Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Wednesday, 16 July 2014 09:16

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

- นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) แถลงต่อสภาคองเกรสว่ามีความเป็นไปได้ที่ Fed จะยุติโครงการซื้อสินทรัพย์ในเดือนตุลาคมนี้ โดยไม่หวั่นว่าอาจจะเกิดภาวะฟองสบู่ในสินทรัพย์ พร้อมกับย้ำว่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไปอีกสักระยะ แต่ขณะเดียวกันก็แย้มว่าการขึ้นดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาด หากตลาดแรงงานยังดีต่อเนื่อง สำหรับความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะฟองสบู่ในสินทรัพย์นั้น นางเยลเลนกล่าวว่า เฟดยอมรับว่าอัตราดอกเบี้ยต่ำอาจสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนบางราย และยอมรับว่าการดำเนินการเหล่านั้นอาจทำให้ระบบการเงินมีความเสี่ยงสูงต่อเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ต่างๆ อย่างไรก็ดี ถึงแม้ราคาอสังหาริมทรัพย์ หุ้น และหุ้นกู้ปรับตัวสูงขึ้น แต่โดยทั่วไปแล้ว ราคายังสอดคล้องกับค่ากลางที่ผ่านม

- ยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.2% (m-o-m) จากที่เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนพฤษภาคม (เป็นตัวเลขที่ถูกปรับทบทวนขึ้นจากรายงานก่อนหน้านี้ที่ 0.3%) ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยยอดขายสินค้าเกือบทุกประเภทต่างปรับตัวเพิ่มขึ้น ยกเว้นยอดขายรถยนต์ ยอดขายเฟอร์นิเจอร์และสินค้าเกี่ยวกับบ้าน โดยยอดขายสินค้าใน 9 หมวดจากทั้งหมด 13 หมวดปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยผู้บริโภคจับจ่ายซื้อเสื้อผ้า สินค้าทั่วไป และผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น แต่ลดการซื้อสินค้าราคาแพง อาทิ เฟอร์นิเจอร์ และรถยนต์ โดยยอดขายรถยนต์และชิ้นส่วนลดลง 0.3% ในเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบห้าเดือน ทั้งนี้ หากไม่รวมยอดขายรถยนต์ที่มีความผันผวน ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อนหน้า เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 4.3% (y-o-y)

- สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจในเดือนพฤษภาคมปรับตัวขึ้น 0.5% (m-o-m)  สู่ระดับ 1.737 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนเมษายน ขณะที่เมื่อเทียบรายปี สต็อกสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 5.6% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สำหรับยอดขายของภาคธุรกิจ ซึ่งรวมทั้งผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก และผู้ค้าส่ง เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 1.343 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนเมษายน ขณะที่สัดส่วนสต็อกสินค้าคงคลังต่อยอดขาย ซึ่งเป็นมาตรวัดระยะเวลาที่สินค้าถูกระบายออกจากสต็อก อยู่ที่ 1.29 ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อน และขยับขึ้นจากระดับ 1.28 ในช่วงเดียวกันปีก่อน

- ดัชนีราคานำเข้าสินค้าในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.1% จากที่เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก่อน ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าน่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% โดยราคานำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น 1.4% ซึ่งชดเชยราคาอาหารที่ลดลง 1.7% โดยหากไม่รวมเชื้อเพลิง ราคานำเข้าลดลง 0.2% ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ราคานำเข้าเพิ่มขึ้น 1.2% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2555 ขณะเดียวกัน ดัชนีราคาส่งออกเดือนลดลง 0.4% หลังจากที่ขยับขึ้น 0.1% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ราคาส่งออกเพิ่มขึ้น 0.2% การเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยบ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากต่างประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ โดยต้นทุนอาหารที่ร่วงลงในเดือนที่แล้วได้หักลบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนเชื้อเพลิง

- ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขานิวยอร์กเปิดเผยว่า ดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) เดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 25.60 จากระดับ 19.28 ในเดือนมิถุนายน บ่งชี้ว่าว่ากิจกรรมการผลิตในเขตนิวยอร์ก ซึ่งครอบคลุมถึงตอนเหนือของนิวเจอร์ซีย์และตอนใต้ของคอนเนตทิคัต ขยายตัวสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 หรือในรอบกว่า 4 ปี โดยตัวเลขที่เหนือระดับ 0 บ่งชี้ถึงการขยายตัว ซึ่งดัชนีปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันแล้ว ทั้งนี้ ดัชนีย่อยปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ โดยดัชนีการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นสู่รัดบ 23.64 จากระดับ 14.15 ดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 18.77 จากระดับ 18.36 ในเดือนมิถุนายน ด้านดัชนีราคาจ่ายเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 25 จากระดับ 17.2 ขณะที่ราคารับขยับขึ้นสู่ระดับ 6.8 จากระดับ 4.3 ในเดือนก่อน อย่างไรก็ตาม ดัชนีการคาดการณ์สภาวะธุรกิจสำหรับช่วง 6 เดือนข้างหน้าลดลงสู่ระดับ 28.5 จากระดับ 39.8 ในเดือนที่แล้ว

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

- กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่า เศรษฐกิจของยูโรโซนกำลังมีการฟื้นตัว และบรรยากาศในตลาดการเงินได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าเศรษฐกิจของยูโรโซนจะขยายตัวมากกว่า 1% เพียงเล็กน้อยในปีนี้ ก่อนที่จะเติบโต 1.5% ในปี 2558 อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟ กล่าวว่าการฟื้นตัวดังกล่าวไม่ได้สดใสหรือแข็งแกร่งเพียงพอ ซึ่งตอกย้ำถึงอุปสงค์ที่อ่อนแรง เงินเฟ้อที่ระดับต่ำ และความเสี่ยงทางการเงินในประเทศต่างๆ ซึ่งยังคงเผชิญกับภาระหนี้สินจำนวนมากและการว่างงานที่ระดับสูง

- สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรปหรือยูโรสแตท รายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนพฤษภาคมอ่อนตัวลง 1.1% จากระดับเดือนเมษายน ในขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมของกลุ่มสหภาพยุโรปและยูโรโซนขยายตัว 0.7% ในเดือนเมษายน และเมื่อเทียบเป็นรายปีแล้ว การผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนขยายตัว 0.5% ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมของอียู เพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2556

 

เยอรมนี

- อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงของเยอรมนี ระบุว่าการฟื้นตัวของกลุ่มยูโรโซนยังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีสัญญาณเชิงบวกหลายอย่างเกิดขึ้นในกลุ่มยูโรโซน แต่สัญญาณเชิงบวกเหล่านั้นยังมิอาจการันตีได้ว่า เศรษฐกิจของยูโรโซนได้กลับไปอยู่บนเส้นทางที่มีเสถียรภาพแล้วแต่อย่างใด พร้อมชี้ว่าวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นในภาคสถาบันการเงินของโปรตุเกสในเวลานี้ อาจกลายเป็นปัจจัยเชิงลบที่สร้างความเสียหายต่อทั้งยุโรปและเศรษฐกิจโลกโดยรวม

 

ฝรั่งเศส

- ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ของฝรั่งเศส กล่าวว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสมีการฟื้นตัว แต่ยังคงอยู่ในภาวะที่เปราะบางเกินไป จึงจำเป็นต้องเพิ่มความพยายามและส่งเสริมการปฏิรูป เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจกลับมาสู่การขยายตัวอย่างยั่งยืนอีกครั้งโดยกล่าวย้ำว่าสิ่งที่รัฐบาลฝรั่งเศสให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกก็คือการลดอัตราว่างงาน

 

อิตาลี

- สำนักงานสถิติแห่งชาติอิตาลีเปิดเผยว่า จำนวนคนยากจนในอิตาลีเมื่อปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็น 10.48 ล้านคน หรือร้อยละ 16.6 ของประชากรทั้งหมด โดยพิจารณาจากครอบครัวที่มีสมาชิก 2 คนและมีรายได้น้อยกว่าเดือนละ1,325.18 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเมื่อปี 2555 คนยากจนมีจำนวน 9.56 ล้านคน หรือร้อยละ 15.8 ของประชากรทั้งหมด ผลการสำรวจยังพบว่า ครอบครัวที่มีลูก 3 คนหรือมากกว่านั้นและฐานะยากจน มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 725,000 คนในปี 2555 เป็น 3.72 ล้านคนในปี 2556

 

รัสเซีย

- รัสเซียเสนอแนวความคิดจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่ม BRICS ซึ่งประกอบด้วย 5 ประเทศ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ภายในปี 2559 โดยข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้นโดยนายแอนโทน ไซลูอานอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป้าหมายก็เพื่อให้มีกลไกให้ความสนับสนุนทางการเงินทางเลือกใหม่สำหรับประเทศในกลุ่ม BRICS นอกเหนือไปจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน

- อิหร่านและรัสเซียวางแผนที่จะยกระดับความร่วมมือในด้านแหล่งก๊าซธรรมชาติ โดยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลด้านการจัดหาอุปกรณ์ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การมีส่วนร่วมในโครงการน้ำมันและก๊าซในรูปของการเงิน รวมทั้งแผนการสำหรับการลงทุนของต่างชาติ โดยที่บริษัท NIGC ของอิหร่าน และบริษัทก๊าซพรอมของรัสเซีย ก็จะอยู่ในคณะกรรมการร่วมดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ อิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ครอบครองก๊าซจำนวนมากที่สุดในโลกนั้น มีก๊าซธรรมชาติมากกว่า 33 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร

 

เอเซีย : จีน

- ธนาคารกลางจีน (PBOC) รายงานว่า ธนาคารพาณิชย์จีนปล่อยกู้ใหม่ในรูปสกุลเงินหยวนเป็นมูลค่า 1.08 ล้านล้านหยวน (1.7390 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในเดือนมิถุนายน ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 9.15 แสนล้านหยวน ในขณะที่รัฐบาลจีนเพิ่มความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ธนาคารกลางจีนยังเปิดเผยว่า การปล่อยสินเชื่อใหม่ทางสังคมโดยรวมทั้งหมดของจีนซึ่งเป็นมาตรวัดสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจอยู่ที่ระดับ 1.97 ล้านล้านหยวนในเดือนมิถุนายน เทียบกับ 1.4 ล้านล้านหยวนในเดือนพฤษภาคม  นอกจากนี้ธนาคารกลางจีนระบุในแถลงการณ์ว่า ปริมาณเงิน M2 เพิ่มขึ้น 14.7 % ในเดือนมิถุนายนเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อน ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ในโพลล์รอยเตอร์ที่ 13.5 % ส่วนสินเชื่อหยวนคงค้างเพิ่มขึ้น 14 % จากเดือนเดียวกันในปีก่อน ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 13.8 %

- ธนาคารกลางจีนเปิดเผยว่า ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.99 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน จาก 3.95 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ณ สิ้นเดือนมีนาคม

- กระทรวงพาณิชย์ของจีนเปิดเผยว่า จีนได้รับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) คิดเป็นมูลค่า 1.44 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 0.2% จากปีก่อน และเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 16  ติดต่อกัน ส่วนการลงทุนโดยตรงของจีนที่ไม่ใช่ภาคการเงินไปยังต่างประเทศลดลง 5% สู่ระดับ 4.33 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงครึ่งปีแรก

 

ญี่ปุ่น

- ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงินในการประชุมเมื่อวันอังคารที่ 15 กรกฎาคม โดยยืนยันที่จะเพิ่มฐานเงิน หรือเงินสดและเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับบีโอเจในอัตรา 60-70 ล้านล้านเยน (5.92-6.91 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ต่อปี แต่บีโอเจได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจสำหรับปีงบประมาณปัจจุบันลงเล็กน้อยสู่ระดับ 1.0% จากเดิม 1.1% ซึ่งสะท้อนถึงภาวะการส่งออกที่ชะลอตัว และการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนที่ลดลงมากเกินคาด หลังการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในเดือนเมษายน ขณะที่ได้คงการคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีงบประมาณ 2015/2016 และ 2016/2017 ไว้ที่ 1.5% และ 1.3% ตามลำดับ สำหรับการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปีงบประมาณปัจจุบันได้คงไว้ที่ 1.3% เช่นเดียวกับปีงบประมาณ 2015/2016 และ 2016/2017 ซึ่งได้คงไว้ที่ 1.9% และ 2.1% ตามลำดับ

 

ไทย

- ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุว่า การดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท.ในช่วงครึ่งปีหลังจะให้น้ำหนักในเรื่องการพัฒนาด้านตลาดการเงินระหว่างประเทศ ควบคู่ไปกับการดูแลอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP) และอัตราเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในขณะนี้ยังสามารถดูแลความเสี่ยงที่จะมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้ดี พร้อมระบุ จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ครั้งล่าสุด พบว่าปัจจัยความเสี่ยงที่จะมีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเริ่มลดน้อยลงแล้ว หลังจากที่การเมืองในประเทศมีความสงบ นอกจากนี้ ยังระบุว่าทิศทางของค่าเงินบาทในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาถือว่ามีเสถียรภาพดี หากเปรียบเทียบเงินบาทกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ขณะเดียวกันอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่ระดับในปัจจุบันยังไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกและการลงทุน

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ วันอังคาร (15 ก.ค.)  ค่าเงินบาทอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับทิศทางที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่และสกุลเงินสำคัญทั้งเยนและยูโรในวันนี้

- เยน/ดอลลาร์ วันอังคาร (15 ก.ค.)  ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งนี้นักลงทุนจับตาการแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาสหรัฐฯในวันนี้ และจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯในวันพุธ ขณะที่การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันนี้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงิน โดยยืนยันที่จะเพิ่มฐานเงิน หรือเงินสดและเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับบีโอเจในอัตรา 60-70 ล้านล้านเยน (5.92-6.91 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ต่อปี

- ยูโร/ดอลลาร์ วันอังคาร (15 ก.ค.)  ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ก่อนการรายงานอัตราเงินเฟ้อของ euro area เดือนมิถุนายนในวันพฤหัสนี้ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปี ขณะเดียวกันนักลงทุนก็คาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปจะดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินมากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจยูโรโซนเข้าสู่ภาวะเงินฝืด

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันอังคาร (15 ก.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันอังคารหลังนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพิ่มความวิตกเกี่ยวกับมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของหุ้นในบางกลุ่มธุรกิจ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.03%  ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.19%  และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 0.54%

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันอังคาร (15 ก.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ตามตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืนนี้หลังจาก Citigroup Inc รายงานผลกำไรไตรมาสล่าสุดดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ไปในทางบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทต่างๆ โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิสูงขึ้น 0.64% ขณะที่วันนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงนโยบายการเงิน แต่ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจสำหรับปีงบประมาณปัจจุบันลงเล็กน้อยสู่ระดับ 1.0% จากเดิม 1.1% ซึ่งสะท้อนถึงภาวะการส่งออกที่ชะลอตัว และการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนที่ลดลงมากเกินคาด หลังการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในเดือนเมษายน ขณะที่ได้คงการคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีงบประมาณ 2015/2016 และ 2016/2017 ไว้ที่ 1.5% และ 1.3% ตามลำดับ สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.18% โดยปัจจัยความกังวลเรื่องสภาพคล่องทางการเงินที่จะลดลงจากการขายหุ้น IPO ส่งผลลบต่อตลาดในวันนี้ ขณะที่มีปัจจัยบวกจากตัวเลขการปล่อยกู้ใหม่ในรูปสกุลเงินหยวนของธนาคารพาณิชย์จีนเดือนมิถุนายนที่สูงเกินคาด

- ตลาดหุ้นไทย วันอังคาร ( 15 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงเปิดตลาดตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศก่อนที่จะปรับลดลงหลังจากนั้นและเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ในช่วงเช้า โดยมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำหรับในช่วงบ่ายดัชนียังเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบ ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 4.70 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 16 ก.ค. 2557

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment