| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Monday, 12 May 2014 10:35 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) แถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านงบประมาณของวุฒิสภาว่าต้องการเวลามากขึ้นในการตัดสินใจเกี่ยวกับขนาดที่เหมาะสมของงบดุลบัญชี และคาดว่าพอร์ทสินทรัพย์จะลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังจาก Fed เริ่มคุมเข้มนโยบายการเงิน ทั้งนี้ หลังการเข้าซื้อสินทรัพย์หลายรอบหรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ งบดุลบัญชีของ Fedได้เพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่กว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากระดับราว 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนช่วงวิกฤตการเงิน โดยประธานFed ได้ระบุว่า งบดุลของ Fed จะยังคงอยู่ที่ระดับล้านล้านดอลลาร์เป็นเวลาหลายปี โดยจะใช้เวลา 5-8 ปี ในการทำให้พอร์ทโฟลิโอ (Portfolio) เงินกู้และหลักทรัพย์กลับมาสู่ระดับก่อนช่วงเกิดวิกฤต หากการถือครองหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองค้ำประกัน (MBS) ค่อยๆ ครบกำหนดส่งมอบและปรับตัวลง ในขณะนี้ Fed ยังคงดำเนินการนำเงินต้นที่ได้รับจากการถือครองตราสารหนี้ของหน่วยงานที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและ MBS ของหน่วยงานที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ไปลงทุนใหม่ใน MBS ของหน่วยงานที่รัฐบาลให้การสนับสนุน และเข้าซื้อพันธบัตรชุดใหม่เมื่อพันธบัตรเดิมครบกำหนดไถ่ถอนในการประมูล เพื่อรักษาระดับการถือครองหลักทรัพย์ไว้ - สต็อกสินค้าภาคการค้าส่งประจำเดือนมีนาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.1% ต่อเนื่องจากที่ขยายตัว 0.7% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วรใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัวเพียง 0.5% - นายริชาร์ด ฟิชเชอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขาดัลลัส กล่าวสนับสนุนให้มีการยุติโครงการซื้อพันธบัตรของเฟดในปีนี้ พร้อมกับชี้ว่า มีโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ระดับที่ต่ำมากต่อไปอีก โดยนายฟิชเชอร์ได้ระบุว่า มีสภาพคล่องจำนวนมากที่เพียงพอสำหรับการสนับสนุนด้านการเงินเพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อไป และทางคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟดเองก็จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า จะมีสภาพคล่องเพียงพอตราบใดที่แนวโน้มการขยายตัวของเงินเฟ้อเหนือระดับเป้าหมาย 2% นั้น หยุดชะงัก ทั้งนี้ ที่ผ่านมานายฟิชเชอร์ได้วิจารณ์เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจของเฟดด้วยการซื้อพันธบัตร เพื่อลดต้นทุนการกู้ยืมลง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวและลดอัตราว่างงานลงมาโดยตลอด และนายฟิชเชอร์ยังเป็นหนึ่งในสมาชิกที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐในปีนี้
ยุโรป: สหภาพยุโรป - นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ออกแถลงการณ์ว่า อีซีบีอาจจะใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินเพิ่มเติมในการประชุมครั้งหน้าซึ่งจะมีขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมกับระบุว่าตัวเลขเงินเฟ้อรายปีของยูโรโซนจะยังคงอยู่ในระดับต่ำในอีกหลายเดือนข้างหน้า ก่อนที่จะค่อยๆปรับตัวขึ้นในช่วงปี 2558 จนถึงใกล้ระดับ 2% ซึ่งเป็นระดับเป้าหมายของอีซีบี ภายในสิ้นปี 2559
เยอรมนี - สถาบันวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของเยอรมนี (IMK) เตือนว่า การที่ยูโรโซนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะเงินฝืดมากขึ้นนั้น จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในเยอรมนี พร้อมกับระบุว่าแม้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจเยอรมนีจะมีเสถียรภาพในปีนี้และปีหน้า แต่ก็มีความเสี่ยงในหลายๆด้านรวมถึงเสถียรภาพด้านราคาทั้งนี้ IMK ระบุว่า การปรับตัวลงของดัชนีราคาผู้บริโภคอาจจะส่งผลกระทบในด้านลบต่อการอุปโภคบริโภคและโครงการลงทุนด้านต่างๆในอนาคต นอกจากนี้ ประชาชนอาจจะแบกรับหนี้สินเพิ่มขึ้น ในขณะที่กลุ่มเจ้าหนี้ทั้งในภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะในประเทศกำลังเผชิญวิกฤตการณ์การเงิน ก็จะได้รับผลกระทบด้วย - สถาบัน IMK ได้ปรับลดคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของเยอรมนีในปี 2557 ลงสู่ระดับ 1.2% ซึ่จากระดับ 1.6% และยังได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปี 2558 ลงสู่ระดับ 1.9% จากระดับ 2.4% นอกจากนี้ IMK ยังได้แนะนำให้ประเทศที่กำลังเผชิญวิกฤตการณ์อยู่นั้น จัดตั้งโครงการซื้อพันธบัตร รวมถึงพันธบัตรรัฐบาล หลักทรัพย์ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อที่จะฟื้นฟูภาวะการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น - กระทรวงเศรษฐกิจเยอรมนีเปิดเผยว่า การผลิตในภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีในเดือนมีนาคมลดลง 0.5% (m-o-m) จากเดือนก่อน ซึ่งสวนทางกับคาดการณ์ที่ว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น และถ้าหากเทียบเป็นรายปี การผลิตภาคอุตสาหกรรม ปรับตัวขึ้น 3% (y-o-y) จากช่วงเดียวกันของปี 2556 สะท้อนแนวโน้มการผลิตในภาคอุตสาหกรรมยังคงอยู่ในเชิงบวก แม้ว่าภาคการผลิตอาจชะลอตัวลงในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ จากคำสั่งซื้อใหม่ที่ลดลง
โปรตุเกส - สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (S&P) ได้ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของโปรตุเกสจาก “เชิงลบ" สู่ “มีเสถียรภาพ" ขณะที่คงอันดับความน่าเชื่อถือของโปรตุเกสไว้ที่ระดับ BB โดย S&P ระบุถึงภาวะเศรษฐกิจของโปรตุเกสที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเศรษฐกิจและตลาดแรงงานได้ฟื้นตัวดีขึ้นรวดเร็วกว่าที่คาดไว้
เอเซีย: จีน - จีนเผยอัตราเงินเฟ้อจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อยู่ในระดับต่ำในเดือนเมษายนขณะที่การเพิ่มขึ้นของราคาอาหารได้ชะลอตัวลง ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลงเป็นเดือนที่ 26 ติดต่อกัน ซึ่งสะท้อนถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเปิดเผยว่าดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนเมษายนเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ขณะที่ดัชนี PPI ลดลง 2.0% ในช่วงเดียวกัน ทั้งนี้นักวิเคราะห์ในผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่า ดัชนี CPI จะเพิ่มขึ้น 2.0% และดัชนี PPI จะลดลง 1.8%
เกาหลีใต้ - ธนาคารกลางเกาหลีใต้ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกันในการประชุมเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมาสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ทางธนาคารกลางเกาหลีใต้จับตาความตึงเครียดในยูเครน และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน แต่มีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางฯจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไตรมาส 3 ทั้งนี้คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางเกาหลีใต้ตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ทั้ง 31 คนในโพลล์รอยเตอร์ต่างก็คาดการณ์ว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้จะตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าธนาคารกลางฯจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไตรมาส 3
ไทย - ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เผยแพร่รายงานแนวโน้มภาคธุรกิจ โดยคาดว่าไตรมาส 2/2557 ภาวะธุรกิจจะยังไม่ฟื้นตัวสู่ภาวะปกติ โดยผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจพบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดว่าภาวะธุรกิจมีแนวโน้มทรงตัวจากปัจจุบัน ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมยังไม่ฟื้นตัว สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นปัจจัยที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อไป สำหรับการลงทุนภาคเอกชน สถาบันการเงินคาดว่าความต้องการสินเชื่อของธุรกิจขนาดใหญ่จะลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 สะท้อนมุมมองต่อการลงทุนภาคเอกชนที่โน้มลดลง พร้อมระบุ สำหรับภาวะธุรกิจในไตรมาส 1/57 หดตัวจากการหดตัวของอุปสงค์ในประเทศ ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคและยอดจองที่อยู่อาศัยหดตัวจากกาลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงตามภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความล่าช้า ในการจ่ายเงินของโครงการจานาข้าว รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในไตรมาสนี้ถูกบั่นทอนเพิ่มเติมจากสถานการณ์ทางการเมือง ขณะเดียวกันการลงทุนภาคเอกชนหดตัว ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนใหม่เพื่อรอประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมือง ประกอบกับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ยังถูกเลื่อนออกไปจากความล่าช้าในการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ชุดใหม่ - ฟิทช์ เรทติ้งส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ระบุว่า ภาวะชะงักงันทางการเมืองในไทยที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะส่งผลลบต่ออันดับความน่าเชื่อถือ และมีแนวโน้ม ที่จะทำให้ฟิทช์ทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของไทย โดยแถลงการณ์นี้สอดคล้องกับสัญญาณชี้นำที่ฟิทช์เคยระบุไว้ในการทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของไทยในเดือนมีนาคมที่ระบุว่า ความล้มเหลวในการจัดตั้งรัฐบาลที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในกลางปีนี้ จะส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่องบลงทุนด้านทุนในระยะกลาง, ต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และต่อการวางแผนงบประมาณ โดยมีการคาดการณ์กันว่าอุปสงค์ภายในประเทศจะอยู่ในภาวะอ่อนแอในปีนี้ ซึ่งส่งผลให้ตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตของจีดีพีที่แท้จริงของไทยอยู่ที่ 2.5% โดยแรงถ่วงทางเศรษฐกิจที่เกิดจากภาวะไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อยาวนาน จะส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวของไทยร่วงลงสู่ระดับต่ำกว่าอัตราการเติบโตของประเทศอื่นๆที่มีอันดับความน่าเชื่อถือขั้น BBB เหมือนกัน และจะเป็นการสร้างแรงกดดันในเชิงลบต่ออันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันศุกร์ ( 9 พ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทและหลายสกุลเงินของเอเซียในช่วงเช้าวันนี้โดยวันนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้รับแรงหนุนจากการขายยูโรออกมาและซื้อดอลลาร์สหรัฐฯเนื่องจากประธานธนาคารกลางยุโรปกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการที่จะผ่อนคลายมาตรการทางการเงินเพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายนเนื่องจากความกังวลต่อแนวโน้มที่จะเกิดภาวะเงินฝืดและค่าเงินยูโรที่แข็งเกินไป ขณะเดียวกันในส่วนของค่าเงินบาทก็ถูกกดดันมากขึ้นต่อเนื่องจากปัจจัยการเมืองในประเทศ - เยน/ดอลลาร์ วันศุกร์ ( 9 พ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเยนในช่วงเช้าวันนี้ตามภาวะที่วันนี้นักลงทุนขายยูโรออกมาและซื้อดอลลาร์สหรัฐฯหลังประธานธนาคารกลางยุโรปชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการผ่อนคลายมาตรการทางการเงินมากขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ วันศุกร์ (9 พ.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ประธานธนาคารกลางยุโรปกล่าวว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินอาจผ่อนคลายมาตรการทางการเงินมากขึ้นในเดือนมิถุนายน โดยคำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นหลังการประชุมธนาคารกลางยุโรปเมื่อวันพฤหัสได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.25% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ตามการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ นอกจากนี้ประธานธนาคารกลางยุโรปยังกล่าวว่าค่าเงินยูโรที่แข็งเกินไปในภาวะที่อัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมายมากเป็นสิ่งที่ธนาคารกลางฯกังวลมากอยู่ในขณะนี้
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (9พ.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ของตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นมาปิดตลาดที่สถิติระดับปิดสูงสุดในวันศุกร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของหุ้น IBM และช่วยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐในวงกว้าง ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวกขึ้น 0.2 %, ดัชนี S&P 500 ปิดปรับขึ้น 0.15 % และดัชนี Nasdaq ปิดบวกขึ้น 0.5 % - ตลาดหุ้นเอเชีย วันศุกร์ (9 พ.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.25% ในวันนี้โดยมีปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ผลประกอบการที่ดีขึ้นของบริษัทญี่ปุ่น เช่น Ebara Corp และ Mitsubishi Heavy Industries ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง0.21% จากการที่นักลงทุนกังวลต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน รวมทั้งแรงขายหุ้นของบริษัท Great Wall Motor ขณะเดียวกันความกังวลเรื่องหุ้น IPOs ที่จะส่งผลต่อปริมาณเงินลงทุนในตลาดก็ส่งผลลบต่อหุ้นของบริษัทขนาดเล็ก ทั้งนี้ในวันนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเปิดเผยว่าอัตราเงินเฟ้อจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อยู่ในระดับต่ำ โดยดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนเมษายนเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลงเป็นเดือนที่ 26 ติดต่อกัน ซึ่งสะท้อนถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน โดยดัชนี PPI ลดลง 2.0% ในช่วงเดียวกัน - ตลาดหุ้นไทย วันศุกร์ ( 9 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้ก่อนที่จะลดลงในช่วงบ่ายจากปัจจัยการเมืองในประเทศ โดยนักลงทุนรอดูสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้นในขณะนี้ ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 1.65จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 12 พ.ค. 2557
|






![]() | Today | 951 |
![]() | All days | 951 |
Comments