Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Friday, 06 June 2014 09:42

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          - ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เปิดเผยในรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book ว่าเศรษฐกิจสหรัฐในทั้ง 12 ภูมิภาคมีการขยายตัวตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายนถึงปลายเดือนพฤษภาคมอันเนื่องมาจากการปรับตัวขึ้นของยอดขายรถยนต์ การผลิตและการท่องเที่ยว โดยระบุว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศมีการใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าสภาพอากาศที่หนาวเย็นยาวนานได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ สอดคล้องกับภาคการผลิตที่ขยายตัวในเกือบทุกภูมิภาคโดยส่วนใหญ่ และอยู่ในอัตราที่แข็งแกร่งในหลายเขต เช่น แคนซัส ซิตี้และเซ็นต์หลุยส์ นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่า บอสตัน, แคนซัส ซิตี้ และซาน ฟรานซิสโก มีอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่สดใส

          - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 31 พฤษภาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น8,000 รายสู่ระดับ 312,000 รายในสัปดาห์ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะอยู่ที่ระดับ 310,000 ราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ได้ปรับตัวลดลง 2,250 รายสู่ระดับ 310,250 ซึ่งเป็นสถิติต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2550 ทั้งนี้ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดจากสาเหตุฤดูกาล เนื่องจากตรงกับเทศกาลวันหยุด เช่น วันอีสเตอร์และแพสโอเวอร์

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          - ธนาคารกลางยุโรปมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับ 0.15% จากระดับเดิมที่ 0.25% ในการประชุมเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจของกลุ่มต้องตกเข้าสู่ภาวะเงินฝืด นอกจากนี้ ธนาคารกลางยุโรปยังได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงสู่ระดับติดลบ 0.10% จากระดับเดิมที่ 0% ส่งผลให้ธนาคารกลางยุโรปเป็นธนาคารกลางแรกในโลกที่ใช้อัตราดอกเบี้ยที่ติดลบ เพื่อต่อสู้กับภาวะเงินฝืดซึ่งมีลักษณะคล้ายกับที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ติดลบนี้ จะช่วยกระตุ้นให้แบงก์ต่างๆปล่อยเงินกู้มากขึ้น ซึ่งในที่สุดเงินกู้เหล่านี้ก็จะไหลเวียนสู่เศรษฐกิจของยูโรโซน

          - นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า อีซีบีจะไม่ลังเลที่จะดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจในเขตยูโรโซน ซึ่งกำลังชะลอตัวและประสบกับภาวะอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ โดยนายดรากิได้กล่าวในงานแถลงข่าวว่า สภาบริหารของอีซีบีได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ใช้เครื่องมือที่ไม่ปกติ หากมีความจำเป็นในการแก้ปัญหาเพิ่มเติมในเรื่องความเสี่ยงจากภาวะอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำนานจนเกินไป

          - คณะกรรมาธิการยุโรป และธนาคารกลางยุโรป มีมติยอมรับ ลิทัวเนียเข้าเป็นสมาชิกใหม่ลำดับที่ 19 ของกลุ่มยูโรโซนอย่างเป็นทางการ โดยโอลลี เรห์น รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรปด้านกิจการเศรษฐกิจ การเงิน และเงินยูโร ระบุว่า แม้ลิทัวเนียจะเคยถูกปฏิเสธคำขอเข้าร่วมกลุ่มยูโรโซนเมื่อเกือบ 8 ปีก่อน แต่ในขณะนี้รัฐบอลติกแห่งนี้มีความพร้อมในทุกด้านแล้วที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของยูโร โดยการเข้าเป็นสมาชิกใหม่ยูโรโซนของลิทัวเนีย จะมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2015 เป็นต้นไป

          - แถลงการณ์ของผู้นำกลุ่มประเทศจี 7 ในเรื่องนโยบายต่างประเทศภายหลังการประชุม ประเด็นสำคัญ มีดังต่อไปนี้

          1.  สถานการณ์ในยูเครน: ที่ประชุมได้แสดงความยินดีต่อนายเปโตร โปโรเชนโก ที่ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีของยูเครน และได้ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและอธิปไตยเหนือดินแดนของยูเครน นอกจากนี้ ที่ประชุมเรียกร้องให้รัสเซียเคารพผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของยูเครน พร้อมกับถอนกำลังทหารออกจากใกล้บริเวณชายแดนของยูเครนและใช้อิทธิพลให้กลุ่มแบ่งแยกดินแดนวางอาวุธ ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการเพิ่มเป้าหมายการคว่ำบาตรต่อรัสเซียหากมีความจำเป็น

          2. แสดงความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดในตะวันออกและทะเลจีนใต้ โดยคัดค้านความพยายามของฝ่ายใดๆที่อ้างอธิปไตยเหนือดินแดนและน่านน้ำด้วยการใช้กำลัง และเตือนเกาหลีเหนือให้ยกเลิกโครงการอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด รวมทั้งโครงการนิเคลียร์และขีปนาวุธในปัจจุบัน

          3. อื่นๆ  ประณามการเลือกตั้งประธานาธิบดีซีเรียที่เป็นไปอย่างไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ประณามการลักพาตัวเด็กนักเรียนหญิงหลายร้อยคนโดยกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในไนจีเรีย และเรียกร้องอิหร่านให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับในการตรวจสอบกิจกรรมด้านนิวเคลียร์ของประเทศ

 

อังกฤษ

          - ธนาคารกลางอังกฤษมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.50% ในการประชุมเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2557 เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งคงโครงการซื้อสินทรัพย์วงเงิน 3.75 แสนล้านปอนด์ หรือ 6.28 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯไว้ด้วยเช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด

          - ผลสำรวจของมาร์กิตระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของอังกฤษเดือนพฤษภาคมขยับลงเล็กน้อยแตะ 58.6 จาก 58.7 ในเดือนเมษายน โดยดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะการขยายตัว ส่วนระดับที่ต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมภาคบริการหดตัวลง ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ของมาร์กิตกล่าวว่า เศรษฐกิจของอังกฤษยังคงปรับตัวสดใส โดยขยายตัวสูงสุดนับแต่ปี 2550 สอดคล้องกับรายงานภาคการผลิตและภาคก่อสร้าง บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัว 0.8% อีกครั้งในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ซึ่งนั่นจะทำให้เศรษฐกิจของอังกฤษปรับตัวเหนือระดับสูงสุดที่ทำไว้ก่อนช่วงวิกฤตการเงิน

 

สเปน

          - สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารสเปนจำนวนหลายแห่ง อาทิ ธนาคารซานแทนเดอร์จาก BBB เป็น BBB+ และปรับเพิ่มแนวโน้มเป็นมีเสถียรภาพ, ธนาคาร BBVA ธนาคารรายใหญ่อันดับสองของสเปนจาก BBB- เป็น BBB+ พร้อมกับปรับเพิ่มแนวโน้มเป็นมีเสถียรภาพ , ธนาคารเซคาแบงก์ จาก BB+ เป็น BBB และแนวโน้มเป็นเชิงบวก, ธนาคารแบงก์อินเตอร์จาก BB เป็น BB+ และปรับเพิ่มแนวโน้มเป็นเชิงบวก พร้อมกับธนาคารไคซาแบงก์, บังโค ซาบาเดลล์ และแบงเกีย จากมีเสถียรภาพเป็นเชิงบวก ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา เอสแอนด์พีได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของหนี้สินรัฐบาลสเปนจาก BBB- เป็น BBB+ และปรับแนวโน้มเป็นมีเสถียรภาพ

 

รัสเซีย

          - รัฐมนตรีคลังรัสเซีย นายแอนทัน ไซลัวนอฟ กล่าวว่ารัสเซียกับจีนได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันจัดตั้งบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะยึดรูปแบบตามบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่มีอยู่ โดยในขั้นแรกบริษัทจะประเมินโครงการลงทุนของสองชาติ จากนั้นเมื่อมีความก้าวหน้าและมีชื่อเสียงมากขึ้น เชื่อว่าบริษัทจะสามารถดึงดูดความสนใจของประเทศอื่นได้ ทั้งนี้ แผนการจัดตั้งบริษัทกับจีนมีขึ้นในช่วงที่รัฐบาลกรุงมอสโกแสดงสัญญาณมากขึ้นถึงความไม่พอใจบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือตะวันตก 3 แห่ง ได้แก่สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ (เอสแอนด์พี) มูดีส์ และฟิทช์ ที่ครอบครองตลาดจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

 

เอเซีย: จีน

          - แหล่งข่าวระบุว่าจีนได้เพิ่มความพยายามเพื่อป้องกันไม่ให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงสู่ระดับ 7% และคิดว่าประสบความสำเร็จแล้วในขณะนี้ หลังจากข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าจีนสามารถสกัดกั้นภาวะชะลอตัวอย่างรวดเร็วได้ ปัจจัยดังกล่าวจะทำให้รัฐบาลและธนาคารกลางจีนมีเวลาจนกว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลการขยายตัวทางเศรษฐกิจประจำไตรมาส 2 ในเดือนหน้าเพื่อตัดสินใจว่า เศรษฐกิจต้องการมาตรการกระตุ้นแบบเข้มข้นมากขึ้นหรือไม่ การดำเนินนโยบายในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นการขยายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมโดยที่ไม่ทำลายคำสัญญาที่ว่า จีนจะหลีกเลี่ยงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เช่น การเร่งการใช้จ่ายของรัฐ และการปรับลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารบางแห่งเป็นครั้งที่ 2 การดำเนินการดังกล่าวมีเจตนาเพื่อทำให้เศรษฐกิจขยายตัวใกล้ระดับ 7.2% ต่อไป ซึ่งนายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียงระบุว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อการส่งเสริมการจ้างงาน โดยที่ธนาคารกลางจีนไม่ต้องลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ทั้งระบบ หรือลดอัตราดอกเบี้ย

          - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แถลงว่าเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มที่จะขยายตัว 7.5% ในปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาล ไอเอ็มเอฟยังระบุว่าค่าเงินหยวนมีมูลค่าต่ำเกินจริงในระดับปานกลาง ขณะเดียวกันไอเอ็มเอฟได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนในปีหน้าลงสู่ระดับ 7% ขณะที่เรียกร้องให้ทางการจีนหลีกเลี่ยงการออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม และให้ความสำคัญกับการจำกัดความเสี่ยงทางการเงิน ทั้งนี้ไอเอ็มเอฟได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีหน้า จากระดับ 7.3% สู่ 7%

 

ฟิลิปปินส์

          - ทางการฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่งในเดือนพฤษภาคมจากราคาอาหารและสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่คาดว่าธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) จะคงอัตราดอกเบี้ยต่อไปในขณะนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.5% ซึ่งสูงกว่าในผลสำรวจของรอยเตอร์ที่คาดไว้ที่ 4.2% และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2011 ซึ่งอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 4.7% อัตราเงินเฟ้อดังกล่าวยังใกล้ระดับสูงสุดของตัวเลขคาดการณ์ของ BSP ที่ 3.9-4.7% ในเดือนพฤษภาคม

 

ไทย

          - สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่า หากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องการจะยกระดับราคาข้าว จะต้องประกาศให้ตลาดรับรู้ว่าจะหยุดขายข้าวส่งออกไปถึงสิ้นปี 2557 หลังจากนั้นต้องมาตรวจเช็กสต๊อกข้าวทั้งหมดเพื่อทำบัญชีรวมทั้งประเทศใหม่ อาจจ้างบริษัทเซอร์เวเยอร์มืออาชีพมาตรวจและให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าคุมโกดังข้าวทุกแห่ง เพื่อให้ทราบว่า ข้าวเก่าก่อนโครงการรับจำนำมีปริมาณเท่าไหร่ และข้าวในโครงการรับจำนำที่มี 16 ล้านตันนั้น เป็นข้าวเน่า ข้าวหาย และข้าวปกติ ปริมาณเท่าไหร่ จากนั้นก็ทำลายข้าวเน่าทั้งหมด

 

Money Market

          - บาท/ดอลลาร์ วันพฤหัส (5พ.ค.)  ค่าเงินบาทอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นค่าเงินบาทก็แข็งขึ้นมาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับเมื่อวันพุธ สอดคล้องกับค่าเงินประเทศในเอเซียที่มีทั้งแข็งขึ้นและอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเนื่องจากนักลงทุนรอดูผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปในคืนนี้

          - เยน/ดอลลาร์ วันพฤหัส (5 มิ.ย.)  ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อวันพุธจากการที่สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 56.3 จากระดับ 55.2 ในเดือนเมษายน ซึ่งชี้ถึงการขยายตัวมากที่สุดในรอบ 9 เดือน และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 55.5 ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการที่จัดทำโดย Markit ในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 58.1 จากระดับ 55 ในเดือนเมษายน ซึ่งชี้ถึงการขยายตัวมากที่สุดในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้นทั่วทั้งประเทศ โดยภาคการผลิตขยายตัวโดยรวม ขณะที่ท่าเรือขนส่งสินค้าบางแห่งมีการขยายตัวอย่างมาก และการใช้จ่ายของผู้บริโภคทรงตัว

          - ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส (5มิ.ย.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันนี้ อย่างไรก็ดีนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปจะผ่อนคลายมาตรการทางการเงินมากขึ้นหลังอัตราเงินเฟ้อของ euro area ลดลงมามากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาซึ่งส่งผลให้มีความกังวลมากขึ้นต่อแนวโน้มที่เศรษฐกิจภูมิภาคจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด โดยในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรได้ปรับตัวสูงขึ้นหลังธนาคารกลางยุโรปประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลงตามคาด

 

Capital Market

          - ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส (5 มิ.ย.) วันพฤหัส (5 มิ.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยดัชนีดาวโจนส์และS&P 500 ปิดที่ระดับนิวไฮหลังธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และยืนยันที่จะดำเนินการมากขึ้นหากจำเป็นเพื่อขจัดความเสี่ยงของภาวะเงินฝืด ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.59%, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.65% และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 1.05%

          - ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส (5 มิ.ย.)  ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นดัชนีก็ได้ปรับตัวสูงขึ้น โดยนักลงทุนรอดูผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรปในคืนนี้ว่าจะมีการเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามคาดหรือไม่ ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯล่าสุดโดยรวมยังออกมาในทางบวกทั้งดัชนี PMI ภาคบริการเดือนพฤษภาคมของ ISM และ Markit ที่ชี้ถึงการขยายตัวมากขึ้น รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book ของธนาคารกลางสหรัฐฯที่ชี้ว่า เศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้นทั่วทั้งประเทศ ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯเดือนพฤษภาคมจากการจัดทำของ ADP ก็ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแม้จะเพิ่มน้อยกว่าเดือนก่อนและเพิ่มต่ำกว่าที่คาด โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิและดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเพิ่มขึ้น 0.08% และ 0.79% ตามลำดับ ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดลดลง 0.18%

          - ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส (5 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าเคลื่อนไหวขึ้นลงเล็กน้อยโดยนักลงทุนรอดูผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปในคืนนี้ โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงเช้ามาก ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 3.76จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 06 มิ.ย. 2557

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment