|
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
|
|
|
Tuesday, 02 April 2013 09:36 |
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 1.2% สู่ระดับ 8.8513 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่การใช้จ่ายได้หดตัวลง 2.1% ในเดือนมกราคม ทั้งนี้ การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างที่อยู่อาศัยของภาคเอกชนปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.2% โดยภาคที่อยู่อาศัยได้เป็นแรงผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจมาติดต่อกันหลายไตรมาสจนถึงสิ้นปี 2555 ส่วนการก่อสร้างที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย เช่น สำนักงานและโรงงาน ของภาคเอกชน ขยายตัว 0.4% สู่ระดับ 3.0964 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับการใช้จ่ายของรัฐบาลปรับตัวแตกต่างกันก่อนที่การปรับลดงบประมาณจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมีนาคม โดยการใช้จ่ายในโครงการก่อสร้างของรัฐบาลกลางหดตัวลง 1.1% ขณะที่การใช้จ่ายด้านก่อสร้างของรัฐบาลระดับรัฐและรัฐบาลท้องถิ่นเพิ่มขึ้น 1.1% - ดัชนีกิจกรรมการผลิตที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ในเดือนมีนาคมอยู่ที่ระดับ 51.3 จากระดับ 54.2 ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยตัวเลขที่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมในภาคการผลิตสหรัฐยังคงมีการขยายตัว ส่วนดัชนีย่อยอื่นๆปรับตัวขึ้นลงแตกต่างกันในเดือนที่แล้ว โดยดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ในเดือนมีนาคมลดลงมาอยู่ที่ระดับ 51.4 จากระดับ 57.8 ในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ดัชนีการผลิตอยู่ที่ระดับ 52.2 ซึ่งปรับลงจาก 57.6 ในเดือนกุมภาพันธ์ และดัชนีสินค้าคงคลังลดลงอยู่ที่ระดับ 49.5 ซึ่งหดตัวลงจากระดับ 51.5 ในเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ดัชนีการส่งออกเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 56.0 จากระดับ 53.5 ในเดือนกุมภาพันธ์ และดัชนีการจ้างงานเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 54.2 จากระดับ 52.6 ในเดือนก่อนหน้า - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI: Markit) ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 54.6 จากระดับ 54.3 ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งส่งสัญญาณว่าภาคการผลิตของสหรัฐมีการขยายตัวต่อเนื่อง สำหรับดัชนีย่อยอื่นๆนั้น ดัชนีผลผลิตมีการขยายตัวที่ 56.6 ในเดือนมีนาคม แม้ว่าเป็นอัตราที่ชะลอลงจาก 57.3 ในเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนดัชนีการจ้างงานเพิ่มขึ้นที่ 54.6 จากระดับ 53.5 ในเดือนก่อนหน้า
ยุโรป: อิตาลี - สำนักงานสถิติอิตาลี (Istat) รายงานว่าอัตราเงินเฟ้อ (คิดฐานจาก EU) ของอิตาลีในเดือนมีนาคมลดลงตรงตามคาดที่ 1.8% (y-o-y) จาก 2.0% ในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่หากคิดจากฐานหรือวิธีการของอิตาลีเองอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.3% (m-o-m) และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 1.7% (y-o-y) การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นผลมาจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (Gasoline) เพิ่มขึ้น 1.3% (m-o-m) และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 1.1% (y-o-y)
ไซปรัส - แบงก์ ออฟ ไซปรัส ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของไซปรัส เปิดเผยวานว่า ธนาคารได้เสร็จสิ้นการเพิ่มทุนโดยการแปลงสภาพเม็ดเงินของผู้ฝากให้เป็นหุ้น ภายใต้ข้อตกลงของยูโรกรุ๊ปว่าด้วยการช่วยเหลือสำหรับไซปรัสแล้ว แถลงการณ์ของธนาคารระบุว่าการเพิ่มทุนดังกล่าวจะทำให้ธนาคารปฏิบัติตามข้อกำหนดเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงขั้นต่ำได้อย่างเต็มที่ และจะยังคงสัดส่วนเงินกองทุนขั้นที่ 1 (Core Tier 1) ไว้ที่ 9% ภายใต้สถานการณ์ที่เลวร้าย ซึ่งได้รับการประเมินโดยบริษัทตรวจสอบบัญชี PIMCO - นายเกอร์ฮาร์ด ชูเบิร์ท ผู้อำนวยการฝ่ายโลหะมีค่าของธนาคารเอมิเรทส์ เอ็นบีดี กล่าวว่า แม้ว่าราคาทองปรับตัวลงอันเนื่องมาจากความช่วยเหลือทางการเงินของยูโรโซนแก่ไซปรัส แต่ทองอาจจะกลับมาเป็นที่ต้องการอีกครั้ง หากไม่มีความคืบหน้าที่น่าพอใจในยูโรโซน ทั้งนี้ นายชูเบิร์ทตั้งข้อสังเกตว่าธนาคารกลางที่ใช้ทองคำในการสร้างความหลากหลายในการลงทุนที่นอกเหนือจากสกุลเงินนั้น กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนต่อทองคำต่อไป
ฮังการี - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ชี้ฮังการีควรจะระงับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังจากที่อัตราดอกเบี้ยของประเทศอ่อนตัวลงสู่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ โดย IMF ได้ระบุในรายงานประจำปีเรื่องเศรษฐกิจฮังการีว่า การลดต้นทุนการกู้ยืมต่ำลงไปอีกนั้น ทำให้เกิดความเสี่ยงและส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน ทั้งนี้ ธนาคารกลางฮังการีได้ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ที่ 5% เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา และได้พยายามนำพาเศรษฐกิจให้รอดพ้นจากภาวะถดถอยครั้งที่ 2 ในรอบ 4 ปี ก่อนหน้านี้ IMF ได้ให้เงินช่วยเหลือทางการเงิน 2 หมื่นล้านยูโร หรือ 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แก่ฮังการีเมื่อปี 2551
เอเชีย: จีน - ดัชนีภาคการผลิตของจีนเดือนมีนาคมขี้ถึงภาวะการขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งชี้ถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติและ China Federation of Logistics and Purchasing แถลงว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 50.9 จาก 50.1 ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 11 เดือน ขณะที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนจากการจัดทำของ HSBC Holdings Plc and Markit Economics เดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 51.6 จาก 50.4 ในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ดัชนีที่สูงกว่า 50 ชี้ถึงภาวะขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า
ญี่ปุ่น - ภาคธุรกิจของญี่ปุ่นยังคงมองแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในอนาคตไปในทางลบซึ่งเป็นการเพิ่มความกดดันต่อธนาคารกลางญี่ปุ่นในการที่จะออกมาตรการทางการเงินเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นรายงานว่าดัชนี Tankan รายไตรมาสซึ่งสำรวจความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในญี่ปุ่นเดือนมีนาคมอยู่ที่ระดับ -8 ซึ่งแม้จะดีขึ้นเมื่อเทียบกับระดับ -12 ในเดือนธันวาคม แต่ก็ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ -7 โดยตัวเลขที่ติดลบชี้ว่าจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่มองในแง่ลบมีจำนวนมากกว่าผู้ที่มองในแง่บวก
สิงคโปร์ - ราคาบ้านในสิงคโปร์ในไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงมากที่สุดในรอบสามไตรมาสที่ผ่านมาจากการที่ทางการสิงคโปร์ออกมาตรการควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนเมืองของสิงคโปร์รายงานว่าดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในสิงคโปร์ในไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มขึ้น 0.5% มาอยู่ที่ระดับสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ 213.1 อย่างไรก็ดีอัตราการเพิ่มของดัชนีฯก็ต่ำกว่าในใตรมาสที่ 4 ปีก่อนที่เพิ่มขึ้น 1.8%
ไทย - ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป(CPI) เดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 2.69% (y-o-y) มาอยู่ที่ระดับ 104.73 และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนเพิ่มขึ้น 0.07% (m-o-m) เป็นผลจากการปรับตัวสูงขึ้นของดัชนีราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่มีไม่แอลกอฮอล์ 3.66% ได้แก่ ข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์ เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ เครื่องประกอบอาหาร ส่งผลให้ตัวเลข CPI เฉลี่ยไตรมาสแรกของปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.56) เพิ่มขึ้น 3.09% (y-o-y) ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เพิ่มขึ้น 1.23% (y-o-y) อยู่ที่ระดับ 102.87 แต่จากเดือนก่อนลดลง 0.01% (m-o-m) อันเป็นผลมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของสินค้าในหมวดเคหะสถาน เครื่องนุ่งห่ม การตรวจรักษา พาหนะ และการขนส่ง โดยตัวเลข Core CPI เฉลี่ยไตรมาสแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 1.47% (y-o-y) สำหรับอัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ กระทรวงพาณิชย์ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 3.1% ใกล้เคียงกับช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ที่ระดับ 3.09% เนื่องจากราคาสินค้ายังคงทรงตัวในระดับใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อในปีนี้ไว้ที่ 2.8-3.4% ภายใต้สมมุติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 100-120 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 28.50-32.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และภาครัฐยังคงมีมาตรการดูแลค่าครองชีพให้กับประชาชนต่อไป
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (1 เม.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ตามภาวะที่นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงโดยถือดอลลาร์สหรัฐฯและเยนซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (1 เม.ย.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ตามภาวะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียวันนี้ปรับตัวลดลงโดยนักลงทุนเลือกถือครองสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำในรูปเยนและดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้น แม้ว่าวันนี้ข้อมูลดัชนี Tankan ที่สำรวจโดยธนาคารกลางญี่ปุ่นจะชี้ว่าภาคธุรกิจของญี่ปุ่นยังคงมองแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในอนาคตไปในทางลบ โดยดัชนี Tankan รายไตรมาสเดือนมีนาคมอยู่ที่ระดับ -8 ซึ่งแม้จะดีขึ้นเมื่อเทียบกับระดับ -12 ในเดือนธันวาคม แต่ก็ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ -7 โดยตัวเลขที่ติดลบชี้ว่าจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่มองในแง่ลบมีจำนวนมากกว่าผู้ที่มองในแง่บวก - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (1 เม.ย.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดลอลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ข้อมูลเศรษฐกิจประเทศ euro-area ชี้ถึงภาวะที่เศรษฐกิจประสบความยากลำบากในการฟื้นตัว โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าตัวเลขอัตราการว่างงานของ euro-area เดือนกุมภาพันธ์ที่จะเผยแพร่ในวันอังคารจะชี้ถึงอัตราการว่างงานที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรแข็งขึ้นในช่วงตลาดสหรัฐฯ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (1 เม.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันจันทร์ในการซื้อขายที่เบาบางที่สุดวันหนึ่งในปีนี้ โดยตลาดชะลอตัวลงหลังดัชนี S&P 500 ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และข้อมูลการผลิตของสหรัฐอ่อนแอเกินคาด ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.04%, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.45% และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.87% - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (1 เม.ย.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 2.12% ในวันนี้ โดยนักลงทุนขายหุ้นกลุ่มส่งออกจากผลของการแข็งค่าของเงินเยน ขณะเดียวกันวันนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นรายงานดัชนี Tankan ชี้ว่าภาคธุรกิจของญี่ปุ่นยังคงมองแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในอนาคตไปในทางลบ โดยดัชนี Tankan รายไตรมาสเดือนมีนาคมอยู่ที่ระดับ -8 ซึ่งแม้จะดีขึ้นเมื่อเทียบกับระดับ -12 ในเดือนธันวาคม แต่ก็ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ฯคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ -7 สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.10% โดยนักลงทุนระมัดระวังการลงทุนก่อนวันหยุดในวันที่ 4-5 เมษายนนี้ ขณะที่วันนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติและ China Federation of Logistics and Purchasing แถลงว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 50.9 จาก 50.1 ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 11 เดือน ขณะที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนจากการจัดทำของ HSBC Holdings Plc and Markit Economics เดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 51.6 จาก 50.4 ในเดือนกุมภาพันธ์ - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (1 เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ โดยมีแรงขายออกมามากในหุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พลังงาน และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยในช่วงบ่ายดัชนียังคงทรงตัวอยู่ในแดนลบ ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 11.51จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 2 เมษายน 2556
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
|
Comments