Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Thursday, 03 January 2013 11:20

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

- สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 257 ต่อ 167 ผ่านร่างกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง (fiscal cliff) ซึ่งทำให้ร่างกฎหมายดังกล่าวสามารถผ่านมติในขั้นตอนสุดท้าย หลังจากที่พรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตสามารถประนีประนอมกันได้ในรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว จะส่งผลให้รัฐบาลกลางสหรัฐมียอดขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นอีกราว 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในระยะเวลา 10 ปี เนื่องจากร่างกฎหมายระบุให้มีการขยายระยะเวลาการใช้กฎหมายภาษีพิเศษสำหรับครัวเรือนชาวอเมริกันส่วนใหญ่ที่บังคับใช้ตั้งแต่สมัยของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช สำหรับแพ็คเกจโดยสรุปมีดังต่อไปนี้

o เลื่อนแผนลดใช้จ่ายออกไป 2 เดือน

o รัฐมีรายได้ 620,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในระยะเวลา 10 ปี จากการขึ้นภาษีคนรวย ได้แก่

- ขยายการลดภาษีผู้มีรายได้ต่ำกว่าคนละ 4 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือครัวเรือนละ 4.5 แสนดอลลาร์สหร้ฐเป็นการถาวร

- สำหรับผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 4.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เสียภาษี 39.6% เพิ่มขึ้นจาก 35%

- ขยายผลประโยชน์ว่างงานออกไปอีก 1 ปี

- ขึ้นภาษีกำไรขายหุ้น-ภาษีปันผลจาก 15% เป็น 20% สำหรับผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 4.5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ

- จำกัดการยกเว้นหรือหักภาษีสำหรับผู้ที่มีรายได้เกิน 2.5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคัวเรือนละ 3 แสนดอลลาร์

- ขึ้นภาษีอสังหาฯ จาก 35% เป็น 40% สำหรับสามีภรรยารายได้เกิน 10 ล้านดอลลาร์

 

ทั้งนี้ การลงมติดังกล่าวของสภาผู้แทนราษฎรมีขึ้นหลังจากวุฒิสภาสหรัฐมีมติมีมติด้วยคะแนนเสียงท่วม 89 ต่อ 8 ผ่านร่างกฎหมายหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาทางการคลัง ไปก่อนหน้านี้

- สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตในเดือนธันวาคมขยายตัวสู่ระดับ 50.7 จากระดับ 49.5 ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งตัวเลขที่อยู่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐมีการขยายตัวในเดือนที่แล้ว

- การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างในเดือนพฤศจิกายนหดตัวลง 0.3% (m-o-m) สู่ระดับ 8.6599 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากที่ขยายตัว 0.7% ในเดือนตุลาคม (ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้รับการทบทวนแล้ว) ซึ่งนับว่าเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 8 เดือน โดยการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัยขยายตัวเพียง 0.4% สู่ระดับ 2.9531 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่ขยายตัว 1.3% ในเดือนก่อน ขณะเดียวกันการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย เช่น สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงไฟฟ้า และโรงงานผลิต เป็นต้น หดตัวลง 0.7% สู่ระดับ 2.9446 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การใช้จ่ายในโครงการก่อสร้างต่างๆ ของรัฐลดลง 5.5%

- สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติเปิดเผยยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย (Pending home sales) เดือนพฤศจิกายนปรับตัวสูงขึ้น 1.7% สู่ระดับ 106.4 ซึ่งนับว่าเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบกว่า 2 ปีครึ่ง ขณะที่เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีที่แล้วขยายตัว 9.8% และขยายตัวต่อเนื่อง 19 เดือน

- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จัดทำโดยสำนัก Conference Board ในเดือนธันวาคมลดลงสู่ระดับ 65.1 จากอยู่ที่ระดับ 71.5 ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันและเป็นระดับต่ำสุดนับแต่เดือนสิงหาคม 2555 อันเนื่องมาจากปัญหาภาวะหน้าผาทางการคลัง (fiscal cliff) ที่กำลังใกล้เข้ามาได้ส่งผลกระทบเชิงลบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค ด้านดัชนีคาดการณ์เศรษฐกิจทรุดหนักสู่ระดับ 66.5 จากระดับ 80.9 ในเดือนที่แล้ว ขณะที่ดัชนีสถานการณ์ปัจจุบันเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 62.8 จากระดับ 57.4 ในเดือนพฤศจิกายน

- ยอดขายบ้านใหม่ (New Home Sales) ในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 4.4% สู่ระดับ 377,000 ยูนิต/ปี ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง ขณะที่ราคากลางของบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 14.9% (y-o-y) สู่ระดับ 246,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของยอดขายบ้านใหม่และราคาบ้านใหม่ในเดือนพ.ย.สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัวขึ้น

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตยูโรโซนของ Markit ลดลงสู่ระดับ 46.1 ในเดือนธ.ค. จากระดับ 46.2 ในเดือนพ.ย.โดยยังคงต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวเป็นเดือนที่ 17 ติดต่อกัน ข้อมูลดังกล่าวแสดงว่า เศรษฐกิจยูโรโซนเข้าสู่ภาวะหดตัวที่รุนแรงขึ้นในช่วงไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว

 

เยอรมนี

- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของเยอรมนีที่จัดทำโดย Markit ลดลงสู่ระดับ 46.0 ในเดือนธ.ค. เทียบกับ 46.8 ในเดือนพ.ย.โดยดัชนียังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน

 

ฝรั่งเศส

- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของฝรั่งเศสที่จัดทำโดย Markit/CDAF เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 44.6 ในเดือนธ.ค. จาก 44.5 ในเดือนพ.ย. แต่ยังคงต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวเป็นเดือนที่ 10

 

อิตาลี

- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของอิตาลีที่จัดทำโดย Markit/ADACI ขยับขึ้นสู่ระดับ 46.7 ในเดือนธ.ค. จาก 45.1 ในเดือนพ.ย. โดยยังคงต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวเป็นเดือนที่ 17 ติดต่อกัน แต่มีอัตราหดตัวน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2012 ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจของอิตาลียังคงเผชิญกับภาวะถดถอยซึ่งเริ่มขึ้นในกลางปี 2011

 

กรีซ

- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของกรีซที่จัดทำโดย Markit ลดลงสู่ระดับ 41.4 ในเดือนธ.ค. จากระดับ 41.8 ในเดือนพ.ย. โดยยังคงต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวเป็นเดือนที่ 40 ติดต่อกันหรือตั้งแต่เดือนก.ย.2552 เป็นต้นมา

 

สเปน

- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของ Markit อยู่ที่ระดับ 44.6 ในเดือนธันวาคม ลดลงจาก 45.3 ในเดือนพฤศจิกายน และต่ำกว่าผลสำรวจของรอยเตอร์ที่คาดว่าดัชนีจะอยู่ที่ระดับ 45.1 รวมทั้งยังคงต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัว ทั้งนี้ ภาคการผลิตของสเปนหดตัวลงเป็นเดือนที่ 20 ติดต่อกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสเปนยังคงอยู่ในภาวะทรุดตัวลงอย่างหนักในช่วงปลายปีที่แล้ว

 

โปรตุเกส

- ประธานาธิบดีอานิบาล คาวาโก ซิลวา ของโปรตุเกส จะร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญทบทวนงบประมาณปี 2556 ที่ผ่านร่างครั้งล่าสุดของโปรตุเกส ซึ่งเป็นประเทศที่กำลังแบกรับภาระหนี้สิน ประธานาธิบดีคาวาโกกล่าวว่า งบประมาณดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณตามที่ตกลงกับเจ้าหนี้ต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องควบคุมให้งบประมาณของรัฐปี 2556 ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีคาวาโกได้เตือนว่าหากไม่มีการปรับลดยอดขาดดุลอย่างเข้มงวด โปรตุเกสอาจสูญเสียองค์ประกอบนโยบายทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดที่ใช้การได้ และอาจประสบกับผลกระทบขั้นรุนแรงจากภายนอก

 

เอเชีย: จีน

- ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนชี้ถึงการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ชี้แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนอาจจะต่อเนื่องมาถึงปีนี้ โดย the National Bureau of Statistics and China Federation of Logistics and Purchasing รายงานว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนเดือนธันวาคมอยู่ที่ 50.6 ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ไว้ที่ 51 และเท่ากับในเดือนพฤศจิกายนซึ่งอยู่ที่ 50.6 โดยดัชนีที่สูงกว่า 50  ชี้ถึงภาวะขยายตัว

 

สิงคโปร์

- เศรษฐกิจสิงคโปร์ไตรมาสที่ 4 ปี 2555 ขยายตัวมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ส่งผลให้เศรษฐกิจสิงคโปร์หลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้หลังจากไตรมาสที่ 3 เศรษฐกิจหดตัว 6.3% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยกระทรวงพาณิชย์ของสิงคโปร์รายงานว่าเศรษฐกิจสิงคโปร์ไตรมาสที่ 4 ขยายตัว 1.8% (annualized) จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 1.6% โดยทั้งปี 2555 เศรษฐกิจสิงคโปร์ขยายตัว 1.2%

 

อินโดนีเซีย

- อัตราเงินเฟ้อของอินโดนีเซียในเดือนธันวาคมชะลอลงเป็นเดือนที่สอง ซึ่งสนับสนุนการที่ธนาคารอินโดนีเซียยังไม่เพิ่มอัตราดอกเบี้ยหลังจากการส่งออกลดลง โดยสำนักงานสถิติของอินโดนีเซียรายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 4.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 4.32% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 4.2%

 

อินเดีย

- ดัชนี PMI ภาคการผลิตของอินเดียเดือนธันวาคมชี้ถึงภาวะขยายตัวสูงที่สุดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา หลังจากรัฐบาลอินเดียปรับนโยบายเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยHSBC Holdings Plc และ Markit Economicsรายงานว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 54.7 จาก 53.7 ในเดือนพฤศจิกายน โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 ชี้ถึงภาวะขยายตัว

 

ไทย

- กระทรวงพาณิชย์รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป(CPI) ในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 3.63% จากช่วงเดียวกันปีก่อนมาอยู่ที่ระดับ 116.86 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 3.23% และเมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า เพิ่มขึ้น 0.39% สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน(Core CPI) (ไม่รวมหมวดอาหารสดและพลังงาน) เพิ่มขึ้น 1.78% (y-o-y) สู่ระดับ 108.88 และเพิ่มขึ้น 0.04% จากเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้ตลอดปี 2555 CPI เพิ่มขึ้น 3.02% และ Core CPI เพิ่มขึ้น 2.09% ขณะเดียวกันยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในปี 2556 จะเพิ่มขึ้น 2.8-3.4% อยู่ภายใต้สมมติฐาน ราคาน้ำมันดิบอยู่ในช่วง 100-120 ดอลลาร์/บาร์เรล และรัฐบาลยังคงมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ส่วนผลจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในอัตรา 300 บาท/วันทั่วประเทศ คาดจะมีผลเพียง 0.1% ถือว่าไม่มีนัยสำคัญ

- สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ คาดว่า อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP) ของไทยในปี 2556 นี้จะขยายตัวสูงเกินกว่า 5.5% จากเดิมก่อนหน้านี้ที่คาดการณ์ไว้ที่ 4.5-5.5%  เนื่องจากเศรษฐกิจโลกขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งช่วยหนุนให้การส่งออกขยายตัวได้กว่า 12% ขณะที่การลงทุนในประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการบริโภคที่มีแรงส่งต่อเนื่องจากปี 55 อย่างไรก็ดี ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ท้วงติงว่า ปีหน้าไม่รู้ว่าจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจหรือไม่ จึงเห็นควรให้กำหนดเป้าหมายการส่งออกให้ขยายตัวที่ 9%

- รมว.แรงงาน ยืนยันปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม พร้อมระบุขอให้แรงงานเพิ่มวินัยการทำงาน และรู้จักออม ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ ราคาสินค้าปี 2556 ไม่แตกต่างจากปี 2555 โดยคาดอัตราเงินเฟ้อในปี 56 จะเพิ่มขึ้น 2.8-3.4% เชื่อเพิ่มค่าจ้างไม่กระทบ สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย ยันไม่มีการปรับราคาสินค้า อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงาน จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดูว่า มีผู้ประกอบการรายใดไม่ให้ความร่วมมือ หรือหลีกเลี่ยงในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้หรือไม่ ซึ่งหากพบก็จะทำหนังสือเตือนไปยังผู้ประกอบการ

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (2 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้นักลงทุนมองแนวโน้มเศรษฐกิจโลกไปในทางบวกมากขึ้นส่งผลให้ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมีมากขึ้นหลังจากรัฐสภาสหรัฐฯผ่านกฎหมายงบประมาณส่งผลให้สหรัฐฯสามารถหลีกเลี่ยงปัญหา Fiscal Cliff โดยวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น

- เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (2 ม.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินความเสี่ยงต่ำลดลงหลังรัฐสภาสหรัฐฯผ่านกฎหมายงบประมาณฯ ขณะเดียวกันการที่ดัชนีเศรษฐกิจญี่ปุ่นชี้ไปในทางลบอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านการเติบโต และดัชนีราคา ส่งผลให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นถูกกดดันมากขึ้นให้ดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายในเชิงรุกซึ่งทำให้ค่าเงินเยนมีแนวโน้มอ่อนลง

- ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (2 ม.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ความต้องการถือเยนและดอลลาร์สหรัฐฯลดลงหลังรัฐสภาสหรัฐฯผ่านกฎหมายงบประมาณฯเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะ Fiscal Cliff ทั้งนี้การที่นักลงทุนมองแนวโน้มเศรษฐกิจโลกไปในทางบวกมากขึ้นทำให้ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆมีมากขึ้นในวันนี้ อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (2 ม.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดตลาดวันแรกของการซื้อขายในปีใหม่ด้วยการพุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 1 ปีในวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะfiscal cliff ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 2.35%, ดัชนี S&P 500 ปิดทะยานขึ้น 2.54% และดัชนี Nasdaq ปิดพุ่งขึ้น 3.07% โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาสภาคองเกรสได้อนุมัติร่างกฏหมายเพื่อสกัดกั้นการปรับขึ้นภาษีและเลื่อนการปรับลดค่าใช้จ่าย

- ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (2 ม.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้จากการที่รัฐสภาสหรัฐฯผ่านกฎหมายงบประมาณซึ่งทำให้สหรัฐฯสามารถหลีกเลี่ยงภาวะ Fiscal Cliff หรือการที่จะต้องมีการเพิ่มภาษีและลดงบรายจ่ายโดยอัตโนมัติรวม 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดีในวันนี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและตลาดหุ้นจีนปิดทำการ  สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 2.89% โดยนอกเหนือจากปัจจัยบวกเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงปัญหา Fiscal Cliff ในสหรัฐฯแล้วตลาดหุ้นฮ่องกงยังได้ปัจจัยสนับสนุนจากการที่ดัชนีภาคการผลิตของจีนชึ้ถึงการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3

- ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (2 ม.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับตลาดเอเซียส่วนใหญ่จากการที่รัฐสภาสหรัฐฯผ่านกฎหมายงบประมาณซึ่งทำให้สหรัฐฯสามารถหลีกเลี่ยงภาวะ Fiscal Cliff ขณะเดียวกันดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนจากการจัดทำของ the National Bureau of Statistics and China Federation of Logistics and Purchasing เดือนธันวาคมที่ชี้ถึงภาวะขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่สามก็ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทยรวมถึงตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมในวันนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 15.52 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 3 มกราคม 2556

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment