Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Wednesday, 18 December 2013 10:42

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          -  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านที่จัดทำโดยสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติของสหรัฐ (NAHB)ในเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 4 จุด สู่ระดับ 58 และเพิ่มขึ้น 11 จุด นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2555 และปรับตัวอยู่ในระดับสูงกว่า 50 เป็นเวลา 7 เดือนติดต่อกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้สร้างบ้านที่มีมุมมองบวกต่อตลาดในอนาคตนั้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น อันเป็นผลมาจากดัชนีย่อยที่ปรับตัวดีขึ้นทั้ง 3 รายการ ได้แก่ ภาวะยอดขายในปัจจุบัน การคาดการณ์ถึงยอดขาย และจำนวนผู้ซื้อที่มีศักยภาพ โดยดัชนีย่อยเกี่ยวกับมุมมองของผู้สร้างบ้านที่มีต่อยอดขายในปัจจุบันนั้น เพิ่มขึ้น 6 จุด สู่ระดับ 64 ขณะที่ดัชนีการคาดการณ์ยอดขายในอนาคตเพิ่มขึ้น 2 จุด สู่ระดับ 62 และดัชนีผู้ซื้อที่มีศักยภาพเพิ่ม 3 จุด สู่ระดับ 44 ทั้งนี้ ดัชนีที่อยู่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่ากลุ่มผู้สร้างบ้านมีมุมมองต่อตลาดที่อยู่อาศัยในเชิงบวกมากกว่าในเชิงลบ

          -  ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐในเดือนกรกฎาคม-กันยายน (ไตรมาส 3/2556) ลดลง 1.8% จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 9.48 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากระดับ 9.66 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2552 โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ที่นักลงทุนต่างชาติได้รับจากการลงทุนในสหรัฐนั้นลดลง ขณะที่ยอดขาดดุลการค้าและบริการของสหรัฐเพิ่มขึ้น 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แตะระดับ 1.207 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐโดยภาคเอกชนต่างชาติเพิ่มขึ้น 6.34 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาส 3 หลังจากลดลง 6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาส 2 ด้านรัฐบาลต่างประเทศซึ่งลดการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในไตรมาส 2 ก็กลับมาซื้อเพิ่มขึ้นเช่นกัน แม้จะเป็นการซื้อเพิ่มเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐคิดเป็น 2.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในไตรมาส 3 ซึ่งน้อยกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.5% ในไตรมาส 4 ของปี 2548

          -  ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนตุลาคม หลังจากที่ลดลง 0.1% ในเดือนตุลาคม ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 0.1% โดยราคาน้ำมันพลังงานร่วงลง 1% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันเบนซินที่ลดลง 1.6% และราคาก๊าซธรรมชาติลดลง 1.8% ด้านราคาอาหารปรับตัวขึ้น 0.1% เป็นเดือนที่สองโดยเมื่อเทียบเป็นรายปีเพิ่มขึ้น 1.2% (y-o-y) หลังจากเพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนตุลาคม  ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน ปรับตัวขึ้น 0.2% (m-o-m) หลังจากเพิ่มขึ้นในอัตรา 0.1% มาเป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกัน และเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ดัชนี CPI พื้นฐาน เพิ่มขึ้น 1.7% (y-o-y) ซึ่งเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกันนี้เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันแล้ว

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          -  สมาคมผู้ประกอบการยานยนต์แห่งสหภาพยุโรป (European Automobile Manufacturers' Association: ACEA) รายงานว่ายอดจำหน่ายรถยนต์จดทะเบียนใหม่เพิ่มขึ้นในอัตราที่เชื่องช้าลงในเดือนพฤศจิกายน โดยเพิ่มขึ้น 1.2% (y-o-y) ต่ำกว่าที่เพิ่มขึ้น 4.7% ในเดือนตุลาคม และ 5.4% ในเดือนกันยายน รวมแล้ว 938,021 คัน ซึ่งถือเป็นยอดจำหน่ายที่ต่ำที่สุดเป็นลำดับ 3 ในรอบปี

          -  ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศชาติสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ อียู แถลงว่า อียูจะมอบความช่วยเหลือให้กับอิสราเอล และปาเลสไตน์ ในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน หากทั้ง 2 ฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างกันได้ โดยความช่วยเหลือดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคง นอกจากนี้ อียูจะมอบสถานะหุ้นส่วนพิเศษให้กับอิสราเอล และปาเลสไตน์ ในอนาคต รวมทั้งการเพิ่มความสัมพันธ์ในด้านตลาดการค้า วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ การค้า การลงทุน และภาคธุรกิจ อีกด้วย

          -  อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของเขตยูโรโซนเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนพฤศจิกายน จาก 0.7% ในเดือนตุลาคม และตรงกับตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนพฤศจิกายน จาก 0.8% ในเดือนตุลาคม

 

เยอรมนี

          -  ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีที่สำรวจโดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ZEW เพิ่มขึ้นมากเกินคาดในเดือนธันวาคม โดยขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 55.0 ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2549 จาก 54.6 ในเดือนพฤศจิกายน และเพิ่มขึ้นมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 54.6

 

อังกฤษ

          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษรายงานว่า อัตราเงินเฟ้อของอังกฤษเพิ่มขึ้นในอัตราชะลอตัวลงสู่ 2.1% ในเดือนพฤศจิกายนจาก 2.2% ในเดือนตุลาคม แม้ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อดังกล่าวอยู่ต่ำกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 2.2% แต่ก็ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2.0% ที่ธนาคารกลางตั้งไว้

 

เอเชีย : จีน

          -  คณะกรรมการควบคุมกฎระเบียบธนาคารจีน (CBRC) ได้เรียกร้องให้ธนาคารต่างๆ บริหารจัดการสภาพคล่องอย่างเหมาะสม และขจัดความเสี่ยงของระบบธนาคารเงาในปี 2557 ซึ่งเป็นการกำหนดแนวโน้มด้านกฏระเบียบสำหรับปีหน้า นอกจากนี้ในแถลงการณ์เกี่ยวกับภารกิจที่สำคัญในปีหน้านั้น CBRC ยังเรียกร้องให้ธนาคารต่างๆป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวกับเงินกู้ที่ปล่อยให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์ CBRC ระบุในแถลงการณ์ว่า ธนาคารต่างๆต้องรับประกันด้วยว่าจะไม่มีการเพิ่มการปล่อยเงินกู้ใหม่ให้กับหน่วยงานระดมทุนของรัฐบาลท้องถิ่น

          -  ดอยช์แบงก์ คาดการณ์ว่า เงินหยวนจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐประมาณ 2-3% ในปี 2557 และมูลค่าการชำระสินค้าข้ามพรมแดนด้วยสกุลเงินหยวนจะเพิ่มขึ้นประมาณ 50% เป็น 6 ล้านล้านหยวน หรือ 20% มูลค่าการค้าทั่วโลกของจีน พร้อมทั้งคาดว่าการผ่อนคลายกฎระเบียบทางการเงินของจีนจะขับเคลื่อนตลาดไปข้างหน้าในปี2557 และจีนจะผ่อนคลายการเข้าถึงตลาดทุนในประเทศมากขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากธุรกิจที่ใช้สกุลเงินหยวนขยายตัวไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ปริมาณการซื้อขายในตลาดปริวรรตเงินตราจึงน่าจะได้รับแรงหนุนในปี2557

          -  กระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ปรับกฎให้ง่ายขึ้นสำหรับบริษัทต่างประเทศในการใช้เงินหยวนที่ระดมได้ในต่างประเทศเพื่อนำมาลงทุนในจีน ซึ่งเป็นความพยายามล่าสุดในการขยายปริมาณการใช้หยวน ทั้งนี้กระทรวงฯเปิดเผยว่าการปรับกฎระเบียบให้ง่ายขึ้นนั้นได้ทำให้มีการยกเลิกขั้นตอนที่ต้องขอการอนุมัติพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นก่อนหน้านี้สำหรับโครงการการลงทุนในรูปสกุลหยวน ปัจจุบันข้อตกลงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั้งหมดในจีนต้องขออนุมัติจากกระทรวงเป็นกรณีๆ นอกจากนี้ธุรกรรมการลงทุนในรูปสกุลเงินหยวนจะต้องผ่านการตรวจสอบพิเศษ แต่ ณ วันที่ 1 มกราคม 2557  การขออนุมัติเพิ่มเติมเหล่านี้จะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ก่อนหน้านี้การตรวจสอบพิเศษได้รวมข้อกำหนดที่ว่าบริษัทต่างประเทศจะต้องระบุแหล่งที่มาของเงินทุนสกุลหยวน ขณะที่โครงการที่มีมูลค่า 300  ล้านหยวน (49.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) หรือสูงกว่านั้น จะต้องยื่นประวัติต่อทางกระทรวง อย่างไรก็ดีบริษัทต่างประเทศจะยังคงถูกห้ามมิให้ใช้เงินทุนสกุลหยวนในการซื้อขายหลักทรัพย์, ตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน หรือการปล่อยสินเชื่อภายในประเทศ ทั้งนี้ตามแผนยุทธศาสตร์ของจีนเพื่อทำให้หยวนเป็นสกุลเงินระหว่างประเทศ  รัฐบาลกำลังพยายามสร้างช่องทางสำหรับกลุ่มผู้ถือเงินหยวนในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในฮ่องกง เพื่อลงทุนในตลาดและอุตสาหกรรมต่างๆของจีน

 

ญี่ปุ่น

          -  เจ้าหน้าที่รายหนึ่งของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยว่าบีโอเจจะเลื่อนการเริ่มขายหุ้นที่ซื้อมาจากสถาบันการเงินต่างๆออกไปอีก 2 ปี จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2559 นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังระบุว่า บีโอเจจะขยายกำหนดวันสุดท้ายของการขายหุ้นออกไปอีก 2 ปีเช่นกัน เป็นสิ้นเดือนกันยายน 2564ก่อนหน้านี้ บีโอเจได้เข้าซื้อสินทรัพย์ต่างๆรวมถึงหุ้นจากสถาบันการเงินอันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการผ่อนคลายทางการเงิน

 

สิงคโปร์

          -  สิงคโปร์รายงานการดิ่งลงเกินคาดของยอดส่งออกที่ไม่ใช่น้ำมันในเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้สำนักงานการค้าของเปิดเผยว่า การส่งออกที่ไม่ใช่น้ำมันลดลง 8.8% ในเดือนพฤศจิกายนเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับนักเศรษฐศาสตร์ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4.3% การส่งออกเวชภัณฑ์ลดลง 46.9% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน สู่ระดับ 934.5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (744.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยเป็นการลดลงเป็นตัวเลข 2 หลักเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551

 

ออสเตรเลีย

          -  รายงานการประชุมของธนาคารกลางออสเตรเลียเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ซึ่งได้มีการเผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 17 ธันวาคมชี้ว่า ธนาคารกลางฯยังคงเปิดโอกาสให้มีการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม เนื่องจากเห็นว่าค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียยังอยู่ในระดับสูงจนเกินไป ขณะที่มีสัญญาณว่าการลดอัตราดอกเบี้ยกำลังส่งผลในการช่วยหนุนตลาดที่อยู่อาศัยและเศรษฐกิจ โดยในการประชุมเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม แบงก์ชาติออสเตรเลียมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 2.5%

 

ไทย

          -  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2557 จะขยายตัวประมาณ 4.5% จากที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 3% ในปี 2556 บนสมมติฐานที่สถานการณ์ทางการเมืองมีเสถียรภาพ โดยประเมินว่าการส่งออกจะขยายประมาณ 5.7% ขณะที่การนำเข้าคาดว่าจะขยายประมาณ 8% และจะส่งผลให้ปี 2557 จะขาดดุลการค้าประมาณ 27,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดคาดว่าจะขาดดุลประมาณ 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.8-3.3% โดยปัจจัยบวกของปี 2557 คือ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ปัจจัยในประเทศ คือ นโยบายการคลัง ซึ่งรวมทั้งงบลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและโครงการบริหารจัดการน้ำ ส่วนปัจจัยลบ คือ สถานการณ์ความขัดแย้งการเมือง ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ดี ระบุว่า ยังมีความไม่แน่นอนของการขยายตัวเศรษฐกิจโลก ขณะที่ต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น

          -  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ระบุว่าในวันที่ 20 ธันวาคมจะแถลงตัวเลขผลกระทบของการชุมนุมต่อเศรษฐกิจไทย โดยในเบื้องต้นพบว่าการท่องเที่ยวชะลอตัวลง พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2556 มีแนวโน้มขยายตัว 3.0% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 2.4%  และบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 0.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ส่วนเศรษฐกิจไทยในปี 2557 มีแนวโน้มขยายตัวในช่วง 4.0-5.0% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีอยู่ในช่วง 2.1-3.1% และบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 0.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (17 ธ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ โดยปัจจัยเรื่องการคาดการณ์เกี่ยวกับการลดขนาดมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯส่งผลให้ความต้องการลงทุนในตลาดเอเซียลดลง

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (17 ธ.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนรอดูผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันนี้และวันพรุ่งนี้ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯส่วนใหญ่ชี้ออกมาในทางบวกมากขึ้นซึ่งส่งผลต่อการคาดการณ์แนวโน้มในการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะเริ่มลดขนาดมาตรการ QE ในไม่ช้า

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (17 ธ.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันจันทร์ โดยมีรายงานข่าวว่าธนาคารพาณิชย์ใน Eurozone มีการคืนเงินกู้ยืมก่อนกำหนดต่อ ECB โดยเงินกู้ดังกล่าวเป็นเงินกู้ระยะยาวที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ธนาคารต่างๆกู้ไปในช่วงวิกฤติการเงินยุโรป โดยการคืนเงินกู้ก่อนกำหนดจำนวนมากดังกล่าวส่งผลให้สภาพคล่องทางการเงินในตลาดลดลง และอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นสูงขึ้น ขณะเดียวกันนักลงทุนก็จับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯในวันนี้และวันพรุ่งนี้หลังตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯและยุโรปล่าสุดชี้ออกมาในทางบวกมากขึ้น

 

Capital Market

          -  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (17 ธ.ค.)  ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงเล็กน้อยในวันพุธ โดยนักลงทุนลังเลที่จะลงทุนล็อตใหญ่ก่อนรู้ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงกำหนดการที่เฟดจะเริ่มปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.06%, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.31% และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.14% โดยคณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟดจะออกแถลงการณ์ในวันพุธหลังเสร็จสิ้นการประชุม

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (17 ธ.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้นในวันนี้จากการที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯและยุโรปเมื่อคืนวันจันทร์ส่วนใหญ่ออกมาดี อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็ระมัดระวังในการลงทุนในช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯมีการประชุมในวันนี้และวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.83% สำหรับในส่วนของตลาดหุ้นจีนวันนี้ได้รับปัจจัยลบจากการที่นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับสภาพคล่องทางการเงินที่ตึงตัวก่อนการเริ่มทำ IPO ในเดือนหน้า โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งลดลง 0.45% และ 0.20% ตามลำดับ

          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันอังคาร (17 ธ.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯและยุโรปเมื่อคืนวันจันทร์ส่วนใหญ่ออกมาดี อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็จับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันนี้และวันพรุ่งนี้ นอกจากนี้ปัจจัยการเมืองในประเทศก็ยังกดดันตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 8.78 จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 18 ธันวาคม  2556

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment