Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Monday, 20 March 2017 09:22

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้เปิดเผยร่างงบประมาณของรัฐบาลฉบับแรก โดยมีการปรับลดงบประมาณขนานใหญ่สำหรับกระทรวงและหน่วยงานของรัฐบาลหลายแห่ง เพื่อนำไปอัดฉีดให้แก่กระทรวงกลาโหม ขณะที่นายมิค มัลวานีย์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการและงบประมาณแห่งทำเนียบขาว ระบุในแถลงการณ์ว่า ร่างงบประมาณฉบับดังกล่าวจะสะท้อนให้เห็นถึงการลำดับความสำคัญของนโยบายของรัฐบาลสหรัฐภายใต้ปธน.ทรัมป์ ซึ่งให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศชาติ

- นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้เรียกร้องให้สภาคองเกรสปรับเพิ่มเพดานหนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อเลี่ยงไม่ให้รัฐบาลต้องผิดชำระหนี้ ทั้งนี้ นายมนูชิน ระบุในจดหมายส่งถึงผู้นำพรรครีพับลิกันและเดโมแครตในสภาคองเกรสว่า "ผมขอให้ทางสภาคองเกรสออกมาปกป้องกฎหมายระหว่างมลรัฐ (full faith and credit) ของสหรัฐอเมริกา ด้วยการปรับเพิ่มเพดานหนี้ตามกฎหมายให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้" พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวเตือนว่า นับตั้งแต่วันพฤหัสบดี ยอดหนี้ค้างชำระของรัฐบาลกลางนั้นอยู่ที่เพดานตามกฎหมาย ซึ่งหมายความว่า กระทรวงการคลังไม่สามารถกู้ยืมเงินภายใต้กระบวนการดำเนินงานมาตรฐานได้ และเพื่อไม่ให้รัฐบาลต้องผิดนัดชำระหนี้เป็นเวลาชั่วคราว ทางกระทรวงจึงได้เริ่มใช้ "มาตรการพิเศษ" เพื่อจัดสรรงบประมาณให้กับรัฐบาลในการดำเนินกิจกรรมต่างๆต่อไป ด้านสำนักงบประมาณรัฐสภา (CBO) เปิดเผยว่า มาตรการพิเศษเหล่านี้อาจช่วยให้ทางกระทรวงมีเงินสดเพียงพอเพื่อใช้ชำระหนี้ที่จำเป็นไปจนถึงราวๆช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ โดยไม่ต้องเพิ่มเพดานหนี้

- ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) รายงานว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 0.5% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.5% เช่นกันในเดือนมกราคม โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของภาคเหมืองแร่ ขณะที่ภาคสาธารณูปโภคลดลง ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเป็นการประเมินผลผลิตในภาคการผลิต ภาคสาธารณูปโภค และภาคเหมืองแร่ของสหรัฐ

- Conference Board รายงานว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ปรับตัวขึ้น 0.6% หลังจากที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.6% เช่นกันในเดือนมกราคม สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.4% และปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 6 เดือน รวมทั้งอยู่ในระดับสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี ซึ่งเป็นการบ่งชี้แนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในปีนี้ ทั้งนี้ ดัชนี LEI คำนวณจากตัวเลขเศรษฐกิจ 10 ประเภท ซึ่งรวมถึง คำสั่งซื้อใหม่ของภาคการผลิต, ราคาหุ้น และตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน

- ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกนในเดือนมีนาคมอยู่ที่ระดับ 97.6 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 97.0 จากระดับ 96.3 ของเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ ในส่วนของดัชนีย่อยนั้น ดัชนีภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2000 อันเนื่องจากฐานะการเงินส่วนบุคคลที่ดีขึ้น อย่างไรก็ดี ดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจอนาคตมีค่าแตกต่างกันตามพรรคการเมือง โดยดัชนีลดลงสู่ระดับ 55.3 ในการสำรวจสมาชิกพรรคเดโมแครต ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจใกล้เผชิญภาวะถดถอย ในขณะที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 122.4 ในการสำรวจสมาชิกพรรครีพับลิกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจะมีการขยายตัวแข็งแกร่งในอนาคต

- หนังสือพิมพ์ซันเดย์ อินดีเพนเดนท์ของไอร์แลนด์ รายงานว่า นายฌอน สไปเซอร์ โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐเปิดเผยว่า การปฏิรูประบบภาษีของสหรัฐจะเกิดขึ้นในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิของปีนี้เป็นอย่างเร็ว หลังจากที่การปฏิรูประบบประกันสุขภาพเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสถึงประเด็นภาษีว่า รัฐบาลสหรัฐจะปรับลดภาษีสำหรับชนชั้นกลางและบริษัทต่างๆ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้แสดงความเชื่อมั่นในเรื่องการค้าเสรี แต่ต้องเป็นการค้าเสรีที่เป็นธรรม และจะไม่ยอมให้ประเทศใดมาเอาเปรียบการค้าของสหรัฐ

 

ประเด็นที่น่าสนใจ

- นักลงทุนในตลาดการเงินจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพฤหัสบดีนี้ ในการประชุมซึ่งจัดขึ้นโดยเฟดสาขาชิคาโก ภายใต้หัวข้อ "Strong Foundations: The Economic Futures of Kids and Communities" เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในปีนี้ หลังจากที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา

 

ยุโรป: ยูโรโซน

- สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานว่า ยูโรโซนมีตัวเลขขาดดุลการค้า 600 ล้านยูโร (644.8 ล้านดอลลาร์) ในเดือนมกราคม เมื่อเทียบกับที่เกินดุลการค้า 4.8 พันล้านยูโรในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยการส่งออกสินค้าคิดเป็นมูลค่า 1.639 แสนล้านยูโร หรือเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนตัวเลขนำเข้าอยู่ที่ระดับ 1.645 แสนล้านยูโร หรือเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อย่างไรก็ดี หากเทียบรายเดือน ยูโรโซนมีการส่งออกลดลง 0.6% ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 4.1% ส่งผลให้มีการขาดดุลการค้า 1.57 หมื่นล้านยูโร ลดลงจากระดับ 2.31 หมื่นล้านยูโรในเดือนธันวาคม

 

G-20

- แถลงการณ์ร่วมกันของรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่ม G20 ในการประชุมที่เมืองบาเดน-บาเดน เยอรมนี วันที่ 17-18 มี.ค.ที่ผ่านมา ระบุถึงจุดยืนร่วมกันด้านการค้าและอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม มีการถอดประเด็นต่อต้านการกีดกันทางการค้าออกจากแถลงการณ์ร่างสุดท้ายของการประชุมครั้งนี้ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกนับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ โดยแถลงการณ์ของกลุ่ม G20 ระบุว่า ประเทศสมาชิกกำลังดำเนินการเพื่อส่งเสริมการค้าให้มีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจประเทศ และยังย้ำถึงจุดยืนด้านอัตราแลกเปลี่ยน โดยระบุว่า กลุ่มสมาชิกจะงดเว้นการลดค่าเงินเพื่อการแข่งขัน นอกจากนี้ G20 ยังสนับสนุนให้ผลักดันกฎระเบียบภาคธนาคารให้เป็นอันเสร็จสิ้น ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลว่า รัฐบาลสหรัฐชุดใหม่อาจจะถอนตัวออกจากหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินบาเซิล III (Basel III) หลังจากที่ปธน.ทรัมป์เคยแสดงจุดยืนผ่อนคลายกฎระเบียบภาคการเงิน แถลงการณ์ระบุด้วยว่า กลุ่ม G20 ยอมรับว่าความเสี่ยงขาลงทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ พร้อมกับแสดงความตั้งใจที่จะใช้เครื่องมือนโยบายทุกประเภท ได้แก่ การเงิน การคลัง และเชิงโครงสร้าง เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ยั่งยืน สมดุล และรอบด้าน

 

เอเชีย: จีน

- กระทรวงพาณิชย์ของจีนแถลงว่า การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ (ODI) ที่ไม่ใช่ทางการเงินของจีนร่วงลง 52.8% ในเดือนม.ค.-ก.พ. เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่บริษัทของจีนยังคงถอนตัวจากการลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากผู้ควบคุมกฎระเบียบดำเนินมาตรการสกัดกั้นการไหลออกของเงินทุนข้ามประเทศ ทั้งนี้ ODI ของจีนมีมูลค่ารวม 9.242 หมื่นล้านหยวน หรือ 1.343 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนม.ค.-ก.พ. จากการคำนวณของรอยเตอร์โดยอิงตามข้อมูลของกระทรวงระบุว่า ODI ในเดือนก.พ.มีมูลค่า 3.915 หมื่นล้านหยวน ลดลงจาก 5.327 หมื่นล้านหยวนในเดือนม.ค. และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 เดือนเป็นอย่างต่ำ จีนได้เพิ่มมาตรการควบคุมเงินทุนในปลายปีที่แล้วท่ามกลางสัญญาณที่บ่งชี้ว่า เงินทุนไหลออกจำนวนมากกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อเนื่องในการทำให้เงินหยวนอ่อนค่า

- คณะกรรมการกำกับดูแลด้านการธนาคารของจีน (CBRC) ได้ยกเลิกข้อกำหนดที่ระบุว่า ธนาคารต่างชาติและธนาคารร่วมทุนในจีนต้องขอใบอนุญาตสำหรับการทำอันเดอร์ไรท์พันธบัตรรัฐบาล, การให้บริการรับฝากสินทรัพย์ และการให้บริการที่ปรึกษา CBRC ประกาศเรื่องนี้ออกมา ในขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนพยายามจะนำเสนอจีนในฐานะผู้นำโลกในด้านการต่อสู้กับมาตรการกีดกันทางการค้า และในด้านการปกป้องโลกาภิวัฒน์ โดยปธน.สีกล่าวย้ำว่า จีนจะยังคงเปิดกว้างทางเศรษฐกิจต่อไป CBRC ระบุในเว็บไซต์ของตนเองว่า ธนาคารต่างชาติและธนาคารร่วมทุนสามารถปฏิบัติงานร่วมกับสำนักงานใหญ่ของต่างชาติในการให้บริการทางการเงิน เพื่อช่วยเหลือลูกค้าในการออกจำหน่ายตราสารหนี้, ในการจัดการกับการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนครั้งแรก (IPO), ในการเข้าซื้อกิจการ และในการจัดสรรเงินทุนในต่างประเทศ CBRC ระบุว่า ธนาคารต่างชาติและธนาคารร่วมทุนในจีนสามารถลงทุนในสถาบันการเงินจีนบางแห่งได้ด้วย ธนาคารทุกแห่งที่ดำเนินธุรกิจอันเดอร์ไรท์พันธบัตรรัฐบาล, รับฝากสินทรัพย์ และที่ปรึกษา ต้องรายงานเรื่องนี้ต่อ CBRC ภายในเวลา 5 วันหลังจากเริ่มให้บริการดังกล่าว ในเดือนม.ค.ปีนี้ จีนเคยระบุว่า จีนจะเปิดประเทศเพื่อต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งรวมถึงการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการลงทุนในธนาคารและสถาบันการเงินอื่นๆ

 

สิงคโปร์

- ยอดส่งออกยกเว้นน้ำมัน (NODX) ของสิงคโปร์เพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดในรอบ 5 ปี เนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีของสิงคโปร์ และยอดส่งออกไปจีนที่พุ่งขึ้นอย่างมาก ข้อมูลที่ดีเกินคาดดังกล่าวเพิ่มความหวังว่าการผลิตจะฟื้นตัวขึ้นสำหรับผู้ส่งออกในเอเชีย ขณะที่มีความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับนโยบายกีดกันทางการค้า และความเสี่ยงจากสถานการณ์ตึงเครียด ทั้งนี้สำนักงานวิสาหกิจระหว่างประเทศสิงคโปร์เปิดเผยว่า ยอดส่งออกในเดือนก.พ.พุ่งขึ้น 21.5% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่ยอดส่งออก NODX เพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนก.พ.จากเดือนม.ค. ผลสำรวจของรอยเตอร์คาดไว้ว่า ยอดส่งออกเดือนก.พ.จะเพิ่มขึ้น 12.8% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และจะเพิ่มขึ้น 0.8% จากเดือนม.ค.อุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์ของสิงคโปร์เป็นอีกปัจจัยที่ขับเคลื่อนยอดส่งออก ซึ่งช่วยทำให้เศรษฐกิจสิงคโปร์หลีกเลี่ยงภาวะถดถอยในไตรมาส 4 ได้ ขณะที่แผงวงจรรวมมีสัดส่วนการส่งออกอย่างมากในอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์

 

ไทย

- นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เผยจะมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจให้กับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ในการสั่งการและจัดการกับกรรมการของบริษัทจดทะเบียน(บจ.) ที่สร้างความเสียหายให้แก่บริษัท โดยคาดว่าจะแก้กฎหมายเรื่องดังกล่าวได้เสร็จในกลางเดือนเม.ย.นี้ เขายกตัวอย่าง กรณีที่กรรมการบริษัททะเลาะกัน ทำให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท จนราคาหุ้นปรับตัวลง และผู้ถือหุ้นได้รับความเสียหาย ปัจจุบัน ก.ล.ต.ไม่สามารถไปดำเนินการอะไรได้ กระทรวงการคลังจึงมีแนวคิดที่จะเพิ่มอำนาจในส่วนนี้ ให้กับ ก.ล.ต. นายอภิศักดิ์ กล่าวอีกว่า ภายใต้พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ก.ล.ต.ที่จะมีการแก้ไขครั้งนี้ ทาง ก.ล.ต.จะต้องมีการทำข้อตกลงกับกระทรวงการคลังทุกปี ถึงเป้าหมายในการกำกับดูแลตลาดทุน ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด เพื่อให้การดูแลตลาดทุนมีเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับการพัฒนาในระยะยาว เขากล่าวว่าการทำข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นลักษณะเดียวกันกับที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ทำข้อตกลงกับกระทรวงการคลังในการกำกับดูแลสถาบันการเงิน และทิศทางของตลาดเงินในแต่ละปี ด้านนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ในสิ้นเดือนนี้ คณะกรรมการก.ล.ต. จะมีการพิจารณาร่างสุดท้ายของการแก้ไขพ.ร.บ. ก.ล.ต. เพื่อเพิ่มอำนาจของก.ล.ต.ในการกำกับดูแล และสั่งปลดกรรมการ บจ. รวมถึงการฟ้องร้องทางแพ่งและอาญาต่อกรรมการ บจ. ที่อาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทและภาพรวมได้ทั้งนี้หากคณะกรรมการก.ล.ต.ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมอีก ก็จะส่งร่างดังกล่าวให้กับกระทรวงการคลัง เพื่อนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ต่อไป เขากล่าวว่าการแก้ไขในครั้งนี้นับเป็นการแก้ไขพ.ร.บ. ก.ล.ต.ฉบับที่ 6 โดยมีจุดประสงค์ที่จะรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อย เนื่องจากในประเทศไทยมีผู้ถือหุ้นรายย่อยเป็นจำนวนมาก ทำให้การรวมตัวกันของผู้ถือหุ้นรายย่อยเพื่อดำเนินการใดๆ ต่อคณะกรรมการบริษัททำได้ค่อนข้างยาก

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันศุกร์ (17 มีค.) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่เงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯหลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา โดยแม้ธนาคารกลางสหรัฐฯขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมดังกล่าว แต่รายงานการประชุมชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจจะไม่เร่งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อๆไปเร็วเท่ากับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้เงินทุนระยะสั้นไหลกลับเข้ามาในตลาดเกิดใหม่ชั่วคราว และทำให้ค่าเงินของหลายประเทศกลับมาแข็งค่าชั่วคราวเช่นกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ดีเนื่องจากรัฐบาลใหม่สหรัฐฯมีแนวโน้มใช้มาตรการทางการคลังและมาตรการอื่นๆเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ทำให้แนวโน้มอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯและอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯอาจเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ ดังนั้นก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปอาจจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดไว้ตอนนี้ ทั้งนี้โดยรวมจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯมีแนวโน้มจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศอื่นๆส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้ระยะ 3-6 เดือนข้างหน้าดอลลาร์สหรัฐฯยังมีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินอื่นๆส่วนใหญ่จากปัจจัยเรื่องการเคลื่อนย้ายของเงินทุนแม้ว่าการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงต่อเนื่องของสหรัฐฯจะกดดันดอลลาร์สหรัฐฯอยู่ก็ตาม

- ดอลลาร์/เยน วันศุกร์ (17 มีค.) เงินเยนแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในข่วงเช้าวันนี้ตามทิศทางที่ดอลลาร์สหรัฐฯกลับมาอ่อนค่าชั่วคราวจากการที่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ในขณะนี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะไม่เร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย

- ยูโร/ดอลลาร์ วันศุกร์ ( 17 มีค.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้จากปัจจัยเรื่องการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะไม่เร่งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งต่อๆไปมากนัก อย่างไรก็ดีแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้และการเลือกตั้งในฝรั่งเศสและเยอรมนีในไตรมาสสองและสามปีนี้คาดว่าจะยังกดดันเงินยูโรให้มีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ วันศุกร์ ( 17 มีค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันศุกร์ โดยหุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐซึ่งลดลงต่ำกว่าระดับ 2.5% ขณะที่หุ้น Adobe ช่วยหนุนดัชนี S&P หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและดัชนี Nasdaq หลังการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.10% สู่ระดับ 20,914.62, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.13% สู่ระดับ 2,378.25 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 0.24 จุดหรือ 0.00% สู่ระดับ 5,901.00

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันศุกร์ ( 17 มีค.)ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.35% มาอยู่ที่ 19,521.59 โดยเงินเยนที่กลับมาแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯหลังการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเมื่อวันพุธส่งผลลบต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังต้องพึ่งการส่งออกและการอ่อนค่าของเยน ขณะที่วันนี้ตลาดพุ่งความสนใจไปที่การประชุมของรมว.คลังและธนาคารกลางของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา 19 ประเทศ รวมทั้งสหภาพยุโรป (จี-20) ที่เมืองบาเดน-บาเดน ประเทศเยอรมนีในวันศุกร์และเสาร์นี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดลดลง 0.97% มาอยู่ที่ 3,237.31 โดยเป็นการลดลงมากที่สุดในวันเดียวนับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว หลังธนาคารกลางจีนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเมื่อวานนี้ ในขณะที่แนวโน้มความเสี่ยงด้านต่างๆของจีนยังสูงทั้งเรื่องฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ หนี้สินในประเทศที่สูง และการไหลออกของเงินทุนไปต่างประเทศ เป็นต้น

- ตลาดหุ้นไทย วันศุกร์ ( 17 มีค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวขึ้นลงในช่วงแคบๆโดยวันนี้มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รับเหมาก่อสร้าง พาณิชย์ และกลุ่มเทคโนโลยี และมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และปิโตรเคมี โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 3.93 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 20 มี.ค. 2560

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday295
mod_vvisit_counterAll days295

We have: 295 guests online
Your IP: 54.198.187.30
 , 
Today: Apr 24, 2017

4162776