| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Friday, 30 May 2014 09:32 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ (NAR) ในเดือนเมษายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% (m-o-m) สู่ระดับ 97.8 นับเป็นสัญญาณว่าตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐกำลังฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่เผชิญกับภาวะซบเซาในช่วงต้นปี ทั้งนี้ นายลอว์เรนซ์ ยุน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ NAR กล่าวว่าหลังจากช่วงฤดูหนาวที่มีสภาพอากาศเลวร้าย ผู้ซื้อจำนวนมากขึ้นถือโอกาสมองหาบ้าน และกำลังเริ่มทำสัญญาซื้อขาย - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 24 พฤษภาคมปรับตัวลดลง 27,000 ราย สู่ระดับ 300,000 ราย ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะปรับตัวลงสู่ระดับ 318,000 ราย สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง ส่วนยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ซึ่งสามารถวัดแนวโน้มตลาดแรงงานได้ดีกว่าเพราะมีความผันผวนน้อยกว่าตัวเลขรายสัปดาห์นั้น ปรับตัวลง 11,250 ราย สู่ระดับ 311,500 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2550 - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานการประมาณการครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2557 ว่าหดตัวลง 1% หลังจากที่การประมาณการในครั้งแรกระบุว่าขยายตัวเพียง 0.1% และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยายตัวราว 1.1% ซึ่งเป็นการหดตัวลงครั้งแรกในรอบ 3 ปี และเป็นการหดตัวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2554 หลังภาคเอกชนปรับลดสต็อกสินค้าคงคลัง นอกจากนี้ อากาศที่หนาวเย็นจัดยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งทีส่งผลกระทบต่อการลงทุน ทั้งนี้ มูลค่าของสต็อกสินค้าคงคลังภาคเอกชนในไตรมาสแรกอยู่ที่ 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งลดลงอย่างมากจากการประมาณการครั้งแรกที่ 8.74 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐ ขยายตัวที่ระดับ 3.1% ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการประมาณการครั้งที่ระบุว่าขยายตัว 3% ส่วนตัวเลขการใช้จ่ายในภาคเอกชน หดตัวลง 7.5% ตรงข้ามกับการประมาณการครั้งที่ระบุว่าขยาย 0.2%
ยุโรป: สหภาพยุโรป - ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เตือนนักลงทุนใช้ความระวังความเสี่ยงในการเก็งกำไรที่อาจนำไปสู่ภาวะฟองสบู่ด้านราคา โดยการส่งสัญญาณดังกล่าวตอกย้ำถึงความวิตกกังวลของอีซีบีเกี่ยวกับผลเสียจากแรงกระตุ้นในตลาด โดยอีซีบีระบุว่า การเร่งทำกำไรในระยะสั้นอาจจะส่งผลให้ตลาดพลิกผันอย่างรวดเร็ว ในขณะที่นักลงทุนเกาะกระแสไปในทิศทางตรงกันข้าม ทั้งนี้ ในขณะที่วิกฤตการเงินและความวิตกเกี่ยวกับการล่มสลายของยูโรโซนได้จางหายไป รัฐบาลของหลายประเทศที่เคยประสบปัญหาหนี้สาธารณะนับตั้งแต่อิตาลีไปจนถึงไอร์แลนด์ต่างก็สามารถหาแหล่งเงินกู้ได้ง่ายขึ้นและมีต้นทุนที่ถูกลง
เยอรมนี - สำนักงานแรงงานกลางของเยอรมนี รายงานว่า จำนวนคนว่างงานในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 23,937 คน แตะที่ 2.905 ล้านคน ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 15,000 คน โดยจำนวนคนว่างงานที่เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงอันเนื่องมาจากกระแสวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจเยอรมนีจะชะลอตัวลง หลังจากประเทศกลุ่มยูโรโซนซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนีกำลังประสบความยากลำบากในการพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวต่อเนื่อง - ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้บริหารและผู้บริโภคที่มีต่อเศรษฐกิจยูโรโซน เพิ่มขึ้นแตะ 102.7 ในเดือนพฤษภาคม จากระดับ 102 ในเดือนเมษายน ในขณะที่ธนาคารกลางยุโรปกำลังพิจารณาที่จะดำเนินการเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินฝืด และเพื่อกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นแตะ -3 จากระดับ -3.5 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นในภาคบริการเพิ่มขึ้นแตะ 3.8 จากระดับ 3.5
รัสเซีย - ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียจะใช้ความประนีประนอมกับยูเครนในเรื่องอุปทานแก็ส พร้อมกับสั่งการให้รัฐบาลรัสเซียดำเนินการตามแผนให้ความร่วมมือกับรัฐบาลยูเครนในเรื่องการชำระหนี้บางส่วน ทั้งนี้ นายปูตินระบุว่า รัสเซียได้จัดหาอุปทานแก็สธรรมชาติให้กับยูเครนโดยไม่คิดราคาในแต่ละปีในปริมาณที่สูงกว่าการจัดหาให้กับโปแลนด์ ตามสัญญาเกี่ยวกับแก็สที่รัฐบาลรัสเซียและยูเครนลงนามร่วมกันในปี 2552 โดยในปีดังกล่าว บริษัทแก็สพร็อมของรัสเซียและนาฟโตรแก็ซของยูเครนได้ลงนามในสัญญาเพื่อยุติความขัดแย้งในเรื่องราคาที่ส่งผลกระทบต่อการส่งแก็สผ่านไปยังยุโรป โดยภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ยูเครนตกลงที่จะจ่ายค่าแก็สให้กับรัสเซียไม่ว่าจะมีการใช้แก็สดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม
เอเซีย: ญี่ปุ่น - ยอดค้าปลีกของญี่ปุ่นลดลงในเดือนเมษายนในอัตราสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 จากการทรุดตัวลงของยอดขายรถยนต์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสัญญาณแรกที่บ่งชี้ว่า ผู้บริโภคพากันลดการซื้อสินค้า หลังการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) เมื่อวันที่ 1 เมษายน ทั้งนี้ยอดค้าปลีกลดลง 4.4% ในเดือนเมษายนเมื่อเทียบรายปี โดยลดลงมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 3.3% และเป็นการทรุดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิในเดือนมีนาคม 2011 อย่างไรก็ตามการลดลงของยอดขายเครื่องแต่งกายและเครื่องอาบน้ำเป็นไปอย่างจำกัด นักวิเคราะห์ของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ มอร์แกน สแตนเลย์ ซีเคียวริตีสฺ์กล่าวว่ามีสัญญาณว่าการลดลงของการใช้จ่ายสำหรับสินค้าที่จำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวันนั้นได้แตะระดับต่ำสุดแล้ว ซึ่งจะสนับสนุนการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของการใช้จ่าย แต่ส่วนที่น่าวิตกได้แก่สินค้าคงทน โดยยอดขายสินค้าราคาแพงเหล่านี้อาจจะต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ทั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นได้ปรับเพิ่มภาษี VAT ทั่วประเทศสู่ระดับ 8% จาก 5% ในวันที่ 1 เมษายน การดำเนินการดังกล่าวจะเพิ่มรายได้พิเศษของรัฐสำหรับค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการที่เพิ่มขึ้น แต่ได้ทำให้เกิดความผันผวนในข้อมูลเศรษฐกิจและความวิตกที่ว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะเข้าสู่ภาวะหดตัว หากกลุ่มผู้บริโภคหลีกเลี่ยงราคาที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่บีโอเจระบุว่าผลกระทบเชิงลบใดๆจากการขึ้นภาษี VAT จะเป็นเพียงชั่วคราว และระบุว่าเศรษฐกิจจะยังคงสามารถขยายตัวเหนือระดับแนวโน้ม แม้ในช่วงที่ผ่านมามีสัญญาณการชะลอตัว นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นว่าการจ่ายโบนัสกลางปีจะช่วยให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคฟื้นตัว - นางซายูริ ชิราอิ หนึ่งในกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่าจะต้องใช้เวลามากกว่า 2 ปีในการบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% โดยย้ำว่ามาตรการกระตุ้นทางการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษจะดำเนินต่อไปหลังปี 2015 ภายใต้กรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่มีความยืดหยุ่นของบีโอเจ นางชิราอิ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้กำหนดนโยบายที่สนับสนุนนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากที่สุดในคณะกรรมการที่ประกอบด้วยกรรมการ 9 คนนั้นได้เตือนว่า ความเสี่ยงบางประการได้บดบังแนวโน้มเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ การส่งออกที่อ่อนแอ และการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ชะลอลงมากเกินคาด
ฟิลิปปินส์ - รัฐบาลฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ขยายตัว 5.7% ในไตรมาสแรกเมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 6.4% เมื่อเทียบรายไตรมาสผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 1.2% ในไตรมาสแรก หลังการปรับค่าตามฤดูกาล ขณะที่นักวิเคราะห์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่า เศรษฐกิจจะขยายตัว1.9% ในไตรมาสแรก รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ปรับทบทวนตัวเลขการขยายตัวในไตรมาส 4 ปี 2556 สู่ระดับ 6.3% เมื่อเทียบรายปี จากที่รายงานไว้เดิม 6.5% อย่างไรก็ตามการขยายตัวทั้งปี 2013 ยังคงอยู่ที่ 7.2% นายอาร์เซนิโอ บาลิซากัน รมว.วางแผนเศรษฐกิจ กล่าวว่ามีความเร่งด่วนที่จะต้องเร่งความพยายามของรัฐบาลในการฟื้นฟูบูรณะประเทศจากผลกระทบของพายุไต้ฝุ่น แต่เขาคาดว่าการขยายตัวทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาลที่ 6.5-7.5%
ไทย - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ระบุว่า ขณะนี้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยบ้างแล้วตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2557 เนื่องจากประเทศไทยจะมีรัฐบาลได้เร็วกว่าเดิมที่คาดไว้ว่าจะมีรัฐบาลใหม่ในไตรมาส 3 ประกอบกับจะเริ่มเห็นนโยบายเศรษฐกิจที่จะนำมาใช้ในการขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งแต่ละกระทรวงจะได้รวบรวมเพื่อนำเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จึงเชื่อว่าความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจไทยจะเริ่มกลับมาในช่วงหลังจากนี้ไป โดยคาดว่าจะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาส 2/2557 และ ไตรมาส 3/2557 เติบโตได้สูงกว่า 1% ซึ่งจะผลักดันให้เศรษฐกิจทั้งปี 57 ขยายตัวได้ในช่วง 2-3% ตามที่เคยประมาณการไว้ พร้อมระบุ ในเดือนมิถุนายนจะมีการทบทวนตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจของไทยในปีนี้ เชื่อว่าคงไม่มีการปรับตัวเลขให้ต่ำลง อื่นๆ - องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เปิดเผยในรายงานประจำปีว่า จำนวนคนว่างงานทั่วโลกในปี 2556 อยู่ต่ำกว่าระดับ 200 ล้านคนเพียงเล็กน้อย และคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.2 ล้านรายในปี 2557 โดยรายงานดังกล่าวคาดว่า จำนวนคนว่างงานทั่วโลกจะปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 213 ล้านคนภายในปี 2562 เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มและนโยบายในปัจจุบัน และอัตราว่างงานทั่วโลกจะยังคงอยู่ที่ 6% จนถึงปี 2560 โดยอัตราว่างงานสูงสุดอยู่ที่แอฟริกาเหนือ ขณะที่คาดว่าอัตราว่างงานในตะวันออกกลางจะยังคงอยู่ที่ 12.3 และ 11.1% ในปีนี้ ส่วนอัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในปี 2557 มีการประเมินว่าจะอยู่ในแถบยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก และกลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียต ซึ่งอัตราว่างงานจะอยู่ที่ 8.3% ในปีนี้ พร้อมทั้งคาดว่า 90% ของการสร้างงานใหม่จะอยู่ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาในช่วง 5 ปีข้างหน้า อันเนื่องมาจากผลของกระแสการอพยพเข้าประเทศ
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันพฤหัส (29พ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้โดยปัจจัยเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศยังกดดันให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนลงในช่วงนี้ - เยน/ดอลลาร์ วันพฤหัส (29 พ.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯลดลงส่งผลให้ความต้องการถือเงินดอลลาร์สหรัฐฯลดลง อย่างไรก็ดีวันนี้ทางการญี่ปุ่นรายงานว่า ยอดค้าปลีกของญี่ปุ่นลดลงในเดือนเมษายนในอัตราสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 ทั้งนี้ยอดค้าปลีกลดลง 4.4% ในเดือนเมษายนเมื่อเทียบรายปี โดยลดลงมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 3.3% และเป็นการทรุดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิในเดือนมีนาคม 2011 ขณะที่นางซายูริ ชิราอิ หนึ่งในคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นกล่าวว่าจะต้องใช้เวลามากกว่า 2 ปีในการบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% โดยย้ำว่ามาตรการกระตุ้นทางการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษจะดำเนินต่อไปหลังปี 2015 ภายใต้กรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่มีความยืดหยุ่นของบีโอเจ - ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส (29พ.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้อย่างไรก็ดีการที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปจะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้นส่งผลให้ค่าเงินยูโรยังมีแนวโน้มอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส (29พ.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 วัน ขณะที่เทรดเดอร์ไม่สนใจข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐหดตัวลง 1% ในไตรมาสแรก โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสสอง ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงเกินคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งบ่งชี้ถึงตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.39%, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.54% ดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.54% - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส (29 พ.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดสูงขึ้น 0.07% อย่างไรก็ดีวันนี้ทางการญี่ปุ่นรายงานว่ายอดค้าปลีกของญี่ปุ่นลดลงในเดือนเมษายนในอัตราสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 จากการทรุดตัวลงของยอดขายรถยนต์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสัญญาณแรกที่บ่งชี้ว่า ผู้บริโภคพากันลดการซื้อสินค้า หลังการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) เมื่อวันที่ 1 เมษายน สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.47% โดยถูกกดดันจากการดิ่งลงของหุ้นกลุ่มโบรกเกอร์ ขณะที่นักลงทุนขายทำกำไรหุ้นที่มีราคาเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.30% - ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส ( 29 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวกตลอดทั้งวันในวันนี้ โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มบริษัทรับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 5.72 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 30 พ.ค. 2557
|






![]() | Today | 1232 |
![]() | All days | 1232 |
Comments