| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
| Tuesday, 03 June 2014 09:23 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตจัดทำโดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 55.4 จากระดับ 54.9 ในเดือนเมษายน (เป็นตัวเลขที่แก้ไขแล้วจากการคำนวณผิดพลาด โดยก่อนหน้านี้ ISM รายงานว่า ดัชนีภาคการผลิตลดลง 53.2 จาก 54.9 ในเดือนเมษายน) สำหรับดัชนีย่อยอื่นๆในการสำรวจของ ISM นั้น ดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ลดลงสู่ระดับ 53.3 จากระดับ 55.1 ในเดือนเมษายน ส่วนดัชนีการส่งออกขยับลงสู่ระดับ 56.5 จากระดับ 57.0 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีการจ้างงานปรับลงมาที่ระดับ 51.9 จากระดับ 54.7 ในเดือนเมษายน - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตที่จัดทำโดย Markit ในเดือนพฤษภาคมปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 56.4 จากระดับ 55.4 ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน ซึ่งส่งสัญญาณถึงการปรับตัวดีขึ้นของธุรกิจในภาคการผลิตโดยรวม โดยดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 แสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตสหรัฐขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า และหากดัชนีต่ำกว่า 50 จะบ่งชี้ถึงภาวะหดตัว ทั้งนี้ข้อมูล PMI ภาคการผลิตที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่า ผลผลิตในภาคการผลิตของสหรัฐยังคงมีการขยายตัวมากขึ้นตลอดช่วงไตรมาส 2 ของปี 2557 โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวดีขึ้นอย่างมากของปริมาณธุรกิจใหม่ - การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.2% สู่ระดับ 9.535 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับแต่เดือนมีนาคม 2552 แต่ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดไว้ว่าจะปรับตัวขึ้น 0.6% สำหรับตัวเลขการใช้จ่ายด้านก่อสร้างในเดือนมีนาคมมีการปรับเพิ่มเป็นขยายตัว 0.6% จากเดิมที่รายงานไว้ว่าเพิ่มขึ้น 0.2% ทั้งนี้ ในโครงการของภาคเอกชนนั้น การใช้จ่ายในด้านการก่อสร้างที่อยู่อาศัยในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.1% แต่ในการก่อสร้างที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยลดลง 0.1% ส่วนการใช้จ่ายในด้านการก่อสร้างของภาครัฐบาลปรับตัวขึ้น 0.8% โดยการใช้จ่ายในโครงการของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นต่างก็ปรับตัวแข็งแกร่งอย่างไรก็ดี แม้ว่าการใช้จ่ายด้านก่อสร้างเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่การฟื้นตัวของภาคที่อยู่อาศัยยังคงมีความไม่แน่นอน ซึ่งได้ส่งสัญญาณถึงภาวะชะลอตัวนับแต่ช่วงครึ่งหลังของปีที่แล้ว เนื่องจากราคาบ้านได้พุ่งขึ้นอย่างมาก ขณะที่สต็อกบ้านมีจำนวนจำกัด นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองที่สูงขึ้นก็เป็นปัจจัยที่ฉุดรั้งความต้องการซื้อบ้าน
ยุโรป: สหภาพยุโรป - ผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 จะจัดการประชุมสุดยอดระยะเวลาสองวัน โดยเริ่มในวันพุธนี้ ซึ่งสหภาพยุโรปเผยว่า ประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ สถานการณ์ยูเครน ความสัมพันธ์กับรัสเซีย เศรษฐกิจโลก และความมั่นคงด้านพลังงาน ทั้งนี้ ผู้นำของแคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ประธานสภายุโรป และประธานคณะกรรมาธิการยุโรป จะประชุมสุดยอดร่วมกันในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม วันที่ 4-5 มิ.ย.นี้ โดยนับเป็นครั้งแรกที่อียูเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดและเป็นครั้งแรกที่การประชุมจัดขึ้นในบรัสเซลส์
อังกฤษ - ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคเอกชนในอังกฤษ (จากบริษัทเอกชน 726 แห่งในภาคอุตสาหกรรม ค้าปลีก และการบริการ) ซึ่งจัดทำโดยสมาพันธ์อุตสาหกรรมอังกฤษ (CBI) ระบุว่า เศรษฐกิจอังกฤษขยายตัวแข็งแกร่งสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งสอดคล้องกับที่สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษรายงานไว้ก่อนหน้านี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษขยายตัว 3.1% ในไตรสมาแรกของปี 2557 พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP อังกฤษในปี 2557 เป็น 3.1% จากระดับ 2.8% โดยการขยายตัวที่ระดับ 3.1% ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์การเงินโลกในปี 2550
สเปน - มาริอาโน ราฮอย นายกรัฐมนตรีของสเปน ระบุเตรียมเปิดเผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในวงเงิน 6.3 พันล้านยูโร (8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อกระตุ้นความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยแผนการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อระดมเงิน 2.7 พันล้านยูโรจากภาคเอกชน และ 3.4 พันล้านยูโรจากภาครัฐ ทั้งนี้ พร้อมเผยว่าจะมีการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เป็น 25% พร้อมกับเสริมว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันศุกร์หน้า
เอเซีย: จีน - กิจกรรมภาคการผลิตของจีนขยายตัวมากที่สุดในรอบ 5 เดือนในเดือนพฤษภาคม เนื่องจากยอดสั่งซื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหนุนมุมมองที่ว่า เศรษฐกิจจีนกำลังฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 2 ทั้งนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติ (NBS) ของจีนรายงานว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.8 ในเดือนพฤษภาคม จากระดับ 50.4 ในเดือนเมษายน ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 50.6 ผลสำรวจอย่างเป็นทางการแสดงถึงการฟื้นตัวในวงกว้างของกิจกรรมการผลิตในเดือนพฤษภาคม โดยดัชนีย่อย 9 ใน 13 ตัวบ่งชี้ถึงการปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน ดัชนียอดสั่งซื้อใหม่ซึ่งวัดอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มขึ้นสู่ 52.3 ในเดือนพฤษภาคมจาก 51.2 ในเดือนเมษายนซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนีที่ชี้ยอดส่งออกปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 49.3 ในเดือนพฤษภาคมจาก 49.1 ในเดือนเมษายน แม้ดัชนียังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งแบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและหดตัว
ญี่ปุ่น - กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลระบุว่า บริษัทของญี่ปุ่นได้เพิ่มการใช้จ่ายเกี่ยวกับโรงงานและอุปกรณ์ในไตรมาสแรกขึ้นอีก 7.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากเพิ่มขึ้น 4.0% ในไตรมาส 4 ของปี 2556 ซึ่งบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของการลงทุนทางธุรกิจ และอาจช่วยผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
อินโดนีเซีย - ผลสำรวจดัชนี PMI ของเอชเอสบีซี/มาร์กิตพบว่า กิจกรรมภาคการผลิตของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นผลมาจากยอดสั่งซื้อใหม่ที่ขยายตัวมากทั้งนี้ ดัชนี PMI เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.4 ในเดือนพฤษภาคมจากระดับ 51.1 ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการรวบรวมข้อมูลในเดือนเมษายน 2011 โดยดัชนี PMI ที่สูงกว่าระดับ 50.0 บ่งชี้ถึงการขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ยอดสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่บริษัทต่างๆส่งสัญญาณถึงระดับงานใหม่ที่เพิ่มขึ้น, อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น และความสำเร็จในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในอินโดนีเซีย - สำนักงานสถิติอินโดนีเซียเปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อของอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม แต่ยังคงอยู่ใกล้ตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ทั้งนี้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 7.32% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.16% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ค่ากลางในตัวเลขคาดการณ์ในผลสำรวจของรอยเตอร์ระบุว่า ดัชนี CPI จะเพิ่มขึ้น 7.30% ในเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบรายปี
ไทย - กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ(CPI) เดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 2.62% (y-o-y) จากเดือนเดียวกันปีก่อนมาอยู่ที่ระดับ 107.90 และจากเดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 0.40% (m-o-m) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมาตามการสูงขึ้นของราคาอาหารสำเร็จรูป และราคาวัตถุดิบ ประกอบกับราคาพลังงาน เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง และ ก๊าซหุงต้ม (LPG) ที่มีการทยอยปรับราคาสูงขึ้นมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2556 รวมถึงค่ากระแสไฟฟ้าที่ปรับราคาสูงตามค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(Ft) ทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ดัชนีราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 4.39%(y-o-y) มาอยู่ที่ระดับ 113.71 และเพิ่มขึ้น 0.66% จากเดือนเมษายน (m-o-m) ขณะที่ดัชนีราคาสินค้าที่ไม่ใช่หมวดอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 1.68% มาอยู่ที่ 104.67 จากเดือนพฤษภาคม และจากเดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 0.25% (m-o-m) ขณะที่ Core CPI เพิ่มขึ้น 1.75% (y-o-y) มาอยู่ที่ระดับ 104.78 และจากเดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 0.13% (m-o-m) ทั้งนี้ CPI เฉลี่ย 5 เดือน เพิ่มขึ้น 2.21% จากการสูงขึ้นของดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 4.28% และ Core CPI เฉลี่ย 5 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 1.40% พร้อมกันนี้ ยังคาดว่าอัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 2/57 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.5% ซึ่งจะส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีแรก อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 2.25% โดยมีสาเหตุมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ สินค้าเกษตรยังมีราคาสูง ขณะที่เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลง ส่วนช่วงครึ่งปีหลังคาดอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.4-2.6% โดยกระทรวงพาณิชย์จะดูแลทิศทางในการควบคุมราคาสินค้า รวมทั้งสินค้าในกลุ่มพลังงาน โดยรวมทั้งปีคาดไม่เกิน 2.6% เป็นไปตามกรอบเดิมที่วางไว้ 2.0-2.8% - คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ในภาพรวม กกร.มองว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสโตได้ 2.0-2.5% ซึ่งมีสาเหตุมาจากการบริโภคที่น่าจะฟื้นตัว จากมาตรการเร่งจ่ายเงินในโครงการจำนำข้าวให้ชาวนา จำนวน 9.2 หมื่นล้านบาท ที่จะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนนี้ รวมถึงด้านการลงทุนที่จะได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 57 ที่พร้อมอนุมัติอีก 7 พันล้านบาท รวมถึงการเร่งจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 58 ให้เสร็จก่อนเดือนกันยายน นี้ สำหรับข้อเสนอแนะและแนวทางในการดำเนินงานเกี่ยวกับมาตรการสำคัญทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ควรเร่งรัดในการออกพระราชกฤษฎีกาขยายเวลาการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาออกไปอีก 2 ปี นอกจากนี้ควรเร่งทบทวนการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รวมถึงเห็นว่า ควรมีการปล่อยสินเชื่อให้ถึงมือผู้ประกอบการที่เร็วที่สุด คือการปล่อยสินเชื่อผ่านธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะมีการจัดหาสถาบันการเงินระหว่างประเทศเพื่อเข้าร่วมประกันสินเชื่อกับบรรษัทประกันสินเชื่อขนาดย่อม (บสย.) เพื่อให้สามารถเพิ่มระดับการค้ำประกันจากเดิมที่ค้ำประกับความสูญเสียจากโครงการ บสย.ที่สูงสุดที่ 18% มาเป็น 50% - สมาคมธนาคารไทย ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่การปล่อยสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์โดยรวมในปีนี้จะเติบโตถึง 10% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 6-8% สาเหตุมาจากความชัดเจนในการมีรัฐบาลที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตลอดจนแนวนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันจันทร์ (2พ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯยังคงแข็งขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่เมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ของเอเซียในวันนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯก็แข็งขึ้นเช่นกันตามภาวะที่วันนี้ความต้องการถือเยนลดลงหลังดัชนี PMI ภาคการผลิตจีนจากการจัดทำของทางการจีนออกมาดี - เยน/ดอลลาร์ วันจันทร์ (2 มิ.ย.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ความต้องการถือเยนลดลงหลังสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนแถลงว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนเดือนพฤษภาคมชี้ถึงขยายตัวมากที่สุดในรอบ 5 เดือน โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.8 ในเดือนพฤษภาคม จากระดับ 50.4 ในเดือนเมษายน - ยูโร/ดอลลาร์ วันจันทร์ (2มิ.ย.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าตัวเลขเศรษฐกิจของ euro area ที่จะรายงานในวันอังคารจะชี้ถึงภาวะที่อัตราเงินเฟ้อต่ำและอัตราการว่างงานที่สูงซึ่งจะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ธนาคารกลางยุโรปดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้นในการประชุมในวันพฤหัสนี้
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันจันทร์ (2มิ.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ โดยดัชนีดาวโจนส์และ S&P 500 ปิดที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง หลังการเปิดเผยข้อมูลภาคการผลิตของสหรัฐที่แข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.16%, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.07% และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 0.13% - ตลาดหุ้นเอเชีย วันจันทร์ (2 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมสูงขึ้นในวันนี้จากการที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนจากการจัดทำของสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนชี้ว่าภาคการผลิตของจีนขยายตัวมากที่สุดในรอบ 5 เดือน โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.8 ในเดือนพฤษภาคม จากระดับ 50.4 ในเดือนเมษายน ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 50.6 โดยตลาดหุ้นจีน และฮ่องกงปิดทำการวันนี้ เนื่องในวัน Dragon Boat Festival สำหรับดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 2.07% โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตของทางการจีนที่ออกมาดีส่งผลบวกต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยงประเภทต่างๆและทำให้ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกของญี่ปุ่น ขณะเดียวกันวันนี้กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นเปิดเผยว่าบริษัทของญี่ปุ่นได้เพิ่มการใช้จ่ายเกี่ยวกับโรงงานและอุปกรณ์ในไตรมาสแรกขึ้นอีก 7.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากเพิ่มขึ้น 4.0% ในไตรมาส 4 ของปี 2556 - ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์ ( 2 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปรับตัวสูงขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนเดือนพฤษภาคมจากการจัดทำของทางการจีนชี้ว่าภาคการผลิตของจีนขยายตัวมากที่สุดในรอบ 5 เดือน ในช่วงบ่ายดัชนียังสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยมีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารพาณิชย์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยปัจจัยจากการที่ภาครัฐจะมีบทบาท มากขึ้นในการจะเข้ามากระตุ้นการลงทุนในประเทศส่งผลบวกต่อตลาดในช่วงนี้
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 03 มิ.ย. 2557
|
Comments