|
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
|
|
|
Thursday, 07 March 2013 10:06 |
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ADP บริษัทวิจัยตลาดแรงงานในสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ภาคเอกชนทั่วสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 198,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 170,000 ตำแหน่ง และยังเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 1 ปี ส่งสัญญาณว่าตลาดแรงงานสหรัฐกำลังฟื้นตัว สำหรับตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนมกราคม ถูกปรับทบทวนเป็นเพิ่มขึ้น 215,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงานว่าเพิ่มขึ้นเพียง 192,000 ตำแหน่ง - รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ทั้ง 12 เขต หรือรายงาน Beige Book ของเฟด ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัวปานกลางในช่วงต้นเดือนมกราคมจนถึงกลายเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคยังคงแข็งแกรง และภาคการผลิตยังคงขยายตัวได้ดี - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานหดตัวลง 2.0% ในเดือนมกราคม เนื่องจากยอดสั่งซื้ออุปกรณ์ขนส่งอ่อนตัวลง ส่วนคำสั่งซื้อใหม่สำหรับสินค้าคงทน หรือสินค้าที่คาดว่าจะมีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 3 ปี เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์ และเครื่องจักร หดตัวลง 4.9% ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่สำหรับสินค้าที่ไม่คงทน ซึ่งรวมถึง อาหาร ผลิตภัณฑ์กระดาษ ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์ถ่านหิน ดีดตัวขึ้น 0.6% - สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 1 มีนาคม พุ่งขึ้น 3.83 ล้านบาร์เรล แตะที่ 381.4 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 800,000 บาร์เรล ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่นลดลง 3.83 ล้านบาร์เรล แตะที่ 120.4 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 850,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 616,000 บาร์เรล แตะที่ 227.9 ล้านบาร์เรล น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะร่วงลง 1.3 ล้านบาร์เรล ส่วนอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันร่วงลง 2.9% แตะที่ 82.2% ตรงข้ามกับที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3%
ยุโรป: สหภาพยุโรป - สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรปหรือยูโรสแตทรายงานว่า ยอดค้าปลีกยูโรโซนปรับตัวขึ้น 1.2% (m-o-m) ในเดือนมกราคม ซึ่งมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.0% หลังจากที่ยอดค้าปลีกลดลง 0.8% ในเดือนธันวาคม และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเดือนมกราคมลดลง 1.3% (y-o-y) ซึ่งสวนทางกับตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะลดลง 2.9% หลังจากที่ตัวเลขค้าปลีกใน 17 ประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโรลดลง 3% ในเดือนธันวาคม สำหรับในอียู ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 27 ประเทศ รวมถึงประเทศที่ไม่ได้ใช้เงินยูโรด้วยนั้น ยอดค้าปลีกเดือนมกราคมดีดขึ้น 0.9% (m-o-m) เมื่อเทียบรายเดือน และลดลง 0.9% (y-o-y) เมื่อเทียบรายปี - นายโอลลี เรห์น กรรมาธิการเศรษฐกิจและการเงินของสหภาพยุโรป กล่าวภายหลังการประชุมรัฐมนตรีคลังยูโรโซน หรือ ยูโรกรุ๊ป ว่า โปรตุเกสและไอร์แลนด์อาจได้รับการขยายเวลาในการชำระคืนเงินกู้ พร้อมทั้งเผยว่า อียูอาจพิจารณาทบทวนเส้นตายสำหรับประเทศสมาชิกในการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณที่พุ่งสูงเกินกำหนด
อิตาลี - หลังการเลือกตั้งทั่วไปของอิตาลีที่ไม่มีข้อสรุป เนื่องจากไม่มีพรรคใดได้ครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ส่งผลให้พรรคของนายเบอร์ซานี แม้ได้รับชัยชนะในสภาผู้แทนราษฎร แต่มีเสียงสนับสนุนไม่มากพอในวุฒิสภา ทำให้การเป็นพันธมิตรกับพรรคคู่แข่งเป็นเพียงทางเลือกเดียวที่จะเลี่ยงการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งใหม่อาจจะทำให้อิตาลีมีค่าใช้จ่ายราว 500 ล้านยูโร ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจของอิตาลีได้ย้ำเตือนถึงความวุ่นวายที่กรีซเคยเผชิญเมื่อหลายปีก่อน
อังกฤษ - มาร์กิต อิโคโนมิคส์เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 51.8 จากระดับ 51.5 ในเดือนมกราคม และถือเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2555
สเปน - รัฐมนตรีคลังสเปนระบุว่า สเปนมียอดขาดดุลงบประมาณ 70.8 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 6.7% ของจีดีพี ณ สิ้นปี 2555 ซึ่งสูงกว่าระดับ 6.3% ที่อียูกำหนดไว้สำหรับปี 2555 ทั้งนี้ คาดว่ายอดขาดดุลงบประมาณดังกล่าวยังไม่รวมความช่วยเหลือของทางการสำหรับภาคการธนาคารที่อาจจะส่งผลให้ยอดขาดดุลเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 10% ของจีดีพี - ศูนย์วิจัยด้านสังคมวิทยาของสเปนเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสเปนในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ระดับ 50.7 ปรับตัวลดลง 5 จุดจากเดือนก่อน ซึ่งตอกย้ำว่าชาวสเปนส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงลบโดยทั่วไปเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ค่าดัชนีจะอยู่ในช่วง 0-200 โดยตัวเลขที่สูงกว่า 100 จะบ่งชี้ถึงมุมมองบวกเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และเป็นปัจจัยชี้วัดที่จะช่วยประเมินพฤติกรรมของผู้บริโภคในอนาคต รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นของอุปสงค์ภายในประเทศและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
เอเชีย: จีน - กระทรวงการคลังของจีนเปิดเผยว่ารายได้ทางการคลังเพิ่มขึ้น 7.2% ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่รายจ่ายเพิ่มขึ้น 15.7% ทั้งนี้กระทรวงการคลังของจีนเปิดเผยผ่าน www.mof.gov.cn ;ว่า รัฐบาลได้ใช้จ่ายงบ 1.61 ล้านล้านหยวน (2.59 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ระหว่างเดือนม.ค.-ก.พ.ปีนี้ ขณะที่ รายได้อยู่ที่ 2.24 ล้านล้านหยวน ซึ่งทำให้จีนมียอดเกินดุลงบประมาณ 6.30 แสนล้านหยวน
ญี่ปุ่น - สมาคมผู้นำเข้ารถยนต์แห่งญี่ปุ่น (JAIA) เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์นำเข้าใหม่ซึ่งรวมถึงรถญี่ปุ่นที่ผลิตในต่างประเทศอยู่ที่ 25,745 คัน ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยเพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน โดยแยกเป็นรถยนต์ญี่ปุ่น 6,576 คัน เพิ่มขึ้น 1% ส่วนยอดขายรถแบรนด์ต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่ง รถบรรทุก และรถโดยสาร อยู่ที่ 19,169 คัน เพิ่มขึ้น 4.7% ทั้งนี้แบรนด์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด 3 อันดับแรกยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากในเดือนมกราคมได้แก่ โฟล์คสวาเกนซึ่งครองอันดับสูงสุด ด้วยยอดขาย 5,627 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 21.9% ขณะที่อันดับ 2 คือ นิสสัน มียอดขาย 3,610 คัน หรือส่วนแบ่งตลาด 14% ตามด้วยอันดับที่ 3 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยยอดขาย 3,156 คัน เท่ากับส่วนแบ่งตลาด 12.3%
ออสเตรเลีย - สำนักงานสถิติของออสเตรเลียรายงานว่าเศรษฐกิจออสเตรเลียไตรมาส 4 ปี 2555 ขยายตัว 0.6% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังจากไตรมาสที่ 3 เศรษฐกิจขยายตัว 0.7% ทั้งนี้การขยายตัวในไตรมาสที่ 4 สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg โดยการขยายตัวของเศรษฐกิจออสเตรเลียในไตรมาสที่ 4 ได้รับการขับเคลื่อนจากการส่งออกและการใช้จ่ายเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน
ไทย - นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีบริษัทที่ยื่นไฟลิ่งเพื่อเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) แล้วราว 17 บริษัท หรือคิดเป็นมูลค่ามาร์เก็ตแคปประมาณ 1 แสนล้านบาท และยังมีอีก 10 บริษัทที่คาดว่าจะยื่นไฟลิ่งภายในเดือนเม.ย. - พ.ค.นี้ นอกจากนั้น ยังมีบริษัทขนาดใหญ่อีกหลายบริษัทที่เตรียมไฟลิ่ง โดยคาดว่าจะยื่นประมาณภายในไตรมาส 3/56 ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีบริษัทยื่นไฟลิ่งมาก เป็นผลจากเริ่มมีความเชื่อมั่นในสถานการณ์การเมืองที่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้หลายบริษัทได้ชะลอแผนการเข้าตลาดหุ้นออกไป รวมทั้ง การที่ก.ล.ต. มีเกณฑ์ใหม่ที่ช่วยสนับสนุนการระดมทุนของภาคธุรกิจ เช่น โฮลดิ้ง อินฟาสตรัคเจอร์ และ REIT ส่งผลให้มีบริษัทสนใจเข้ามาระดมทุนมากขึ้น - นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ระบุรับทราบความคืบหน้าการดำเนินการของคณะกรรมการติดตามและสนับสนุนการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) โดยมีประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง ซึ่งประกอบด้วย 1.เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟู ธพว.ตามที่ ธพว.เสนอ และ 2.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการรวม 3 คณะ ทั้งนี้ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟู ธพว.มีแนวทางแก้ไขปัญหาสำคัญ คือ 1.แก้ไขปัญหาหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) ธพว.ได้ทำการแยกประเภทหนี้ NPL และจัดเกรดหนี้ NPL ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขหนี้ที่เหมาะสม และจัดตั้งศูนย์เร่งรัดตามหนี้รายย่อยและ PSA และปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในเพื่อติดตามหนี้ NPL และติดตามหนี้ในกลุ่ม Watch List อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการตกชั้นเป็น NPL และ 2.ปรับปรุงกระบวนการอำนวยสินเชื่อให้มีความรัดกุม เพื่อให้มั่นใจว่าสินเชื่อที่ปล่อยใหม่เป็นสินเชื่อที่มีคุณภาพ ธพว.จะแยกฝ่ายการตลาดและวิเคราะห์สินเชื่อออกจากกัน รวมถึงให้ฝ่ายกลั่นกรองสินเชื่อขึ้นต่อกลุ่มงานบริหารความเสี่ยง และให้การอนุมัติสินเชื่ออยู่ในรูปคณะกรรมการในทุกระดับวงเงิน พร้อมทั้งเพิ่มการติดตามสินเชื่อหลังอนุมัติอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้การกำหนดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะต้องสะท้อนความเสี่ยงของลูกค้ามากขึ้น
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ ( 6 มี.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการอ่อนลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญเช่นเยนและยูโร รวมทั้งสอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นจากการที่ตัวเลขภาคบริการของสหรัฐฯเดือนกุมภาพันธ์ออกมาดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ อีกทั้งนักลงทุนก็คาดการณ์ว่าธนาคารกลางประเทศสำคัญจะยังดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่อง - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (6 มี.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายของตลาดเอเซียค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยวันนี้ปัจจัยเรื่องความมั่นใจในการลงทุนของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้มีการขายเยนและดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งถือเป็นสกุลเงินความเสี่ยงต่ำออกมา - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (6 มี.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้เนื่องจากมีแรงขายดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆมากขึ้นหลังรายงานดัชนี PMI ภาคบริการของสหรัฐฯชี้ว่าภาคบริการของสหรัฐฯขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ประกอบกับการคาดการณ์เกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่องของธนาคารกลางประเทศสำคัญ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (6 มี.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันพุธจากการที่รายงานตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนในสหรัฐฯเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ โดย ADP บริษัทวิจัยตลาดแรงงานในสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ภาคเอกชนทั่วสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 198,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (6 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ดัชนี PMI ชี้ว่าภาคบริการของสหรัฐฯขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์อีกทั้งยังได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางประเทศสำคัญจะยังคงดำเนินมาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 2.13% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.90% และ 0.96% ตามลำดับ - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (6 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่ดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้และนักลงทุนคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่องของธนาคารกลางประเทศที่สำคัญ โดยในช่วงบ่ายดัชนียังคงทรงตัวอยู่ในแดนบวก ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 10.04 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 7 มีนาคม 2556
|
Comments