Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Wednesday, 09 April 2014 10:38

Snapshot

 

สหรัฐเมริกา

          - ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) รายงานว่า สินเชื่อผู้บริโภคของสหรัฐในเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวสูงขึ้น 6.4% (ประมาณ 16.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ต่อปี สู่ระดับสูงสุดที่ 3.13 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่เพิ่มขึ้นจากระดับ 5.3% ในเดือนมกราคม ในขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนมากคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดี แม้ว่าสินเชื่อโดยรวมแล้วจะขยายตัว แต่ Revolving Credit หดตัว 3.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ ลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน การลดลงดังกล่าวบ่งชี้ถึงความลังเลใจของผู้บริโภคชาวอเมริกันส่วนหนึ่งในการใช้เครดิตการ์ด  ในส่วนของ Non – revolving Credit ขยายตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง  10.1% จากที่ขยายตัว 7.5% ในเดือนก่อนหน้า

          - สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติของสหรัฐ (NFIB) รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดเล็กในเดือนมีนาคม ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 93.4 หลังจากสภาพอากาศที่รุนแรงทำให้ดัชนีลดลงมาอยู่ที่ 91.4 ในเดือนกุมภาพันธ์ จากระดับ 94.1 ในเดือนมกราคม นอกจากนั้นธุรกิจขนาดเล็กยังจ้างคนงานเพิ่มโดยเฉลี่ย 0.18 คนต่อ 1 บริษัทในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกันที่ตัวเลขดังกล่าวเป็นบวก อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมด้านการจ้างงานปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้อัตราว่างงานปรับตัวลง

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          - นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี กล่าวว่า อีซีบียังไม่ตัดความเป็นไปได้ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม และธนาคารกลางมีความแน่วแน่ในการคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเอาไว้ อีกทั้งพร้อมที่จะดำเนินการอย่างทันท่วงทีถ้ามีความจำเป็น ประธานอีซีบียังกล่าวอีกว่า คณะกรรมการบริหารทั้ง 24 คนของอีซีบี มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าพร้อมที่จะนำเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจแบบที่ไม่เคยใช้มาก่อนออกมาใช้หากอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำเกินไปเป็นเวลานานเกินไป นายดรากีส่งสัญญาณว่า หากอีซีบีตัดสินใจดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม การลดอัตราดอกเบี้ยจะเป็นขั้นแรก การลดดอกเบี้ยเงินฝากข้ามคืนซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 0% ลงสู่ระดับติดลบ จะบีบให้สถาบันการเงินต้องจ่ายเงินเพื่อฝากเงินไว้กับอีซีบี ซึ่งมาตรการดังกล่าวอาจจะโน้มน้าวให้ธนาคารเหล่านี้นำเงินออกไปปล่อยกู้ให้ กับภาคเอกชนมากขึ้นแทน เดนมาร์กใช้นโยบายดอกเบี้ยเงินฝากติดลบมาตั้งแต่ปี 2555 แต่สำหรับธนาคารกลางขนาดใหญ่อย่างอีซีบี มาตรการลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน

 

สเปน

          - ข้อมูลจากศูนย์วิจัยทางสังคมวิทยา (CIS) ระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 4.8 จุด เมื่อเทียบเดือนกุมภาพันธ์ โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 76.3 จุด ซึ่งบ่งชี้มุมมองลบต่อเศรษฐกิจสเปน เนื่องจากตัวเลขที่สูงกว่า 100 สะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกที่มีต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ ส่วนตัวเลขที่ต่ำกว่า 100 บ่งชี้มุมมองลบ ส่วนดัชนีสภาพเศรษฐกิจปรับตัวขึ้น 5.4 จุด เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ สู่ระดับ 60.4 จุด ในเดือนมีนาคม  ส่วนดัชนีชี้วัดความคาดหวังทางเศรษฐกิจในอนาคต เพิ่มขึ้น 4.2 จุด สู่ระดับ 92.2 จุด เมื่อเทียบรายเดือน ทั้งนี้ ดัชนีปรับตัวขึ้นเนื่องจากมุมมองบวกต่อโอกาสในตลาดแรงงานสเปน การพัฒนาด้านเศรษฐกิจในระดับทั่วไป และสถานการณ์ภาคครัวเรือน ซึ่งปรับตัวดีขึ้นเล็ก

 

ยูเครน

          - ยูรี โพรแดน รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมพลังงานและถ่านหินยูเครนได้กล่าวหาว่า ประเทศสโลวาเกียขัดขวางการเปิดเส้นทางในการขนส่งแก็สเข้ามายังยูเครน โฆษกของบริษัท ยูสตรีม ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการท่อส่งแก็สของสโลวาเกีย เปิดเผยว่า ยูเครนโทษว่าสโลวาเกียไม่อนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจสอบยังโรงงานต่างๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนเส้นทางการขนส่ง ทั้งนี้ เทรดเดอร์ประเมินว่า ยูเครนอาจจะได้รับแก็สแต่ละปีจำนวน 2 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากการส่งแก็สจากสโลวาเกีย ขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรปต่างสนับสนุนโครงการส่งแก็สมายังยูเครน เนื่องจากต้องการลดการพึ่งพาอุปทานแก็สจากรัสเซีย

 

เอเซีย: จีน

          - ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบ 5 ปีในไตรมาสแรกปีนี้ ขณะที่ภาวะชะลอตัวในช่วงต้นปีนี้ทำให้รัฐบาลจีนมีแนวโน้มจะดำเนินการเพื่อทำให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ โดยจีนจะประกาศข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาสแรกในวันที่ 16 เมษายน ทั้งนี้ค่ากลางจากการสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ 25 คนพบว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 7.3% ในไตรมาสแรกปีนี้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว หลังจากที่ขยายตัว 7.7% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว โดยหากตัวเลขเป็นไปตามการคาดการณ์ดังกล่าว ตัวเลขดังกล่าวจะเป็นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2009 ซึ่งเป็นช่วงหลังเกิดวิกฤติการเงินโลกซึ่งเศรษฐกิจจีนขยายตัวเพียง 6.6% โดยในช่วงนั้นจีนได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 4 ล้านล้านหยวน (6.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

          - ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาของเอเชียตะวันออกจะขยายตัวราว 7.1% ในปีนี้ ลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะขยายตัว 7.2% โดยเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 7.6% ในปีนี้ ลดลงจากปี 2556 ที่ขยายตัว 7.7%  ทั้งนี้ธนาคารโลกระบุว่าการฟื้นตัวขึ้นของอุปสงค์ในประเทศอุตสาหกรรมจะช่วยหนุนอุตสาหกรรมส่งออกในเอเชีย 

 

ญี่ปุ่น

          - ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงินในการประชุมเมื่อวันอังคารที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา โดยยืนยันที่จะเพิ่มฐานเงิน หรือเงินสดและเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับบีโอเจในอัตรา 60-70 ล้านล้านเยน (5.82-6.79 แสนล้านดอลลาร์) ต่อปี พร้อมกับคงมุมมองที่ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะยังคงฟื้นตัวขึ้นปานกลางต่อไป ซึ่งเป็นการแสดงความเชื่อมั่นว่าญี่ปุ่นกำลังมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องที่จะบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อของบีโอเจ บีโอเจระบุว่าความเชื่อมั่นทางธุรกิจยังคงเพิ่มขึ้น แต่บริษัทบางแห่งมีความระมัดระวังต่อแนวโน้มข้างหน้า

          - สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยผลสำรวจพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของภาคบริการญี่ปุ่นต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 57.9 ในเดือนมีนาคม จาก 53.0 ในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ผลสำรวจดังกล่าวมาจากการสำรวจคนทำงานที่มีความใกล้ชิดกับผู้บริโภคโดยตรง เช่น คนขับเท็กซี่, พนักงานโรงแรม และพนักงานร้านอาหาร

เกาหลีใต้

          - กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานของเกาหลีใต้ ระบุว่า เดือน มี.ค ที่ผ่านมา ยอดส่งออกรถยนต์ขยายตัว 9.9% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน เนื่องจากอุปสงค์รถยนต์หรูหราในตลาดต่างประเทศค่อนข้างมากประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดการส่งออกรถยนต์ของเกาหลีใต้ดีขึ้นตามไปด้วย สำหรับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศก็เพิ่มขึ้นเช่นกันโดยเพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อกับปีที่แล้วในเดือนมี.ค. เนื่องจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆของผู้ผลิตรถยนต์ภายในประเทศ

 

ไทย

          - ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติให้ขยายเวลาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลออกไปอีก 1 เดือน ไปเป็นสิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 57 โดยหลังจากนี้หากจะมีการขยายเวลาอีก จะต้องเสนอขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)

          - สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว.) ระบุว่า จากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบันและการบริโภคในเทศที่หดตัวประกอบกับหนี้ครัวเรือนที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ประสบกับปัญหายอดขายที่ลดลง เนื่องจากไม่สามารถเปิดกิจการได้ตามปกติ  ทั้งนี้ สสว.ประมาณว่าจะมีผู้ประกอบการเอสเอมอี ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวจะมีประมาณ 20,000 ราย หรือคิดเป็น 0.8% จากจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมดทั่วประเทศ 2.8 ล้านราย พร้อมระบุ.อาจมีมาตราการช่วยเหลือโดยในระยะสั้นจะร่วมมือกับธุรกิจประกันภัย ให้มีการออกผลิตภัณฑ์ประกันภัย ซึ่งในส่วนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขนาดเล็กมากอาจจะมีมาตราการประกันรายได้ขั้นต่ำต่อวัน และให้ธุรกิจประกันภัยปรับเบี้ยประกันในราคาถูก  สำหรับมาตรการระยะยาว อาจมีมาตราการลดภาษีให้แก่ อย่างไรก็ตามทาง สสว. ยังไม่สามารถระบุระยะเวลา และงบประมาณที่จะใช้ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ 

          - คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)   ระบุว่า ธุรกิจประกันภัยทั้งระบบยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง  ถึงแม้ว่าสถานะการทางการเมืองและการบริโภคยังคงไม่ดีนัก โดยในปี 2556 ที่ผ่านมา ธุรกิจประกันภัยทั้งระบบ สามารถทำเบี้ยประกันภัยรวมได้ 6.44 แสนล้านบาท หรือขยายตัว 13.04%   แบ่งเป็นประกันชีวิต 4.41 แสนล้านบาท โดยขยายตัว 13.02% พร้อมตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยทั้งระบบในปี 2557 จะอยู่ที่ประมาณ 7.22 แสนล้านบาท หรือเติบโต 12.5% แบ่งเป็นเบี้ยประกันชีวิตประมาณ 4.98 แสนล้านบาท เติบโตประมาณ 13.06% เบี้ยประกันวินาศภัยประมาณ 2.23 แสนล้านบาท เติบโตประมาณ 10.17% และคาดว่าเบี้ยประกันทั้งระบบในปีนี้จะอยู่ที่ 5.8% ของจีดีพี

          - ธนาคารโลก ระบุว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองยังไม่สงบลงโดยเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวช่วง 5-10 ปีได้ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยได้รับแรงกดดันจากปัญหาการเมืองสืบเนื่องมาตั้งแต่ปี 2549 ทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่องในการบริหารเชิงนโยบาย การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ มีความล่าช้า ซึ่งสุดท้ายจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศได้ อย่างไรก็ดี ในปีนี้คาดว่าการเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงสูง ทำให้ GDP ปีนี้เติบโตได้ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 3% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือว่าต่ำที่สุดในภูมิภาค เมื่อเทียบกับมาเลเซียที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 4.9% และเวียดนามอยู่ที่ 5.5%

          - สมาคมธนาคารไทย ระบุว่า ถึงแม้ปัญหาการเมืองขณะนี้ส่งผลให้การท่องเที่ยวซบเซา และการใช้จ่ายในประเทศชะลอตัวเนื่องจากไม่มีการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังสามารถขยายตัวได้ในระดับหนึ่ง และจะไม่ทรุดหนักเช่นเดียวกับวิกฤติในปี 2540 และ ปี 2553 โดยคาดว่า แนวโน้มของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 จะมีสภาพใกล้เคียงกับไตรมาสแรก และจะสามารถฟื้นตัวได้ตามภาคส่งออก โดยเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัว จะทำให้การส่งออกขยายตัวดีขึ้น

          - การไฟฟ??ยผลิตแห?งประเทศไทย (กฟผ.) เป?ดเผยว?มีแนวโน?มปรับเพิ่มอัตราค?ไฟฟ?ผันแปรอัตโนมัติ (Ft) รอบเดือน พฤษภาคม สิงหาคม  ขึ้นจากป?จจุบันที่คิดอยู? 59 สตางค?ต่อหน?วย เนื่องจากต?นทุนที่เพิ่มขึ้น คือ  ค่าเงินบาทอ่อนค่า  ปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยสูงขึ้น รวมทั้งการผลิตไฟฟ้าจากน้ำในเขื่อนมีแนวโน้มลดลงจากช่วง 4 เดือนแรก

 

Money Market

          - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (8 เม.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทและหลายสกุลเงินในเอเซียในช่วงเช้าวันนี้ตามภาวะที่วันนี้มีแรงซื้อเยนและขายดอลลาร์สหรัฐฯออกมามาก ขณะที่นักลงทุนก็รอดูรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯล่าสุดที่จะเปิดเผยออกมาในวันพุธ

          - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร ( 8 เม.ย.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยในวันนี้ที่ประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงิน โดยยืนยันที่จะเพิ่มฐานเงิน หรือเงินสดและเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับบีโอเจในอัตรา 60-70 ล้านล้านเยน (5.82-6.79 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ต่อปี พร้อมกับคงมุมมองที่ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะยังคงฟื้นตัวขึ้นปานกลางต่อไป ขณะเดียวกันนักลงทุนก็รอดูรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อวันที่ 18-19 มีนาคมที่จะเปิดเผยในวันพุธ ขณะที่ประธานเฟดสาขา Minneapolis และ Philadelphia มีกำหนดการที่จะแถลงในวันนี้ 

          - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (8 เม.ย.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากแรงซื้อเยนและขายดอลลาร์สหรัฐฯในวันนี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนก็รอดูรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อวันที่ 18-19 มีนาคมที่จะเปิดเผยในวันพุธ

 

Capital Market

          - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (8 เม.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันอังคาร โดย ที่นักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มโซเชียลมีเดียและอินเตอร์เน็ตที่ร่วงลง แต่ตลาดถูกสกัดแรงบวกจากหุ้นกลุ่มธนาคารที่ร่วงลง หลังผู้ควบคุมด้านกฏระเบียบออกกฏใหม่ให้ธนาคารที่ใหญ่ที่สุด 8 แห่งของสหรัฐเพิ่มทุนทั้งหมดประมาณ 6.8 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2018 เพื่อป้องกันการเกิดวิกฤติ

การเงิน ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 10.27 จุดหรือ 0.06% สู่ระดับ 16,256.14, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 6.92 จุดหรือ 0.38%  สู่ระดับ 1,851.96 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 33.23 จุดหรือ 0.81%  สู่ระดับ 4,112.99

          - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (8 เม.ย.) ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.92% ในวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าทางการจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมโดยนักลงทุนมองว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอในเดือนมีนาคมและไตรมาสแรกที่กำลังจะทยอยรายงานออกมาจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้รัฐบาลจีนเร่งออกมาตรการต่างๆเพื่อให้เศรษฐกิจจีนสามารถขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.98% ส่วนดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดลดลง 1.36% ทั้งนี้ค่าเงินเยนที่แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯต่อเนื่องเป็นวันที่สามเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นในวันนี้ ขณะที่ในการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นเป็นเวลาสองวันที่สิ้นสุดในวันนี้ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงิน

          - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันอังคาร (8 เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้โดยปัจจัยการเมืองในประเทศที่มีแนวโน้มตึงเครียดมากขึ้นในเดือนนี้ส่งผลให้นักลงทุนระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 12.67จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 09 เม.ย. 2557

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment