Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Friday, 31 January 2014 09:41

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          - ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย(pending home sales) ที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR)  ลดลง 8.7% (m-o-m) อยู่ที่ระดับ 92.4 จากระดับ 101.2 ลดลงในอัตราที่มากกว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลงเพียง 0.8%อันเนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นและราคาบ้านที่สูงขึ้น ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยลดน้อยลง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยในสหรัฐเริ่มอ่อนแอลง นอกจากนี้ NAR คาดว่ายอดขายบ้านมือสองในปีนี้จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.1 ล้านยูนิต หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 10% จากปี 2555 และคาดว่ายอดขายบ้านมือสองในปีหน้าจะยังอยู่ในระดับเดียวกับปีนี้ ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 5.3 ล้านยูนิตหลังจากนั้น

          - ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2556 ขยายตัว 3.2% เพราะได้แรงหนุนจากยอดการส่งออกและการอุปโภคบริโภคที่ขยายตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี อย่างไรก็ตาม GDP ไตรมาส 4 ขยายตัวในอัตราที่ช้าลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ที่ขยายตัว 4.1% ส่วนในปี 2556 ตลอดทั้งปีนั้น GDP สหรัฐฯ ขยายตัว 1.9% ชะลอตัวลงที่ขยายตัว 2.8% ในปี 2555 ทั้งนี้ การอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมนั้น ขยายตัว 3.3% ขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2553 และเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ที่ขยายตัวเพียง 2% ขณะที่ยอดส่งออกในไตรมาส 4 ขยายตัว 11.4% ทำสถิติขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2553 และเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ที่ขยายตัวเพียง 3.9% สะท้อนให้เห็นว่าตลาดต่างประเทศเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ส่วนยอดนำเข้าในไตรมาส 4 ขยายตัวเพียง 0.9% จากไตรมาส 3 ที่ขยายตัวได้แข็งแกร่งถึง 2.4% ขณะที่ตัวเลขการใช้จ่ายของรัฐบาลในไตรมาส 4 ปรับตัวลดลง 4.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ที่ขยายตัว 0.4% เนื่องจากมีการประกาศปิดหน่วยงานบางส่วนของรัฐบาลกลางสหรัฐในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

          - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 25 มกราคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 19,000 ราย สู่ระดับ 348,000 ราย ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 330,000 ราย อย่างไรก็ตาม ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานติดต่อกันโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ เพิ่มขึ้นเพียง 750 ราย สู่ระดับ 333,000 ราย สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

 

ยุโรป: อังกฤษ

          - รัฐบาลอังกฤษประกาศอัดฉีดเม็ดเงินจำนวน 415 ล้านปอนด์ (687 ล้านดอลลาร์) ภายใต้แผนเศรษฐกิจในระยะยาว เพื่อส่งเสริมภาคธุรกิจ บริการ การสร้างงาน และช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศขยายตัว ทั้งนี้ จากจำนวนเม็ดเงินดังกล่าว จะมีการจัดสรรเงิน 300 ล้านปอนด์ เพื่อส่งเสริมร้านค้าปลีกขนาดเล็กจำนวน 300,000 ราย และอีก 100 ล้านปอนด์จะสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานในเขตธุรกิจ และอีก 15 ล้านปอนด์ในการจัดตั้งเขตพื้นที่ธุรกิจใหม่ๆของมหาวิทยาลัยใน 8 เมืองในอังกฤษ

 

ฝรั่งเศส

          - ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองส์ ผู้นำของฝรั่งเศส ยอมรับว่ายังไม่สามารถแก้ปัญหาการว่างงานของประชาชนชาวฝรั่งเศสตามที่เคยให้คำมั่นไว้ว่า จะทำให้จำนวนคนว่างงานลดลงในสิ้นปีที่ผ่านมาได้ หลังได้รับรายงานข้อมูลอัตราการว่างงานภายในประเทศที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยอัตราการว่างงานของฝรั่งเศสเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมามีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก 10,200 คน ทำให้ยอดคนตกงานเพิ่มเป็นกว่า 3.3 ล้านคนแล้ว

 

รัสเซีย

          - ประธานาธิบดีรัสเซียประกาศจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินมูลค่า 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แก่ยูเครน หลังจากที่ยูเครนจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้วเสร็จ ทั้งนี้ นักวิเคราะห์บางรายมองว่ารัสเซียอาจไม่อนุมัติความช่วยเหลือดังกล่าว หากรัฐบาลใหม่ของยูเครนไม่สนับสนุนการกระชับความสัมพันธ์กับรัสเซีย

 

เอเชีย: จีน

          - ภาคการผลิตของจีนหดตัวลงจากเดือนก่อนหน้าเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือนในเดือนมกราคม ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อตลาดการเงินมากขึ้นต่อแนวโน้มการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน โดย HSBC Holdings Plc และ Markit Economics รายงานว่าดัชนี PMI ขั้นสุดท้ายภาคการผลิตของจีนเดือนมกราคมลดลงมาอยู่ที่ 49.5 จาก 50.5 ในเดือนธันวาคม ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ไว้ที่ 49.6 และต่ำกว่าตัวเลขระดับ 49.6 ที่รายงานขั้นต้นสัปดาห์ก่อน

          - ค่าเงินหยวนอ่อนลงแตะระดับต่ำสุดของปีนี้ในวันพฤหัสที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา โดยอุปสงค์ที่ลดลงอย่างมาก ทำให้คำสั่งซื้อดอลลาร์สหรัฐฯมีอิทธิพลต่ออัตราแลกเปลี่ยน ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง โดยอัตราแลกเปลี่ยนหยวนในตลาดสปอตลดลงสู่ 6.0585 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯในการซื้อขายช่วงเช้า ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของปีนี้ ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยสู่ 6.0573 ในช่วงใกล้เที่ยง โดยลดลง 0.03 % จากระดับปิดเมื่อวันพุธที่ 6.0553 

 

ฟิลิปปินส์

          - สำนักงานสถิติของฟิลิปปินส์รายงานว่าเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ในไตรมาสที่ 4 ขยายตัว 6.5% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำกว่าไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 6.9% และเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาสที่ผ่านมาเนื่องจากผลกระทบของ Super Typhoon Haiyan อย่างไรก็ดีอัตราการขยายตัวดังกล่าวก็สูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 6 % โดยรวมทั้งปี 2556 เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ขยายตัว 7.2%

 

ไทย

          - สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) รายงานยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2556 มีจำนวน 5,393,439.91 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 45.34 ของ GDP โดยแบ่งเป็นหนี้ของรัฐบาล 3,797,482.42 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1,089,285.42 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) 505,837.38 ล้านบาท และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ 834.69 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นสุทธิ 19,850.14 ล้านบาท โดยหนี้ของรัฐบาล และหนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน เพิ่มขึ้น 28,188.38 ล้านบาท และ 2,274.74 ล้านบาท ตามลำดับ และหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) ลดลง 10,612.97 ล้านบาท หนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า ส่วนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ นั้นไม่มีหนี้คงค้าง

          - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนธันวาคม และไตรมาสที่ 4 ของปี 2556 ว่า เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยเดือนธันวาคม 2556 บ่งชี้เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณหดตัว ทั้งในด้านการใช้จ่ายภายในประเทศและการผลิต ส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยลบจากสถานการณ์ทางการเมือง ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ และการท่องเที่ยวที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้าคาดว่าเริ่มมีทิศทางปรับดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลัก สำหรับการบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณหดตัว โดยเฉพาะจากการบริโภคสินค้าคงทนที่ปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่ง หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ถึง 28.3% ทำให้ไตรมาสที่ 4/2556 หดตัว 39.7% ขณะที่ปริมาณจำหน่ายรถจักรยานยนต์หดตัวทั้งจากในส่วนภูมิภาคและในเขต กทม. ในขณะที่ยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ แม้ว่าขยายตัว 3.1% ต่อปี แต่ส่วนหนึ่งมาจากฐานอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ต่ำในเดือนธันวาคม 2556 ซึ่งในภาพรวมไตรมาสที่ 4/2556 ยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ ยังคงหดตัว -1.0% ต่อปี สำหรับการลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณชะลอตัวลงเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร โดยปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ หดตัว 14.5% ต่อปี ทำให้ไตรมาสที่ 4 ของปี 2556 หดตัว 24.1% ขณะที่ การลงทุนในหมวดก่อสร้างชะลอตัวจากช่วงก่อนหน้าวัดภาษีจากการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ขยายตัว 9.1%  ต่อปี อย่างไรก็ดี สศค. คาดว่า ภาคการส่งออกสินค้าของไทยจะมีทิศทางดีขึ้น จากที่สหรัฐอเมริกาและยุโรปมีสัญญาณการของการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ทั้งนี้ เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม และไตรมาสที่ 4/2556 ที่มีสัญญาณชะลอตัว ทำให้คาดว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 จะขยายตัวได้ในระดับที่ต่ำกว่าศักยภาพ ซึ่ง สศค. คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2556 จะขยายตัวที่ร้อยละ 2.8 ต่อปี ตามที่ได้ประมาณการไว้ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2556

อื่นๆ

          - ธนาคารกลางอาร์เจนตินาได้เข้าแทรกแซงตลาดด้วยการอัดฉีดเม็ดเงิน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าสู่ตลาดปริวรรตเงินตรา เพื่อสกัดกั้นการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ทั้งนี้ การดำเนินการครั้งล่าสุดส่งผลให้การอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ค่าเงินเปโซร่วงลง 15% ภายในวันเดียว

 

Money Market

          - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (30 ม.ค.) ค่าเงินบาทอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับหลายสกุลเงินของเอเซียเนื่องจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯปรับลดวงเงินในมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯสู่ระดับ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือน โดยจากการสำรวจของรอยเตอร์พบว่า นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของสหรัฐคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังคงปรับลดวงเงินในมาตรการ QE ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือนในการประชุมวันที่ 18-19 มีนาคมและจะยุติมาตรการ QE โดยสิ้นเชิงก่อนสิ้นปีนี้ แต่เฟดจะไม่ยังปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าจะถึงกลางปี 2015

          - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (30 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯลดมาตรการ QE ลงอีกหลังเสร็จสิ้นการประชุมเมื่อคืนวันพุธ

          - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (30 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับยูโรในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับภาวะที่วันนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่หลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อคืนวันพุธ

 

Capital Market

          - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (30 ม.ค.)  ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน ขณะที่หุ้นเฟซบุ๊คนำหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทะยานขึ้น และข้อมูลบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งในไตรมาส 4  ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.70% , ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น  1.13%  และดัชนี Nasdaq  ปิดปรับตัวขึ้น1.77%

          - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (30 ม.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้จากการที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลงมติในการประชุมเมื่อวานนี้ด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์เห็นพ้องให้ปรับลดวงเงินในการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯและหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนอง (MBS) ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดยปรับลดลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สู่ระดับ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน โดยเริ่มต้นในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่วันนี้ HSBC Holdings Plc และ Markit Economics รายงานว่าดัชนี PMI ขั้นสุดท้ายภาคการผลิตของจีนเดือนมกราคมลดลงมาอยู่ที่ 49.5 จาก 50.5 ในเดือนธันวาคม ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขระดับ 49.6 ที่รายงานขั้นต้นสัปดาห์ก่อน โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิ ลดลง 2.45% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.82%

          - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส ( 30 ม.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯลดมาตรการ QE ลงอีก และดัชนี PMI ขั้นสุดท้ายภาคการผลิตของจีนเดือนมกราคมชี้ถึงภาวะการหดตัวลงจากเดือนก่อนหน้ามากกว่าที่รายงานขั้นต้นก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ปัจจัยการเมืองในประเทศไทยก็ยังส่งผลลบต่อตลาด โดยในช่วงบ่ายดัชนียังคงเคลื่อนไหวในแดนลบ ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 7.35 จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 31 ม.ค. 2557

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment