Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Thursday, 21 February 2013 10:13

Snapshot

สหรัฐอเมริกา
-  ยอดการเริ่มสร้างบ้านใหม่ในเดือนมกราคมหดตัวลง 8.5% (m-o-m: annual rate) สู่ระดับ 890,000 ยูนิต จาก 973,000 ยูนิตในเดือนธันวาคม 2555 ซึ่งลดลงในอัตราที่มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ โดยยอดการสร้างบ้านสำหรับครอบครัวขยายหดตัวลงถึง 24.1% อย่างไรก็ดี ยอดการสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยว ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านทั้งหมด เพิ่มขึ้น 0.8% สุ่ระดับ 613,000 ยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2551 ขณะทียอดการอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งบ่งชี้ถึงการก่อสร้างในอนาคต เพิ่มขึ้น 1.8% สู่ระดับ 925,000 ยูนิต นับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2551 ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่าตลาดที่อยู่อาศัยจะช่วยตัวกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในปีนี้
-  ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนมกราคมขยายตัว 0.2% (m-o-m) นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนกันยายน 2555 ที่ดัชนีราคาผู้ผลิตขยายตัว อันเป็นผลผมาจากราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น 0.7% เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นในแคลิฟอร์เนีย แอริโซนา และนอร์ทเทิร์นเม็กซิโก เป็นอุปสรรคต่อการเพาะปลูก ทำให้พืชผักหลายชนิดมีราคาสูงขึ้น อย่างไรก็ดี เงินเฟ้อโดยรวมยังอยู่ภายใต้การควบคุม โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อไว้ที่ 2.0% ขณะที่เจ้าหน้าที่ Fed หลายคนคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ราว 1.3%-2.0% ในปีนี้
-  รายงานการประชุมเมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ของธนาคารสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) ยังคงมีความคิดเห็นที่ไม่สอดคล้องกันเกี่ยวกับระยะเวลาและปริมาณการซื้อพันธบัตร โดยกรรมการบางคนระบุว่า โครงการซื้อพันธบัตรอาจจำเป็นต้องยุติก่อนที่อัตราว่างงานจะลดลงต่ำกว่าระดับ 6.5% ทั้งนี้ Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (fed funds rate) ที่ระดับ 0 - 0.25% ในการประชุมระยะเวลา 2 วันซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ (30 ม.ค.) และย้ำว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษจนกว่าอัตราว่างงานจะลดลงต่ำกว่าระดับ 6.5% นอกจากนี้ ยังประกาศว่าจะยังคงซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในวงเงิน 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่ 4 (QE4) และซื้อหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนอง (MBS) วงเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน ตามมาตรการ QE3 โดยมาตรการ QE3 และ QE4 มีวงเงินรวมกันทั้งสิ้น 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน

ยุโรป: เยอรมนี
-  ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป หรือ ZEW Center for European Economic Research รายงานดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนของเยอรมนีเพิ่มขึ้นจาก 31.5 ในเดือนมกราคม เป็น 48.2 ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันและเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 และเพิ่มขึ้นมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะอยู่ที่ 35
-  สำนักงานสถิติของเยอรมนี (Destatis) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของเยอรมนีในเดือนมกราคม 2556 ปรับขึ้น 0.8% (m-o-m) จากเดือนก่อนหน้า และดีดตัวขึ้น 1.7% (y-o-y) เมื่อเทียบเป็นรายปี อันเนื่องมาจากต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น

ฝรั่งเศส
-  รัฐสภาฝรั่งเศส ได้อนุมัติผ่านความเห็นชอบร่างกฎหมายปฏิรูปธนาคารเรียบร้อยแล้ว โดยนายปิแอร์ มอสโกวิซี รัฐมนตรีการคลังของฝรั่งเศส กล่าวว่า การปฏิรูปดังกล่าวได้รับแรงกระตุ้นจากการปฏิรูปที่ได้รับการผลักดันจากสหภาพยุโรปเมื่อเร็วๆ นี้ และเพื่อเป็นการปกป้องเงินฝากของผู้ฝากเงินกับธนาคาร โดยหนึ่งในมาตรการหลักของการปฏิรูป จะมีการบังคับธนาคารหลักต่างๆ ของฝรั่งเศสให้ย้ายกิจกรรมด้านการลงทุน รวมถึงทรัพย์สินของธนาคาร และเงินฝากไปยังกิจการที่มีกองทุนแยกต่างหาก
-  สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส (Insee) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของฝรั่งเศสในเดือนมกราคมลดลง 0.5% (m-o-m) จากเดือนธันวาคม แต่ปรับตัวขึ้น 1.2% (y-o-y) เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2555
-  รัฐบาลฝรั่งเศสได้ปรับทบทวนเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศลงราว 0.5-0.6% โดยระบุว่าสถานการณ์ในยุโรปไม่สู้ดีนัก ส่งผลให้ฝรั่งเศสจำเป็นต้องปรับลดการคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจปี 2556 ลงสู่ระดับ 0.2-0.3% จากเป้าหมายเดิมที่ 0.8%

เอเชีย: จีน
-  การลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในจีนเดือนมกราคมลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ซึ่งชี้ว่าจีนยังต้องสร้างความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนต่อบริษัทต่างประเทศ โดยกระทรวงพาณิชย์ของจีนรายงานว่าเงินลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในเดือนมกราคมลดลง 7.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน มาอยู่ที่ 9.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่เงินลงทุนของธุรกิจนอกภาคการเงินของจีนที่ออกไปลงทุนนอกประเทศเพิ่มขึ้น 12.3% ในช่วงเดียวกันมาอยู่ที่ 4.91 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ญี่ปุ่น
-  ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนมกราคมเนื่องจากค่าเงินเยนที่อ่อนลงส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้น โดยกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นรายงานว่าญี่ปุ่นขาดดุลการค้าในเดือนมกราคม 1.63 ล้านล้านเยน ( 17.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ) โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมาการส่งออกของญี่ปุ่นขยายตัว 6.4% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน และสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่คาดว่าจะขยายตัว 5.6% ขณะที่การนำเข้าขยายตัว 7.3%

เกาหลีใต้
-  ผู้ว่าการธนาคารกลางของเกาหลีใต้กล่าวว่าธนาคารเกาหลีใต้ยังไม่จำเป็นต้องลดอัตราดอกเบี้ยลงเนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มดีขึ้นส่งผลให้เศรษฐกิจเกาหลีใต้มีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเขามองว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้ปีนี้มีแนวโน้มจะขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 2.8% ขณะเดียวกันสภาพคล่องทางการเงินในระบบการเงินเกาหลีใต้ขณะนี้ก็สูงมากอยู่แล้ว

ไทย
-  คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.75% ด้วยคะแนน 6:1 เสียง โดยระบุว่า เศรษฐกิจโลกมีเสถียรภาพมากขึ้นและมีสัญญาณดีขึ้นเมื่อเทียบกับการประชุมครั้งก่อน และหากเป็นไปต่อเนื่องก็จะเป็นแรงส่งสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยระบุว่า เศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจเอเชียยังขยายตัวได้ดีจากอุปสงค์ในประเทศและแนวโน้มการส่งออกที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันแนวโน้มการบริโภคและการลงทุนของสหรัฐฯ ก็ยังคงขยายตัว สำหรับเศรษฐกิจกลุ่มประเทศยูโรยังคงหดตัว และต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู เศรษฐกิจ ด้านญี่ปุ่นแม้ยังคงมีปัญหาด้านการขยายตัว แต่จากมาตรการกระตุ้นทางการเงินการคลังก็คาดว่าจะช่วยรองรับไม่ให้เศรษฐกิจหดตัวและมีเสถียรภาพขึ้นในระยะต่อไป อย่างไรก็ดี แม้ในภาพรวม เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นแต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่จากความยืดเยื้อในการแก้ปัญหาหนี้สาธารณะของกลุ่มประเทศยูโร และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการคลังของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันทางด้านเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2555 ขยายตัวดีกว่าคาด โดยมีการใช้จ่ายในประเทศเป็นแรงส่งสำคัญของเศรษฐกิจจากปัจจัยพื้นฐานที่ดี รวมทั้งนโยบายการเงินและการคลังที่ยังคงผ่อนคลาย ในระยะต่อไป จึงคาดว่าเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องและสูงกว่าที่คณะกรรมการฯ ประเมินไว้เดิม โดยอุปสงค์ภายในประเทศยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก รวมทั้งการส่งออกที่คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป สำหรับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นบ้างจากการประชุมครั้งก่อน เนื่องจากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น
-  กระทรวงการพลังงาน เปิดเผยว่าได้เจรจากับ บริษัท Total ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการแหล่งก๊าซยาดานา โดยได้เลื่อนการหยุดซ่อมบำรุงออกไปเป็นช่วงเวลา 12.00 น. วันที่ 5 เมษายน 2556 ซึ่งจะทำให้ลดความเสี่ยงของระบบไฟฟ้าและลดการใช้น้ำมันเตาได้ถึง 26 ล้านลิตร และน้ำมันดีเซล 15 ล้านลิตร ทำให้ลดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงลง นอกจากนี้ ได้ประสานกับผู้รับสัมปทานของแหล่งไพลินเหนือ ซึ่งมีกำลังการผลิตก๊าซฯ 210 ล้านลบ.ฟุต/วัน และแหล่งปลาทอง ซึ่งมีกำลังการผลิตก๊าซฯ 200 ล้านลบ.ฟุต/วัน ให้เลื่อนการหยุดซ่อมบำรุงในช่วงดังกล่าวออกไปก่อน จนกว่าการซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซยานาดาจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ แหล่งยานาดา แจ้งว่าจะหยุดซ่อมบำรุงท่อส่งก๊าซธรรมชาติในช่วง 4-12 เมษายน 2556 เพื่อแก้ปัญหาการทรุดตัวของแท่นก๊าซเผาทิ้ง และแท่นที่อยู่อาศัย ซึ่งต้องมีการติดตั่งใหม่ จึงส่งผลให้ต้องหยุดรับก๊าซจากแหล่งในสหภาพพม่าทั้งหมด สำหรับผลกระทบด้าน LPG เนื่องจากมีการจัดส่งก๊าซเข้าโรงแยกก๊าซในระบบลดลงประมาณ 10,000 ตัน ซึ่งได้มีแผนรองรับโดย 5,000 ตัน จะใช้ในส่วนของ Inventory ที่มีอยู่และอีก 5,000 ตัน จะพิจารณานำเข้าเพิ่มเติม ด้านไฟฟ้า กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เดินเครื่องปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้าเป็นน้ำมันดีเซลในโรงไฟฟ้าที่ต้องเดินเครื่องในช่วงการหยุดจ่ายก๊าซฯ ในกลุ่มโรงไฟฟ้าฝั่งตะวันตก(โรงไฟฟ้าราชบุรี ราชบุรีพาวเวอร์ และโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอร์ยี่) นอกจากนี้ ให้กฟผ.ประสานกับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่ใช้อัตราไฟฟ้าแบบ Interuptible Rate ให้ทำการลดการใช้ในช่วงที่มีการหยุดซ่อมบำรุง ซึ่งจะทำให้ลดความต้องการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 56 เมกะวัตต์
-  สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ระบุดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ที่ไร่นาปี 2555 เปรียบเทียบกับปี 2554 พบว่า ลดลง 10% โดยสินค้าสำคัญที่มีราคาลดลง ได้แก่ มะพร้าว ยางพารา สับปะรดโรงงาน มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ไข่ไก่ สุกร และไก่เนื้อ และเมื่อจำแนกเป็นรายสินค้า พบว่า มะพร้าว ลดลงค่อนข้างมากที่ 53% เนื่องจากปี 2554 มีผลผลิตน้อยซึ่งเกิดจากการระบาดของแมลงดำหนาม ทำให้ราคาผลผลิตสูงมาก จึงทำให้โรงงานผลิตกะทินำเข้ามะพร้าวมาเก็บสต๊อกไว้ อย่างไรก็ตาม ในปี 2555 พบว่า ปัญหาจากการระบาดของแมลงดำหนามลดลง จึงส่งผลให้มะพร้าวมีผลผลิตมากขึ้น กอปรกับเป็นช่วงเปิดตลาดนำเข้าของปี 2555 ซึ่งทดแทนผลผลิตที่ขาดแคลนในปี 2554 จึงส่งผลให้ปี 2555 ราคาลดลงมาก ทั้งนี้ สำหรับปี 2556 สศก.คาดว่า ภาพรวมราคาสินค้าเกษตรจะสูงขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตามในส่วนของสับปะรดโรงงาน และปาล์มน้ำมันอาจประสบปัญหาราคาตกต่ำได้ เนื่องจากสับปะรดโรงงานเป็นสินค้าที่พึ่งพิงการส่งออกมากในขณะที่เศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวช้า ส่วนปาล์มน้ำมันนั้น สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบยังคงมีมาก

Money Market
-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (20 ก.พ.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญเช่นเยนและยูโรจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะยังไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมจนกว่าผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นคนใหม่จะเข้าดำรงตำแหน่งและการคาดการณ์ในทางบวกเกี่ยวกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค euro area
-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (20 ก.พ.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคารจากการที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะไม่ใช้มาตรการทางการเงินผ่อนคลายเพิ่มเติมจนกว่าผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นคนใหม่จะเข้ารับตำแหน่ง ทั้งนี้ในวันนี้กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นรายงานว่าญี่ปุ่นขาดดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนมกราคมเนื่องจากค่าเงินเยนที่อ่อนลงส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้น โดยญี่ปุ่นขาดดุลการค้าในเดือนมกราคม 1.63 ล้านล้านเยน ( 17.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ) ทั้งนี้ในเดือนมกราคมการส่งออกของญี่ปุ่นขยายตัว 6.4% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน ขณะที่การนำเข้าขยายตัว 7.3%
-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (20 ก.พ.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของกลุ่มประเทศ euro area ในวันนี้ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าตัวเลขจะชี้ถึงความเชื่อมั่นที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดียูโรอ่อนลงในช่วงตลาดสหรัฐฯ

Capital Market
-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (20 ก.พ.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงมากที่สุดในรอบ 3 เดือน และดัชนีความผันผวนเพิ่มขึ้นในวันพุธ หลังรายงานการประชุมครั้งล่าสุดจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า เฟดอาจจะชะลอหรือยุติการซื้อพันธบัตรเร็วกว่าคาด  ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วง 0.77% , ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 1.24%  และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง  1.53%
-  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (20 ก.พ.)  ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.84% ท่ามกลางการคาดการณ์เกี่ยวก้บผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นคนต่อไปอย่างไรก็ดีการเพิ่มขึ้นของดัชนีได้ชะลอลงในช่วงท้ายตลาดจากการแข็งขึ้นของค่าเงินเยน สำหรับดัชนีตลาดหุ้นอื่นๆในเอเซียส่วนใหญ่ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันนี้จากการการที่นักลงทุนคาดการณ์แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยผู้ว่าการธนาคารกลางของเกาหลีใต้กล่าวว่าธนาคารเกาหลีใต้ยังไม่จำเป็นต้องลดอัตราดอกเบี้ยลงในขณะนี้เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มดีขึ้นส่งผลให้เศรษฐกิจเกาหลีใต้มีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.60% ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ของจีนรายงานในวันนี้ว่าเงินลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในเดือนมกราคมลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 โดยลดลง 7.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.71%
-  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (20 ก.พ.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคาร โดยแรงซื้อยังคงเข้ามามากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยในช่วงบ่ายดัชนียังคงทรงตัวอยู่ในแดนบวก ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 14.57 จุด

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment