Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Friday, 17 March 2017 09:49

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

- ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสัปดาห์ที่แล้วลดลง 2,000 ราย สู่ระดับ 241,000 ราย ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานนี้ยังคงอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 106 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 1970 ส่วนยอดผู้ขอสวัสดิการว่างงานรายใหม่โดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 750 ราย สู่ระดับ 237,250 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สำหรับจำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง มีจำนวนลดลง 30,000 ราย สู่ระดับ 2.03 ล้านราย ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 4 มีนาคม

- ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาฟิลาเดลเฟีย รายงานว่า ดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิด-แอตแลนติก ในเดือนมีนาคมอยู่ที่ระดับ 32.8 ซึ่งเป็นระดับสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ ดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 0 บ่งชี้ถึงภาวะขยายตัวของกิจกรรมทางธุรกิจ

- ยอดการเริ่มต้นสร้างบ้านในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 1.29 ล้านยูนิต หลังอยู่ที่ระดับ 1.25 ล้านยูนิตในเดือนมกราคม ซึ่งก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.26 ล้านยูนิต ทั้งนี้ เมื่อเทียบรายปี ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 6.2% (yoy) โดยแบ่งเป็นตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวที่เพิ่มขึ้น 6.5% สู่ระดับ 872,000 ยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2007 ขณะที่การก่อสร้างบ้านหลายครอบครัว ซึ่งรวมถึงอพาร์ทเมนท์และคอนโดมิเนียม ลดลง 3.7% สู่ระดับ 416,000 ยูนิต ด้านการอนุญาตก่อสร้างบ้านลดลง 6.2% สู่ระดับ 1.21 ล้านยูนิต โดยตัวเลขการอนุญาตก่อสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวเพิ่มขึ้น 3.1% ขณะที่การอนุญาตก่อสร้างบ้านหลายครอบครัวหดตัวลง 21.6%

 

ยุโรป: ยูโรโซน

- สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนในเดือนกันยายนอยู่ที่ระดับ 2.0% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี และสอดคล้องกับตัวเลขประมาณการเบื้องต้น โดยการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อดังกล่าว ส่วนใหญ่เกิดจากราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้น ซึ่งได้เพิ่มขึ้น 9.3% ด้านอัตราเงินเฟ้อสหภาพยุโรปในเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวขึ้น 1.9% จากระดับ 1.7% ในเดือนมกราคม ทั้งนี้ มีการคาดการณ์กันว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะยังไม่ยุติการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดพลังงาน, อาหาร, แอลกอฮอล์ และบุหรี่ ยังคงทรงตัวที่ระดับ 0.9% โดยยังห่างไกลจากระดับใกล้ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของ ECB

 

อังกฤษ

- ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติด้วยคะแนนเสียง 8-1 เสียง เห็นพ้องให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.25% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ในวันนี้ นอกจากนี้ BoE ยังมีมติด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ 9-0 เสียง เห็นพ้องให้คงวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ระดับ 4.35 แสนล้านปอนด์ และคงวงเงินซื้อหุ้นกู้ในภาคเอกชนที่ระดับ 1 หมื่นล้านปอนด์

 

เอเซีย: จีน

- ธนาคารกลางจีน (PBOC) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็นครั้งที่ 3 ในรอบหลายเดือนในวันพฤหัสที่ผ่านมาหลังจากการประชุมประจำปีของสภาประชาชนแห่งชาติสิ้นสุดลงเมื่อวันพุธ ซึ่งผู้นำเตือนว่า การจัดการกับความเสี่ยงด้านหนี้จะเป็นภารกิจสำคัญอันดับหนึ่งด้านนโยบายในปีนี้ การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด ทั้งนี้ PBOC ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.10% สำหรับสินเชื่อระยะกลาง (MLF) และอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรในตลาดรอง นักวิเคราะห์หลายคนคาดไว้ว่าจะมีการดำเนินการดังกล่าวในอีกหลายเดือนข้างหน้า ขณะที่ทางการเตรียมที่จะควบคุมการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของระดับหนี้ การปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย MLF ระยะ 6 เดือนและระยะ 1 ปีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.05% และ 3.20% ตามลำดับ

- แหล่งข่าวกล่าวว่า ธนาคารกลางจีนได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อระยะสั้นในกลไกปล่อยกู้ตามคำขอ (SLF) ในวันพฤหัสที่ผ่านมา แหล่งข่าวกล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ SLF ช่วงข้ามคืนจะได้รับการปรับขึ้น 0.20% สู่ 3.30%, อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ SLF ระยะ 7 วันจะได้รับการปรับขึ้น 0.10% สู่ 3.45% และอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ SLF ระยะ 1 เดือนจะได้รับการปรับขึ้น 0.10% สู่ 3.80%

 

ญี่ปุ่น

- ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติตรึงนโยบายการเงินในการประชุมวันพฤหัสที่ผ่านมา และคงมุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวังต่อภาวะเศรษฐกิจ โดยส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการขยายมาตรการกระตุ้นทางการเงินเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ทั้งนี้บีโอเจมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ -0.1% สำหรับเงินฝากส่วนเกินที่สถาบันการเงินฝากไว้กับบีโอเจ บีโอเจยังได้คงเป้าหมายอัตราผลตอบแทนสำหรับพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีไว้ที่ 0% ทั้งนี้หลังจากที่ดำเนินโครงการซื้อสินทรัพย์จำนวนมหาศาลมากว่า 3 ปี แต่ไม่สามารถเร่งอัตราเงินเฟ้อสู่เป้าหมาย 2% ได้ บีโอเจก็ได้ทำการปฏิรูปกรอบนโยบายในเดือนก.ย.ปีที่แล้วมาเป็นการกำหนดเป้าหมายอัตราดอกเบี้ย

- นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นกล่าวในการแถลงข่าวว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงฟื้นตัวปานกลางตามแนวโน้ม และมีแนวโน้มว่าจะกลับไปมีการขยายตัวปานกลางอีกครั้ง เขากล่าวว่า บีโอเจจะดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณและคุณภาพ (QQE) ต่อไป โดยมีการควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรตราบใดที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% นอกจากนี้ บีโอเจจะปรับนโยบายการเงินตามความเหมาะสมเพื่อรักษาแรงหนุนส่งต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายราคา

 

ไทย

- ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปัจจุบัน ที่ 1.5% ยังอยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย และเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่มองว่าไทยยังไม่เห็นความเสี่ยงที่จะติดกับดักเงินเฟ้อต่ำ โดยเศรษฐกิจอยู่ในระยะฟื้นตัว และอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. กล่าวในเอกสารเผยแพร่ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 1.5 ยังอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายและเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งหากจะพิจารณาผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม จะต้องดูว่าผลประโยชน์ที่มีต่อเศรษฐกิจ จะมากกว่าผลกระทบด้านลบอื่นๆ หรือไม่ อาทิ ผลต่อการออมของประชาชนในภาวะดอกเบี้ยต่ำ และผลต่อเสถียรภาพการเงินของประเทศ เขากล่าวอีกว่า ธปท.มองว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปได้กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย ในเดือนธ.ค.ปีก่อน และมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางของสาธารณชน ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่ากลางของกรอบเป้าหมาย ธปท.จึงยังไม่เห็นความเสี่ยงที่ไทยจะติดกับดักภาวะเงินเฟ้อต่ำ โดยสะท้อนจากเครื่องชี้วัดในตลาดสินค้าและแรงงานของไทย อีกทั้งเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในระยะฟื้นตัว เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ธปท.ได้เผยแพร่รายงานความเห็น ของเจ้าหน้าที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย โดยเจ้าหน้าที่ไอเอ็มเอฟ ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในปี 60 จะเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มราคาพลังงานในตลาดโลก แต่จะยังคงต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อต่อไปอีกหลายปี ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะยังอยู่ในระดับต่ำ เจ้าหน้าที่ไอเอ็มเอฟ ระบุด้วยว่า ไทยมีลักษณะที่จะติด new mediocre หรือภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตเชื่องช้า และอัตราเงินเฟ้อต่ำ เช่นเดียวกับประเทศเศรษฐกิจหลักบางประเทศ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่เป็นปัจจัยฉุดรั้งการจ้างงานและการลงทุน และทำให้การคาดการณ์อุปสงค์ในประเทศอ่อนแอลง

- นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ระบุว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของไทย และไม่กังวลหากจะมีเงินทุนไหลออก หลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากสภาพคล่องในประเทศยังสูงอยู่ ขณะที่ความเคลื่อนไหวของเงินบาทขณะนี้ มองว่ายังเป็นไปตามกลไกตลาด ไม่ได้มีอะไรที่ผิดปกติ

- นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี คาดเศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ภายใน 2 ปีข้างหน้า หากผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ได้ตามแผนที่วางไว้ นายสมคิดกล่าวระหว่างการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีว่าเขาเชื่อว่า ภายใน 2 ปี ถ้าเราสามารถผลักดันโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน นโยบายต่างๆ ของเรา ทั้งเรื่อง EEC, Startup, Aviation Hub และเดินหน้าทุกอย่างตามไทยแลนด์ 4.0 ไทยแลนด์จะ startup ขึ้นทันที การลงทุนจะหลั่งไหลเข้ามา ไทยจะยืนอยู่บนอนาคตได้อย่างสวยงาม เมื่อนั้นจีดีพีก็จะก้าวกระโดดได้ เขากล่าวอีกว่าในเรื่องการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ในวันศุกร์ที่ 24 มี.ค. จากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อให้เดินหน้าเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นภายใน 5 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน ซึ่งคู่แข่งอย่างสิงคโปร์ และเวียดนาม ก็ให้ความสนใจเช่นกัน ส่วนเรื่องศูนย์กลางการบินและศูนย์ซ่อมอากาศยานนั้น ไทยจะต้องแย่งชิงจากสิงคโปร์มาให้ได้ รวมถึงเรื่อง Food Innopolis ก็ถือเป็นจุดแข็งของไทย เพราะมีวัตถุดิบและปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ที่ดีกว่าคู่แข่ง ถ้าเราช้า เราก็จะไม่ทัน เพราะฉะนั้นเราต้องเร่ง รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การผลักดันให้โครงการต่างๆ ดังกล่าวสำเร็จได้ จะต้องมีการดึงสถาบันต่างประเทศเข้ามาร่วมมือ รวมถึงดึงนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาทำงานในไทย โดยรัฐบาลจะพยายามผลักดันงบของการวิจัยและพัฒนาจากเดิมที่ได้งบประมาณ 0.62% ของจีดีพีในปี 58 และ 0.75% ของจีดีพีในปี 59 ให้เป็น 1% ของจีดีพีในปี 61 เพื่อให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีงบประมาณในการนำไปวิจัยและพัฒนา

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันพฤหัส (16 มีค.) เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่บาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วเมื่อคืนนี้หลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯซึ่งมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ แต่ว่าจาก dot plot ยังชี้ว่าคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯส่วนใหญ่ยังคาดการณ์ว่าแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปของธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไปเหมือนเดิม โดยจาก dot plot ในปีนี้คณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯยังคาดการณ์ว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งซึ่งจะทำให้การขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เกิดขึ้นรวมทั้งหมด 3 ครั้งเท่ากับที่ FOMC คาดการณ์ใว้ในเดือนธันวาคม 2016 ขณะที่ในปี 2018 คณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯยังคาดการณ์ว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยประมาณ 3 ครั้งเหมือนเดิม ขณะที่ในด้านมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯนั้นคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯมีมุมมองในเชิงบวกมากขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับในการประชุมเมื่อเดือนธันวาคม 2016

- ดอลลาร์/เยน วันพฤหัส (16 มีค.) เงินเยนอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เยนแข็งค่าอย่างรวดเร็วเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาหลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯซึ่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามที่นักวิเคราะห์คาดขณะที่ยังชี้ว่าแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไปซึ่งทำให้นักลงทุนบางส่วนที่มองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นก่อนหน้านี้คลายความกังวลดังกล่าวลง อย่างไรก็ดีจากเศรษฐกิจสหรัฐฯที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้นจากมาตรการของรัฐบาลสหรัฐฯรวมทั้งอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นกันทำให้แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯมีความชัดเจนมากขึ้นซึ่งจะยังเป็นปัจจัยหนุนให้ดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินอื่นๆ

- ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส ( 16 มีค.) เงินยูโรอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ยูโรแข็งค่ามากเมื่อวานนี้ ขณะที่ยูโรได้ปัจจัยหนุนจากการที่เอ็กซิทโพลล์บ่งชี้ว่า นายกรัฐมนตรี Mark Rutte จากฝ่ายกลาง-ขวาของเนเธอร์แลนด์ได้คะแนนนำเหนือนาย Geert Wilders เป็นอย่างมากในการเลือกตั้งในวันพุธ

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันพฤหัส ( 16 มีค.) ดัชนีดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันพฤหัสบดี โดยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์กดดันตลาด หลังเทรดเดอร์ขายทำกำไรหุ้นกลุ่มดังกล่าวซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในปีนี้ ดัชนี S&P หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ลดลง 0.9% ส่วนหุ้นกลุ่มการเงินเพิ่มขึ้นหลังลดลงในวันพุธ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้น แต่หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคลดลง ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.07% สู่ระดับ 20,934.55, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.16% สู่ระดับ 2,381.38 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 0.01% สู่ระดับ 5,900.76

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส ( 16 มีค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้แม้ว่าการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อคืนนี้จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% แต่ว่านักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้แล้ว ขณะที่ dot plot ที่ยังชี้ว่าคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯส่วนใหญ่ยังคาดการณ์ว่าแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปของธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไปเหมือนเดิมช่วยให้นักลงทุนบางส่วนที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯมีแนวโน้มจะเร่งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นได้ผ่อนคลายความกังวลลงและส่งผลบวกต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงวันนี้ โดยดัชนีนิกเกอิปิดตลาดบวก 0.07% มาอยู่ที่ 19,590.14 ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดบวก 0.86% มาอยู่ที่ 3,269.54 และดัชนีฮั่งเส็งปิดเพิ่มขึ้น 2.08% สู่ระดับ 24,288.08

- ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส ( 16 มีค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่หลังการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ 0.25% เมื่อคืนนี้ตามที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาด โดยรายงานที่ออกมาหลังการประชุมซึ่งชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯยังมีแนวโน้มขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยๆไปโดยในช่วงที่เหลือของปีนี้อาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งทำให้นักลงทุนที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่านี้คลายความวิตกลง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 16.25จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 17 มี.ค. 2560

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday347
mod_vvisit_counterAll days347

We have: 346 guests online
Your IP: 54.81.71.8
 , 
Today: Apr 30, 2017

4145528