Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 04 April 2017 10:32

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

ผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตในเดือนมีนาคมปรับตัวลงสู่ระดับ 57.2 จากระดับ 57.7 ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 57.0 โดยดัชนีอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิต และเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 94 ทั้งนี้ ดัชนีย่อยเกี่ยวกับการจ้างงานปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 58.9 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2011

การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 0.8% สู่ระดับ 1.193 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2006 หลังจากที่ลดลงเป็นเวลา 2 เดือนติดต่อกัน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น 1.1% โดยได้แรงหนุนจากการก่อสร้างที่อยู่อาศัย, ถนน และโรงเรียน แบ่งเป็นการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 0.8% ส่วนการใช้จ่ายของโครงการภาคสาธารณะเพิ่มขึ้น 0.6%

IHS Markit รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ขั้นสุดท้ายสำหรับภาคการผลิตของสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคมอยู่ที่ระดับ 53.3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว และต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 53.4 ลดลงจากระดับ 54.2 ในเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิต

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี 2 ฉบับ โดยฉบับแรกเป็นคำสั่งให้หาสาเหตุที่ทำให้สหรัฐขาดดุลการค้ามูลค่าสูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์ จาก 16 ประเทศ ซึ่งในรายชื่อของประเทศที่จะต้องมีการหาสาเหตุนั้นรวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน โดยในคำสั่งดังกล่าวได้กำหนดให้กระทรวงพาณิชย์และผู้แทนการค้าสหรัฐทำการศึกษาเรื่องดังกล่าวภายในระยะเวลา 90 วัน

 

ยุโรป: ยูโรโซน

Markit รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของยูโรโซน ในเดือนมีนาคมปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 56.2 จากระดับ 55.4 ในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้  Markit ระบุว่า ภาคการผลิตยูโรโซนได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องส่งท้ายไตรมาสแรก โดยยอดการผลิตและคำสั่งซื้อใหม่ได้ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี เนื่องจากมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากทั้งในและต่างประเทศ

นักลงทุนลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในเดือนธันวาคม หลังการเปิดเผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนที่ต่ำกว่าที่คาดไว้  ทั้งนี้ การซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยบ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดว่า ECB มีโอกาส 35% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี โดยตัวเลขดังกล่าวลดลงจากระดับ 50% เมื่อวานนี้ และ 70% ในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนหน้านี้ สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป ( Eurostat) เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนเดือนมีนาคมขยายตัว 1.5% เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.0% ในเดือนกุมภาพันธ์ และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่อัตราเงินเฟ้อยูโรโซนปรับตัวลงต่ำกว่าเป้าหมายของ ECB ที่อยู่ใกล้ระดับ 2%

 

อังกฤษ

Markit รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของอังกฤษเดือนมีนาคมอยู่ที่ระดับ 54.2 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน โดยลดลงจากระดับ 54.5 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ดี ดัชนีที่อยู่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของอังกฤษยังคงมีการขยายตัว แต่ในอัตราที่ชะลอลง

 

รัสเซีย

กระทรวงพลังงานของรัสเซียเปิดเผยว่า ผลผลิตน้ำมันของรัสเซียอยู่ที่ 11.05 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมี.ค. ลดลง 200,000 บาร์เรลต่อวันจากเดือนต.ค. กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศผู้ผลิตน้ำมันอื่นๆ 11 ประเทศนำโดยรัสเซียได้ตกลงกันเพื่อลดการผลิตลงเกือบ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันนับตั้งแต่เดือนต.ค.เพื่อลดปริมาณน้ำมันส่วนเกินทั่วโลกและหนุนราคาน้ำมันที่อ่อนแอ นายอเล็กซานเดอร์ โนวักซ์ รมว.พลังงานของรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียจะลดการผลิตน้ำมันลง 200,000 บาร์เรลต่อวันภายในสิ้นไตรมาสแรก และลด 300,000 บาร์เรลต่อวันภายในสิ้นเดือนเม.ย

สำนักข่าวรอยเต้อร์ส รายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย และบาดเจ็บ 50 ราย หลังเกิดเหตุระเบิดที่ระบบรถไฟใต้ดินของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กทางด้าน RIA Novosti ซึ่งเป็นสำนักข่าวอีกแห่งหนึ่งรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดิน 2 สถานี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้สั่งปิดสถานีรถไฟใต้ดินทุกแห่งของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแล้ว

นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) กล่าวประณามเหตุระเบิดรถไฟใต้ดินในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซียในวันนี้ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย และบาดเจ็บ 50 ราย นายกูเตอร์เรสกล่าวว่า ผู้ที่ก่อเหตุดังกล่าวจะต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ นอกจากนี้ นายกูเตอร์เรสยังได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่เสียชีวิต และบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมทั้งแสดงความเสียใจต่อรัฐบาลและประชาชนชาวรัสเซีย ทางด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ระบุว่า เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงกำลังสอบสวนหาสาเหตุการระเบิดในครั้งนี้ ซึ่งอาจเป็นไปได้ทุกกรณี รวมทั้งการก่อการร้าย ทั้งนี้ ที่ผ่านมา รัสเซียมักตกเป็นเป้าการโจมตีของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเชเชน

 

