Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Wednesday, 12 March 2014 09:28

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          - สต็อกสินค้าภาคค้าส่งในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 0.6% สู่ระดับ 5.212 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนธันวาคม มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% ส่วนยอดค้าส่งลดลง 1.9% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552 ตรงกันข้ามกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2%

 

ยุโรป: เยอรมนี

          - สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี รายงานว่า ยอดเกินดุลการค้าของเยอรมนีลดลงสู่ระดับ 17.2 พันล้านยูโร ในเดือนมกราคม 2557 จาก 18.3 พันล้านยูโรในเดือนธันวาคม 2556 โดยเป็นผลมาจากยอดการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นมากกว่ายอดส่งออก

ฝรั่งเศส

          - สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส รายงานว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสในเดือนมกราคมลดลง 0.2% (m-o-m) จากที่ไม่ขยายตัวในเดือนธันวาคม 2556 ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่อง 2 เดือนหลังจากที่ขยายตัว 0.2% ในเดือนพฤศจิกายน 2556 และสวนทางกับตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% โดยมีปัจจัยถ่วงจากการผลิตที่หดตัวลงในด้านพลังงาน

 

ยูเครน

          - ธนาคารโลกเปิดเผยว่าจะมอบเงิน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้ยูเครนในปี 2557 เพื่อช่วยยูเครนในการปฏิรูปทางเศรษฐกิจที่จำเป็น โดยธนาคารโลกระบุว่า ได้รับการร้องขอการสนับสนุนจากรัฐบาลรักษาการของยูเครน และธนาคารโลกก็พร้อมช่วยเหลือยูเครน ด้วยการร่างและการดำเนินโครงการที่ครอบคลุมด้านการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อจัดการกับปัญหาต่างๆ

 

เอเซีย: จีน

          - อัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินจีนมีเสถียรภาพในวันอังคารที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมาหลังจากที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) ดูดซับเม็ดเงิน 1 แสนล้านหยวน (1.629 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ออกจากระบบผ่านตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 28 วันในปฏิบัติการซื้อขายพันธบัตรในตลาดรองค่าเฉลี่ยที่มีการถ่วงน้ำหนักของอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร(อาร์/พี)ระยะ 7 วันในตลาดเงินจีนอยู่ที่ 2.26% ในช่วงเช้าวันอังคาร หลังจากปิดที่ 2.3017% เมื่อวันจันทร์ โดยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยไม่เคยอยู่ในระดับดังกล่าวมาก่อนนับตั้งแต่กลางปี 2012 ขณะที่อัตราดอกเบี้ยอาร์พีระยะ 1 วัน และระยะ 14 วันยังคงอยู่ในกรอบที่เหมาะสม เทรดเดอร์รายหนึ่งคาดว่าภาวะอัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในภาวะผ่อนคลายต่อไปจนกว่าจะถึงกำหนดจ่ายภาษีในเดือนหน้า ซึ่งจะสร้างแรงกดดันในช่วงขาขึ้นต่ออัตราดอกเบี้ย PBOC ตั้งใจที่จะรักษาภาวะสภาพคล่องในปัจจุบัน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และแรงกดดันเงินเฟ้อที่ระดับต่ำ

          - สัญญาเหล็กกล้าล่วงหน้าในตลาดเซี่ยงไฮ้ลดลงเป็นวันที่ 4 ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคารที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา หลังราคาสินแร่เหล็กดิ่งลงหนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 ท่ามกลางสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน สัญญาเหล็กกล้าส่งมอบเดือนตุลาคมในตลาดเซี่ยงไฮ้ลดลง 0.9% ในช่วงเช้า หลังร่วงแตะระดับต่ำสุดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม โดยสัญญาเหล็กกล้าลดลงหลังราคาสินแร่เหล็กในตลาดสปอตลดลง 8.3% เมื่อวันจันทร์ ซึ่งเป็นการทรุดตัวลงในวันเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2009

 

ญี่ปุ่น

          - นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่าเขาไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินขณะที่เศรษฐกิจยังคงขยายตัวสูงกว่าอัตราการเติบโตตามศักยภาพ เขากล่าวด้วยว่าปัจจัยชั่วคราวบางตัวเป็นสาเหตุที่ทำให้การส่งออกชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา แต่การส่งออกจะขยายตัวอีกครั้งทันทีที่ปัจจัยชั่วคราวเหล่านี้หายไป เขาย้ำว่าญี่ปุ่นจะบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% ที่บีโอเจกำหนดไว้  ทั้งนี้บีโอเจมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงินในการประชุมเมื่อวันที่ 11 มีนาคม โดยยืนยันที่จะเพิ่มฐานเงิน หรือเงินสดและเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับบีโอเจในอัตรา 60-70 ล้านล้านเยน (6-7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ต่อปี

 

ไทย

          - สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยโดยบริษัท Fitch Ratings  (Fitch) ที่ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศและสกุลเงินบาทของรัฐบาล (Foreign and Local Currency Long-Term Issuer Default Rating) ที่ระดับ BBB+ และ A- ตามลำดับ โดยมีมุมมองที่มีเสถียรภาพ (Stable Outlook) รวมทั้งยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันไม่ด้อยสิทธิ์สกุลเงินตราต่างประเทศและสกุลเงินบาท (Senior Unsecured Foreign and Local Currency Bonds) ที่ระดับ BBB+ และ A- ตามลำดับ พร้อมทั้งยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศของรัฐบาล (Foreign Currency Short-Term Issuer Default Rating) ที่ระดับ F2 และเพดานอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ (Country Ceiling) ที่ระดับ A- อย่างไรก็ดี ความไม่สงบทางการเมืองกำลังฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ โดย Fitch คาดการณ์ว่า GDP ไทยจะขยายตัว 2.5% และ 3.7% ในปี 2557 และ 2558 ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าค่ากลางของประเทศในกลุ่มอันดับความน่าเชื่อถือ BBB และ A ที่อยู่ที่ร้อยละ 3.2 และ 3.3 ตามลำดับ

          - คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เห็นชอบปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล 0.40 บาท/ลิตร จากเดิมกองทุนน้ำมันฯ ชดเชยให้ดีเซล 0.10 บาท/ลิตร ปรับเป็นจัดเก็บเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ สำหรับดีเซล 0.30 บาท/ลิตร โดยในส่วนของน้ำมันแก๊สโซฮอล E20 ให้ปรับลดอัตราชดเชยลง 0.25 บาท/ลิตร จากเดิมชดเชย 1.30 บาท/ลิตร ปรับเป็นชดเชย 1.05 บาท/ลิตร ซึ่งการปรับครั้งนี้จะไม่มีผลกระทบต่อราคาขายปลีกแต่อย่างใด สำหรับผลจากการปรับอัตราเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ ครั้งนี้จะช่วยทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีรายจ่ายลดลงประมาณวันละ 24 ล้านบาท จากเดิมมีรายจ่ายวันละ 37 ล้านบาท เป็นรายจ่ายวันละ 13 ล้านบาท

          - ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติให้ขยายเวลาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลออกไปอีก 1 เดือน ไปเป็นสิ้นสุดวันที่ 30 เม.ย.57 โดยหลังจากนี้ต้องเสนอขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกครั้ง พร้อมระบุว่า ล่าสุดสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีฐานะสุทธิติดลบ 7,405 ล้านบาท และได้ประเมินสถานะกองทุนฯ ในช่วง 6 เดือนหลังจากนี้ว่า มีโอกาสติดลบเต็มเพดาน 3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากวิกฤติยูเครนและรัสเซีย

 

Money Market

          - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (11 มี.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทและหลายสกุลเงินเอเซียในช่วงเช้าวันนี้ สอดคล้องกับภาวะที่วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้น ขณะที่วันนี้ค่าเงินหยวนของจีนมีเสถียรภาพมากขึ้นซึ่งเพิ่มความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนมากขึ้น

          - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (11 มี.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงิน โดยนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นกล่าวว่าเศรษฐกิจยังคงขยายตัวสูงกว่าอัตราการเติบโตตามศักยภาพ แต่ปัจจัยชั่วคราวบางตัวเป็นสาเหตุที่ทำให้การส่งออกชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา และการส่งออกจะขยายตัวอีกครั้งทันทีที่ปัจจัยชั่วคราวเหล่านี้หายไป เขาย้ำว่าญี่ปุ่นจะบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% ที่บีโอเจกำหนดไว้ อย่างไรก็ดีเยนแข็งขึ้นในช่วงตลาดสหรัฐฯ

          - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (11 มี.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้สำนักงานสถิติของเยอรมนีเปิดเผยข้อมูลบ่งชี้ว่ายอดส่งออกและนำเข้าเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนมกราคม โดยยอดส่งออกเพิ่ม 2.2% ในเดือนมกราคม สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 1.4% หลังจากลดลง 0.9% ในเดือนธันวาคม การนำเข้าเพิ่มขึ้น 4.1% ในเดือนมกราคม ส่วนยอดเกินดุลการค้าลดลงเหลือ 1.72 หมื่นล้านยูโรในเดือนมกราคม จาก 1.83 หมื่นล้านยูโรในเดือนธันวาคม

 

Capital Market

          - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (11 มี.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง อันเป็นผลจากแรงขายทำกำไร หลังตลาดปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.41%, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.51% และดัชนี Nasdaq ปิดลบ 0.63% ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นลงในการซื้อขายครึ่งแรกของวัน ขณะที่การซื้อขายยังคงเป็นไปอย่างไร้ทิศทาง เนื่องจากไม่มีข่าวผลประกอบการและ ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญมากระตุ้นตลาด

          - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (11 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้ โดยวันนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงิน โดยยืนยันที่จะเพิ่มฐานเงิน หรือเงินสดและเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับบีโอเจในอัตรา 60-70 ล้านล้านเยน (6-7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ต่อปี  ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมกำลังฟื้นตัวขึ้น แต่บีโอเจได้ปรับลดมุมมองต่อการส่งออกเนื่องจากการส่งออกไปยังเอเชียชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา บีโอเจได้ปรับเพิ่มการประเมินผลผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยระบุว่าอัตราการขยายตัวกำลังเพิ่มขึ้นพอสมควร บีโอเจยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การใช้จ่ายด้านทุนโดยระบุว่าการฟื้นตัวกำลังชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิสูงขึ้น 0.69% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.10% และ 0.02% ตามลำดับ โดยตลาดหุ้นจีนได้ปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

          - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันอังคาร (11 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยสูงขึ้นในวันนี้สอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ โดยมีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มขนส่งฯ พาณิชย์ พลังงาน และ ปิโตรเคมี โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 15.23 จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 12 มี.ค. 2557

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment