Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Monday, 03 February 2014 09:38

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          - สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่า ดัชนีภาวะธุรกิจเขตชิคาโกในเดือนมกราคมอยู่ที่ระดับ 59.6 จากระดับ 60.8 ในเดือนก่อน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า การขยายตัวของภาคการผลิตจะยังคงขยายตัวต่อไปในปีนี้ โดยยอดขายรถ การสร้างบ้าน และการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงช่วยสนับสนุนแนวโน้มของกลุ่มผู้ผลิต ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 12% ของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การขยายตัวของค่าแรงและการสร้างงานที่เพิ่มขึ้นก็มีส่วนช่วยทำให้ดัชนีมีแนวโน้มว่า จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

          - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่จัดทำโดยรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนช่วงท้ายเดือนมกราคมอยู่ที่ระดับ 81.2 จากระดับ 82.5 ในเดือนธันวาคม ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นการบ่งชี้ว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคอาจจะชะลอตัวลงหลังจากที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 3 ปี ในช่วงสิ้นปี 2556 โดยมุมมองที่เป็นบวกของผู้บริโภคที่ลดลงนี้ ส่วนหนึ่งสะท้อนให้เห็นจากราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงในเดือนนี้ และอาจจะส่งสัญญาณถึงการใช้จ่ายที่จะลดลงในภาคครัวเรือน

          - การบริโภคส่วนบุคคลประจำเดือนธันวาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัวที่ 0.2% ขณะที่ข้อมูลรายได้ทรงตัวอยู่ในระดับเดิม หลังจากที่ขยายตัวได้ 0.2% ในเดือนพฤศจิกายน

 

สหภาพยุโรป

          - คณะกรรมาธิการยุโรป รายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือนมกราคมในเขตยูโรโซนเพิ่มขึ้นแตะ 100.9 จากระดับ 100.4 ในเดือนธันวาคม ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 และถือเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า การฟื้นตัวของกลุ่มประเทศยูโรโซนปรับตัวดีขึ้น

 

เยอรมนี

          - สำนักงานแรงงานของเยอรมนีเปิดเผยว่า จำนวนคนว่างงานเดือนมกราคมลดลง 28,000 ราย สู่ระดับ 2.93 ล้านราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทต่างๆมีความเชื่อมั่นมากขึ้นเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจประเทศ ขณะที่อัตราว่างงานอยู่ที่ 6.8% ในเดือนมกราคม ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนธันวาคม

 

อังกฤษ

          - ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอังกฤษในเดือนมกราคมที่สำรวจโดย บริษัทวิจัย GfK เพิ่มขึ้นแตะ -7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 6 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2550 จาก -13 ในเดือนธันวาคม โดยได้รับแรงหนุนจากฐานะการเงินส่วนบุคคลและภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น

          - กระทรวงต่างประเทศอังกฤษระบุว่า สหภาพยุโรปหรืออียูควรเพิ่มการเจรจาเปิดเขตเสรีการค้าในเอเชีย ที่รวมถึงฟิลิปปินส์ จีน และอินโดนีเซียด้วย หลังจากลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีที่ครอบคลุมในทุกด้านกับสิงคโปร์ไปเมื่อปีที่แล้ว ทั้งนี้ อังกฤษต้องการเพิ่มความสัมพันธ์การค้ากับประเทศต่างๆที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในเอเชีย ส่วนหนึ่งเนื่องจากเศรษฐกิจในยูโรโซนชะลอตัว โดยจีนและฟิลิปปินส์เป็น 2 ประเทศที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเร็วที่สุดในภูมิภาคนี้

 

โปแลนด์

          - สำนักงานสถิติแห่งชาติโปแลนด์ รายงวานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของโปแลนด์ในปี 2556 ขยายตัว 1.6% จากปี 2555 ที่ขยายตัว 1.9% เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในยูโรโซน โดยอุปสงค์ของผู้บริโภค ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 62% ของจีดีพีประเทศ ไม่ขยายตัวในไตรมาสแรก และขยายตัวเพียง 0.2% ในไตรมาส 2 เนื่องจากการว่างงานที่อยู่ใกล้กับระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี

 

เอเชีย: ญี่ปุ่น

          - อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมเร่งตัวขึ้น ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว ความต้องการแรงงานในตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการดำเนินมาตรการเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในการที่จะยุติปัญหาเศรษฐกิจชะงักงันที่ดำเนินมาต่อเนื่อง 2 ทศวรรษเริ่มได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยสำนักงานสถิติของญี่ปุ่นรายงานว่าดัชนีราคาสินค้าทีไม่รวมราคาสินค้าหมวดอาหารสดเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 1.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน  ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ซึ่งคาดไว้ที่ 1.2% ซึ่งชี้ว่าเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่นมีแนวโน้มใกล้ที่จะเป็นจริงมากขึ้น ทั้งนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นแถลงเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมาว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะอยู่ที่ประมาณ 1.25% ในช่วงนี้ และยังคงคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 1.9%  ในปีงบประมาณที่จะเริ่มในเดือนเมษายน 2558 โดยการคาดการณ์ดังกล่าวไม่ได้รวมผลของการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนเมษายนปีนี้ ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 1.1% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่อัตราส่วนของจำนวนตำแหน่งงานว่างต่อจำนวนผู้หางานทำเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.03 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 1 เป็นครั้งแรกนับจากเดือนตุลาคม 2550 โดยอัตราการว่างงานเดือนธันวาคมลดลงมาอยู่ที่ 3.7% จาก 4% ในเดือนก่อน ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี

 

อินเดีย

          - นาย Raghuram Rajan ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดียกล่าวถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินนโยบายทางการเงินที่ไม่มีความร่วมมือกันของธนาคารกลางประเทศต่างๆหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯได้ดำเนินการลดมาตรการ QE ลงเป็นครั้งที่สองในการประชุมเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาซึ่งส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนของหลายสกุลเงินมีความผันผวนมากขึ้น โดยนาย Rajan ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศเรียกร้องให้ธนาคารกลางของแต่ละประเทศร่วมมือกันมากขึ้นในการดำเนินนโยบายทางการเงิน  ทั้งนี้ธนาคารกลางอินเดียคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของอินเดียจะสูงเกิน 9% ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ และจะลดลงไปอยู่ที่ประมาณ 7.5-8.5% ในไตรมาสแรกปีหน้า ขณะที่เมื่อสัปดาห์ก่อนคณะกรรมการของธนาคารกลางอินเดียได้เสนอให้ลดอัตราเงินเฟ้อของประเทศลงมาอยู่ที่ 8% ภายใน 1 ปีข้างหน้า และลดลงมาอยู่ที่ 6% ภายในปี 2559 ซึ่งจะทำให้ธนาคารกลางอินเดียสามารถกำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 4% โดยมีช่วงบวกลบได้ไม่เกิน 2% ในอนาคต

 

ไทย

          - กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า การส่งออกของไทยในเดือนธันวาคมขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.87% (y-o-y) ที่มูลค่า 18,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนการนำเข้าลดลง 9.90% ที่มูลค่า 18,724.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ในเดือนธันวาคมขาดดุลการค้า 285 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การส่งออกในปี 56 ขยายตัวลดลง 0.31% ที่มูลค่า 228,529.8 ล้านดอลลาร์ ส่วนการนำเข้าขยายตัว 0.29% ที่มูลค่า 250,722.6 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ทั้งปีขาดดุลการค้าอยู่ 22,192.8 ล้านดอลลาร์

          - กระทรวงพาณิชย์ ตั้งเป้าส่งออกในปี 2557 นี้ขยายตัว 5% ภายใต้สถานการณ์ที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ปีนี้จะโต 3-5% อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ระดับ 29-34 บาท/ดอลลาร์ รวมถึง GDP โลกจะขยายได้ตามที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.7% พร้อมระบุว่า สินค้าที่มีแนวโน้มการส่งออกที่ดี อยู่ในกลุ่มประเภทยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เหล็ก พลังงาน เคมีภัณฑ์ สินค้าอิเลคทรอนิกส์ อาหารทะเล ขณะที่สินค้าที่มองว่าสถานการณ์การส่งออกไม่ค่อยดีในปีนี้คือ ยางพารา อัญมณี เม็ดพลาสติก

          - ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจเดือนธันวาคม 2556 ขยายตัวดีกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย แต่แรงส่งต่อเศรษฐกิจในปี 57 มีแนวโน้มไปทางลบ สะท้อนได้จากความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในเดือนธันวาคมที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 แสดงให้เห็นความเชื่อมั่นที่ไม่ค่อยดีมากนัก เพราะเป็นตัวกำหนดการใช้จ่ายของภาคธุรกิจที่มีนัยสำคัญต่อการลงทุนในระยะต่อไป ความเสี่ยงของเศรษฐกิจนั้น ในปีนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวตามที่คาดหรือไม่ ส่วนปัจจัยในประเทศในขณะนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปในทิศทางใด หากการชุมนุมทางการเมืองเกิดเหตุรุนแรงก็ยอมรับว่าคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจค่อนข้างมากแน่นอน แต่หากไม่รุนแรงแต่ยืดเยื้อก็ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน ซึ่ง ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 57 จะเติบโตใกล้เคียง 3% อยู่บนพื้นฐานที่การใช้จ่ายและการลงทุนสามารถฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปี หลังจากปี 56 คาดว่าจะเติบโตต่ำกว่า 3% อย่างไรก็ตาม ถ้าสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายเร็วกว่าที่คาดไว้ การขยายตัวของเศรษฐกิจก็น่าจะดีขึ้น

 

Money Market

          - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (31 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ โดยปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐฯที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องและธนาคารกลางสหรัฐฯมีแนวโน้มที่จะลดมาตรการ QE ลงอีกส่งผลบวกต่อแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ในส่วนของค่าเงินบาทถูกกดดันจากปัจจัยเรื่องการเมืองในประเทศซึ่งส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยด้วย

          - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (31 ม.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังรายงานตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นเดือนธันวาคมชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมเร่งตัวขึ้น โดย ดัชนีราคาสินค้าทีไม่รวมราคาสินค้าหมวดอาหารสดเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 1.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน  ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ซึ่งคาดไว้ที่ 1.2% และเป็นอัตราเงินเฟ้อที่สูงที่สุดในรอบกว่า 5 ปี และชี้ว่าเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่นมีแนวโน้มใกล้ที่จะเป็นจริงมากขึ้น ขณะที่ตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธันวาคมขยายตัว 1.1% จากเดือนก่อนหน้า  และอัตราการว่างงานเดือนธันวาคมลดลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี

          - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (31 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับยูโรในช่วงเช้าวันนี้ โดยปัจจัยเรื่องแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯและการแนวโน้มการลดมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆส่วนใหญ่ในช่วงนี้

 

Capital Market

          - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (31 ม.ค.)  ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดลดลง 0.94% จากความวิตกต่อเนื่องเกี่ยวกับตลาดเกิดใหม่ ขณะที่รายงานการบริโภคส่วนบุคคลเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 0.4% สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ว่าจะขยายตัว 0.2% ขณะที่รายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นไม่ถึง 0.1% หลังจากขยายตัว 0.2% ในเดือนพฤศจิกายน

          - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (31 ม.ค.)  ดัชนีนิกเกอิปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่รายงานผลประกอบการของบริษัทในตลาดออกมาดี ขณะเดียวกันตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ขยายตัว 3.2% ในไตรมาสที่ 4 ซึ่งแม้จะต่ำกว่าในไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 4.1% แต่ก็ส่งผลบวกต่อตลาดในวันนี้ นอกจากนี้รายงานตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่นเดือนธันวาคมที่ออกมาในทางบวก ทั้งอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเข้าสู่เป้าหมายของธนาคารกลางญี่ปุ่นมากขึ้น การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัว และอัตราการว่างงานเดือนธันวาคมที่ลดลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี ก็ส่งผลบวกต่อตลาดในช่วงเช้าเช่นกัน อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีนิกเกอิได้ปรับตัวลดลง โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าเป็นผลจากการแข็งขึ้นขึ้นของค่าเงินเยนที่ส่งผลลบต่อบรรยากาศการซื้อขาย ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 0.62% สำหรับตลาดอื่นๆในเอเซียส่วนใหญ่ปิดทำการในวันนี้เนื่องในเทศกาลตรุษจีน

          - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ ( 31 ม.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีปัจจัยการเมืองในประเทศยังส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนในช่วงนี้ โดยนักลงทุนบางส่วนชะลอการลงทุนจากความกังวลดังกล่าว ประกอบกับวันนี้หลายตลาดหุ้นในเอเซียปิดทำการ โดยในช่วงบ่ายดัชนียังคงสูงขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 10.21 จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 03 ก.พ. 2557

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment