|
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
|
|
|
Tuesday, 19 March 2013 09:04 |
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านของสหรัฐฯ ที่จัดทำดดยสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ในเดือนมีนาคมปรับตัวลดลง 2 จุด สู่ระดับ 44 จากระดับ 46 ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555 หรือต่ำสุดในรอบ 5 เดือน โดยมีปัจจัยถ่วงจากภาวะอุปทานที่ดินที่ตึงตัวสำหรับการก่อสร้าง แม้มีสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับความสนใจของกลุ่มผู้ซื้อบ้านที่มีศักยภาพก็ตาม โดยดัชนีคาดการณ์ยอดขายในช่วง 6 เดือนหน้า เพิ่มขึ้น 1 จุดแต่ดัชนีที่ประเมินภาวะยอดขายในปัจจุบันลดลง 4 จุด ทั้งนี้ การลดลงดังกล่าวส่งสัญญาณว่าตลาดที่อยู่อาศัยจะต้องใช้เวลาสักระยะในการกลับมาปรับตัวแข็งแกร่งอีกครั้ง ดัชนียังคงต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า กลุ่มผู้สร้างบ้านมีมุมมองต่อตลาดในเชิงลบมากกว่าในเชิงบวก และดัชนียังไม่เคยปรับตัวเหนือระดับ 50 มานับตั้งแต่เดือนเมษายน 2549
ยุโรป: อิตาลี - รัฐสภาใหม่ของอิตาลีได้ลงมติเลือกประธานสภาคณะผู้แทนราษฎร (Chamber of Deputies) และประธานวุฒิสภาในการประชุมสภานิติบัญญัติ โดยประธานสภาทั้งสองมาจากพรรคการเมืองฝ่ายกลาง-ซ้าย ที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนที่แล้ว โดยนางลอรา โบลดรินี วัย 52 ปี จากพรรค Ecology and Freedom (SEL) ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของพรรค Democratic Party (PD) ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรที่มีสมาชิก 630 คน ส่วนประธานวุฒิสภาที่มีสมาชิก 315 คนก็คือ นายเปียโตร กราสโซ สังกัดพรรค PD เช่นกัน ทั้งนี้ หลังการแต่งตั้งประธานสภาทั้งสอง ภารกิจแรกของรัฐสภาจะเป็นการปูทางสำหรับประธานาธิบดีจอร์โจ นาโปลิตาโน ในการเริ่มปรึกษาหารืออย่างเป็นทางการสำหรับการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้ ในอิตาลี ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภาถือเป็นตำแหน่งสูงสุดรองจากประธานาธิบดี
สเปน - รัฐบาลสเปนประสบความสำเร็จในการประมูลพันธบัตร โดยสามารถจำหน่ายพันธบัตรที่มีอายุการไถ่ถอน 16-30 ปีได้ทั้งสิ้น 134 ล้านยูโร ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 16 ปีอยู่ที่ 5.258% ต่ำกว่าการประมูลครั้งก่อนที่ระดับ 5.822% และจำหน่ายพันธบัตรอายุ 30 ปีได้ทั้งสิ้น 304 ล้านยูโร ที่อัตราผลตอบแทน 5.445% ต่ำกว่าการประมูลครั้งก่อนที่ 5.928% และจำหน่ายพันธบัตรที่มีอายุการไถ่ถอนในปี 2557 ได้ทั้งสิ้น 365 ล้านยูโร ที่อัตราผลตอบแทน 5.454% ต่ำกว่าการประมูลครั้งก่อนที่ 5.705% รวมยอดจำหน่ายทั้งสิ้น 803 ล้านยูโร ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งส่งสัญญาณว่าต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลสเปนได้ปรับตัวลดลง
ไซปรัส - นายนิคอส อนาสตาเซียเดส ประธานาธิบดีไซปรัส เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่นิติบัญญัติผ่านกฎหมายเพื่อเก็บภาษีเงินฝากในธนาคารไซปรัส เพื่อแลกกับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ โดยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 56 คนครั้งล่าสุด สมาชิก 28 คนได้ออกเสียงคัดค้าน โดยผู้แทนอีก 2 คนจากพรรคร่วมรัฐบาลอาจจะออกเสียงคัดค้าน ทั้งนี้ หากสมาชิกที่ยังไม่ได้ตัดสินใจหรือเลือกไม่เปลี่ยนใจในการออกเสียงรับรองอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่เลวร้ายที่นายอนาสตาเซียเดสระบุว่า เป็นการล่มสลายที่ไม่สามารถควบคุมได้ของระบบธนาคารไซปรัส - ชาวไซปรัสต่างพากันถอนเงินจากธนาคารเป็นจำนวนมาก หลังจากทราบข่าวการขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากนานาชาติ เนื่องจากภายใต้เงื่อนไขของวงเงินช่วยเหลือ ไซปรัสจะต้องปรับขึ้นภาษีเงินได้บริษัท จาก 2.5% เป็น 12.5% และผู้ฝากเงินในธนาคารของไซปรัสจะถูกเก็บภาษีแบบครั้งเดียว (one-off) สำหรับเงินฝาก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่แผนการช่วยเหลือทางการเงินประเทศในยูโรโซนระบุเงื่อนไขที่ทำให้ผู้ฝากเงินในประเทศนั้นต้องเสียเงินโดยตรงผู้มีเงินฝากในบัญชีธนาคารมากกว่า 100,000 ยูโรจะถูกหักภาษี 9.9% และจะมีการเก็บภาษี 6.75% สำหรับจำนวนเงินที่ต่ำกว่านั้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ไซปรัสระดมทุนได้ 5.8 พันล้านยูโร
เอเชีย: จีน - จากการคำนวณของรอยเตอร์โดยอิงตามข้อมูลของทางการจีนพบว่า ราคาบ้านใหม่โดยเฉลี่ยในเมืองใหญ่ 70 แห่งของจีนเพิ่มขึ้น 2.1% ในเดือนกุมภาพันธ์เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน เมื่อเทียบรายเดือนราคาเพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนกุมภาพันธ์ และปรับตัวขึ้น 7 เดือนในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ราคาบ้านที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และคาดว่ารัฐบาลท้องถิ่นจะประกาศแผนการคุมเข้มการซื้ออสังหาริมทรัพย์ภายในสิ้นเดือนนี้ หลังจากที่จีนได้ย้ำคำประกาศที่จะชะลอความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยทางการจีนได้ส่งสัญญาณว่าต้องการให้รัฐบาลท้องถิ่นเข้มงวดมากขึ้นในการบังคับใช้กฎต่างๆเพื่อสกัดการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งรวมถึงการเก็บภาษีกำไรจากการขายบ้านในอัตรา 20% และการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่เพิ่มการวางเงินดาวน์ขั้นต่ำสำหรับผู้ซื้อบ้านหลังที่สองในเมืองซึ่งราคาบ้านกำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยว่า ราคาบ้านใหม่ในกรุงปักกิ่งพุ่งขึ้น 5.9% ในเดือนกุมภาพันธ์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เทียบกับการเพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนมกราคม ส่วนราคาบ้านในเซี่ยงไฮ้เพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนกุมภาพันธ์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เทียบกับการเพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนมกราคม
ออสเตรเลีย - รัฐมนตรีคลังของออสเตรเลียกล่าวว่ารายได้จากภาษีที่ลดลงจากผลของเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงและราคาที่ลดลงของทรัพยากรที่เป็นสินค้าส่งออกหลักของออสเตรเลีย รวมทั้งค่าเงินของออสเตรเลียที่แข็งขึ้น ส่งผลให้ออสเตรเลียมีแนวโน้มขาดดุลงบประมาณมากขึ้นก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในเดือนกันยายน โดยจากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงการคลังออสเตรเลียในช่วง 4 สัปดาห์แรกของปี 2556 ออสเตรเลียขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น 4.6 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ( 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ) ส่งผลให้การขาดดุลงบประมาณในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็น 26.8 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยการขาดดุลฯในเดือนมกราคมสูงกว่าที่กระทรวงการคลังของออสเตรเลียคาดการณ์เมื่อสามสัปดาห์ก่อนที่ 2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
อินโดนีเซีย - ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอินโดนีเซียในปี 2556 จะขยายตัว 6.2% ลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนธันวาคมว่าจะขยายตัว 6.3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 5.5% และลดลงมาอยู่ที่ 5.2% ในปีหน้า ทั้งนี้ธนาคารโลกมองว่าการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนจะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจอินโดนีเซียโดยจะมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการใช้จ่ายในช่วงก่อนการเลือกตั้งในช่วงครึ่งปีหลัง
ไทย - นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ระบุว่ากระทรวงการคลังระบุอยู่ระหว่างการเตรียมเสนอแก้ไขประมวลรัษฎากร การลดภาษีเงินได้นิติบุคคล จากก่อนหน้าที่ออกเป็น พระราชกฤษฎีกา ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ในปี 55 และเหลือ 20% ในปี 56 ซึ่งถือมีอัตราภาษีที่ต่ำเป็นที่ 2 ของอาเซียน พร้อมระบุมีโอกาสที่จะลดภาษีให้ต่ำลงกว่านี้ได้อีก หลังหลายประเทศที่ยังมีภาษีต่ำกว่า สำหรับ พ.ร.บ.โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 2 ล้านล้าบาท จะนำเสนอที่ประชุม ครม.ในวันที่ 19 มีนาคม 56 ยังคงกรอบวงเงินเดิม แต่อาจมีการปรับรายละเอียดโครงการลงทุนเล็กน้อย เช่น จะมีการลงทุนในการเพิ่มด่านศุลกากรด่านช่องจอม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในอนาคต รวมถึงอาจมีการปรับเปลี่ยนเส้นทางคมนาคมบางจุดอย่างไรก็ตาม การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน คาดว่าจะเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้ในไตรมาส 3/56 และกว่าจะเริ่มโครงการลงทุนจริงยังต้องใช้เวลาอาจเป็นช่วงปลายปีนี้ ดังนั้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจึงอาจยังไม่มีผลกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในปีนี้ แต่จะเริ่มเห็นชัดเจนในปีหน้า โดยปีหน้าคาดว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ในอัตรา 4.5-5.5% สอดคล้องกับการประเมินของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิจำนวน 158,918 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 5,732 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.7 โดยมีสาเหตุสำคัญจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์และสัมปทานปิโตรเลียมที่สูงกว่าเป้าหมาย เป็นผลจากโครงการรถยนต์ใหม่คันแรก และปริมาณปิโตรเลียมที่ขุดเจาะได้สูงกว่าที่คาดไว้ นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้สูงกว่าเป้าหมายด้วย ในขณะที่ภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการเป็นผลจากมูลค่าการนำเข้าที่ชะลอตัวลงหลังจากที่ได้มีการเร่งนำเข้าสินค้าในเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้ในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 (ตุลาคม 2555 — กุมภาพันธ์ 2556) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 830,235 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 95,419 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.0 ซึ่งเป็นผลจากการจัดเก็บรายได้ของทุกหน่วยงานที่สูงกว่าประมาณการ ซึ่งสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศและรายได้ภาคครัวเรือน
อื่นๆ - ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ระบุเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะฟองสบู่ด้านราคาสินทรัพย์หลังจากที่ตลาดพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นในประเทศเอเชียตะวันออกขยายตัวถึง 12.1% ในปีที่แล้ว โดยรายงาน "Asia Bond Monitor" ระบุว่า กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกมีพันธบัตรที่ยังไม่ครบกำหนดไถ่ถอนในรูปสกุลเงินดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2555 เป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 6.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับ 5.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นปี 2554 ซึ่งส่งผลให้พันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส และเพิ่มขึ้น 12.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี ทั้งนี้นายเตียม ฮี อึง นักเศรษฐศาสตร์จากสำนักงานเศรษฐกิจระดับภูมิภาคของ ADB ระบุว่า กล่าวว่า กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียตะวันออกมีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิมอย่างมาก แต่รัฐบาลยังต้องระมัดระวังว่าการพุ่งขึ้นของกระแสเงินทุนไหลเข้าจะไม่กระตุ้นให้ราคาสินทรัพย์พุ่งสูงเกินไป และรัฐบาลต้องเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์พลิกผันที่อาจจะเกิดขึ้นของกระแสเงินทุนเมื่อภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปปรับตัวดีขึ้นอีกครั้ง
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (18 มี.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับภาวะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงจากความกังวลเกี่ยวกับการที่ทางการจีนอาจดำเนินมาตรการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์มากขึ้นหลังจากราคาบ้านในเมืองสำคัญของจีนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนอกจากนี้วิกฤติหนี้ในยุโรปที่สร้างความวิตกต่อนักลงทุนมากขึ้นในสัปดาห์นี้ก็ส่งผลให้มีความต้องการถือสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น เยนและดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้น อย่างไรก็ดีค่าเงินบาทแข็งขึ้นในช่วงตลาดสหรัฐฯ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (18 มี.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนเลือกถือสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่ำมากขึ้นหลังจากที่ความกังวลต่อสถานการณ์ของธนาคารพาณิชย์ในยุโรปกลับมาสร้างความกังวลต่อนักลงทุนอีกครั้ง อย่างไรก็ดีค่าเงินเยนอ่อนลงเล็กน้อยในช่วงท้ายตลาด - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (18 มี.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนขายยูโรออกมาเนื่องจากความวิตกเกี่ยวกับการที่ไซปรัสอาจทำตามข้อเรียกร้องของรัฐมนตรีคลัง euro-area ในการเก็บภาษีเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ต่างๆเพื่อให้มีรายรับเพิ่มขึ้นมาจำนวน 5.8 พันล้านยูโร ( 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ในต่างประเทศมองว่ามาตรการดังกล่าวอาจสร้างความวิตกแก่ผู้ฝากเงินในประเทศอื่นๆในยุโรปว่าอาจจะมีการดำเนินมาตรการแบบเดียวกันในประเทศเหล่านั้น ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลมากขึ้นต่อสถานะของธนาคารพาณิชย์ในยุโรป
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (18 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นปิดลบเนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าปัญหาด้านการเงินฯของไซปรัสอาจจะทำให้วิกฤตหนี้ยุโรปทวีความรุนแรง โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลง 0.43% ตลาดได้รับแรงกดดันหลังจากยูโรโซนและกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้บรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับแผนการช่วยเหลือไซปรัสวงเงิน 1 หมื่นล้านยูโรเมื่อวันเสาร์ โดยข้อตกลงช่วยเหลือดังกล่าวระบุว่าผู้ฝากเงินในธนาคารของไซปรัสจะถูกเก็บภาษีแบบครั้งเดียวสำหรับเงินฝาก นักวิเคราะห์กล่าวว่า มีความกังวลว่าอาจจะมีการนำมาตรการดังกล่าวไปใช้กับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่กว่า - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (18 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในช่วงเช้าวันนี้เนื่องจากความวิตกว่าการเพิ่มภาษีเงินฝากในระบบธนาคารพาณิชย์ของไซปรัสจะส่งผลให้ผู้ฝากเงินในประเทศอื่นๆในยุโรปคาดการณ์ว่าอาจจะมีการดำเนินมาตรการแบบเดียวกันในประเทศเหล่านั้น ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลมากขึ้นต่อสถานะของธนาคารพาณิชย์ในยุโรป โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 2.71% ทั้งนี้การที่ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 1.68% โดยนักลงทุนกังวลมากขึ้นต่อการที่ทางการจีนจะออกมาตรการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมหลังจากราคาบ้านในเมืองสำคัญของจีนเดือนกุมภาพันธ์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 2.00% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (18 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเปิดตลาดสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากปัจจัยเกี่ยวกับความกังวลเรื่องวิกฤติหนี้ในยุโรปและแนวโน้มการออกมาตรการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน โดยดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 6.48 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 19 มีนาคม 2556
|
Comments