Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Friday, 04 January 2013 09:09

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

- ทำเนียบขาวแถลงว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามาได้ลงนามในร่างกฎหมาย เลี่ยงหน้าผาทางการคลัง หรือ fiscal cliff แล้ว โดยกฎหมายฉบับนี้จะเพิ่มภาษี สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้สูง และขยายระยะเวลาการปรับลดภาษีสำหรับกลุ่มชนชั้นกลาง

- สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ระหว่างประเทศ ระบุว่า การบรรลุข้อตกลงด้านงบประมาณของสหรัฐจะไม่ส่งผลให้ S&P ปรับเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ โดยเชื่อว่า ข้อตกลงดังกล่าวแทบไม่ได้ทำให้ฐานะการคลังของรัฐบาลสหรัฐมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นในระยะกลาง แต่ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐได้ลดน้อยลงแล้ว พร้อมกันนี้ ยังระบุว่าผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐฯ จำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพิ่มเติม ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ S&P ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐลงสู่ระดับ AA+ ในเดือนสิงหาคม 2554 จากเดิมที่อยู่ระดับ AAA โดยมีแนวโน้มเชิงลบ ขณะที่ระบุถึงความวิตกเกี่ยวกับ การขาดดุลงบประมาณและภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐ

- มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ระบุว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องดำเนินการมากกว่าการผ่านมาตรการสกัดภาวะ fiscal cliff ถ้าหากต้องการที่จะทำให้อันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AAA หลุดพ้นจากแนวโน้มเชิงลบในปัจจุบัน ทั้งนี้ มูดี้ส์ปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐลงสู่ "เชิงลบ" จาก "มีเสถียรภาพ" ในวันที่ 3 สิงหาคม 2554 แต่ยังคงอันดับความน่าเชื่ออยู่ที่ AAA อย่างไรก็ดี การผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสได้สร้างความชัดเจนต่อแนวโน้มด้านหนี้สินและยอดขาดดุลงบประมาณในระยะกลางของรัฐบาลสหรัฐ แต่ข้อตกลงดังกล่าว ไม่ได้วางพื้นฐานสำหรับการทำให้สัดส่วนหนี้ของรัฐบาลสหรัฐปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะกลาง ทั้งนี้ หนี้สินของรัฐบาลสหรัฐได้ขึ้นไปแตะระดับเพดานในวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา และโดยขณะนี้กระทรวงการคลังสหรัฐก็กำลังดำเนินมาตรการพิเศษเพื่อปฏิบัติตามภาระผูกพันทางการเงิน มูดี้ส์คาดว่า มีโอกาส "ต่ำมาก" ที่จะเกิดการผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อย่างไรก็ดี มูดี้ส์ตั้งข้อสังเกตว่า การตกลงกันในเรื่องการเพิ่มเพดานหนี้จะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่มีการอภิปรายเรื่องงบรายจ่ายของรัฐบาลสหรัฐ

- รายงานการประชุมเดือนธันวาคมของ Fed ที่เปิดเผยบ่งชี้ถึงความวิตกที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการเพิ่มงบดุลบัญชีของเฟดเป็น 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากเพื่อรับมือกับวิกฤติการเงินและภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2550-2552 โดยผู้กำหนดนโยบายบางคนคิดว่าควรชะลอหรือหยุดการซื้อสินทรัพย์ก่อนสิ้นปีนี้ขณะที่บางคนคิดว่าจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป ทั้งนี้ การยุตินโยบายดังกล่าวจะลดแรงจูงใจสำหรับนักลงทุนในการซื้อสินทรัพย์เสี่ยง อาทิ หุ้น

- ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนทั่วสหรัฐฯ ที่จัดทำโดย ADP Employer Services ในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 215,000 ตำแหน่ง หลังเพิ่มขึ้น 148,000 ตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 133,000 ตำแหน่ง ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนสะท้อนให้เห็นว่า ผลกระทบของภาวะหน้าผาการคลัง (fiscal cliff) ที่มีต่อตลาดแรงงานนั้น มีน้อยมาก นอกจากนี้ การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้าง ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุนตลาดแรงงานให้คึกคักขึ้นด้วย ขณะเดียวกันคาดว่า โครงการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยจากพายุเฮอริเคนแซนดีจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่หนุนตัวเลขจ้างงานให้เพิ่มขึ้นอีกในเร็วๆนี้

- ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 29 ธันวาคม เพิ่มขึ้น 10,000 ราย สู่ระดับ 372,000 ราย จาก 362,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ที่คาดไว้ว่าจะอยู่ที่ 360,000 ราย  อย่างไรก็ตาม รายงานของกระทรวงแรงงานระบุว่า สาเหตุที่ทำให้จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานปรับตัวสูงขึ้นนั้น มาจากการที่สหรัฐมีวันหยุดหลายวันในช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งทำให้รัฐต่างๆ หลายแห่งยังไม่สรุปตัวเลขดังกล่าวอย่างแน่ชัด รวมถึงรัฐแคลิฟอร์เนียและเวอร์จิเนีย

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

- นายออลลี เรห์น กรรมาธิการกิจการเศรษฐกิจและการเงินของสหภาพยุโรป (อียู) แสดงความพอใจอย่างระมัดระวังต่อแผนเลี่ยงหน้าผาการคลังของสหรัฐ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญกับภาวะตกต่ำ นายเรห์นยอมรับว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นข่าวดีสำหรับอียู เนื่องจากจะช่วยป้องกันเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกไม่ให้ปรับตัวขาลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เขาเน้นย้ำว่าการบรรลุข้อตกลงดังกล่าวเป็นเพียงชัยชนะในเชิงป้องกัน เนื่องจากไม่มีแนวทางเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างความสมดุลแก่ฐานะการคลังของรัฐบาลกลางสหรัฐ รวมทั้งหนี้สินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายเรห์นกล่าวว่า การเลี่ยงหน้าผาการคลังเป็นการชั่วคราวดังกล่าวจะไม่ได้หยุดยั้งการปรับตัวขาลงของเศรษฐกิจยูโรโซน แต่การสร้างความสมดุลทางการคลังอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะเป็นแนวทางที่น่าพอใจที่สุดสำหรับยุโรป โดยเสริมว่าจะมีผลกระทบเชิงลบ หากฝ่ายบริหารของสหรัฐยังคงก่อหนี้เพิ่ม

 

เยอรมนี

- สำนักงานสถิติของเยอรมนีรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เบื้องต้นเดือนธ.ค. ขยายตัว 0.9% เมื่อเทียบรายเดือน และขยายตัว 2.1% เมื่อเทียบรายปี โดยเป็นผลมาจากราคาเสื้อผ้าและรองเท้าที่สูงขึ้น รวมถึงราคาโรงแรมและแพคเกจท่องเที่ยวที่สูงขึ้นตามฤดูกาล

 

อังกฤษ

- สำนักงานข้อมูล Markit และ The Chartered Institute of Purchasing and Supply รายงานดัชนี Manufacturing Purchasing Managers' Index ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดการเติบโตของภาคการผลิตของอังกฤษเพิ่มขึ้นจาก 49.2 (ต่ำกว่า 50 ถือว่าหดตัว) ในเดือนพฤศจิกายน 2555 เป็น 51.4 ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 15 เดือน สะท้อนภาคการผลิตของอังกฤษเริ่มฟื้นตัว เนื่องจากการใช้จ่ายภาคครัวเรือนกระเตื้องขึ้น

 

เอเชีย: จีน

- สำนักงานสถิติจีนและ China Federation of Logistics & Purchasing รายงานว่า ดัชนี PMI ภาคบริการของจีนเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 56.1 จากระดับ 55.6 ในเดือนก่อน โดยเป็นการเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับที่สูงที่สุดในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ดัชนีที่สูงกว่า 50 ชี้ถึงภาวะขยายตัว

- นายโจว เสี่ยวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางจีนที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งเปิดเผยว่า จีนจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่รอบคอบในปีนี้ และรักษาเสถียรภาพราคาผู้บริโภค ขณะที่มีสัญญาณใหม่ว่าจีนจะไม่เปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายเมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศในปีนี้  นายโจวยังกล่าวด้วยว่าจีนจะดำเนินการปฏิรูปภาคการเงินอย่างจริงจังในปีนี้ โดยระบุย้ำถึงการยืนยันมานานที่จะลดระดับการวางแผนเศรษฐกิจจากส่วนกลางและจะเปิดโอกาสสำหรับกลไกตลาดมากขึ้น นายโจวกล่าวว่า ในปี 2556 ธนาคารกลางจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่รอบคอบและเป็นไปในเชิงป้องกันล่วงหน้า, มีเป้าหมายและยืดหยุ่นมากขึ้น

 

เกาหลีใต้

- ผลสำรวจของภาคเอกชนบ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของเกาหลีใต้ขยายตัวในเดือนธันวาคมเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน แต่ยอดส่งออกใหม่ลดลง ซึ่งตอกย้ำว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเกาหลีใต้ยังคงเปราะบาง ทั้งนี้ มาร์กิต อีโคโนมิกส์ระบุในแถลงการณ์ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)ของเอชเอสบีซี/มาร์กิตในภาคการผลิตของเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นสู่ 50.08 ในเดือนธันวาคม จาก 48.16 ในเดือนพฤศจิกายน และ 47.37 ในเดือนตุลาคม ทั้งนี้นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ดัชนีอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งแบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและหดตัว

 

ไทย

- นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) คาดการณ์เบื้องต้นว่า อัตราขยายตัวของเศรษฐกิจ(GDP) ไทยในปี 55 จะเติบโต 5.5% ส่วนในปี 56 ก็คาดว่าจะดีขึ้นกว่าเดิม ก่อนหน้านี้สภาพัฒน์คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 55 ว่าจะขยายตัว 5.5% และคาดปี 56 จะโต 4.5-5.5% โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการบริโภคภาคครัวเรือน และการลงทุนภายในประเทศ ที่ยังคงขยายตัวในระดับสูง  ขณะเดียวกันยังระบุไม่กังวลกับเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น หลังสหรัฐฯ เพิ่มปริมาณเงินเข้าระบบ และกดดันต่อเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่า พร้อมระบุว่าอัตราดอกเบี้ย และอัตราแลกเปลี่ยนของไทยในปัจจุบัน อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์เมื่อวันพฤหัส (3 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้นักลงทุนเลือกถือเยนและดอลลาร์สหรัฐฯเพิ่มขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงเนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการเจรจาของผู้นำสหรัฐฯเพื่อเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐฯจากปัจจุบันซึ่งอยุ่ที่ 16.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

- เยน/ดอลลาร์เมื่อวันพฤหัส (3 ม.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการลดความเสี่ยงของนักลงทุนเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะเดียวกันก็มีการมองว่าที่ผ่านมานักลงทุนอาจมีการขายเงินเยนออกมามากเกินไป

- ยูโร/ดอลลาร์เมื่อวันพฤหัส (3 ม.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้นักลงทุนลดความเสี่ยงโดยการเพิ่มการถือครองเยนและดอลลาร์สหรัฐฯเนื่องจากกังวลเรื่องเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (3 ม.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงหลังมีสัญญาณว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับนโยบายการเงินที่กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างสูง โดยรายงานการประชุมเดือนธันวาคมของ Fed ที่เปิดเผยบ่งชี้ถึงความวิตกที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการเพิ่มงบดุลบัญชีของเฟดเป็น 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 21.19 จุด สู่ 13,391.36, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 3.05 จุด สู่ 1,459.37 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 11.70 จุด สู่ 3,100.57

- ตลาดหุ้นเอเชียเมื่อวันพฤหัส (3 ม.ค.) ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและจีนยังคงปิดทำการในวันนี้ สำหรับตลาดหุ้นอื่นๆในเอเซียเช้าวันนี้โดยภาพรวมดัชนีปรับตัวสูงขึ้นจากการที่สถาบัน ISM รายงานว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯขยายตัวในเดือนธันวาคม โดยดัชนี U.S.factory indexเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 50.7 จาก 49.5 ในเดือนก่อน โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 ชี้ถึงการขยายตัว ขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการของจีนเดือนธันวาคมชี้ถึงการขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 เดือน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานว่าดัชนี PMI ภาคบริการเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 56.1 จาก 55.6 ในเดือนก่อน ทั้งนี้ดัชนีฮั่งเส็งวันนี้เคลื่อนไหวทั้งแดนบวกและแดนลบโดยมีปัจจัยบวกจากดัชนีเศรษฐกิจของสหรัฐฯและจีนอย่างไรก็ดีก็มีแรงขายออกมามากหลังจากที่ดัชนีฯเพิ่มขึ้นมากเมื่อวันพุธ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 0.37%

- ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันพฤหัส (3 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากปัจจัยบวกตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯและจีน อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีฯได้ปรับตัวลดลง ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 0.96 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 4 มกราคม 2556

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment