| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Wednesday, 11 June 2014 10:10 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - สต็อกสินค้าภาคค้าส่งในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกับเดือนมีนคาที่ 1.1% มากกว่าที่นักเศรษฐศาสคร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนเมษายน โดยสต็อกสินค้าคงทน ซึ่งเป็นสินค้าที่มีราคาแพงและมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 3 ปี เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์ และเครื่องจักร ปรับตัวขึ้น 0.9% ขณะที่สต็อกสินค้าไม่คงทน อาทิ อาหาร ผลิตภัณฑ์กระดาษ ปิโตรเลียม และผลิตภัณฑ์ถ่านหิน เพิ่มขึ้น 1.4% ขณะเดียวกันยอดค้าส่งเพิ่มขึ้นเกินคาด 1.3% จากที่เพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนมีนาคม สำหรับสัดส่วนสต็อกสินค้าคงคลังต่อยอดขาย ซึ่งเป็นมาตรวัดระยะเวลาที่สินค้าถูกระบายออกจากสต็อกยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 1.18 เดือน - กระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงานว่า ตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครโดยสถานประกอบการของสหรัฐฯ ในเดือนเมษายนปรับตัวขึ้น 289,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 4.46 ล้านตำแหน่ง จาก 4.17 ล้านในเดือนมีนาคม และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครเพิ่มขึ้น 17% โดยภาคเอกชนเปิดรับสมัครงานเพิ่มขึ้น 18% สู่ระดับ 4.05 ล้านตำแหน่ง ขณะที่ภาครัฐมีตำแหน่งงานว่างเพิ่มขึ้นสู่รัดบ 410,000 ตำแหน่ง จากระดับ 408,000 ตำแหน่ง ทั้งนี้ ตำแหน่งงานว่างในสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2550 เนื่องจากบรรดานายจ้างต้องการแรงงานเพิ่มมากขึ้นเพื่อช่วยจัดการกับอุปสงค์ที่เพิ่มสูงขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจดีดตัวขึ้นต่อเนื่อง - สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติของสหรัฐ (NFIB) รายงานว่า ความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดเล็กในเดือนพฤษภาคมปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 96.6 จากระดับ 95.2 ในเดือนเมษายน สูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 95.8 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่สาม และสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2550 หรือก่อนที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งหลังสุด การเพิ่มขึ้นดังกล่าวบ่งชี้ว่า เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กคาดการณ์ว่าสภาวะทางธุรกิจจะปรับตัวดีขึ้นในอนาคต โดยสัดส่วนของเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่คาดการณ์ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นนั้น เพิ่มขึ้น 5 จุด สู่ระดับ 15% สำหรับสัดส่วนของเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่มองว่าสภาพเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น เพิ่มขึ้น 9 จุด สู่ระดับ 0% และสัดส่วนของเจ้าของธุรกิจที่มีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลกำไร เพิ่มขึ้น 3 จุด สู่ระดับ -17%
ยุโรป: อังกฤษ - สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ รายงานว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของอังกฤษในเดือนเมษายนขยายตัว 0.4% (m-o-m) จากเดือนมีนาคมที่ขยายตัว 0.1% และหากเทียบรายปี การผลิตภาคอุตสาหกรรมใน พุ่งขึ้น 4.4% (y-o-y) ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งที่สุดนับแต่ปี 2554 - ผลการสำรวจโดย EY บริษัทด้านการให้คำปรึกษาระดับโลกระบุว่า อังกฤษเป็นจุดหมายการลงทุนที่น่าสนใจที่สุดในยุโรป โดยในขณะนี้ อันดับของอังกฤษขึ้นมาจากอันดับ 8 สู่อันดับ 5 ในการจัดอันดับประเทศที่นักลงทุนมองกว่าน่าสนใจสำหรับ FDI ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยแซงหน้าเยอรมนีเป็นครั้งแรก ซึ่งประเทศที่นำหน้าอังกฤษมีแค่จีน สหรัฐ อินเดีย และบราซิล
เยอรมนี - ทางการเยอรมนีได้ประกาศตัวเลขผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีภาคก่อสร้างเป็นแรงฉุดที่สำคัญ (หากไม่รวมภาคก่อสร้าง ผลผลิตอุตสาหกรรมจะขยายตัว 0.4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า) นอกจากนี้ ดุลการค้าของเยอรมนียังเกินดุลเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.74 หมื่นล้านยูโร เทียบกับ 1.66 หมื่นล้านยูโร ในเดือนก่อน และมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์คาดที่ 1.57 หมื่นล้านยูโร โดยส่งออกเพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังหดตัวในสองเดือนก่อน ด้านนำเข้าขยายตัวเล็กน้อย 0.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
เอเซีย: จีน - อัตราเงินเฟ้อของจีนเร่งตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 4 เดือนในเดือนพฤษภาคมจากราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนพฤษภาคมจากเดือนเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ไว้ที่ 2.4% ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนพฤษภาคมลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากลดลง 2% ในเดือนเมษายน - บริษัทจีน 7 แห่งได้เสนอขายหุ้นให้แก่สาธารณชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในตลาดหุ้นจีนในวันอังคารที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ตลาด IPO ของจีนฟื้นตัวอีกครั้ง หลังจากหยุดพักไปนาน 4 เดือน การเสนอขายหุ้น IPO เกิดขึ้น หลังจากที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (CSRC) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า CSRC ได้ให้การอนุมัติครั้งสุดท้ายแก่บริษัท 10 แห่งที่ต้องการจดทะเบียนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และเสิ่นเจิ้น ทั้งนี้ในบรรดาบริษัท 7 แห่งดังกล่าว 3 แห่งจะจดทะเบียนหุ้นในตลาดเซี่ยงไฮ้ และอีก 4 แห่งจะจดทะเบียนในตลาดเสิ่นเจิ้น CSRC ได้อนุมัติให้บริษัท 50 แห่งจดทะเบียนในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการยุติการระงับการอนุมัติ IPO ที่เริ่มขึ้นในปลายปี 2012 นักลงทุนจำนวนมากมองว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า จีนกำลังเตรียมตัวรับการออกหุ้น IPO จำนวนมากในปีนี้
ญี่ปุ่น - ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะจัดประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันที่ 12-13 มิถุนายนนี้ และจะประกาศผลการประชุมออกมาในวันที่ 13 มิถุนายนในเวลาประมาณ 10.30-12.00 น.ตามเวลาไทย นักวิเคราะห์คาดว่าบีโอเจมีแนวโน้มที่จะตรึงนโยบายการเงินไว้ตามเดิมในวันศุกร์นี้ และอาจจะประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจในต่างประเทศในทางที่ดีขึ้นเล็กน้อย โดยบีโอเจอาจแสดงความมั่นใจว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อในปีหน้า โดยที่บีโอเจไม่ต้องดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม งบลงทุนอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งเกินคาด และมีสัญญาณบ่งชี้มากขึ้นเรื่อยๆว่าญี่ปุ่นสามารถรับมือกับการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นสองปัจจัยที่สอดคล้องกับความเห็นของบีโอเจที่ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะสามารถฟื้นตัวขึ้นได้ต่อไป โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก โดยรองจากสหรัฐและจีน เจ้าหน้าที่บีโอเจกล่าวว่าอุปสรรคจากต่างประเทศลดระดับลง ซึ่งจะเห็นได้จากตัวเลขยอดส่งออกของจีนที่เพิ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคมและตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้นแล้วหลังจากได้รับแรงกดดันจากภาวะอากาศหนาวจัด ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลให้บีโอเจประเมินภาพเศรษฐกิจต่างประเทศในทางบวกมากขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับในเดือนพฤษภาคม โดยในเดือนก่อนบีโอเจระบุว่า ถึงแม้เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวขึ้นเศรษฐกิจบางประเทศก็อยู่ในภาวะเฉื่อยชา ถ้าหากบีโอเจประเมินภาพเศรษฐกิจโลกในทางบวกมากยิ่งขึ้นก็จะบ่งชี้ว่าบีโอเจมีความหวังว่ายอดส่งออกของญี่ปุ่นอาจจะออกจากภาวะซบเซาได้ในเร็วๆนี้ และอาจจะช่วยชดเชยแรงกดดันที่เกิดจากการปรับขึ้น VAT เมื่อเดือนเมษายน
ไทย - นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เปิดเผยถึงปฏิทินการจัดทำรายงานงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 คาดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ให้นำเสนอต่อฝ่ายนิติบัญญัติได้ในวันที่ 19 กรกฎาคม โดยวันที่ 6 สิงหาคม ฝ่ายนิติบัญญัติได้ให้ความเห็นชอบหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 และแต่งตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างในวาระที่ 1 วันที่ 7 สิงหาคม - 5 กันยายน คณะกรรมาธิการจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ในวาระที่ 2 ขั้นกรรมาธิการ วันที่ 9 กันยายน ฝ่ายนิติบัญญัติจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ในวาระที่ 2-3 และในวันที่ 15 กันยายน คาดว่าจะสามารถนำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมได้
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 10 มิ.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับบาทและสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้โดยปัจจัยจากการที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาดีต่อเนื่องส่งผลบวกต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงนี้ - เยน/ดอลลาร์ วันอังคาร (10 มิ.ย.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าบีโอเจมีแนวโน้มที่จะคงนโยบายการเงินในวันศุกร์นี้ และอาจจะประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจในต่างประเทศในทางที่ดีขึ้นเล็กน้อย ขณะที่การรายงานตัวเลขยอดขายปลีกของสหรัฐฯเดือนพฤษภาคมในวันพฤหัสนี้นักเศรษฐศาสตรจากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือนก่อนหน้าหลังจากเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.1% - ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร ( 10 มิ.ย.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งนี้โดยภาพรวมค่าเงินยูโรยังมีแนวโน้มอ่อนลงเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯจากแนวโน้มที่เศรษฐกิจ euro area ยังเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะเงินฝืดในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังชะลอตัวเล็กน้อยในช่วงต้นปีจากปัญหาอากาศที่หนาวเย็นผิดปกติ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร (10 มิ.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเกือบทรงตัวในวันอังคาร โดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคมีราคาลดลง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหนึ่งเดือน ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.02, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.02% และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.04% - ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร (10 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมสูงขึ้นในวันนี้จากการที่นักลงทุนมองในเชิงบวกมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจประเทศที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯที่ตัวเลขเศรษฐกิจชี้ไปในทางบวกมากขึ้นทั้งตัวเลขภาคการผลิต การจ้างงาน รวมทั้งการใช้จ่ายของผู้บริโภคซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าตัวเลขยอดขายปลีกเดือนพฤษภาคมที่จะรายงานในวันพฤหัสนี้จะเพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือนก่อนหน้าหลังจากเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.1% ขณะที่ทางด้านจีนหลังดัชนีภาคการผลิต และตัวเลขการส่งออกปรับตัวดีขึ้น ในวันนื้ทางการจีนก็รายงานว่าดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพฤษภาคมลดลงในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า ส่วนทางด้านญี่ปุ่นนักเศรษฐศาสตร์ก็คาดการณ์ว่าบีโอเจมีแนวโน้มที่จะตรึงนโยบายการเงินไว้ตามเดิมในวันศุกร์นี้ และอาจจะประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจในต่างประเทศในทางที่ดีขึ้นเล็กน้อย โดยบีโอเจอาจแสดงความมั่นใจว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อในปีหน้า ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต และดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 1.08% และ 0.86% ตามลำดับ โดยดัชนีตลาดหุ้นจีนสูงขึ้นนำโดยการเพิ่มขึ้นของหุ้นกลุ่มการเงิน หลังจากที่จีนได้เปิดเผยรายละเอียดว่าธนาคารใดจะได้ประโยชน์จากการลดสัดส่วนการกันสำรองธนาคารพาณิชย์ (RRR) รอบล่าสุด สำหรับดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.85% - ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร (10มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมจากการที่นักลงทุนคาดการณ์เศรษฐกิจของประเทศสำคัญไปในทางบวกมากขึ้น โดยในช่วงบ่ายดัชนีทรงตัวอยู่ในแดนบวกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 11.89 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 11 มิ.ย. 2557
|






![]() | Today | 978 |
![]() | All days | 978 |
Comments