| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Wednesday, 04 June 2014 09:14 | |||
|
Snapshot สหรัฐอเมริกา - ยอดสั่งซื้อสินค้าที่ผลิตในโรงงานสหรัฐฯ ในเดือนเมษายนปรับตัวขึ้น 0.7% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือนมีนาคม (ตัวเลขถูกปรับทบทวนจากรายงานก่อนหน้านี้ 0.9%) ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเดือนที่สามติดต่อกัน และสูงกว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่ายอดสั่งซื้อเดือนเมษายนจะเพิ่มขึ้น 0.5% ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ซึ่งเป็นสินค้าที่มีราคาแพงและมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 3 ปี เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์ และเครื่องจักร เพิ่มขึ้น 0.6% ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าไม่คงทน อาทิ อาหาร ผลิตภัณฑ์กระดาษ ปิโตรเลียม และผลิตภัณฑ์ถ่านหิน ปรับตัวขึ้น 0.7% - ประธานาธิบดีบารัค โอบามา กล่าวในระหว่างตรวจเยี่ยมหน่วยนักบิน F-16 ร่วมระหว่างสหรัฐและโปแลนด์ ร่วมกับประธานาธิบดี โบรนิสลอว์ โคโมโรวสกี ของโปแลนด์ว่า สหรัฐจะยึดมั่นในพันธสัญญาที่จะปกป้องและรักษาความมั่นคงของประเทศในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก และในโอกาสนี้ ประธานาธิบดีโอบามายังได้ประกาศแผนการสนับสนุนเงินทุน 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในยุโรป ซึ่งรวมถึงการส่งทหารสหรัฐไปประจำการในยุโรปเพิ่มเติม โดยเป็นหนึ่งในความพยายามล่าสุดของสหรัฐที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาติพันธมิตรในยุโรปว่าสหรัฐจะไม่นิ่งเฉย หากการรุกรานยูเครนของรัสเซียส่อเค้าแผ่ขยายไปยังส่วนอื่นๆ ของภูมิภาค ทั้งนี้ ในระหว่างเยือนโปแลนด์ นายโอบามามีกำหนดการเข้าพบบรรดาผู้นำประเทศยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ซึ่งรวมถึงว่าที่ประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโก ของยูเครน นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐจะกล่าวสุนทรพจน์ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและยุโรปด้วย ยุโรป: สหภาพยุโรป - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของยูโรโซนในเดือนพฤษภาคมลดลงแตะ 52.2 จากระดับ 53.4 ในเดือนเมษายน และลดลงต่ำกว่าดัชนี PMI เบื้องต้น ซึ่งอยู่ที่ 52.5 สำหรับดัชนี PMI ที่ลดลงเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่สะท้อนว่าเศรษฐกิจของยูโรโซนอาจฟื้นตัวอย่างไม่มีเสถียรภาพ ขณะที่นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมในเดือนที่แล้วว่า อีซีบีอาจจะใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินเพิ่มเติมในการประชุมครั้งหน้าซึ่งจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายนนี้ เยอรมนี - สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี (Destatis) รายงานว่าอัตราเงินเฟ้อของเยอรมนีในเดือนพฤษภาคมอ่อนแรงลงมาก โดยลดลง 0.3% (m-o-m) จากเดือนเมษายน และหากเทียบรายปี ขยับขึ้นเพียง 0.6% (y-o-y) ซึ่งส่งผลให้มีความวิตกว่ายูโรโซนอาจเผชิญภาวะเงินเฟ้อต่ำมากเกินไปเป็นเวลานาน และอาจจะบั่นทอนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่มีความเปราะบาง ทั้งนี้ การขยายตัวในอัตราที่ลดลงของข้อมูลเงินเฟ้อดังกล่าวทำให้มีกระแสคาดการณ์โดยทั่วไปในตลาดการเงินว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง พร้อมทั้งประกาศมาตรการอื่นๆเพื่อกระตุ้นทางการเงินในการประชุมกำหนดนโยบายในวันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายนนี้ อังกฤษ - สำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ออกมาแถลงปฏิเสธข้อความที่ถูกตีพิมพ์ในนิตยสารรายสัปดาห์ แดร์ ชปีเกล ของเยอมนี ที่ระบุว่า ผู้นำอังกฤษเตรียมขู่ถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป หรือ อียู หาก นายฌอง-โคลด ยุงเกอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีลักเซมเบิร์ก ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการยุโรป หรือ อีซี ว่าเนื้อความในข่าวเหล่านี้ไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า นายเดวิด คาเมรอน ผู้นำของอังกฤษ เพียงแต่แสดงทรรศนะเกี่ยวกับนายยุงเกอร์ ว่าเขาไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าวเท่านั้น เพราะเขาไม่มีแนวคิดทางการเมืองในเชิงปฏิรูปเพียงพอ ซึ่งหากนายยุงเกอร์ได้รับตำแหน่งดังกล่าวก็อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของชาวอังกฤษให้แยกตัวออกจาอียูในการลงประชามติที่จะมีขึ้นในปี 2560 แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่ใช่การถอนตัว - เนชันไวด์ บิลดิง โซไซตี บริษัทปล่อยสินเชื่อจำนองของอังกฤษ รายงานว่าดัชนีราคาบ้านในเดือนพฤษภาคมปรับตัวขึ้น 0.7% จากเดือนเมษายน และพุ่งขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยราคาบ้านในอังกฤษที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่ากิจกรรมในตลาดที่อยู่อาศัยชะลอลงนั้น ทำให้เกิดความวิตกว่าอังกฤษอาจเผชิญกับภาวะฟองสบู่ด้านอสังหาริมทรัพย์ เอเซีย: จีน - ผลสำรวจภาคเอกชนระบุว่า ภาคโรงงานของจีนอยู่ในภาวะที่ดีที่สุดในรอบ 4 เดือนในเดือนพฤษภาคม ในขณะที่ยอดสั่งซื้อเพื่อส่งออกปรับตัวดีขึ้น ถึงแม้กิจกรรมภาคโรงงานยังคงหดตัวลง โดยตัวเลขนี้ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนอาจจะเข้าสู่เสถียรภาพ โดยเอชเอสบีซี/มาร์กิตรายงานว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ขั้นสุดท้ายสำหรับภาคโรงงานของจีนปรับขึ้นสู่ 49.4 ในเดือนพฤษภาคมซึ่งต่ำกว่าตัวเลขขั้นต้นที่ 49.7 แต่อยู่สูงกว่าระดับ 48.1 ในเดือนเมษายน โดยดัชนีที่ระดับต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นว่าภาคโรงงานของจีนหดตัวลงจากเดือนก่อนหน้า ธนาคารเอชเอสบีซีระบุว่า การที่ดัชนี PMI ขั้นสุดท้ายอยู่ต่ำกว่าดัชนีขั้นต้นมีสาเหตุมาจากการปรับทบทวนตัวเลขสต็อกสินค้าสำเร็จรูปให้สูงขึ้นจากเดิม - ทางการจีนเปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ภาคบริการของจีนเติบโตขึ้นในเดือนพฤษภาคมในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 6 เดือน ในขณะที่ยอดสั่งซื้อดีดขึ้นและตัวเลขนี้ช่วยหนุนความหวังที่ว่า เศรษฐกิจจีนอาจจะเข้าสู่เสถียรภาพหลังจากแกว่งตัวผันผวนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) นอกภาคการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 55.5 ในเดือนพฤษภาคมจาก 54.8 ในเดือนเมษายน โดยดัชนีที่ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคบริการขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ดัชนียอดสั่งซื้อภาคบริการเพิ่มขึ้นจาก 50.8 ในเดือนเมษายน สู่ระดับ 52.7 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดรอบ 8 เดือน ทางด้านดัชนีการคาดการณ์ทางธุรกิจลดลงจาก 61.5 ในเดือนเมษายนสู่ 60.7 ในเดือนพฤษภาคม แต่ถือว่ายังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก การเพิ่มขึ้นของดัชนี PMI ภาคบริการเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับการฟื้นตัวในภาคโรงงานของจีน และบ่งชี้ว่าจีนอาจจะรายงานตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือนที่แข็งแกร่งในช่วงต่อไปในเดือนนี้ ญี่ปุ่น - นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่า บีโอเจกำลังดำเนินขั้นตอนในการสกัดกั้นการพุ่งขึ้นอย่างไม่พึงประสงค์ของอัตราดอกเบี้ยระยะยาว นายคุโรดะกล่าวต่อคณะกรรมาธิการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นว่าภาวะตึงตัวในตลาดแรงงานและการพุ่งขึ้นของการคาดการณ์ภาวะเงินเฟ้อมีบทบาทสำคัญในการหนุนราคาผู้บริโภคให้ปรับขึ้นในระยะนี้ ออสเตรเลีย - ธนาคารกลางออสเตรเลียลงมติตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.5% ในการประชุมวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายเมื่อพิจารณาจากหลักฐานที่บ่งชี้มากขึ้นว่าการผ่อนคลายนโยบายที่ผ่านมากำลังส่งผลกระตุ้นเศรษฐกิจ เวียดนาม - หนังสือพิมพ์เวียดนาม นิวส์รายงานการเปิดเผยของกระทรวงการค้าว่าเวียดนามส่งออกข้าว 4.3 ล้านตันแล้วในปีนี้ เพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ไทย - กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moody’s Investors Service (Moody’s) ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของของพันธบัตรรัฐบาลของประเทศไทยที่ระดับ Baa1 พร้อมทั้งยืนยันแนวโน้มความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับมีเสถียรภาพ โดยการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากมุมมองของ Moody’s ว่า ความแข็งแกร่งพื้นฐานด้านความน่าเชื่อถือของไทยยังไม่ได้รับผลกระทบมากนักถึงแม้ว่าการเผชิญหน้าทางการเมืองยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ Moody’s ยังได้ยืนยันแนวโน้มความน่าเชื่อถือที่ระดับมีเสถียรภาพซึ่งสะท้อนถึงการคาดการณ์ว่า รัฐประหารที่เพิ่งเกิดขึ้นและความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อยาวนานจะไม่บั่นทอนความแข็งแกร่งด้านความน่าเชื่อถือของไทยอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 12 – 18 เดือนข้างหน้า ในขณะเดียวกัน Moody’s ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถืออันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นของไทยที่ระดับ Prime-2 และอันดับความน่าเชื่อถือสำหรับการออกตราสารหนี้แบบ MTN หรือแบบ Shelf Registration ที่ (P)Baa1 พร้อมกันนี้ Moody’s ยังได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ระดับ Baa1 ด้วย ในส่วนของเพดานอันดับความน่าเชื่อถือของไทยก็ ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเพดานความน่าเชื่อถือของหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศอยู่ที่ระดับ A2/P-1 ในขณะที่เพดานความน่าเชื่อถือของเงินฝากธนาคารสกุลเงินตราต่างประเทศอยู่ที่ Baa1/P-2 เพดานความเสี่ยงของประเทศสำหรับภาระผูกพันที่เป็นสกุลเงินบาทยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ระดับ A1 ซึ่งเพดานความน่าเชื่อถือดังกล่าวเป็นการจำกัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ Moody’s จะให้แก่ข้อผูกพันสกุลเงินตราต่างประเทศและสกุลเงินบาทของผู้ที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย - สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 1/2557 ว่า การก่อหนี้ของครัวเรือนชะลอลง โดยข้อมูลยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการบริโภคอุปโภคส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์เท่ากับ 3,273,570 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% ซึ่งเป็นอัตราเพิ่มที่ชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ส่วนหนึ่งเนื่องจากการสิ้นสุดของมาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรก ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับรายได้และการมีงานทำในอนาคต ทำให้ครัวเรือนชะลอการบริโภค อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้มีเพิ่มขึ้น โดยยอดคงค้าง NPL ในกลุ่มสินเชื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 31.3% สินเชื่อภายใต้การกำกับผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนขึ้นไปเพิ่มขึ้นสูง 42.0% และยอดค้างชำระบัตรเครดิตเกิน 3 เดือนขึ้นไป เพิ่มขึ้น 36.4% - มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 70.7 ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นในรอบ 14 เดือน โดยมีปัจจัยบวกมาจากการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศส่งผลให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นทั้งเศรษฐกิจและการเมือง, คสช.อนุมัติจ่ายเงินโครงการจำนำข้าว, ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวลง, ค่าเงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อย ขณะที่ปัจจัยลบ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ลดคาดการณ์ GDP ปี 57 เหลือ 1.5-2.5% จากเดิมที่คาด 3-4%, การส่งออกในเดือนเม.ย.ลดลง 0.9%, ราคาพืชผลทางการเกษตรยังอยู่ในระดับต่ำ, ผู้บริโภคยังกังวลค่าครองชีพและราคาสินค้า และความกังวลเกี่ยวความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันอังคาร (3พ.ค.) ค่าเงินบาทแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ตามทิศทางที่ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเซียจากการที่นักลงทุนมีความมั่นใจในการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นหลังดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯและจีนออกมาดี ขณะเดียวกันภาวะตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวดีขึ้นในสัปดาห์นี้ก็ส่งผลบวกต่อค่าเงินบาทเช่นกัน - เยน/ดอลลาร์ วันอังคาร (3 มิ.ย.) ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวแคบๆเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนถือสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นในวันนี้หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯและจีนชี้ว่าภาคการผลิตของทั้งสองประเทศมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินเยนได้อ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ - ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร (3มิ.ย.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้โดยเป็นผลจากแรงขายดอลลาร์สหรัฐฯออกมาเพื่อลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆมากขึ้นหลังตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐฯและจีนชี้ไปในทางบวก อย่างไรก็ดีเนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปจะผ่อนคลายมาตรการทางการเงินมากขึ้นในการประชุมวันพฤหัสนี้ ดังนั้นค่าเงินยูโรจึงยังมีแนวโน้มที่จะอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร (3 มิ.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันอังคาร โดยปริมาณการซื้อขายที่ค่อนข้างเบาบาง อันเป็นผลมาจากการไม่มีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นให้เข้าซื้อขายหุ้น หลังตลาดปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องไปก่อนหน้านี้ ขณะที่การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ได้ช่วยจำกัดการติดลบของตลาด ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.13% , ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.04% และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.07% - ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร (3 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐฯและจีนออกมาดี โดบดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯเดือนพฤษภาคมจากการจัดทำของ ISM เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 55.4 จาก 54.9 ในเดือนเมษายน ขณะที่ดัชนีฯจากการจัดทำของ Markit เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 56.4 จาก 55.4 ในเดือนก่อน ส่วนทางด้านจีนวันนี้ HSBC/Markitรายงานว่าดัชนี PMI ขั้นสุดท้ายสำหรับภาคโรงงานของจีนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 49.4 ในเดือนพฤษภาคมซึ่งต่ำกว่าตัวเลขขั้นต้นที่ 49.7 แต่อยู่สูงกว่าระดับ 48.1 ในเดือนเมษายน แม้ดัชนีที่ระดับต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นว่าภาคโรงงานของจีนหดตัวลงจากเดือนก่อนหน้าแต่ตัวเลขที่สูงขึ้นก็ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนมากขึ้นหลังจากเมื่อวันจันทร์สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.8 ในเดือนพฤษภาคม จากระดับ 50.4 ในเดือนเมษายน โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิและดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 0.66% และ 0.91% ตามลำดับ สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดลดลง 0.04% - ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร (3 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่ตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐฯและจีนออกมาดี ขณะเดียวกันการคาดการณ์ในทางบวกเกี่ยวกับแนวโน้มการลงทุนในประเทศก็ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯยังทรงตัวในแดนบวกส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 13.30จุด โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 04 มิ.ย. 2557
|






![]() | Today | 969 |
![]() | All days | 969 |
Comments