| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Tuesday, 20 November 2012 09:52 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านที่จัดทำโดยสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 5 จุด สู่ระดับ 46 จากระดับ 41 ในเดือนตุลาคม นับว่าเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน และเป็นระดับสูงสุดนับแต่เดือนพฤษภาคม 2549 สำหรับดัชนีที่ประเมินภาวะยอดขายในปัจจุบันเพิ่มขึ้น 8 จุด สู่ระดับ 49 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 6 ปี และดัชนีคาดการณ์ยอดขายในช่วง 6 เดือนหน้า ปรับตัวเหนือ 50 เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้น 2 จุด สู่ระดับ 53 ทั้งนี้ การปรับตัวเพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ปรับตัวดีขึ้นสำหรับการก่อสร้างที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า กลุ่มผู้สร้างบ้านมีมุมมองต่อตลาดในเชิงลบมากกว่าในเชิงบวก และดัชนียังไม่เคยปรับตัวเหนือระดับ 50 มานับตั้งแต่เดือนเมษายน 2549 - ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) ที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) ในเดือนตุลาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.1% สู่ระดับ 4.79 ล้านยูนิตต่อปี หลังลาดแรงงานที่ส่งสัญญาการฟื้นตัวได้ช่วยหนุนตลาดที่อยู่อาศัยให้คึกคักขึ้น ส่วนราคากลางของบ้านมือสองอยู่ที่ระดับ 178,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเมื่อเทียบเป็นรายปีเพิ่มขึ้น 11.1% (y-o-y) ขณะที่สต็อกบ้านมือสองปรับตัวลดลง 1.4% มาอยู่ที่ระดับ 2.14 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2545
ยุโรป: สหภาพยุโรป - นักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป หรือยูโรสแตท รายงานว่า ยอดเกินดุลการค้าในกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร 17 ประเทศอยู่ที่ 9.8 พันล้านยูโร (1.25 หมื่นล้านดอลลาร์) ในเดือนก.ย.2555 เมื่อเทียบกับที่เกินดุลอยู่ 1.7 พันล้านยูโร (2.2 พันล้านดอลลาร์) ในเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว และเทียบกับยอดเกินดุล 5.2 พันล้านยูโร (6.6 พันล้านดอลลาร์) ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา - ในส่วนของกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 27 ประเทศนั้น ยูโรสแตทรายงานว่า อียูมียอดขาดดุลการค้า 1.26 หมื่นล้านยูโร (1.6 หมื่นล้านดอลลาร์) ในเดือนก.ย.2555 เทียบกับที่ขาดดุล 1.09 หมื่นล้านยูโร (1.38 หมื่นล้านดอลลาร์) ในเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว และยอดขาดดุล 1.32 หมื่นล้านยูโร (1.68 หมื่นล้านดอลลาร์) ในเดือนส.ค.2555
ฝรั่งเศส - มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสลง 1 ขั้นสู่ Aa1 จากระดับ Aaa โดยระบุถึงแนวโน้มทางการคลังที่ไม่แน่นอน และภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยของประเทศ มูดี้ส์ระบุว่า จะยังคงแนวโน้มเชิงลบต่ออันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสอันเนื่องจากปัญหาด้านโครงสร้าง และการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่องของประเทศ ซึ่งบรรดาผู้นำธุรกิจระบุว่าค่าจ้างแรงงานที่ระดับสูงเป็นสาเหตุที่ทำให้การส่งออกลดลง
อิตาลี - สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี (Istat) รายงานว่า อิตาลีมียอดเกินดุลการค้าในเดือนก.ย.ที่ 408 ล้านยูโร สวนทางกับที่ขาดดุล 483 ล้านยูโรในเดือนส.ค. และเทียบกับยอดขาดดุล 1.89 พันล้านยูโรในช่วงเดียวกันของปีก่อน การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เมื่อวานนี้ Istat รายงานว่า เศรษฐกิจของอิตาลีในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ หดตัวลง 0.2% จากไตรมาส 2 ซึ่งปรับตัวลง 0.7% เทียบกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่ว่าจะหดตัวลง 0.5%
กรีซ - ที่ประชุมรมว.คลังยูโรโซนจะอนุมัติการเบิกจ่ายเงินกู้ฉุกเฉิน 4.4 หมื่นล้านยูโรให้กับกรีซในวันนี้ (20 พ.ย.) แต่จะมีการจ่ายเงินในวันที่ 5 ธ.ค. หากกรีซบรรลุเงื่อนไขที่เหลือทั้งหมด
เอเชีย: จีน - เมืองที่ราคาบ้านใหม่ในจีนเพิ่มขึ้นในเดือนตุลาคมมีจำนวนมากกว่าในเดือนก่อนหน้า ซึ่งชี้ว่ารัฐบาลจีนมีแนวโน้มจะยังไม่ผ่อนคลายมาตรการควบคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยสำนักงานสถิติของจีนรายงานว่าราคาบ้านในจีนเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นใน 35 เมืองจาก 70 เมืองสำคัญที่รัฐบาลสำรวจข้อมูล เพิ่มขึ้นจากที่ในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 31 เมือง สำหรับจำนวนเมืองที่ราคาบ้านลดลงในเดือนตุลาคมมีทั้งสิ้น 17 เมือง
เกาหลีใต้ - ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่าธุรกิจเกาหลีใต้ที่ยื่นแจ้งล้มละลายมีจำนวนเพิ่มขึ้นในเดือนตุลาคม ขณะที่ยอดผิดนัดชำระเงินในภาคการผลิตและบริการได้ปรับตัวขึ้นอย่างมากท่ามกลางการชะลอตัวลงที่ยืดเยื้อของเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนในตลาดโลก รายงานของธนาคารกลางเกาหลีใต้ระบุว่า ยอดบริษัทที่ยื่นแจ้งล้มละลายอยู่ที่ 116 บริษัทในเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 14 บริษัทจากเดือนกันยายน การเพิ่มขึ้นของยอดบริษัทที่ผิดนัดชำระเงินเกิดขึ้นท่ามกลางการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของเอเชีย และความไม่แน่นอนในตลาดโลก เช่น ภาวะวิกฤติการเงินในยุโรปและประเด็น fiscal cliff ในสหรัฐฯ โดยธนาคารกลางเกาหลีใต้ได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศลงสู่ 2.4% จากตัวเลขคาดการณ์เมื่อเดือนกันยายนที่ 3%
พม่า - ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายบารัค โอบามา ได้เดินทางถึงพม่าเมื่อวันจันทร์ ซึ่งการเดินทางเยือนครั้งประวัติศาสตร์นี้มีเป้าหมายที่จะสนับสนุนให้รัฐบาลพม่าเดินหน้าปฏิรูประบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้นายโอบามายังให้สัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่พม่ามูลค่า 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศ โดยเจ้าหน้าที่คณะบริหารของสหรัฐฯเปิดเผยว่า นอกเหนือจากความช่วยเหลือด้านการเงินมูลค่าดังกล่าวแล้ว โอบามาจะประกาศฟื้นฟูปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือแก่พม่า
ไทย - สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์)แถลงตัวเลข GDP ในไตรมาส 3/2555 ขยายตัว 3.0% เทียบกับการขยายตัว 0.4% ในไตรมาสแรก และ 4.4% ในไตรมาส 2/2555 โดยมีปัจจัยจากการขยายตัวของอุปสงค์ในประเทศที่เร่งตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน การใช้จ่ายภาครัฐ และการลงทุนโดยรวม ในด้านการผลิตมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของการผลิตนอกภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสาขาเกษตร การก่อสร้าง การค้าส่งค้าปลีก โรงแรมและภัตตาคาร ที่ขยายตัวสูงต่อเนื่อง ทั้งนี้ การบริโภครวมขยายตัว 6.5% จากที่ขยายตัว 5.6% ในไตรมาสก่อนหน้า ส่วนการบริโภคภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นจาก 5.3% เป็น 6.0% ตามการปรับตัวดีขึ้นของรายได้ภาคครัวเรือน และมาตรการคืนเงินภาษีให้กับผู้ซื้อรถยนต์คันแรก ในขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัว 9.0% สูงขึ้นจาก 7.4% ในไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากสามารถเบิกจ่ายงบประมาณเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ดีขึ้น รวม 9 เดือนแรกของปี การบริโภครวมเพิ่มขึ้น 4.9% ขณะที่การลงทุนรวมขยายตัว 15.5% เพิ่มขึ้นจาก 10.2% ในไตรมาส 2/2555 ตามการเร่งตัวขึ้นของการลงทุนภาคเอกชน การขยายการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นถึง 18.2% ในขณะที่การลงทุนภาครัฐขยายตัว 13.2% สูงขึ้นจาก 4.0% ในไตรมาสก่อนหน้า รวม 9 เดือนแรกของปี การลงทุนรวมขยายตัว 10.3% - สภาพัฒน์ ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจปี 55 เป็นเติบโต 5.5% ซึ่งเป็นขั้นต่ำของช่วงคาดการณ์เดิมที่ 5.5-6.0% เนื่องจากรับผลกระทบปัญหาเศรษฐกิจโลก ส่วนในปี 56 คาดว่าจะขยายตัว 4.5-5.5% โดยประเมินว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวขึ้นจากที่หดตัวในปีนี้ และราคาพืชผลเกษตรจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อมูลค่าการส่งออก ขณะที่บริโภคในประเทศและการลงทุนภาคเอกชนยังอยู่ในเกณฑ์ดี ประกอบกับ ภาครัฐจะมีการลงทุนโครงการจัดการระบบน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่ใช้งบประมาณสูงราว 2 ล้านล้านบาท - สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)กล่าวถึงผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก 70 จังหวัดทั่วประเทศในปี 56 ว่า นโยบายดังกล่าวเป็นความประสงค์ของรัฐบาลที่จะปรับรายได้แรงงานไร้ฝีมือให้สูงขึ้นจนสามารถครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายจำเป็นพื้นฐาน และเพื่อให้สะท้อนผลิตภาพของแรงงานได้อย่างแท้จริง ซึ่งการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในปี 55 เป็น 300 บาท/วัน คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 39.5% จากปีก่อน แต่การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก 70 จังหวัดที่เหลือในปี 56 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 23.5% จากปีนี้ ซึ่งทำให้เห็นอัตราส่วนการเพิ่มขึ้นของปี 56 ที่น้อยกว่าปี 55 ดังนั้น ผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงในปี 56 คงจะไม่มากนัก และสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนสินค้าได้น้อยกว่าในปีนี้ อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่าจะมีผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อกลุ่มผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อย(SMEs) - สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)หรือสภาพัฒน์ กล่าวว่า ในระยะปานกลางช่วง 4-5 ปีจากนี้ไปอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(GDP)ที่เหมาะสมของไทยควรอยู่ที่ประมาณ 5-6% ต่อปี แต่การที่ GDP ในปี 55 นี้สามารถขยายตัวได้ 5.5% ไม่ได้ถือว่าเป็นการขยายตัวในระดับปกติ เนื่องจากเป็นการขยายตัวหลังจากได้รับผลกระทบรุนแรงในช่วงวิกฤติอุทกภัยในปี 54 ดังนั้น หากจะมีการใช้มาตรการใดๆ ก็ตามที่มีความเข้มงวดขึ้นก็คงจะยังไม่เหมาะสม เพราะการที่เศรษฐกิจฟื้นตัวในระดับปกติอย่างแท้จริงจะต้องมาจากการขยายการผลิตของภาคเอกชน, การขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่นำไปสู่การลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ เป็นต้น
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (19 พ.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญในตลาดการเงินโลกเช่นเยนและยูโร ขณะที่วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นจากข่าวประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าวถึงความเชื่อมั่นในการที่จะบรรลุข้อตกลงเรื่องงบประมาณกับรัฐสภา - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (19 พ.ย.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ค่าเงินเยนอ่อนลงมากต่อเนื่องนับตั้งแต่วันพุธที่แล้วซึ่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายโยชิฮิโกะ โนดะ กล่าวว่าจะยุบสภาในวันศุกร์ ซึ่งส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่าผู้นำพรรคฝ่ายค้านซึ่งมีนโยบายผลักดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายมากขึ้นจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น อย่างไรก็ดีในการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นเป็นเวลา 2 วันซึ่งเริ่มต้นในวันนี้นั้น นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะไม่ดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายเพิ่มเติม หลังจากการประชุมล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมธนาคารกลางญี่ปุ่นได้เพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 1 ปี ทั้งนี้ค่าเงินเยนได้อ่อนลงในช่วงตลาดสหรัฐฯ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (19 พ.ย.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยรัฐมนตรีคลัง euro-area จะประชุมกันในวันอังคารเกี่ยวกับแผนช่วยเหลือกรีซ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (19 พ.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกัน หลังนักลงทุนได้แรงหนุนจากข่าวเกี่ยวกับการแก้ไขวิกฤติการคลังของประเทศ ขณะที่การเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดจากบริษัท Lowe's และ Tyson Foods ช่วยหนุนตลาดด้วย นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข้อมูลตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ ที่สดใส ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดพุ่ง 207.65 จุดหรือ 1.65% สู่ 12,795.96, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 27.01 จุด หรือ 1.99% สู่ 1,386.89 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 62.94 จุด หรือ 2.21% สู่ 2,916.07 - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (19 พ.ย.) ดัชนีนิกกิอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.43 % ในวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าการเลือกตั้งในญี่ปุ่นเดือนหน้าจะส่งผลให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านได้จัดตั้งรัฐบาลซึ่งมีแนวโน้มจะส่งผลให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น นอกจากนี้การอ่อนลงต่อเนื่องของค่าเงินเยนก็ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มผู้ส่งออก ขณะเดียวกันตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าวถึงความเชื่อมั่นในการที่จะบรรลุข้อตกลงเรื่องงบประมาณกับรัฐสภา สำหรับตลาดหุ้นจีนวันนี้ลดลงในช่วงเช้านำโดยหุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากการที่นักลงทุนกังวลว่ารัฐบาลจีนจะไม่ผ่อนคลายมาตรการควบคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์หลังข้อมูลเมืองที่ราคาบ้านใหม่ในจีนเพิ่มขิ้นในเดือนตุลาคมมีจำนวนมากกว่าเดือนก่อน อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีฯได้ปรับเพิ่มขึ้น โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเพิ่มขึ้น 0.11% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.49% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (19 พ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวขึ้นลงในช่วงแคบๆในเช้าวันนี้ โดยนักวิเคราะห์มองว่าปัจจัยต่างประเทศยังกดดันตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯยังเคลื่อนไหวในช่วงแคบๆ
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555
|
Comments