|
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
|
|
|
Thursday, 02 May 2013 09:34 |
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (fed funds rate) ที่ระดับ 0 - 0.25% พร้อมกับย้ำว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษต่อไปและจะยังคงเดินหน้าโครงการซื้อสินทรัพย์ในวงเงินปัจจุบันที่ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ/เดือน จนกว่าอัตราว่างงานจะลดลงต่ำกว่าระดับ 6.5% และจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 2.5% โดย Fed ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวปานกลาง ขณะที่ตลาดแรงงานยังคงส่งสัญญาณการฟื้นตัวในระดับหนึ่งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่อัตราว่างงานยังคงเพิ่มขึ้น ส่วนอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมาย และตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อยังคงมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ Fed มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะขาลง ดังนั้นเพื่อ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งมากขึ้น คณะกรรมการกำหนดนโยบายของFed (FOMC) จึงมีมติให้เดินหน้าโครงการซื้อสินทรัพย์ฯ จนกว่าตลาดแรงงานจะฟื้นตัวขึ้นอย่างยั่งยืน - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตที่จัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เดือนเมษายนอยู่ที่ระดับ 50.7 ลดลงจากระดับ 51.3 ในเดือนมีนาคม ซึ่งแม้ว่าดัชนี PMI ที่เคลื่อนไหวเหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตยังคงมีการขยายตัว แต่การที่ดัชนี PMI เดือนเมษายนที่ชะลอตัวลงสะท้อนให้เห็นว่า ภาคการผลิตของสหรัฐยังคงเปราะบาง ทั้งนี้ ดัชนีในหัวข้อย่อยต่างๆ เป็นดังนี้ ดัชนียอดสั่งซื้อใหม่ในภาคการผลิตของสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.3 จากระดับ 51.4 ในเดือนก่อน ขณะที่ดัชนีการจ้างงานในภาคการผลิตลดลงมาอยู่ที่ระดับ 50.2 จากระดับ 54.2 ในเดือนมีนาคม - ADP ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยตลาดแรงงานในสหรัฐ รายงานว่า ในเดือนเมษายนภาคเอกชนทั่วสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่ม 119,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นน้อยกว่าการคาดการณ์ของตัวเลขจ้างงานในภาคเอกชนสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงฟื้นตัวอย่างไม่ยั่งยืน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ตัดสินใจเดินหน้าโครงการซื้อสินทรัพย์ในวงเงินปัจจุบันที่ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน จนกว่าอัตราว่างงานจะลดลงต่ำกว่าระดับ 6.5% ในการประชุมครั้งล่าสุด - สถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโกในเดือนเมษายนลดลงสู่ระดับ 49 จากระดับ 52.4 ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 โดยตัวเลขที่อยู่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวในกลุ่มผู้ผลิตแถบมิดเวสต์ ซึ่งสะท้อนว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐยังเปราะบาง ทั้งนี้ องค์ประกอบที่ใช้คำนวณดัชนีลดลงถึง 6 ตัว จากทั้งหมด 7 ตัว ซึ่งรวมถึงการจ้างงานที่ลดลง 6.4 จุดแตะระดับ 48.7, ราคาจ่ายลดลง 10 จุด แตะระดับ 51.0 และการจัดส่งสินค้าของซัพพลายเออร์ลดลง 10.1 จุด มาอยู่ที่ระดับ 47.9 โดยมีเพียงคำสั่งซื้อใหม่ที่ปรับตัวขึ้น 0.2 จุด สู่ระดับ 53.2 - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จัดทำโดยสำนัก Conference Board ในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 68.1 จากระดับ 61.9 ในเดือนมีนาคม (เป็นตัวเลฃที่ได้รับการปรับทบทวนขึ้นจากรายงานก่อนหน้านี้ที่ระดับ 59.7) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2555 หรือในรอบ 5 เดือน และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 61.5 ทั้งนี้ ดัชนีสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นมาตรวัดการประเมินสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันของผู้บริโภค ขยับขึ้นสู่ระดับ 60.4 จากระดับ 59.2 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งปรับทบทวนขึ้นจากรายงานก่อนหน้านี้ที่ 57.9 ขณะที่การคาดการณ์ของผู้บริโภคสำหรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้า เพิ่มขึ้นเกือบ 10 จุด สู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนที่ 73.3 จากระดับ 63.7 ในเดือนมีนาคม ซึ่งปรับทบทวนขึ้นจากรายงานก่อนหน้านี้ที่ 60.9 - ดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐฯ ที่จัดทำโดย Standard&Poor/Case Shiller ในเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวขึ้น 9.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งทำสถิติปรับตัวขึ้น 2 เดือนติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2548 ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบเป็นรายเดือน ดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.3% (m-o-m) โดยราคาบ้านขยับขึ้นสูงสุดที่ 23% ในเมืองฟินิกส์
ยุโรป: สหภาพยุโรป - สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานว่า อัตราว่างงานในยูโรโซนที่มีสมาขิก 17 ประเทศในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นส่ระดับ 12.1% จาก 12.0% ในเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนอัตราว่างงานในสหภาพยุโรป (EU) ที่มีสมาชิก 27 ประเทศ ทรงตัวอยู่ที่ 10.9% - สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป หรือยูโรสแตท รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีในกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร 17 ประเทศ ลดลงสู่ระดับ 1.2% ในเดือนเมษายน ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ .2553 และอยู่ต่ำกว่าเพดาน 2% ของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2556 จากระดับ 1.7% ในเดือนก่อนหน้า - ในการประชุมกำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันนี้ (2 พ.ค.) นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยอีซีบีได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.75% มาเป็นเวลา 9 เดือนติดต่อกันแล้ว ทั้งนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดทั้งอัตราการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อ ถือเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้อีซีบีจำเป็นต้องดำเนินการขยายมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน - คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) เปิดเผยว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของยูโรโซนในเดือนเมษายนลดลงอย่างต่อเนื่อง แตะระดับ 88.6 จาก 90.1 ในเดือนมีนาคม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจภูมิภาคยังคงเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในการฟื้นตัวจากภาวะถดถอย และตอกย้ำกระแสคาดการณ์ที่ว่าอีซีบีจะผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป
เยอรมนี - สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนีเปิดเผยว่า จำนวนผู้ว่างงานในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 4,000 คน สู่ระดับ 2.938 ล้านคน สำหรับจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของเยอรมนีในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 12,000 คน ซึ่งเป็นการปรับทบทวนจากเดิมที่รายงานไว้ที่ 13,000 คน ขณะที่อัตราว่างงานในเดือนเมษายนยังคงทรงตัวอยู่ที่ 6.9% - สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี (Destatis) รายงานว่า ยอดค้าปลีกของเยอรมนีในเดือนมีนาคมลดลง 0.3% (m-o-m) หลังจากสภาพอากาศที่เลวร้ายผิดปกติได้ส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายของผู้บริโภค ทั้งนี้ เมื่อเทียบรายปียอดค้าปลีกลดลง 2.8% (y-o-y) - ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเยอรมนีที่ได้รับการสำรวจโดยบริษัทวิจัย GfK ในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี ที่ระดับ 6.2 จากระดับ 6.0 ในเดือนเมษายน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าชาวเยอรมันยังมีมุมมองในเชิงบวกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ แม้ยังมีปัญหาหนี้ในภูมิภาค ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ในไซปรัสอยู่ก็ตาม สำหรับดัชนีย่อยอื่นๆ เป็นดังนี้ ดัชนีคาดการณ์เศรษฐกิจอ่อนแรงลงมาอยู่ที่ -1.5 จาก 0.6 ในเดือนมีนาคม ขณะที่ดัชนีแนวโน้มการซื้อเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 37.6 จากระดับ 36.2 ในเดือนก่อนหน้า และดัชนีคาดการณ์รายได้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 30.8 จากระดับ 29.4 ในเดือนมีนาคม - ดอยช์แบงก์เตรียมระดมทุนถึง 4.8 พันล้านยูโร หรือ 6.3 พันล้านดอลลาร์ โดยธนาคารได้ขายหุ้นมูลค่าถึง 2.8 พันล้านยูโร ซึ่งเป็นไปตามแผนของการระดมทุน ดอยช์แบงก์ได้ขายหุ้นใหม่จำนวน 90 ล้านหุ้นให้กับนักลงทุนสถาบัน และได้รับคำสั่งซื้อหุ้นที่มากพอ ทั้งนี้ แผนการระดมทุนมีขึ้น ในขณะที่มีรายงานว่ารายได้ไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 19% ซึ่งสูงกว่าที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ โดยผู้บริหารของธนาคารรายใหญ่ที่สุดของยุโรปกล่าวว่า ดอยช์แบงก์เป็นธนาคารที่มีการระดมทุนที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับธนาคารในระดับเดียวกันทั่วโลก โดยการเพิ่มทุนครั้งนี้จะทำให้ดอยช์แบงก์สามารถขยายธุรกิจในด้านที่มีความน่าสนใจได้ - สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี (Destatis) เปิดเผยว่าอัตราเงินเฟ้อรายปีของเยอรมนีลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่งที่ 1.2% ในเดือนเมษายน จากช่วงเดียวกันของปี 2555หากเทียบรายเดือน ราคาผู้บริโภคของเยอรมนีในเดือนเมษายนลดลง 0.5% จากเดือนมีนาคม ทั้งนี้ Destatis ระบุว่า ข้อมูลเงินเฟ้อเยอรมนีขั้นสุดท้ายในเดือนเมษายนมีกำหนดจะเปิดเผยในวันที่ 14 พฤษภาคม 2556 - รัฐมนตรีคลังของเยอรมนีและสเปนได้ประกาศความร่วมมือระหว่างกันในการสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้เพิ่มขึ้นเพื่อช่วยสร้างงานพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสเปนให้ฟื้นตัวและหลุดจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้โดยเร็ว โดยจะเน้นไปยังการจ้างงานโดยเฉพาะในกลุ่มคนหนุ่มสาว
อังกฤษ - ผลสำรวจจากบริษัทวิจัย GfK ระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคอังกฤษในเดือนเมษายนลดลงแตะระดับ -27 จากระดับ -26 ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับแต่ปลายปีที่แล้ว อันเป็นผลมาจากฐานะการเงินของภาคครัวเรือนที่ตกต่ำจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นและแรงกดดันด้านค่าจ้าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยของชาวอังกฤษ อย่างไรก็ดี ข้อมูลของ GfK ระบุว่า ผู้บริโภคอังกฤษมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นเล็กน้อยเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในช่วงปีที่ผ่านมาและในช่วง 12 เดือนข้างหน้า แต่กลับมีมุมมองลบมากขึ้นต่อแนวโน้มฐานะการเงินส่วนบุคคล ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคไม่ต้องการที่จะใช้จ่ายมากนัก ทั้งนี้ การจับจ่ายของผู้บริโภคนับเป็นส่วนสำคัญต่อการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจของอังกฤษ
สเปน - สำนักงานสถิติแห่งชาติของสเปนเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสเปนในเดือนเมษายนขยายตัว 1.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2553 โดยรายงานระบุว่า อัตราเงินเฟ้อได้ปรับตัวลง 1 จุด นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 เนื่องจากการปรับตัวลงของค่าไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่น โดยสำนักงานจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของราคาในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ สำหรับอัตราเงินเฟ้อเมื่อเทียบรายเดือนในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 0.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นในอัตราที่ช้าที่สุดสำหรับเดือนมีนาคมในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับที่เพิ่มขึ้น 1.4% ในปี 2555, 1.2% ในปี 2554, 1.1% ในปี 2553 และ 1% ในปี 2552 - สำนักงานสถิติแห่งชาติสเปน รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาสแรกปีนี้ หดตัวลง 0.5% (q-o-q) จากที่หดตัว 0.8% ในไตรมาส 4/2555 ทั้งนี้ เศรษฐกิจที่หดตัวลงเป็นเวลานานถึง 6 ปีของสเปนส่งผลให้อัตราว่างงานพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 27% และยังทำให้อุปสงค์ภายในประเทศลดลงด้วย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสเปนคาดว่าอัตราว่างงานภายในประเทศจะปรับตัวลดลงในอีก 3 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันรัฐบาลเตรียมประกาศกรอบเวลาในการลดยอดขาดดุลงบประมาณให้อยู่ภายในข้อกำหนดของสหภาพยุโรป - นายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอยของสเปน ยืนยันว่าสหภาพยุโรป (อียู) จะให้เวลาสเปนมากขึ้นในการบรรลุเป้าหมายลดการขาดดุลของประเทศ โดยเป้าหมายการขาดดุลปีนี้อยู่ที่ 4.5% อย่างไรก็ตาม นายราฮอยไม่พอใจกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการสร้างงานในสเปน ภายหลังสำนักงานสถิติแห่งชาติสเปน (INE) รายงานในสัปดาห์ที่แล้วว่า ผู้ว่างงานในสเปนมีจำนวนสูงกว่า 6,202,700 คน
อิตาลี - อัตราว่างงานของอิตาลีอยู่ที่ระดับ 11.5% ในเดือนมีนาคม ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนกุมภาพันธ์ โดยอัตราว่างงานเดือนกุมภาพันธ์ได้ถูกปรับทบทวนลงจากระดับ 11.7% ในรายงานก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ อัตราว่างงานในเดือนมีนาคมยังคงใกล้เคียงกับระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี เนื่องจากบริษัทต่างๆได้หลีกเลี่ยงการจ้างงาน ในขณะที่ประเทศประสบภาวะชะงักงันทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส คาดการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า เศรษฐกิจอิตาลีจะหดตัวลง 1.8% ในปีนี้ ท่ามกลางอัตราว่างงานที่ปรับตัวสูง ขณะที่การบริโภคและความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับตัวลง ด้านรัฐบาลอิตาลีคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของประเทศจะหดตัวลง 1.3% - รัฐบาลใหม่ของอิตาลีได้รับการลงมติไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎร (Chamber of Deputies) ด้วยมติ 453 ต่อ 153 เสียง หลังจากนายกรัฐมนตรีเอ็นริโก เลตตา ให้คำมั่นที่จะผ่อนคลายมาตรการรัดเข็มขัดบางส่วน ซึ่งได้ถ่วงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ - ในการแสดงสุนทรพจน์ครั้งแรกก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติไว้วางใจนั้น นายกรัฐมนตรีเอ็นริโก เลตตา กล่าวว่าอิตาลีกำลังเผชิญกับหนึ่งในช่วงเวลาที่ซับซ้อนและเจ็บปวดที่สุดของประวัติศาสตร์ นับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจาก ช่วงกว่า 1 ปีที่ใช้มาตรการรัดเข็มขัด ซึ่งส่งผลให้ภาวะถดถอยเลวร้ายลง และทำให้อัตราว่างงานพุ่งแตะระดับสูงสุดครั้งใหม่นายกฯอิตาลีกล่าวว่า การปฏิรูปเศรษฐกิจและสถาบันอย่างเร่งด่วนเป็นหัวใจสำคัญของวาระการทำงานของเขา ขณะที่การลดภาษีโดยไม่เพิ่มหนี้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ราว 130% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) นั้น จะเป็นเป้าหมายที่ต่อเนื่อง - มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส กล่าวว่า อิตาลียังคงเสี่ยงกับความเป็นไปได้ที่จะต้องขอเงินช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แม้จะสามารถเลี่ยงวิกฤตการเมืองจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จก็ตาม เนื่องจากระดับหนี้สาธารณะของประเทศยังคงอยู่ในระดับสูงเกิน 100% ต่อจีดีพีท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงซบเซา
สโลเวเนีย - มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศสโลเวเนีย ลง 2 ขั้น สู่ระดับ Ba1 หรือ ระดับขยะ พร้อมกับให้แนวโน้มความน่าเชื่อถือเป็นลบ โดยระบุว่า คุณภาพสินทรัพย์ที่ถดถอยลงและหนี้สินของรัฐบาลที่สูงขึ้น เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มูดีส์ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงในครั้งนี้ ซึ่งการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือครั้งนี้อาจทำให้ตลาดการเงินวิตกกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของยูโรโซนอีกครั้ง หลังจากที่เกิดวิกฤตไซปรัสเมื่อไม่นานมานี้ และก่อนหน้านี้ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออีก 2 แห่ง ได้ปรับลดอันดับเครดิตของสโลเวเนียลงมาอยู่ที่ระดับ A-
เนเธอร์แลนด์ - สมเด็จพระราชินีเบียทริกซ์แห่งเนเธอร์แลนด์ทรงลงพระปรมาภิไธยในเอกสารสละราชสมบัติให้แก่เจ้าชายวิลเลม อเล็กซานเดอร์ มกุฎราชกุมารพระองค์ใหญ่ ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 30 เมษายน ท่ามกลางการเสด็จเข้าร่วมพระราชพิธีของสมาชิกราชวงศ์ทั่วโลกและพสกนิกรชาวดัชต์ที่ต่างสวมเสื้อสีส้มอันเป็นสีประจำชาติมารวมตัวบริเวณจัตุรัสแดม ด้านหน้าพระบรมมหาราชวังในกรุงอัมสเตอร์ดัมกว่า 2.5 หมื่นคน
เอเชีย: ญี่ปุ่น - กระทรวงพาณิชย์ของญี่ปุ่นรายงานว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่คาดว่าจะขยายตัว 0.4% ทั้งนี้การขยายตัวต่ำดังกล่าวเป็นผลจากการที่ความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่ยังชะลอตัว และสอดคล้องกับตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯไตรมาสแรกที่ขยายตัวต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์
เกาหลีใต้ - การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้เดือนมีนาคมลดลงเนื่องจากผลกระทบจากการอ่อนค่าลงของเงินเยนซึ่งส่งผลต่อการคาดการณ์แนวโน้มการส่งออกของเกาหลีใต้ โดยสำนักงานสถิติของเกาหลีใต้รายงานว่าผลผลิตอุตสาหกรรมในเดือนมีนาคมลดลง 2.6% จากเดือนก่อนหน้า หลังจากเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 0.9% ซึ่งแย่กว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะลดลง 0.9% ทั้งนี้เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ลดลง 3%
อินโดนีเซีย - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินโดนีเซียกล่าวว่าเศรษฐกิจของอินโดนีเซียปีนี้จะขยายตัว 6.5% แม้ว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่ในปี 2557 คาดว่าเศรษฐกิจอินโดนีเซียจะขยายตัว 6.4-6.9% จากผลของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในปีที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปรวมทั้งการเลือกตั้งประธานาธิบดี ทั้งนี้เศรษฐกิจของอินโดนีเซียขยายตัว 6.23% ในปี 2555
ไทย - กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป(CPI)เดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 2.42% (y-o-y) สู่ระดับ 104.90 และจากเดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 0.16% (m-o-m) ส่งผลให้ CPI เฉลี่ย 4 เดือนแรกของปีนี้(ม.ค.-เม.ย.56) เพิ่มขึ้น 2.92% (y-o-y) ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน(Core CPI) เพิ่มขึ้น 1.18% (y-o-y) มาอยู่ที่ระดับ 102.93 และจากเดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 0.06%(m-o-m) โดยตัวเลข Core CPI เฉลี่ย 4 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 1.39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน - ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แถลงว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนมีนาคมชะลอลงจากเดือนก่อนตามการใช้จ่ายภาคเอกชนทั้งการอุปโภคบริโภคและการลงทุน แต่การส่งออกสินค้าปรับตัวดีขึ้น สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวดีต่อเนื่อง ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมมีเสถียรภาพ อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ อัตราเงินเฟ้อชะลอลง ส่วนดุลการชำระเงินขาดดุลเล็กน้อย ทั้งนี้ การใช้จ่ายภาคเอกชนชะลอลงจากเดือนก่อนหลังจากที่เร่งขึ้นมากในช่วงก่อนหน้า โดยดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนหดตัว 1.1% (m-o-m) ตามการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม และการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคที่ลดลงโดยเฉพาะในหมวดสินค้าคงทน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายในหมวดยานยนต์ขยายตัวดีตามการส่งมอบรถยนต์ตามคำสั่งซื้อค้างจอง และการเร่งทำการตลาดของผู้ประกอบการ ด้านดัชนีการลงทุนภาคเอกชนหดตัว 0.7% (m-o-m) ตามการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์หลังจากที่มีการลงทุนไปมากในช่วงก่อนหน้า ขณะที่การลงทุนในรถยนต์เชิงพาณิชย์ขยายตัวดี เช่นเดียวกับการลงทุนในหมวดก่อสร้างที่ขยายตัวตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างทั้งเพื่อพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัย - ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือนมีนาคม 2556 อยู่ที่ระดับ 54.4 จากระดับ 51.2 ในเดือนกุมภาพันธ์ อันเป็นผลจากความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นมากและดีติดต่อเป็นเดือนที่ 2 ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคที่มิใช่ภาคอุตสาหกรรมที่ดีต่อเนื่อง โดยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับดีขึ้นในทุกองค์ประกอบ โดยเฉพาะด้านการผลิต และคำสั่งซื้อ ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 55.8 จากระดับ 57.5 ในเดือนก่อน - สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวก่อนนำคณะผู้บริหาร ส.อ.ท.หารือกับผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ว่าเป็นการหารือเพื่อขอให้ธปท.หามาตรการแก้ไขผลกระทบจากปัญหาเงินบาทแข็งค่าที่มีต่อผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม โดยจะเสนอแนวทางแก้ปัญหา 5 ข้อ เนื่องจากสถานการณ์ค่าเงินบาทได้เปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยได้หารือกันไว้ก่อนหน้านี้ที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น 2-3% แต่ปัจจุบันเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นไป 6-7% แล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขายของผู้ส่งออก และจะเห็นได้ชัดเจนในช่วงไตรมาสที่ 2-3 ของปีนี้ - ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติอนุมัติกรอบงบประมาณสำหรับอุดหนุนบริการสาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2557 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 2,436.442 ล้านบาท และ 1,524.835 ล้านบาท ตามลำดับ พร้อมกันนี้ก็ได้มีมติเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต่ออายุสัญญาเงินกู้วงเงิน 800 ล้านบาท ของ รฟท.จากธนาคารกรุงไทย(KTB) ต่อไปอีก 1 ปี ตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 มาตรา 39 (4) โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน พร้อมยกเว้นค่าธรรมเนียมการค้ำประกันให้ รฟท.ต่อไป ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ทั้งนี้ ยกเว้นในส่วนของการคิดค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน ให้สงวนสิทธิ์ในการคิดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันไว้ก่อนตามความเห็นของกระทรวงการคลัง และให้การรถไฟแห่งประเทศไทยรับความเห็นของสำนักงบประมาณไปดำเนินการด้วย - กรมธุรกิจพลังงาน รายงานว่า ยอดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงในเดือนมีนาคมอยู่ที่ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 3.3% (m-o-m) แต่จากช่วงเดียวกันของปีก่อนลดลง 3% (y-o-y) โดยมีมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 103,453 ล้านบาท แบ่งเป็น การนำเข้าน้ำมันดิบ 9.3 แสนบาร์เรลต่อ และน้ำมันสำเร็จรูปมีการนำเข้าอยู่ที่ 7 หมื่นบาร์เรลต่อวัน ส่วนการนำเข้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว(แอลพีจี) อยู่ที่ 135,581 ตันต่อเดือน ขณะที่การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 207,000 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 11.3% (m-o-m) และจากช่วงเดียวกันปีก่อนเพิ่มขึ้น 0.9% (y-o-y) คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 22,073 ล้านบาท
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร-พุธ (30 เม.ย.-1พ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาทรวมทั้งสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันอังคาร โดยในส่วนของการอ่อนลงของค่าเงินบาทในช่วงนี้สาเหตุหลักมาจากการที่นักลงทุนกำลังรอดูว่าทางการของไทยจะมีมาตรการอย่างไรในการดูแลค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นมากในช่วงก่อนหน้านี้ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร-พุธ (30 เม.ย.-1พ.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันอังคาร โดยวันนี้กระทรวงพาณิชย์ญี่ปุ่นรายงานว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% อย่างไรก็ดีค่าเงินเยนแข็งขึ้นหลังจากนั้นจากการคาดการณ์ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร-พุธ (30 เม.ย.-1พ.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันอังคารจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปจะลดอัตราดอกเบี้ยลงในการประชุมวันพฤหัสนี้ โดยจากการสำรวจนักเศรษฐศาสตร์โดย Bloomberg คาดการณ์ว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ขณะเดียวกันนักลงทุนก็คาดการณ์ว่าตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของ euro-area เดือนเมษายนจะลดลง สำหรับภาวะการเมืองในอิตาลีรัฐสภาอิตาลีลงคะแนนเสียงท่วมท้นให้ความไว้วางใจต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี Enrico Letta หลังเขาสัญญาว่าจะผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงในสหภาพยุโรป โดยต้องการให้หันเหความสนใจออกจากมาตรการรัดเข็มขัด และมุ่งความสำคัญไปยังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงาน ทั้งนี้ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯหลังจากนั้นจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะแถลงหลังการประชุมสองวันว่าจะคงมาตรการซื้อพันธบัตรต่อไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร-พุธ ( 30 เม.ย.-1พ.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดสูงขึ้นในวันอังคารจากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี สำหรับในวันพุธดัชนีดาวดโจนส์ปิดลดลงจากการที่ข้อมูลภาคการผลิตของสหรัฐฯชี้ถึงการชะลอตัว - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร-พุธ ( 30 เม.ย.-1พ.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.17% ในวันอังคาร โดยมีปัจจัยลบจากการที่ Fanuc Corp ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตจักรกลที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมรายงานว่ามีกำไรจากการดำเนินงานลดลง สำหรับตลาดอื่นๆในเอเซียโดยรวมมีดัชนีฯปรับตัวสูงขึ้นในวันอังคารจากการที่ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายในสหรัฐฯเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางประเทศต่างๆจะยังใช้นโยบายการเงินกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป โดยปิดตลาดวันอังคารดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 0.69% สำหรับตลาดหุ้นจีนยังคงปิดทำการในวันอังคารและวันพุธเนื่องในวันแรงงาน สำหรับในวันพุธดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.44% จากการที่ผลการดำเนินงานของบริษัทที่ประกาศออกมาวันนี้สร้างความผิดหวังแก่นักลงทุน - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันอังคาร (30 เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเปิดตลาดวันอังคารก่อนที่จะค่อยๆปรับตัวลดลงหลังจากนั้น โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่านักลงทุนมีการขายทำกำไรออกมา โดยนักลงทุนรอดูความชัดเจนในมาตรการดูแลค่าเงินบาทจึงมีการขายออกมาเพื่อลดความเสี่ยง โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯได้ปรับสูงขึ้นอีกครั้ง โดยมีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 12.93 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 2 พฤษภาคม 2556
|
Comments