Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Tuesday, 05 March 2013 10:26

Snapshot

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

-  สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป หรือยูโรสแตท รายงานว่า อัตราว่างงานในกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร 17 ประเทศ ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 11.9% ในเดือนมกราคม จาก 11.8% ในเดือนธันวาคม สำหรับกลุ่มอียู ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 27 ประเทศ รวมถึงประเทศที่ไม่ได้ใช้เงินยูโรนั้น อัตราว่างงานปรับตัวขึ้นแตะ 10.8% ในเดือนมกราคม จาก 10.7% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว อัตราว่างงานทั้งในยูโรโซนและอียูพุ่งขึ้นอย่างมาก โดยอัตราว่างงานเดือนมกราคม 2555 อยู่ที่ 10.8% ในยูโรโซน และ 10.1% ในอียู  ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกที่มีอัตราว่างงานสูงสุดคือกรีซที่ 27% ตามด้วยสเปน 26.2% และโปรตุเกส 17.6% ขณะที่ออสเตรียมีอัตราว่างงานต่ำสุดที่ 4.9% รองลงมาคือเยอรมนีและลักเซมเบิร์ก เท่ากันที่ 5.3% และเนเธอร์แลนด์ 6%

-  ยูโรสแตทยังได้เปิดเผยในวันเดียวกันว่า อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนลดลงสู่ระดับ 1.8% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี และสอดคล้องกับเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 2% ทั้งนี้ นักวิเคราะห์กล่าวว่า อัตราว่างงานที่อยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดทำสถิติในปี 2538 และตัวเลขเงินเฟ้อในระดับต่ำทำให้มีแนวโน้มมากขึ้นที่อีซีบีอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้ จากระดับปัจจุบันที่ 0.75%

-  มาร์กิตเปิดเผยผลสำรวจว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของยูโรโซนในเดือนกุมภาพันธ์ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยสู่ระดับ 47.9 จากระดับ 47.8 ในเดือนมกราคม โดยดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตในยูโรโซนยังคงหดตัวต่อเนื่อง หลังจากที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตของประเทศรายใหญ่อย่าง ฝรั่งเศสและอิตาลี ยังคงปรับตัวลงในเดือนกุมภาพันธ์ แม้ว่าภาคการผลิตของเยอรมนีมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นก็ตาม

 

เยอรมนี

-  สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี (Destatis) รายงานว่า ยอดค้าปลีกของเยอรมนีในเดือนมกราคมดีดตัวขึ้น 3.1% (m-o-m) จากเดือนธันวาคม 2555 ที่มียอดขายลดลง 2.1% หากเทียบกับช่วงเดือนมกราคม 2555 ยอดค้าปลีกปรับตัวขึ้น 2.4% (y-o-y) จากยอดขายอาหารและเครื่องดื่มที่พุ่งขึ้น 3.2% ทั้งนี้ Destatis ระบุว่ายอดค้าปลีกในช่วงเดือนแรกของปีนี้มีการขยายตัวสูงสุดเมื่อเทียบรายเดือนนับแต่เดือนธันวาคม 2549 ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้บริโภคชาวเยอรมันมีความต้องการจับจ่ายมากขึ้นในช่วงปีใหม่

-  ผลสำรวจของมาร์กิตระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของเยอรมนีในเดือนกุมภาพันธ์ขยายตัวแตะ 50.3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับแต่ต้นปี 2555 จากระดับ 49.8 ในเดือนมกราคม ทั้งนี้ ดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมภาคการผลิตมีการขยายตัว

 

ฝรั่งเศส

-  ผลสำรวจระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของฝรั่งเศสในเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวขึ้นแตะ 43.9 จากระดับ 42.9 ในเดือนมกราคม แต่ดัชนียังคงต่ำกว่า 50 ซึ่งบ่งชี้ว่ากิจกรรมภาคการผลิตยังคงหดตัวจากเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ ดัชนี PMI ภาคการผลิตที่หดตัวลงต่อเนื่องแสดงให้เห็นว่าฝรั่งเศสยังเผชิญปัญหาในการผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

-  กระทรวงแรงงานฝรั่งเศสเปิดเผยว่า อัตราว่างงานของฝรั่งเศสในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 1.4% จากเดือนธันวาคม 2555 และพุ่งขึ้น 10.7% เมื่อเทียบรายปี ข้อมูลระบุว่า ในเดือนมกราคมมีผู้ว่างงาน 43,900 คน โดยส่งผลให้ฝรั่งเศสมีจำนวนผู้ว่างงานทั้งสิ้นกว่า 3.169 ล้านคน ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดนับแต่ปี 2540

 

อิตาลี

-  ผลสำรวจระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของอิตาลีในเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวลงที่ 45.8 จาก 47.8 ในเดือนมกราคม โดยเป็นการลดลงต่อเนื่องในช่วงกว่า 1 ปีครึ่ง โดยดัชนีที่ปรับตัวต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตหดตัวลงจากเดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับเศรษฐกิจของประเทศที่อ่อนแอต่อเนื่องติดต่อกันหลายไตรมาส

 

สเปน

-  สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) อัตราว่างงานของสเปนในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 0.1% แตะระดับ 26.2% ซึ่งการเพิ่มขึ้นของอัตราว่างงานถือเป็นการตอกย้ำความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสเปน

-  สำนักงานสถิติแห่งชาติของสเปนเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสเปนหดตัวลง 0.8% ในไตรมาสที่ 4 ปี 2555 นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสเปนหดตัวลง 1.4% สำหรับตลอดทั้งปี 2555 เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ของรัฐบาลที่ระดับ 1.5% โดยสำนักงานสถิติระบุว่า การหดตัวลงของอุปสงค์ภายในประเทศคือสาเหตุของการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจสเปน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับภาคครัวเรือน ซึ่งประชาชนที่ทำงานเต็มเวลาต้องตกงานราว 805,000 คนในปี 2555

 

เนเธอร์แลนด์

-  หน่วยงานวางแผนของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ระบุว่า ยอดขาดดุลงบประมาณของประเทศอาจแตะที่ระดับ 3.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2556 และ 3.4% ในปี 2557 และคาดว่า จีดีพีของเนเธอร์แลนด์อาจจะหดตัวลง 0.5% ในปี 2556 แต่จะมีการขยายตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวที่ 1% ในปี 2557 ขณะที่คาดว่าอัตราว่างงานจะเพิ่มขึ้นเป็น 6.25% ในปี 2556 จากระดับ 5.3% ในปี 2555

 

เอเชีย: จีน

-  หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก Nomura Holdings Inc ในฮ่องกงมองว่าทางการจีนอาจยังไม่เพิ่มการคุมเข้มนโยบายการเงินในขณะนี้เนื่องจากการเติบโตของภาคการผลิตและภาคบริการของจีนชะลอลง โดยสำนักงานสถิติของจีน และ China Federation of Logistics and Purchasing รายงานว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการเดือนกุมภาพันธ์ลดลงมาอยู่ที่ 54.5 จาก 56.2 ในเดือนมกราคม โดยก่อนหน้านี้สำนักงานสถิติจีนและ China Federation of Logistics and Purchasing รายงานว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนเดือนกุมภาพันธ์ลดลงมาอยู่ที่ 50.1 จาก 50.4 ในเดือนมกราคมซึ่งชี้ว่าภาคอุตสาหกรรมของจีนขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 ชี้ถึงภาวะการขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า

-  สภาแห่งรัฐของจีนเปิดเผยว่า รัฐบาลท้องถิ่นสามารถประกาศเพิ่มการวางเงินดาวน์ และขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับผู้ซื้อบ้านหลังที่สองในเมืองต่างๆซึ่งราคาบ้านปรับตัวขึ้นเร็วเกินไป โดยเป็นการดำเนินการครั้งล่าสุดของ

รัฐบาลกลางที่จะควบคุมราคาบ้าน ทั้งนี้ในปัจจุบัน เงินดาวน์ขั้นต่ำสำหรับบ้านหลังที่สองอยู่ที่ 60% ของมูลค่าบ้าน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยจำนองสำหรับการซื้อบ้านดังกล่าวอยู่ที่ 1.1 เท่าของอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคารกลาง รัฐบาลกลางจีนระบุในแถลงการณ์บนเว็บไซท์ www.gov.cn ว่ารัฐบาลท้องถิ่นต้องกำหนดเป้าหมายควบคุมราคาบ้านในไตรมาสแรก

 

ญี่ปุ่น

-  นาย Haruhiko Kuroda ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นกล่าวว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะทำทุกอย่างที่จำเป็นในการที่จะยุติภาวะเงินฝืดที่ดำเนินมาต่อเนื่อง 15 ปี และชี้ว่าโครงการ open-ended asset purchases อาจเริ่มก่อนปีหน้า ขณะเดียวกันเขากล่าวว่าขณะนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังดำเนินมาตรการซื้อสินทรัพย์ไม่เพียงพอและธนาคารกลางฯควรซื้อพันธบัตรที่มีอายุยาวมากขึ้น ทั้งนี้นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก JPMorgan Securities Asia ในโตเกียวกล่าวว่านาย Kuroda จำเป็นต้องแสดงให้ตลาดเห็นถึงความมุ่งมั่นของเขาในการประชุมคณะกรรมการธนาคารกลาง 2 ครั้งแรกในเดือนเมษายนเพื่อไม่ให้ตลาดการเงินผิดหวัง ซึ่งเขาอาจจะต้องโน้มน้าวให้กรรมการฯคนอื่นเปลี่ยนแนวคิดแบบ 180 องศาเลยทีเดียว

 

ออสเตรเลีย

-  การอนุญาตสร้างที่อยู่อาศัยในออสเตรเลียเดือนมกราคมลดลงอย่างไม่คาดหมายเป็นเดือนที่สองนำโดยการลดลงของการอนุญาตก่อสร้างอพาร์ตเมนท์ โดยสำนักงานสถิติของออสเตรเลียรายงานว่าจำนวนการอนุญาตก่อสร้างหรือปรับปรุงบ้าน อพาร์ตเมนท์ ในเดือนมกราคมลดลง 2.4% จากเดือนก่อนหน้า หลังจากเดือนธันวาคมลดลง 1.7%

-  กำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในออสเตรเลียในไตรมาสที่ 4 ปี 2555 ลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 เนื่องจากผลประกอบการที่อ่อนแอลงของภาคเหมืองแร่ ภาคอุตสาหกรรม และก่อสร้าง โดยสำนักงานสถิติของออสเตรเลียรายงานว่ากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในออสเตรเลียไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้วลดลง 1% จากไตรมาสก่อนหน้าหลังจากไตรมาสที่ 3 ลดลง 2.7%

 

ไทย

-  ที่ประชุมคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว มีมติอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในไทยจำนวน 34 ราย มีเงินลงทุน 1,742 ล้านบาท และมีการจ้างงานคนไทย 409 คน  ทั้งนี้ ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตดังกล่าว ได้แก่ 1.ธุรกิจบริการ 18 ราย คิดเป็น 53% ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต มีเงินลงทุน 1,085 ล้านบาท 2.ธุรกิจสำนักงานผู้แทน/สำนักงานภูมิภาค 11 ราย คิดเป็น 32% มีเงินลงทุน 37 ล้านบาท 3.คู่สัญญากับภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 3 ราย คิดเป็น 9% มีเงินลงทุน 586 ล้านบาท และ4.ธุรกิจค้าส่ง 2 ราย คิดเป็น 6% มีเงินลงทุน 34 ล้านบาท

-  ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ระบุเห็นชอบปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันทุกชนิด โดยน้ำมันเบนซิน 95 น้ำมันเบนซิน 91 น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 น้ำมันแก๊สโซฮอล 91 และ E20 ปรับขึ้น 0.50 บาท/ลิตร ส่วน E85 ปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุน 0.20 บาท/ลิตร และน้ำมันดีเซลปรับขึ้น 0.80 บาท/ลิตร ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 5มีนาคม 2556 เป็นต้นไป ทั้งนี้ การปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกทุกชนิดปรับลดลง ยกเว้นดีเซลราคาคงที่ และส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ มีรายรับเพิ่มขึ้นประมาณ 59 ล้านบาท/วัน จากเดิมติดลบประมาณ 13 ล้านบาท/วัน กลายเป็นบวก โดยมีรายรับประมาณ 46 ล้านบาท/วัน ซึ่งปัจจุบัน(ณ วันที่ 3 มีนาคม 2556) กองทุนน้ำมันฯ มีฐานะสุทธิติดลบ 16,203 ล้านบาท

 

สรุปอัตราการจัดเก็บน้ำมันชนิดต่างๆ เป็นดังนี้

เดิมจัดเก็บ  บาท/ลิตร  ใหม่ บาท/ลิตร         บาท/ลิตร

น้ำมันเบนซิน 95            9.20               9.70          (เก็บเพิ่ม 0.50)

น้ำมันเบนซิน 91            7.90               8.40          (เก็บเพิ่ม 0.50)

น้ำมันแก๊สโซฮอล 95         3.50               4.00          (เก็บเพิ่ม 0.50)

น้ำมันแก๊สโซฮอล 91         1.20               1.70          (เก็บเพิ่ม 0.50)

น้ำมันแก๊สโซฮอล E20        0.90 (ชดเชย)       0.40 (ชดเชย)  (ชดเชยลด 0.50)

น้ำมันแก๊สโซฮอล E85       11.10 (ชดเชย)      10.90 (ชดเชย)  (ชดเชยลด 0.20)

น้ำมันดีเซล                0.70               1.50          (เก็บเพิ่ม 0.80)

 

-  นายโอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานผู้แทนการค้าไทย(TTR) มั่นใจว่า ปีนี้ไทยจะสามารถส่งออกข้าวได้ถึง 8 ล้านตัน มากกว่าปี 55 โดยไม่ต้องใช้วิธีลดราคาข้าวเพื่อสู้กับคู่แข่ง เนื่องจากปีนี้อินเดียและเวียดนามจะส่งออกข้าวได้เพียง 4 ล้านตัน เพราะขาดแคลนสต๊อกข้าว หลังจากเมื่อปี 55 ทั้งสองประเทศได้ทุ่มตลาดข้าวจนข้าวขาวถูกกดราคาเหลือ 450 เหรียญสหรัฐต่อตัน และกระทบต่อยอดส่งออกข้าวไทยที่เคยส่งออกได้ปีละ 6 ล้านตัน

 

Money Market

-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (4 มี.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงจากการที่รัฐบาลจีนดำเนินมาตรการเพิ่มขึ้นในการควบคุมราคาอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกันวันนี้ค่าเงินเยนและดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งถือเป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำยังได้ปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ในยุโรปหลังอิตาลีมีแนวโน้มที่จะมีการเลือกตั้งใหม่

-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (4 มี.ค.)  ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ความต้องการถือสินทรัพย์ทางการเงินความเสี่ยงต่ำของนักลงทุนเพิ่มขึ้นเนื่องจากความวิตกเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรปหลังการเมืองในอิตาลีมีความไม่แน่นอนมากขึ้น โดยมีความเป็นไปได้ที่อิตาลีอาจจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ โดยค่าเงินเยนแข็งขึ้นแม้ว่านาย Haruhiko Kuroda ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นกล่าวว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะทำทุกอย่างที่จำเป็นในการที่จะยุติภาวะเงินฝืดที่ดำเนินมาต่อเนื่อง 15 ปี และชี้ว่าโครงการ open-ended asset purchases อาจเริ่มก่อนปีหน้า

-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (4 มี.ค.)  ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในอิตาลี อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรแข็งขึ้นในช่วงตลาดสหรัฐฯ

 

Capital Market

-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (4 มี.ค.)  ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ ขณะที่นักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นเมื่อราคาร่วงลง และดันดัชนีหุ้นสำคัญๆเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้มีความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและตลาดที่อยู่อาศัยของจีนก็ตาม ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก  0.27%, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น  0.46% และดัชนี Nasdaq ปิดปรับขึ้น 0.39%

-  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (4 มี.ค.) ดัชนีนิกเกอิสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นาย Haruhiko Kuroda ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นกล่าวว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะทำทุกอย่างที่จำเป็นในการที่จะยุติภาวะเงินฝืดที่ดำเนินมาต่อเนื่อง 15 ปี และชี้ว่าโครงการ open-ended asset purchases อาจเริ่มก่อนปีหน้า โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.40% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ลดลงในช่วงเช้านำโดยหุ้นในกลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากการที่รัฐบาลจีนดำเนินมาตรการเพิ่มขึ้นในการควบคุมราคาอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งตลาดยังได้ปัจจัยลบจากการที่ดัชนี PMI ภาคบริการชี้ว่าภาคบริการของจีนขยายตัวในอัตราที่ลดลงในเดือนกุมภาพันธ์ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลง 3.65% ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 1.50%

-  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (4 มี.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมจากการที่รัฐบาลจีนดำเนินมาตรการเพิ่มขึ้นในการควบคุมราคาอสังหาริมทรัพย์ โดยในช่วงบ่ายดัชนีปรับเพิ่มขึ้นส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 1.12 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 5 มีนาคม 2556

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment