Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Thursday, 14 February 2013 09:43

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

ประธานาธิบดีบารัค โอบามาได้กล่าวแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรส โดยได้กล่าวถึงข้อเสนอในประเด็นทางด้านการสร้างงาน, การค้า, ภาษีพลังงาน, การศึกษา และอื่นๆ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

1. การสร้างงาน

* ลงทุน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรวมถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ใช้ในการซ่อมแซมถนนและสะพานเก่าอย่างเร่งด่วน

* ขอการสนับสนุนจากสภาครองเกรสในโครงการสร้างงานวงเงิน 1.5  หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อฟื้นฟูหรือทุบทิ้งอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยหรือที่ถูกยึดมาเพราะติดหนี้จำนอง

* ใช้จ่ายงบ 1 พันล้านดอลลาร์ในการสร้างเครือข่ายสถาบันการผลิต 15 แห่งทั่วสหรัฐ โดยจะมีการเปิดตัวสถาบันการผลิต 3 แห่งในปีนี้ ผ่านทางกระทรวงพลังงานและกระทรวงกลาโหม ขณะที่จะได้รับความช่วยเหลือจาก วิทยาลัยชุมชน, มหาวิทยาลัย และธุรกิจเอกชน

* เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำมากกว่า 20% จากปัจจุบันที่ระดับ 7.25 ดอลลาร์/ชั่วโมง สู่ระดับ 9 ดอลลาร์/ชั่วโมงก่อนสิ้นปี 2015 สำหรับชาวอเมริกัน 15 ล้านคน และรับประกันว่าค่าแรงขั้นต่ำจะปรับตัวสอดคล้องกับภาวะเงินเฟ้อ

* จัดตั้ง "เขตสัญญา" ในชุมชน 20 แห่งเพื่อให้ "ความช่วยเหลือทางเทคนิคอย่างเข้มข้น" แก่ชุมชนดังกล่าว โดยใช้โอกาสและโครงการที่มีอยู่เดิมในการช่วยสร้างงาน

 

2. การค้า

* กระตุ้นการส่งออกโดยเปิดการเจรจาทางการค้ากับสหภาพยุโรป (EU) ที่มีสมาชิก 27 ประเทศ และทำข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ในภูมิภาคแปซิฟิก (TPP) ให้แล้วเสร็จ

* เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดสำหรับการเลือกลงทุนในสหรัฐ  หรือ Select USA Investment Summit เพื่อจับคู่ระหว่างธุรกิจต่างชาติ และรัฐบาลท้องถิ่นในสหรัฐ โดยมีจุดประสงค์เพื่อดึงดูดธุรกิจและการลงทุนจากต่างชาติ

 

3. ภาษี

* เรียกร้องให้สภาคองเกรสปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล และกำหนดอัตราภาษีพิเศษสำหรับบริษัทผู้ผลิตในระดับที่ต่ำลงไปอีก

* กำหนด "ภาษีกิจการในต่างประเทศ" เพื่อเรียกเก็บภาษีขั้นต่ำ สำหรับผลกำไรของกิจการในต่างประเทศ โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ และเพื่อสกัดกั้นการแข่งขันกันปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลระหว่างประเทศต่างๆ

* ขยายมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการวิจัยและการพัฒนา และทำให้มาตรการนี้เป็นมาตรการถาวร

 

4. อากาศและพลังงาน

* ตั้งกองทุน "ทรัสต์เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน" โดยใช้เงินทุนจากค่าภาคหลวงหรือค่าสัมปทานในการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซ และใช้เงินดังกล่าว เพื่อการวิจัยเกี่ยวกับรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ และเชื้อเพลิงชีวภาพ

* เรียกร้องให้สภาคองเกรสทำให้กฏหมายการลดหย่อนภาษีการผลิตเป็นมาตรการถาวร และสามารถคืนภาษีเพื่อเป็นแรงจูงใจสำหรับการใช้พลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มการผลิตเป็น 2 เท่าภายในปี 2020

* ใช้มาตรการจูงใจ "Race to the Top" สำหรับรัฐต่างๆที่มีนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน เพื่อพยายามลดการสูญเสียพลังงานในภาคครัวเรือนและธุรกิจลงครึ่งหนึ่งในช่วง 20 ปีข้างหน้า

* สร้างนโยบายใหม่เพื่อกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนในด้านการขนส่ง, ระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้า รวมถึงท่อส่งน้ำมันและก๊าซ

 

5. การศึกษา

* ดำเนินการร่วมกับสภาคองเกรสในการสนับสนุนรัฐต่างๆ ของสหรัฐฯ เพื่อให้การศึกษาในชั้นเตรียมอนุบาลสำหรับเด็กอายุ 4 ขวบทั่วประเทศ

* เพิ่มแรงจูงใจสำหรับโรงเรียนมัธยมในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอน โดยเน้นการเรียนรู้โลกแห่งความเป็นจริง และรวมชั้นเรียนด้านเทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์และวิศวกรรม

* คุมเข้มความรับผิดชอบสำหรับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล

 

6. ประเด็นอื่นๆ

* ถอนทหารสหรัฐ 34,000 นายจากทั้งหมด 66,000 นายจากอัฟกานิสถาน โดยจะเดินทางกลับสหรัฐภายในต้นปี 2014

* ผลักดันสหรัฐเป็นผู้นำโลกในการตอบโต้ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ

* ร่วมมือกับรัสเซียในการลดอาวุธนิวเคลียร์

* ป้องกันการโจมตีในโลกไซเบอร์

* คุมเข้มความรับผิดชอบสำหรับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล

 

7. ประเด็นอื่นๆ

* ถอนทหารสหรัฐ 34,000 นายจากทั้งหมด 66,000 นายจากอัฟกานิสถาน โดยจะเดินทางกลับสหรัฐภายในต้นปี 2014

* ผลักดันสหรัฐเป็นผู้นำโลกในการตอบโต้ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ

* ร่วมมือกับรัสเซียในการลดอาวุธนิวเคลียร์

 

-  ราคาสินค้านำเข้าในเดือนมกราคม 2556 เพิ่มขึ้น 0.6% (m-o-m) หลังจากลดลง 0.5% ในเดือนธันวาคม และราคาสินค้าส่งออกเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนก่อนหน้า

-  ยอดค้าปลีกในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 0.1% สู่ระดับ 4.166 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนธันวาคม เนื่องจากมาตรการขึ้นภาษีและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายน้อยลง ขณะที่ยอดค้าปลีกไม่รวมรถยนต์เพิ่มขึ้น 0.2% จากที่เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนธันวาคม  ทั้งนี้ การใช้จ่ายของผู้บริโภคคิดเป็นสัดส่วนราว 70% ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคชาวอเมริกันใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังขาดความแน่นอน

-  สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจในธันวาคมเพิ่มขึ้น 0.1% สู่ระดับ 1.623 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพฤศจิกายน โดยเป็นการขยายตัวช้าที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% ส่วนยอดขายภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 0.3% แตะที่ 1.274 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงจากเดือนพฤศจิกายนที่เพิ่มขึ้น 0.9% ทั้งนี้ สต็อกสินค้าคงคลังที่ขยายตัวช้าลงบ่งชี้ว่าโรงงานต่างๆ  ผลิตสินค้าน้อยลง ส่งผลให้ผลผลิตทางเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัวลงตามไปด้วย

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

-  สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายคอชิก บาซู หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) คนใหม่ เรียกร้องให้ผู้นำทางการเงินของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ชาติ หรือจี20 ร่วมมือกันด้านนโยบายทางเศรษฐกิจมากกว่านี้ เพื่อป้องกันความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดสงครามค่าเงินโลกขึ้น โดยนายบาซูระบุว่า รัฐมนตรีคลังของกลุ่มจี20 ที่จะประชุมกันที่กรุง มอสโก ประเทศรัสเซีย ในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์นี้ ควรจะหาหนทางแก้ปัญหาก่อนที่ความตึงเครียดจะยกระดับจนเกิดปะทุเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลกรอบใหม่ ทั้งนี้ ประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วหลายแห่งได้พยายามลดหนี้และพิมพ์เงินออกมาเพิ่ม ซึ่งเป็นการทำให้สกุลเงินของพวกเขาอ่อนค่าลง และทำให้มีขีดความสามารถด้านการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำใกล้ศูนย์เปอร์เซ็นต์ในประเทศร่ำรวย ทำให้ปัญหาการไหลของเงินทุนไปยังประเทศเศรษฐกิจใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงเลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก และเป็นการผลักดันอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศเหล่านั้นให้สูงขึ้น

 

ฝรั่งเศส

-  สำนักงานสอบบัญชีของฝรั่งเศสคาดว่ารัฐบาลฝรั่งเศสมีแนวโน้มที่จะพลาดเป้าหมายงบประมาณขาดดุลซึ่งกำหนดไว้ที่ 3% ของจีดีพีในปี 2556 อันเนื่องมาจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจ พร้อมกับเรียกร้องให้พยายามควบคุมการใช้จ่ายทั้งหมดของภาครัฐบาลและใช้มาตรการที่จำเป็นอย่างรวดเร็วเพื่อให้บรรลุพันธกิจด้านการเงินของประเทศ ในส่วนของหนี้สาธารณะ สำนักงานสอบบัญชีคาดว่า ตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงกว่า 90% ของจีดีพีในปี 2556 และจะยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2557 และ 2558 ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีแผนใช้มาตรการเพื่อฟื้นฟูแล้วก็ตาม

 

อังกฤษ

-  สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษรายงานว่าอัตราเงินเฟ้อเดือนมกราคม ทรงตัวที่ 2.7% ซึ่งเป็นระดับสูงกว่าที่ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) กำหนดไว้ที่ 2% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 3.1% (m-o-m)

-  ธนาคารบาร์เคลย์ของอังกฤษประกาศแผนปรับลดพนักงานลงอย่างน้อย 3,700 อัตราในการปรับโครงสร้างองค์กรขนานใหญ่ โดยจะปรับลดพนักงานลง 1,800 รายในธุรกิจวาณิชธนกิจและสถาบันธนกิจ และ 1,900 รายในธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจนอกอังกฤษ ทั้งนี้ บาร์เคลย์ประสบภาวะขาดทุน 236 ล้านปอนด์ (368 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2555 เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ 3.9 พันล้านปอนด์ในปี 2554 โดยธนาคารได้ประมาณการค่าชดเชยความเสียหายให้แก่ลูกค้าเป็นจำนวนเงิน 2.45 พันล้านปอนด์จากการขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ผิดวัตถุประสงค์ของลูกค้า

 

สเปน

-  นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอย ของสเปนและรัฐบาลจำเป็นต้องเดินหน้าในการทำงาน แม้ในช่วงที่ผ่านมาสเปนได้ดำเนินการหลายอย่างทั้งในด้านการปฏิรูปภาคธนาคารและแรงงาน ซึ่งทำให้ตลาดแรงงานมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่ก็ยังคงมีงานที่ต้องทำอีกจำนวนมาก ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือต้องมีแผนงบประมาณในระยะกลางพร้อมกับรายละเอียดในการตัดงบประมาณค่าใช้จ่ายลงตลอดทั้งรายการปรับปรุง ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นหากสเปนยังต้องการเข้าถึงตลาดการเงิน นอกจากนี้ นายดรากิระบุว่าเขามีมุมมองที่เป็นบวกเกี่ยวกับเศรษฐกิจในอนาคตของสเปน ถึงแม้จะยอมรับว่ามีชาวสเปนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากการลดงบประมาณของรัฐบาล โดยระบุว่า ชาวสเปนอาจจะไม่พอใจเมื่อพิจารณาจากมุมมองที่ว่า ยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการปฏิรูปจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาจึงจะเห็นผล

 

สโลวีเนีย

-  S&P ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารทางการเงินประเภท Long-term Foreign and Local Currency Sovereign Credit Ratings ของสโลวีเนีย 1 ขั้น จาก A เป็น A- พร้อมทั้งปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารทางการเงินประเภท Short-term Foreign and Local Currency Sovereign Credit Ratings 1 ขั้น จาก A-1 เป็น A-2 เนื่องจากสถานะทางการเงินของรัฐบาลอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการเข้าช่วยเหลือธนาคารพาณิชย์ที่ประสบปัญหาทางการเงิน

 

เอเชีย: เกาหลีใต้

-  ธนาคารกลางเกาหลีใต้รายงานว่า ราคานำเข้าของเกาหลีใต้ในเดือนมกราคมลดลงต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี เนื่องจากเงินวอนแข็งค่าเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ราคานำเข้าลดลง 10.6% ในเดือนมกราคมเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ราคานำเข้าที่ลดลงทำให้ธนาคารกลางเกาหลีใต้มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยลงอีกจากอัตราปัจจุบันที่ 2.75% โดยธนาคารกลางเกาหลีใต้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยประจำเดือนมกราคม ภายหลังปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมและตุลาคมปีที่แล้ว

-  ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่ายอดการปล่อยกู้ภาคครัวเรือนในเกาหลีใต้ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากโครงการให้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีสำหรับการทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยสิ้นสุดลง ซึ่งส่งผลให้การทำธุรกรรมดังกล่าวลดลง โดยยอดการปล่อยกู้ภาครัวเรือนมีมูลค่า 463.1 ล้านล้านวอน (4.26 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ณ สิ้นเดือนมกราคม ลดลง 3.5 ล้านล้านวอนจากเดือนก่อนหน้า หลังจากเพิ่มขึ้นติดต่อกันตลอดไตรมาส 4 ปีที่แล้ว การทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยลดลงหลังจากการให้สิทธิพิเศษปรับลดภาษีสำหรับการซื้อขายบ้านสิ้นสุดลงในเดือนธันวาคม โดยยอดขายอพาร์ทเมนท์ในกรุงโซลลดลงเหลือ 1,200 รายในเดือนมกราคม หลังจากที่เพิ่มขึ้นแตะ 6,900 รายในเดือนก่อนหน้า

 

อินโดนีเซีย

-  เจ้าหน้าที่อาวุโสประจำกระทรวงอุตสาหกรรมอินโดนีเซียกล่าวว่ารัฐบาลวางแผนจะส่งเสริมอุตสาหกรรมปลายน้ำในภาคการเกษตร และเหมืองแร่ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการเติบโตของอุตสาหกรรมน้ำมันในปีนี้ โดยเป้าหมายระยะแรกอยู่ที่ 7.1% ซึ่งสูงกว่า 6.2% ในปีที่แล้ว ทั้งนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่าทางการอินโดนีเซียจะเน้นไปที่สินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งถือเป็นสินค้าหลักที่สำคัญของอินโดนีเซีย รวมถึงน้ำมันปาล์มด้วย โดยมีแผนการที่จะพัฒนาธุรกิจปลายน้ำโดยมีวัตถุประสงค์ที่แท้จริงเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าโภคภัณฑ์ของอินโดนีเซีย ทั้งยังเสริมอีกว่าในอนาคตอินโดนีเซียไม่เพียงแต่จะเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบเท่านั้น

 

ไทย

-  นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยถึงโครงการซื้อรถเมล์ NGV ว่า คาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ หลังจากการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ข้อสรุปว่าจะมีการซื้อรถเมล์ NGV แบบจีทูจี ทั้งหมด 3,183 คัน ในวงเงินงบประมาณ 13,162 ล้านบาท

-  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องในระยะนี้ยังอยู่ภายใต้ระดับที่ ธปท.ประเมินในปีนี้เฉลี่ย 105 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล จึงยังไม่มีผลต่ออัตราเงินเฟ้อ แต่หากราคาน้ำมันยังมีการปรับขึ้นต่อเนื่อง ก็คงต้องมีการประเมินใหม่ อย่างไรก็ดี ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นต่อไปอีกนานแค่ไหน สำหรับความเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจยังมีอยู่ โดยขึ้นกับปัจจัยจากต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งล่าสุดแม้ว่าความเสี่ยงดังกล่าวอาจจะลดลลงไปบ้าง แต่ก็ยังต้องติดตามดูต่อไป แต่สิ่งที่ ธปท.กำลังจับตาอย่างใกล้ชิดคือเรื่องหนี้สินภาคครัวเรือน

 

Money Market

-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (13 ก.พ.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักเข่นเยนและยูโรก่อนการประชุมกลุ่ม G-20 ในสัปดาห์นี้

-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (13 ก.พ.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งนี้ในแถลงการณ์ที่ออกมาหลังเสร็จสิ้นการหารือของเจ้าหน้าที่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ 7 ประเทศ (G-7) เตือนว่าความผันผวนที่มากเกินไปของอัตราแลกเปลี่ยนจะส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ พร้อมยืนยันว่าตลาดควรจะเป็นผู้กำหนดอัตราแลกเปลี่ยน โดยนโยบายการเงินควรจะมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายในประเทศ ทั้งนี้แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนลงอย่างมาก โดยมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะผ่อนคลายนโยบายการเงินลงอย่างแข็งกร้าว โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐฯก็ออกมาเรียกร้องให้กลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศที่จะจัดประชุมในปลายสัปดาห์นี้หลีกเลี่ยงการแข่งขันลดค่าเงินเนื่องจากอาจเป็นภัยคุกคามต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกได้ อย่างไรก็ดีเยนอ่อนลงเล็กน้อยในช่วงท้ายตลาด

-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (13 ก.พ.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในช่วงประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมาที่แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจากการที่ความกังวลเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรปลดลงเมื่อเทียบกับปลายปีก่อนและเป็นผลจากการอ่อนลงมากของค่าเงินเยนด้วย ซึ่งการแข็งค่าของเงินยูโรสร้างความกังวลให้กับหลายประเทศใน euro-area มากขึ้นในขณะนี้ อย่างไรก็ดียูโรอ่อนลงเล็กน้อยในช่วงท้ายตลาด

 

Capital Market

-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (13 ก.พ.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดปรับตัวลงในวันพุธท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบาง ขณะที่นักลงทุนยังคงระมัดระวังในการซื้อขาย หลังจากดัชนี S&P 500 แตะระดับสูงที่สุดระหว่างวันนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2550 ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.26%, ดัชนี S&P 500 ปิดบวก  0.06% และดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 0.33% ดัชนี S&P 500 ได้แรงหนุนจากหุ้นเจเนอรัล อิเล็กทริก (จีอี) หลังจากบริษัทคอมคาสต์ คอร์ประบุว่าจะซื้อหุ้น NBCUniversal บางส่วนจากจีอี

เป็นมูลค่า 1.67 หมื่นล้านดอลลาร์

-  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (13 ก.พ.)  ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 1.04% ในวันนี้จากการที่ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งขึ้นหลังเจ้าหน้าที่กลุ่มประเทศ G-7 ส่งสัญญาณถึงความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่หุ้นของบางบริษัทในตลาดหุ้นญี่ปุ่นก็มีราคาลดลงจากการลดการคาดการณ์แนวโน้มกำไร ขณะที่บางบริษัทก็เปิดเผยการคาดการณ์แนวโน้มที่จะมีการขาดทุนจากการดำเนินงาน สำหรับตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงยังคงปิดทำการในวันนี้ โดยตลาดหุ้นฮ่องกงจะเปิดทำการในวันพฤหัส ส่วนตลาดหุ้นจีนจะเปิดทำการในวันศุกร์

-  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (13 ก.พ.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในวันนี้โดยได้ปัจจัยสนับสนุนจากการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันนักลงทุนก็คาดการณ์ว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 20 กุมภาพันธ์จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และพลังงาน ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 25.16 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment