|
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
|
|
|
Thursday, 21 March 2013 09:17 |
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นหรือดอกเบี้ยนโยบาย (fed funds rate) ไว้ที่ระดับ 0 - 0.25% ในการประชุมระยะเวลา 2 วันซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ (20 มีนาคม) พร้อมกับย้ำว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษและจะยังคงเดินหน้าโครงการซื้อสินทรัพย์ในวงเงินปัจจุบันที่ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน จนกว่าอัตราว่างงานจะลดลงต่ำกว่าระดับ 6.5% โดย Fed จะยังคงซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในวงเงิน 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่ 4 (QE4) ที่เฟดประกาศใช้ในเดือนธันวาคม 2555 และซื้อหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนอง (MBS) วงเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน ตามมาตรการ QE3 ที่ประกาศใช้ในเดือนก.ย. 2555 โดยมาตรการ QE3 และ QE4 มีวงเงินรวมกันทั้งสิ้น 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน พร้อมกันนี้ ยังได้ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวปานกลาง หลังจากที่อยู่ในภาวะชะงักงันในปีที่แล้ว ขณะที่ภาวะในตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่อัตราว่างงานยังอยู่ในระดับที่สูง ดังนั้นเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งมากขึ้น คณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) จึงมีมติให้เดินหน้าโครงการซื้อสินทรัพย์วงเงินรวม 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน ซึ่งเฟดเชื่อว่าการดำเนินการเช่นนี้จะช่วยหนุนเศรษฐกิจและการจ้างงานให้ฟื้นตัวขึ้นได้
ยุโรป: สหภาพยุโรป - บรรดารัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร หรือยูโรโซน กล่าวว่า จะยังคงพร้อมให้ความช่วยเหลือไซปรัส หลังรัฐสภาไซปรัสลงคะแนนเสียงไม่ยอมรับข้อตกลงให้มีการจัดเก็บภาษีเงินฝากธนาคาร โดยรัฐมนตรีคลังเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า กลุ่มยูโรโซนยังคงพร้อมที่จะช่วยเหลือไซปรัสในการปฏิรูปเศรษฐกิจซึ่งได้เสนอให้มีการผ่อนปรนมาตรการจัดเก็บภาษีเงินฝากธนาคารเพื่อลดผลกระทบต่อผู้ฝากเงินรายย่อย
สเปน - สเปนระดมทุนได้ตามเป้า 4 พันล้านยูโร (5.2 พันล้านดอลลาร์) จากการประมูลขายตราสารหนี้ระยะสั้น โดยขายตั๋วเงินคลังอายุ 3 เดือนได้ 1.73 พันล้านยูโร ที่อัตราผลตอบแทน 0.29% ซึ่งลดลงจากระดับ 0.42% ในการประมูลเดือนที่แล้ว และขายตั๋วเงินคลังอายุ 9 เดือนได้ 2.26 พันล้านยูโร ที่ผลตอบแทนเฉลี่ย 1.01% ลดลงจาก 1.14% ในการประมูลเดือนกุมภาพันธ์ ต้นทุนการกู้ยืมของสเปนที่ปรับตัวลดลงในช่วงหลายเดือนมานี้ เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลน้อยลงนับตั้งแต่ที่ธนาคารกลางยุโรปประกาศว่าพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือสเปนในการแก้ไขปัญหาหนี้ - ธนาคารกลางสเปนเปิดเผยว่า สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของภาคธนาคารสเปนอยู่ที่ระดับ 1.707 แสนล้านยูโร คิดเป็นสัดส่วน 10.8% ของสินเชื่อทั้งหมดในเดือนมกราคม ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.2 พันล้านยูโร จากระดับ 1.675 แสนล้านยูโร หรือ 10.4% ในเดือนธันวาคม 2555 และเพิ่มขึ้นจาก 8.1% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ สัดส่วนหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์สเปนได้กลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงเดือนแรกของปีนี้ ถือเป็นสัญญาณว่าคุณภาพสินทรัพย์ของสเปนยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันหลังจากธนาคารที่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลได้โอนหนี้เสียจากภาคอสังหาริมทรัพย์ให้กับธนาคารบริหารหนี้เสีย (bad bank)
อังกฤษ - สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (ONS) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของอังกฤษขยายตัว 2.8% (y-o-y) ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 2.7% ในเดือนมกราคม การเพิ่มขึ้นของดัชนี CPI ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการปรับตัวขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าและพลังงาน และการปรับราคาสินค้าบางรายการ ซึ่งรวมถึงราคาเชื้อเพลิงและค่าโดยสารทางอากาศ
กรีซ - สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะของกรีซ (PDMA) รายงานว่า รัฐบาลกรีซสามารถระดมทุนได้ 1.3 พันล้านยูโร (1.68 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากการขายตั๋วเงินคลังอายุ 3 เดือน โดยให้อัตราผลตอบแทน 4.05% ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากการประมูลในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ชำระตราสารหนี้ที่ครบกำหนดไถ่ถอน
เอเชีย: เกาหลีใต้ - การขายบ้านในเกาหลีใต้เดือนกุมภาพันธ์อยู่ในระดับที่ต่ำสุดนับจากปี 2549 ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจะเป็นตัวเร่งให้ประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้ดำเนินมาตรการในการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์เร็วขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับจีน สิงคโปร์ และฮ่องกงที่กำลังใช้มาตรการควบคุมการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้ โดยกระทรวงที่ดินของเกาหลีใต้รายงานว่าธุรกรรมการขายบ้านในเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 14% มาอยู่ที่ระดับ 47,288 ราย ขณะเดียวกันราคาขายก็ได้ปรับลดลงเช่นกัน โดยราคาที่อยู่อาศัยในกรุง Seoul ลงลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดนับจากเดือนมีนาคม 2551
ออสเตรเลีย - ธนาคารคอมมอนเวลธ์ แบงก์เปิดเผยรายงานดัชนีสำรวจภาคธุรกิจรายเดือน (BSI) ชี้ว่าผู้บริโภคชาวออสเตรเลียเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้น เนื่องจากตัวเลขการใช้จ่ายปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ โดยดัชนี BSI เผยให้เห็นว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนกุมภาพันธ์ (ซึ่งมีการปรับตามฤดูกาลแล้ว) ภายหลังการใช้จ่ายสูงขึ้น 1.9% ในเดือนมกราคม ทั้งนี้หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทในเครือคอมมอนเวลธ์ แบงก์ เปิดเผยว่าการใช้จ่ายที่สูงขึ้นนับเป็นสัญญาณอีกประการหนึ่งถึงการเริ่มต้นเศรษฐกิจที่สดใสสำหรับปีนี้ สำหรับดัชนี BSI เป็นมาตรวัดที่สำคัญเกี่ยวกับการใช้จ่ายทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจของออสเตรเลีย โดยจะประเมินมูลค่าการทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิตและเดบิตผ่านจุดให้บริการของคอมมอนเวลธ์ แบงก์
เอเซีย - ผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเอเชียของธอมสัน รอยเตอร์/ INSEAD ประจำไตรมาสล่าสุดพบว่า บริษัทชั้นนำของเอเชีย โดยเฉพาะบริษัทในภาคการส่งออกของจีน, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มีความวิตกต่อแนวโน้มธุรกิจ ขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความโดดเด่นกว่าอันเป็นผลจากการบริโภคที่แข็งแกร่งในประเทศ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกติดอันดับความเสี่ยงทางธุรกิจอันดับหนึ่งของกลุ่มธุรกิจทั้งหมด และประเทศทั้งหมด เช่นเดียวกับในช่วง 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ความเชื่อมั่นเป็นไปในเชิงระมัดระวัง แม้สภาพคล่องล้นโลกกำลังเป็นประโยชน์ต่อประเทศส่วนใหญ่ก็ตาม ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในเอเชียที่สำรวจโดยธอมสัน รอยเตอร์/INSEAD เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 65 ในไตรมาส 1 ปีนี้ จาก 63 ในไตรมาส 4 ของปี 2555 ซึ่งขณะนั้นดัชนีเพิ่มขึ้น 1 จุดเมื่อเทียบจากการสำรวจในไตรมาส 3 โดยดัชนีที่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ถึงแนวโน้มเชิงบวกโดยรวม และดัชนีที่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้มุมมองเชิงลบ
ไทย - ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ(ครม.เศรษฐกิจ)เห็นพ้องว่าขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องมีมาตรการพิเศษมาแก้ไขปัญหาเงินบาทแข็งค่า และไม่ต้องการให้ใช้มาตรการที่ผิดธรรมชาติเหมือนในอดีต เพราะจะส่งผลเสียในระยะยาว โดยเห็นว่าควรจะปล่อยให้เงินบาทเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดไปก่อน แต่จะคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากแข็งขึ้นมากกว่านี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหารือกันอีกครั้ง พร้อมระบุว่า การปรับเปลี่ยนนโยบายทางการเงินเป็นเรื่องที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)จะพิจารณา และคงไม่มีใครเข้าไปแทรกแซงได้ แต่การแลกเปลี่ยนทางความคิดเห็นนั้นยังเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่โดยตลอด ซึ่งเป้าหมายสำคัญคือทำให้อัตราแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพ และเป็นไปตามกลไกตลาด - ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กล่าวภายหลังการร่วมหารือในที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ(ครม.เศรษฐกิจ) ว่า ค่าเงินบาทที่ระดับ 29.13/15 บาท/ดอลลาร์ถือว่าแข็งค่ามากเกินไป และเคลื่อนไหวเร็วเกินไป แต่ระบุว่าปริมาณเงินจากนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาในประเทศขณะนี้ไม่ได้รุนแรงมากขึ้นและไม่ได้ผิดปกติ ส่วนใหญ่เข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งสาเหตุที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพราะเศรษฐกิจไทยมีปัจจัยพื้นฐานดี ประกอบกับ ประเทศอื่นในภูมิภาคมีข่าวที่สร้างความไม่มั่นใจในการลงทุน เช่นมาเลเซียกำลังจะมีการเลือกตั้ง สิงคโปร์มีปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ อินโดนีเซียขาดดุลงบประมาณ ทำให้เงินทุนไหลเข้ามาในไทย
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (20 มี.ค.) ค่าเงินบาทแข็งขึ้นอย่างมากต่อเนื่องเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยค่าเงินบาทขึ้นไปอยู่ในระดับที่สูงที่สุดนับจากเดือนกรกฎาคม 2540 โดยสาเหตุมาจากการไหลเข้ามาของเงินทุนจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในพันธบัตร โดยข้อมูลจาก Thai BMA ชี้ว่าจากต้นเดือนจนถึงเมื่อวานนี้มูลค่าการซื้อพันธบัตรรัฐบาลไทยของนักลงทุนต่างประเทศสูงกว่ามูลค่าการขาย 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่เดือนมกราคมและกุมภาพันธ์มูลค่าการซื้อสุทธิอยู่ที่ 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯตามลำดับ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (20 มี.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยสาเหตุสำคัญที่ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนลงในช่วงนี้คือการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นภายใต้ผู้บริหารชุดใหม่จะดำเนินมาตรการทางการเงินผ่อนคลายเชิงรุกมากขึ้นเพื่อยุติภาวะเงินฝืดที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (20 มี.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้เป็นครั้งแรกในช่วง 3 วันที่ผ่านมาหลังจากสถานการณ์ไซปรัสสร้างความวิตกแก่นักลงทุนต่อเนื่องนับจากต้นสัปดาห์เป็นต้นมา ทั้งนี้หลังจากรัฐสภาของไซปรัสปฎิเสธมาตรการเก็บภาษีจากเงินฝากเพื่อแลกกับการช่วยเหลือจากต่างประเทศเมื่อวันอังคารส่งผลให้แนวโน้มของธนาคารพาณิชย์ในไซปรัสมีความไม่แน่นอนมากขึ้นเนื่องจากที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ของไซปรัสต้องขอความช่วยเหลือสภาพคล่องทางการเงินฉุกเฉินจากธนาคารกลางไซปรัสภายใต้การอนุญาตจาก ECB
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (20 มี.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้น หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยืนยันว่า จะยังคงซื้อพันธบัตรรายเดือนมูลค่า 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อไปจนกว่าระดับอัตราการว่างงานจะลดลงเหลือ 6.5% โดยระบุว่าอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 55.91 จุดหรือ 0.39% สู่ระดับ 14,511.73, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 10.37 จุดหรือ 0.67% สู่ระดับ 1,558.71 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 25.09 จุดหรือ 0.78% สู่ระดับ 3,254.19 - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (20 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียวันนี้ได้รับปัจจัยลบจากการที่รัฐสภาของไซปรัสไม่รับมาตรการเก็บภาษีจากเงินฝากเพื่อแลกกับการช่วยเหลือจากต่างประเทศเมื่อวันอังคารส่งผลให้อนาคตของธนาคารพาณิชย์ในไซปรัสมีความไม่แน่นอนมากขึ้นและนักลงทุนมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวชี้ว่ายุโรปจะมีความยากลำบากอย่างมากในการควบคุมวิกฤติหนี้ภูมิภาค โดยวันนี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการ ส่วนตลาดหุ้นจีนวันนี้ได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าดัชนี PMI เบื้องต้นภาคการผลิตของจีนเดือนมีนาคมจากการจัดทำของ HSBC Holdings และ Markit Economics ที่จะเผยแพร่ในวันพฤหัสจะชี้ถึงภาวะการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมของจีน โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเพิ่มขึ้น 2.66% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.97% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (20 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงในช่วงเช้าวันนี้โดยปัจจัยหนึ่งคาดว่ามาจากการที่ค่าเงินบาทแข็งขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งมีแนวโน้มจะส่งผลลบต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ขณะที่ความไม่แน่นอนจากปัญหาไซปรัสก็ส่งผลให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น โดยในช่วงบ่ายดัชนียังคงทรงตัวอยู่ในแดนลบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 24.58 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 21 มีนาคม 2556
|
Comments