Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Friday, 01 February 2013 09:04
 

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

- รายได้ส่วนบุคคลเดือนธันวาคม 2555 เพิ่มขึ้น 2.6% จากที่เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2547 และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยับขึ้นเพียง 0.8% สะท้อนให้เห็นว่าตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงต้นปีนี้ อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์บางคนกังวลว่า  ร่างกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงหน้าผาการคลังที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบของสภาคองเกรสเมื่อวันพุธที่ผ่ามานั้น จะส่งผลให้อัตราการอุปโภคบริโภคในสหรัฐชะลอตัวลง ขณะที่เศรษฐกิจในปัจจุบันก็ยังคงฟื้นตัวอย่างเชื่องช้าจากภาวะถดถอยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี

- ต้นทุนการจ้างงานในไตรมาส 4/2555 ของสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5% โดยค่าแรงและเงินเดือน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 70% ของต้นทุนการจ้างงานนั้น ปรับตัวสูงขึ้น 0.3% ในไตรมาส 4/2555 ขณะที่ต้นทุนด้านสวัสดิการ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.5% ซึ่งลดลงจากระดับ 3.2% ในไตรมาส 4/2554 ทั้งนี้ การปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนการจ้างงานเพียงเล็กน้อยสะท้อนให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อที่เกิดจากค่าแรงในสหรัฐยังคงอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก ซึ่งอาจจะเปิดทางให้ธนาคารลางสหรัฐ (Fed) ยังคงเดินหน้าใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป

- ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 26 มกราคมเพิ่มขึ้น 38,000 ราย สู่ระดับ 368,000 ราย จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับ 330,000 ราย มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 350,000 ราย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงซบเซา ส่วนยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานอย่างต่อเนื่องแบบเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ เพิ่มขึ้น 250 ราย แตะที่ 352,000 ราย อย่างไรก็fu แม้ว่ายอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกทำสถิติเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ แต่ตัวเลขดังกล่าวยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 400,000 รายซึ่งเป็นระดับที่นักวิเคราะห์ต่างมองว่าจะส่งผลกระทบที่ดีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ

 

ยุโรป: สเปน

- สมาคมธนาคารออมทรัพย์ของสเปนเปิดเผยในรายงานว่า ยอดขาดดุลของภาครัฐบาลสเปนอยู่ที่ 7.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2555 ซึ่งสูงกว่าระดับ 6.3% ที่สหภาพยุโรป (อียู) กำหนดไว้ ขณะที่นายอังเกล ลาบอร์ดา ผู้อำนวยการฝ่ายสถิติ ระบุว่า ฝ่ายบริหารส่วนกลางสามารถบรรลุเป้าขาดดุลที่ 4.5% ในปี 2555 โดยลดลง 1.7% เมื่อเทียบกับปี 2554 แต่ฝ่ายบริหารส่วนอื่นๆได้แก่ ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นไม่สามารถบรรลุเป้าได้ และคาดว่ายอดขาดดุลของภาครัฐบาลสเปนในปี 2556 จะแตะ 5.6% ของจีดีพี ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ของรัฐบาลที่ 4.5%

- กระทรวงการคลังของสเปนเปิดเผยว่า รัฐบาลมีรายได้สูงเกินเป้าในปี 2555 ขณะที่การขึ้นภาษีได้ช่วยชดเชยเศรษฐกิจที่หดตัวลง และรัฐบาลได้ย้ำถึงการยืนยันที่จะลดการใช้จ่าย แม้ทางการยุโรประบุว่า อาจจะให้เวลาสเปนมากขึ้นในการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณอันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยนายคริสโตบอล มอนโตโร รมว.คลังของสเปน เปิดเผยว่า รายได้ที่ไม่ใช่ด้านการเงินของรัฐบาลกลางสเปนหลังโอนให้กับรัฐบาลระดับภูมิภาค อยู่ที่ 1.23 แสนล้านยูโร (1.66 แสนล้านดอลลาร์) ในปีงบประมาณ 2555มากกว่า 1.19 แสนล้านยูโรที่ตั้งเป้าไว้ในงบประมาณ ทั้งนี้ แม้เผชิญกับภาวะถดถอย, การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ลดลง และการว่างงานที่พุ่งแตะ 26.6% แต่รายได้จากภาษีของสเปนเพิ่มขึ้น 1.1 หมื่นล้านยูโรในปี 2555 เมื่อเทียบกับปี 2554 อันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT), ภาษีเงินได้และภาษีนิติบุคคล

- นายโอลลี เรห์น กรรมาธิการฝ่ายกิจการเศรษฐกิจและการเงินของสหภาพยุโรป (อียู) ระบุว่า อาจมีการเลื่อนเป้าหมายด้านการคลังของสเปนออกไปอีก หากเศรษฐกิจย่ำแย่ลง ขณะที่ชื่นชมความพยายามของสเปนในการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณหลายพันล้านยูโรในด้านที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง อาทิ การศึกษาและด้านสุขภาพ ทั้งนี้ สเปนได้เวลาพิเศษอีก 1 ปีจนถึงปี 2557 ในการบรรลุเป้าหมายในการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณลงต่ำกว่า 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ

 

เอเชีย: ญี่ปุ่น

- การผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ซึ่งชี้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังเป็นไปอย่างล่าช้าแม้ค่าเงินเยนอ่อนลงมาต่อเนื่องตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน โดยกระทรวงการค้าของญี่ปุ่นรายงานว่าผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 2.5% จากเดือนก่อนหน้า หลังจากเดือนพฤศจิกายนลดลง 1.4% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 4.1% ทั้งนี้เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง 7.8%

 

ฟิลิปปินส์

- เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ไตรมาส 4 ขยายตัวสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากผลของการที่รัฐบาลฟิลิปปินส์เร่งการใช้จ่ายซึ่งส่งผลให้การอุปโภคบริโภคและการลงทุนขยายตัวสูงขึ้น โดยสำนักงานสถิติของฟิลิปปินส์รายงานว่าเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ไตรมาสที่ 4 ขยายตัว 6.8% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน หลังจากไตรมาสที่ 3 ขยายตัว 7.2% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 6.3% ทั้งนี้โดยรวมในปี 2555 เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ขยายตัว 6.6%

- ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์กล่าวว่าธนาคารกลางฟิลิปปินส์กำลังศึกษาเพื่อหามาตรการต่างๆเพื่อควบคุมการไหลเข้ามามากเกินไปของเงินทุนต่างประเทศ ทั้งนี้เขามองว่าผลกระทบจากการเคลื่อนย้ายของเงินทุนระหว่างประเทศต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินของเอเซียเป็นประเด็นที่ท้าทายต่อทางการของประเทศต่างๆมากในปีนี้ โดยจากการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายมากขึ้นของประเทศพัฒนาแล้วทั้ง ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และยุโรป ทำให้เงินทุนต่างประเทศไหลเข้ามาในกลุ่มประเทศ Emerging Markets ที่เศรษฐกิจโตเร็วมากขึ้น โดยดัชนีตลาดหุ้นเอเซียได้เพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับที่สูงที่สุดในรอบ 17 เดือนในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ดีเขากล่าวว่าธนาคารกลางฟิลิปปินส์ไม่ได้กำหนดเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนที่เจาะจงไว้ โดยนโยบายของธนาคารกลางฟิลิปปินส์จะไม่ฝืนทิศทางตลาดแต่ก็จะเข้าไปแทรกแซงบางครั้งเพื่อไม่ให้อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมากเกินไป

 

ไทย

- ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานว่า ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมในเดือนธันวาคม 2555 ชะลอตัวลง ทั้งการลงทุนภาคเอกชน การบริโภคภาคเอกชน และการส่งออก สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอลง ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจยังดีอยู่ โดยการจ้างงานขยายตัวต่อเนื่อง ความเชื่อมั่นยังมีแนวโน้มสูงขึ้นทั้งของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ขณะที่สินเชื่อภาคเอกชนขยายตัวในเกณฑ์ดี และเศรษฐกิจโดยรวมมีเสถียรภาพ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัว และดุลการชำระเงินเกินดุล สำหรับดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนหดตัว 2.9% ตามการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต่ำลงสอดคล้องกับการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคและการใช้จ่ายในหมวดยานยนต์ที่ลดลง อย่างไรก็ดีการใช้จ่ายในหมวดยานยนต์ถือว่ายังอยู่ในระดับสูงกว่าปกติมาก จากการที่ผู้ผลิตรถยนต์เร่งผลิตเต็มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบรถยนต์ให้ผู้บริโภค ส่วนดัชนีการลงทุนภาคเอกชนหดตัว 0.8% ตามการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์หลังจากที่ผู้ประกอบการได้เร่งนำเข้าเพื่อฟื้นฟูความเสียหายจากอุทกภัยไปแล้วในช่วงก่อนหน้า ขณะที่การลงทุนในภาคการก่อสร้างส่วนหนึ่งมีข้อจำกัดจากปัญหาขาดแคลนแรงงานทั้งนี้ แม้การใช้จ่ายชะลอลงบ้าง แต่รายได้ของประชาชนยังขยายตัวดี รายได้เกษตรกรขยายตัวจากเดือนก่อนร้อยละ 2.5 เพราะแม้ราคาสินค้าเกษตรปรับลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนตามราคาข้าวและปาล์มน้ำมันที่คำสั่งซื้อจากต่างประเทศชะลอลง แต่ผลผลิตเกษตรขยายตัวจากการเร่งเก็บเกี่ยวข้าวเพื่อให้ทันการทำนาปรังรอบใหม่จากความไม่มั่นใจในสถานการณ์ภัยแล้ง และผลผลิตปาล์มน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวย สรุปทั้งปี 2555 ภาวะเศรษฐกิจไทยขยายตัวจากปีก่อนจากการเร่งซ่อมแซมความเสียหายจากอุทกภัยของภาคเอกชน ประกอบกับได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และภาวะการเงินที่เอื้ออำนวย แม้เศรษฐกิจได้ร้บผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกชัดเจนขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปีเป็นต้นมา แต่ผลกระทบจำกัดอยู่เฉพาะการส่งออกสินค้าและการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่เน้นผลิตเพื่อการส่งออก

- นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่รายได้จากการท่องเที่ยวในปี 58 จะสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากเป็นตัวเลขคาดการณ์ไว้ก่อนที่จะมีบทสรุปเรื่องตัวเลขนักท่องเที่ยวของปี 55 โดยก่อหน้าคาดการณ์ว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 22 ล้านคน แต่ยอดนักท่องเที่ยวมีสูงกว่า 22.3 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 15.98% จากปี 54 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยว 19.23 ล้านคน

- ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุว่า ยอดการส่งออกสินค้าในเดือนธันวาคม 2555 มีมูลค่า 17,955 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือขยายตัว 13.6% (y-o-y) สะท้อนการฟื้นตัวของอุปสงค์ต่างประเทศที่ยังไม่เข้มแข็ง โดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์, ปิโตรเลียม และเหล็ก ลดลงจากที่มีการเร่งส่งออกไปแล้วในช่วงก่อนหน้า แต่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมในหมวดยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้ายังขยายตัวดี และการส่งออกยางพาราเริ่มฟื้นตัวจากความต้องการจากจีนที่เพิ่มขึ้น ด้านการนำเข้าสินค้ามีมูลค่า 17,672 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือขยายตัว 1.3% โดยปริมาณการนำเข้าหดตัวเล็กน้อยจากเดือนก่อน ตามการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าทุน รวมทั้งการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางที่ลดลง

- ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุถึงข้อเสนอของนายวีรพงษ์ รามางกูร ประธาน ธปท.ที่เสนอลดดอกเบี้ยและออกมาตรการสกัดเงินทุนไหลเข้าเพื่อไม่ให้กระทบกลไกตลาด และไม่ให้เงินบาทแข็งค่าจนทำให้ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำว่า การพิจารณาเรื่องดอกเบี้ยนโยบายเป็นตัวแปรหนึ่งเพื่อรักษาสมดุลของเศรษฐกิจและรักษาเสถียรภาพการเงินในระยะยาว พร้อมระบุ ดอกเบี้ยของไทยขณะนี้คิดว่าสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ยังขยายตัวได้ดี การจ้างงานสูง การว่างงานต่ำ การอุปโภคบริโภคและการลงทุนขยายตัวได้ดี ทั้งนี้ การพิจารณาดอกเบี้ยนโยบายนั้น คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) จะใช้ข้อมูลล่าสุดมาประกอบการตัดสินใจการดำเนินนโยบายดอกเบี้ย และมีการติดตามข้อมูลอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ ยอมรับว่า หากมีการปรับลดดอกเบี้ยลงอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาหนี้สินครัวเรือนเพิ่มสูงมากเกินตัว หลังจากเห็นข้อมูลการขยายตัวของสินเชื่อไตรมาส 3/2555 ขยายตัวแบบก้าวกระโดดมากกว่า 75% ของจีดีพี จากปี 2552 อยู่ที่ประมาณ 58% ซึ่ง ธปท.เห็นข้อมูลบางส่วนแล้วเริ่มรู้สึกว่ามีการก่อหนี้มากจนอาจกระทบต่อการชำระหนี้ และอาจเป็นจุดเปราะบางต่อการเติบโตของเติบโตของเศรษฐกิจ

- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทยในเดือนธ.ค.55 ว่า ดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทยโดยรวมอยู่ที่ 3.9 คะแนน จากเต็ม 10 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 3.5 คะแนนในการสำรวจครั้งก่อนเมื่อเดือนมิ.ย.55 ส่วนดัชนีสถานการณ์ในปัจจุบัน อยู่ที่ 3.8 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 3.2 คะแนน และดัชนีแนวโน้มสถานการณ์ อยู่ที่ 4.2 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 3.7 คะแนน อนึ่ง 0 คะแนนหมายถึง มีการคอร์รัปชันรุนแรงที่สุด และ 10 คะแนนหมายถึง ไม่มีการคอร์รัปชัน

- กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเร่งทำความตกลงด้านการค้า การลงทุนภายใต้ความตกลงการค้าเสรีทั้งในระดับทวิภาคีและภูมิภาค รวมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์การใช้สิทธิประโยชน์จากข้อตกลงทางการค้าเสรีที่เสร็จสิ้นไปแล้วให้นักธุรกิจไทยได้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึก และมีการใช้สิทธิประโยชน์ให้มากขึ้น เพื่อสร้างคะแนนเหนือคู่แข่ง พร้อมทั้งเตรียมเปิดศูนย์บริการการค้าการลงทุนอย่างครบวงจร เพื่อให้บริการทั้งนักธุรกิจไทยและต่างประเทศที่จะมาลงทุนในไทยและอาเซียน

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (31 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยรวมทั้งหลายตลาดในเอเซียปรับลดลงหลังจากที่เพิ่มขึ้นมามากก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ความมั่นใจของนักลงทุนลดลงหลังสหรัฐฯรายงานว่าเศรษฐกิจไตรมาสที่ 4 ปีก่อนหดตัวลง 0.1%

- เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (31 ม.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการรายงานตัวเลขยอดผุ้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าตัวเลขการขอรับสวัสดิการว่างงานจะเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ล่าสุด ขณะเดียวกันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯก็ถูกกดดันให้อ่อนค่าลงในวันนี้จากการที่รายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนว้นพุธชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯไตรมาส4ปีก่อนหดตัวลง ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯประกาศเดินหน้าโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯและหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนอง (MBS) ในวงเงินรวมกัน 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือนต่อไปและประกาศจะคงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ( fed funds rate) อยู่ในกรอบ 0-0.25% จนกว่าอัตราการว่างงานจะลดลงแตะระดับ 6.5% ทั้งนี้ค่าเงินเยนอ่อนลงในช่วงตลาดสหรัฐฯ

- ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (31 ม.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นมามากอย่างต่อเนื่องในช่วงประมาณสามสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยวันนี้ทางการเยอรมนีรายงานว่าอัตราการว่างงานของเยอรมนีเดือนมกราคมลดลงอย่างไม่คาดหมายเป้นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน โดยลดลงมาอยู่ที่ 6.8% ทั้งนี้ยูโรแข็งขึ้นในช่วงตลาดสหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (31 ม.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง ก่อนที่รัฐบาลสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมกราคมในวันศุกร์นี้ อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P 500 ยังคงปิดตลาดด้วยการพุ่งขึ้นรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วงลง 49.84 จุด หรือ 0.36% สู่ 13,860.58, ดัชนี S&P 500 ปิดปรับลง 3.85 จุด หรือ 0.26 % สู่ 1,498.11 และดัชนี Nasdaq ปิดขยับลง 0.18 จุด หรือ 0.01 % สู่ 3,142.13

- ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (31 ม.ค.)  ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.22% ในวันนี้ โดยหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์มีราคาเพิ่มขึ้นในช่วงที่กำลังจะมีการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ทั้งนี้วันนี้กระทรวงการค้าของญี่ปุ่นรายงานว่าผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 2.5% จากเดือนก่อนหน้า หลังจากเดือนพฤศจิกายนลดลง 1.4% ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 4.1% โดยเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง 7.8% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่ารายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ( PMI ) ภาคการผลิตของจีนที่สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนจะเปิดเผยในวันพรุ่งนี้จะชี้ถึงการขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบ 9 เดือน โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเพิ่มขึ้น 0.12% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.39%

- ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (31 ม.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ โดยมีแรงขายออกมาในหุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นการขายหุ้นทำกำไรออกมาบ้างหลังดัชนีฯเพิ่มขึ้นมามากอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่หดตัวในไตรมาสที่ 4 ปีก่อน และผลผลิตอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเดือนธันวาคมที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ก็เป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นในวันนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 16.62 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment