้ปฏิเสธแนวคิดที่ว่า ยูโรโซนเป็น "สหภาพหนี้" นายกรัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวว่า ประเทศต่างๆ เช่นกรีซ โปรตุเกส และสเปน กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศยูโรโซนจะต้องรวมตัวกันเป็นปึกแผ่น - สมาคมผู้ผลิตยานยนต์ระหว่างประเทศของเยอรมนี (VDIK) เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นว่า ยอดขายรถยนต์ใหม่ในเยอรมนีลดลง 4.7% ในเดือนสิงหาคม โดยยอดการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ลดลงสู่ระดับ 226,500 คันในเดือนสิงหาคม ส่งผลให้ยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่รวมทั้งหมดในรอบ 8 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ระดับ 2.1 ล้านคัน ซึ่งลดลง 0.6% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว - ลูกเรือสายการบินลุฟท์ฮันซ่าของเยอรมนีจะผละงานประท้วงทั่วประเทศเยอรมนีเป็นเวลา 24 ชั่วโมงเต็มในวันศุกร์ที่ 7 กันยายนนี้ ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องค่าจ้างและสภาพการทำงานที่มีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อนานหลายสัปดาห์ และจะทำให้สายการบินที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนีได้รับความเสียหายหลายสิบล้านยูโร คาดว่าจะทำให้สายการบินลุฟท์ฮันซ่าต้องยกเลิกเที่ยวบินกว่า 100 เที่ยวบิน ซึ่งทำให้ผู้โดยสาร 26,000 คนตกค้างที่สนามบิน
ฝรั่งเศส - ธนาคารต่างชาติและนักลงทุนรายอื่นๆไม่ได้ส่งสัญญาณปรับเพิ่มการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสเปนในระยะนี้ ทั้งนี้ บีเอ็นพี พาริบาส์ ซึ่งเป็นธนาคารฝรั่งเศสที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของยูโรโซนเพิ่งประกาศเมื่อเร็วๆนี้ว่าทางธนาคารมีแผนจะกำหนดเพดานการถือครองพันธบัตรของแต่ละประเทศไว้ที่ 1 หมื่นล้านยูโรเพื่อเป็นการปรับลดความเสี่ยง
อิตาลี - นายกรัฐมนตรีมาริโอ มอนติของอิตาลี และประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ของฝรั่งเศส เห็นพ้องในความพยายามร่วมกันเพื่อดำเนินการตามข้อตกลงว่าด้วยค่าสเปรดที่มีขึ้นในระหว่างการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป (อียู) เมื่อเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ ผุ้นำอิตาลีกล่าวว่า ระดับค่าสเปรดเมื่อเทียบกับพันธบัตรเยอรมนี ซึ่งได้รับการพิจารณาว่าเป็นมาตรวัดความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศหนึ่งๆในการรับมือวิกฤตยูโรโซนนั้น ต้องไม่ก่อให้เกิดอุปสรรคต่อความมีเสถียรภาพของยูโรโซน เนื่องจากระดับค่าสเปรดดังกล่าวไม่สามารถบ่งบอกถึงการปรับตัวทางเศรษฐกิจที่แท้จริง
สเปน - กระทรวงการจ้างงานและสวัสดิการสังคมสเปนเปิดเผยว่า จำนวนผู้ว่างงานในสเปนในเดือนสิงหาคมปรับตัวสูงขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดยมีผู้ว่างงานไม่ต่ำกว่า 4.6 ล้านคน ทั้งนี้ ตัวเลขผู้ว่างงานในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 38,000 ราย หรือ 0.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เนื่องจากเดือนนี้ถือเป็นช่วงสิ้นสุดสัญญาการจ้างงานชั่วคราวในฤดูร้อนจำนวนมาก - รัฐบาลสเปนเริ่มสูญเสียความช่วยเหลือที่เคยได้รับจากธนาคารพาณิชย์สเปนซึ่งมีสถานะเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ในพันธบัตรรัฐบาลสเปน โดยธนาคารพาณิชย์สเปนขายพันธบัตรที่ตนเองถือครองไว้ในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบกว่า 2 ปีในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ให้เข้ามาแทรกแซงตลาดเพื่อแก้ไขวิกฤติหนี้สเปน ทั้งนี้ แรงเทขายของธนาคารพาณิชย์สเปนสร้างความเสียหายต่อรัฐบาลสเปนเพราะรัฐบาลสเปนต้องพึ่งพาธนาคารพาณิชย์สเปนมากขึ้นเรื่อยๆในช่วงที่ผ่านมาในการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล หลังจากนักลงทุนต่างชาติหลายรายเลิกซื้อพันธบัตรสเปน ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์สเปนเคยใช้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากอีซีบีในการเข้าซื้อพันธบัตรราว 8.7 หมื่นล้านยูโรระหว่างเดือนธันวาคม 2554 – มีนาคม 2555 - รัฐบาลสเปนวางแผนจะเปิดประมูลขายพันธบัตรอีก 7 รอบก่อนสิ้นปีนี้โดยรอบถัดไปจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน ทั้งนี้ รัฐบาลสเปนได้เปิดขายพันธบัตรไปแล้วราว 2 ใน 3 ของปริมาณทั้งหมดที่ตั้งเป้าว่าจะออกจำหน่ายในปีนี้ที่ 8.6 หมื่นล้านยูโร อย่างไรก็ดี การเปิดขายพันธบัตรในช่วงปลายปีอาจประสบความยากลำบากถ้าหากอีซีบีไม่เข้าซื้อพันธบัตรสเปน และธนาคารพาณิชย์สเปนยังคงปรับลดการถือครองพันธบัตรลงต่อไป
เอเชีย: จีน - เอชเอสบีซีเปิดเผยผลสำรวจพบว่า ภาคบริการของจีนมีการขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบ 1 ปีในเดือนสิงหาคม แม้บริษัทเพิ่มการจ้างงานในอัตราค่าจ้างที่สูงขึ้นก็ตาม ทั้งนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการลดลงสู่ระดับ 52.0 ในเดือนสิงหาคม จาก 53.1 ในเดือนกรกฎาคม แต่ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัว
ญี่ปุ่น - นายเรียวโซ มิยาโอะ กรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่า บีโอเจต้องดำเนินมาตรการที่ระมัดระวังและเด็ดขาดเมื่อจำเป็น ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณความพร้อมที่จะผ่อนคลายนโยบายการเงินลงอีก ถ้าแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้รับผลกระทบ เขาเตือนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ อาทิ ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการแข็งค่าของเยน พร้อมเสริมว่าการส่งออกและการผลิตอาจจะไม่เพิ่มขึ้นทันเวลาเพื่อทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวในระยะใกล้ โดยคาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัวปานกลาง
เกาหลีใต้ - ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นทำสถิติใหม่ในเดือนสิงหาคม เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินทรัพย์ในรูปสกุลเงินต่างๆ ยกเว้นดอลลาร์สหรัฐฯ และจากการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนด้านการลงทุน รายงานระบุว่า ณ สิ้นเดือนสิงหาคมทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของเกาหลีใต้แตะที่ 3.1688 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯจากเดือนก่อนหน้า ตัวเลขในเดือนสิงหาคมทุบสถิติทุนสำรองเงินตราต่างประเทศในเดือนเมษายนซึ่งอยู่ที่ระดับ 3.1684 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศอยู่เหนือหลัก 3 แสนล้านดอลลาร์ฯนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2554 ซึ่งเป็นการแตะหลัก 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯเป็นครั้งแรก
ออสเตรเลีย - รัฐบาลออสเตรเลียรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของออสเตรเลียปรับขึ้น 0.6% ในไตรมาส 2 จากไตรมาสก่อนหน้า หลังจากขยายตัว 1.4% ในไตรมาสแรก ทั้งนี้ธนาคารกลางออสเตรเลียตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.5% เมื่อวันอังคาร แต่ระบุย้ำว่าราคาส่งออกทรัพยากรลดลงอย่างรุนแรงของในระยะนี้ และยอมรับว่าเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มที่ไม่แน่นอน โดยจีนถือเป็นประเทศลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย
อินโดนีเซีย - นายดาร์มิน นาซูติออน ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียตลอดทั้งปี 2555 จะอยู่ที่ 6.4% และจะเพิ่มขึ้นสู่ 6.6% ในปีหน้า และเขากล่าวเสริมว่าธนาคารกลางอินโดนีเซียจะใช้นโยบายในการควบคุมภาวะเงินเฟ้อพร้อมกับกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 4.7% ในปี 2555 และจะขยับขึ้นสู่ 4.8% ในปี 2556
ไทย - คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.00% ตามที่ตลาดคาดการณ์ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ใกล้เคียงกับศักยภาพ แม้ว่าเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกต่ำกว่าคาด แต่อุปสงค์ภายในประเทศและการลงทุนยังขยายตัวได้ดี อย่างไรก็ดี กรรมการ กนง.จำนวน 2 ใน 5 เห็นว่าควรลดดอกเบี้ยลง 0.25% เพราะกังวลว่าเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกมากขึ้นอีกจนกระทั่งส่งผลต่อการบริโภคภายในประเทศ - คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) มีมติให้ปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันเบนซินและน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 50 สตางค์/ลิตร และเพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซลอีก 20 สตางค์/ลิตร ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2555 เป็นต้นไป ส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ ติดลบระดับคงเดิมประมาณ 120 ล้านบาท/วัน - ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้างกลาง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมค่าจ้างกลางมีมติเห็นชอบตามมติเดิมเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 54 ให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ในพื้นที่ 70 จังหวัดทั่วประเทศ ในวันที่ 1 มกราคม 56 และให้คงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไว้ที่วันละ 300 บาท เป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่ปี 57-58 สาเหตุที่คณะกรรมการค่าจ้างกลางยืนยันตามมติเดิมหลังได้ติดตามสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และแรงงาน นับตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.55 ที่ได้มีมติให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำใน 7 จังหวัดเพิ่มขึ้นร้อยละ 39.5 หรือมีอัตราค่าจ้างวันละ 300 บาท ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม และภูเก็ต แล้วไม่ส่งผลกระทบใดๆ พร้อมระบุจะเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ภายใน 2 สัปดาห์นี้
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (5 ก.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงจากการที่ข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศสำคัญๆชี้แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจ เช่นดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน และสหรัฐฯ และ เศรษฐกิจออสเตรเลียไตรมาส 2 ที่ขยายตัวเพียง 0.6% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังจากไตรมาสที่ 1 ขยายตัว 1.4% - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (5 ก.ย.) ค่าเงินเยนค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยตลาดรอดูผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันพฤหัส ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจโดยรวมยังชี้ไปในทางลบส่งผลให้มีแรงขายสกุลเงินประเทศในเอเซีย และยูโร และมีแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐฯและเยนมากขึ้น - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (5 ก.ย.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการประชุมธนาคารกลางยุโรป ( ECB ) ในวันพฤหัสเพื่อหารือมาตรการแก้วิกฤติภูมิภาค ทั้งนี้นักลงทุนจับตาเกี่ยวกับแผนของ ECB ในการซื้อพันธบัตรของประเทศที่มีปัญหาในยุโรป โดยเจ้าหน้าที่ ECB บางคนมองว่า ECB อาจชะลอการให้รายละเอียดทั้งหมดของแผนการซื้อพันธบัตรไปจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญเยอรมนีจะตัดสินว่ากองทุน ESM ซึ่งเป็นกองทุนช่วยเหลือถาวรของ Euro-Area ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ในวันที่ 12 กันยายน ขณะเดียวกันค่าเงินยูโรยังถูกกดดันจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าตัวเลขยอดขายปลีกและดัชนีภาคบริการของ Euro-Area จะลดลง อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรได้ปรับแข็งขึ้นเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (5 ก.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดตลาดสหรัฐปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันพุธท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบาง ขณะที่นักลงทุนยังคงลังเลที่จะเข้าซื้อขายหุ้นล็อตใหญ่ก่อนการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันพฤหัสบดีนี้ซึ่งอาจจะประกาศนโยบายใหม่เพื่อช่วยควบคุมวิกฤติหนี้ยูโรโซน ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.09%, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.11% และดัชนี Nasdaq ปิดลบ 0.19% - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (5 ก.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศสำคัญๆชี้แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจ โดยหลังจากการแถลงข้อมูลภาคการผลิตของจีนเดือนสิงหาคมซึ่งชี้แนวโน้มการหดตัวมากขึ้น เมื่อคืนวันอังคารดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯเดือนสิงหาคมก็ชี้แนวโน้มการหดตัวลงมากขึ้นจากเดือนก่อนหน้าเช่นกัน ขณะที่เศรษฐกิจออสเตรเลียไตรมาส 2 ที่แถลงในวันนี้ก็ชี้การขยายตัวในอัตราที่ต่ำลง โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 1.09% โดยนักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันพฤหัส ส่วนดัชนีเซี่ยงไอ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.29% และ 1.47% ตามลำดับ - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (5 ก.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่ดัชนีเศรษฐกิจของหลายประเทศเช่น สหรัฐฯ จีน และออสเตรเลียชี้แนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯยังคงอยู่ในแดนลบต่อเนื่องจากช่วงเช้า ส่งผลให้วันนี้ SET INDEX ลดลง 2.47 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 6 กันยายน 2555
|
Comments