เอเซีย: จีน

ธนาคารกลางจีน (PBOC) อัดฉีดเม็ดเงิน 6.1899 แสนล้านหยวน (8.993 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เข้าสู่ระบบการเงินโดยผ่านทางเครื่องมือสภาพคล่องระยะสั้นและระยะกลางในเดือนมี.ค. โดยพุ่งขึ้นเกือบ 50% จากเดือนก.พ. ในขณะที่ตลาดการเงินกังวลกับภาวะขาดแคลนเงินสด ปริมาณการอัดฉีดเคยลดลง 35% ในเดือนก.พ. ซึ่งส่งผลให้เกิดความกังวลว่า สภาพคล่องอาจจะหดตัวลงในเดือนมี.ค. และความกังวลดังกล่าวก็ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินพุ่งสูงขึ้น และส่งผลลบต่อตลาดหุ้นจีนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา PBOC ไม่ได้เข้ามาซื้อขายพันธบัตรในตลาดเปิดเป็นเวลานานติดต่อกัน 7 วันทำการจนถึงวันเสาร์ที่ 1 เม.ย. โดยธนาคารกลางจีนให้เหตุผลว่า สภาพคล่องในระบบธนาคาร "อยู่ในระดับสูง" ถึงแม้ความต้องการใช้เงินทุนมักจะพุ่งสูงขึ้นในช่วงปลายไตรมาส เป็นที่เชื่อกันว่า ธนาคารพาณิชย์บางแห่งของจีนกักตุนเงินสดในช่วงนี้ด้วย และจำกัดการปล่อยกู้ระหว่างธนาคารด้วยกัน ก่อนที่ธนาคารกลางจีนจะดำเนินการตรวจสอบบัญชีรายไตรมาสของธนาคารพาณิชย์อย่างเคร่งครัด โดยปัจจัยนี้มีส่วนทำให้สภาพคล่องตึงตัวมากยิ่งขึ้น ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนได้หันมาใช้แนวโน้มในการคุมเข้มนโยบายการเงินเล็กน้อย โดยมีจุดประสงค์เพื่อชะลอการเติบโตอย่างรวดเร็วมากของหนี้สิน และเพื่อขจัดหนี้สินส่วนเกินในภาคการเงิน อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางจีนดำเนินการเรื่องนี้อย่างระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความเสียหายต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐระบุถึงความเป็นไปได้ในการใช้การค้าเป็นเครื่องมือในการชักจูงจีนให้ร่วมมือกับสหรัฐในการต่อต้านเกาหลีเหนือ และเขาส่งสัญญาณว่า รัฐบาลสหรัฐอาจจะจัดการกับโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือด้วยตนเอง ถ้าหากจำเป็นต้องทำเช่นนั้น ปธน.ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ต่อหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ โดยบทสัมภาษณ์ของเขาถือเป็นการกดดันประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ก่อนที่ปธน.สีจะเดินทางเยือนรีสอร์ทมาร์-อา-ลาโกของปธน.ทรัมป์ในรัฐฟลอริดาในสัปดาห์นี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า "จีนมีอิทธิพลเป็นอย่างมากต่อเกาหลีเหนือ และจีนจะตัดสินใจว่าจะช่วยเหลือเราในเรื่องเกาหลีเหนือหรือไม่ ซึ่งถ้าหากจีนตัดสินใจว่าจะช่วยเหลือ นั่นก็จะเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับจีน แต่ถ้าหากจีนตัดสินใจว่าจะไม่ช่วยเหลือ นั่นก็จะไม่เป็นสิ่งที่ดีสำหรับใครเลย" เมื่อได้รับคำถามว่า สหรัฐจะใช้สิ่งใดในการจูงใจจีน ปธน.ทรัมป์ก็ตอบว่า "การค้าคือแรงจูงใจ"

 

ญี่ปุ่น

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยผลสำรวจทังกัน โดยระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของบริษัทผู้ผลิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้นสู่ +12 ในเดือนมี.ค. ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีครึ่ง และสิ่งนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในญี่ปุ่นกำลังส่งผลบวกในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ดัชนีความเชื่อมั่นของบริษัทภาคบริการของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นจาก +18 ในเดือนธ.ค. 2016 สู่ +20 ในเดือนมี.ค. ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส และบริษัทขนาดใหญ่โดยรวมยังคงคาดการณ์ในทางบวกต่อแผนลงทุนด้านทุน และสิ่งนี้ช่วยหนุนความหวังที่ว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นอาจจะทวีความเร็วขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า บีโอเจจะพิจารณารายงานทังกันนี้ เมื่อบีโอเจทบทวนอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 26-27 เม.ย. โดยสิ่งนี้ตอกย้ำการคาดการณ์ในตลาดที่ว่า การปรับนโยบายครั้งถัดไปของบีโอเจจะเป็นการปรับลดมาตรการกระตุ้น

เศรษฐกิจ แทนที่จะเป็นการขยายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

 

เกาหลีใต้

ผลสำรวจโดยภาคเอกชนระบุในว่า กิจกรรมภาคการผลิตของเกาหลีใต้หดตัวลงในเดือนมี.ค.เป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน และส่งผลให้เจ้าของโรงงานในเกาหลีใต้ปรับลดตำแหน่งงานลงในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินโลก ผลสำรวจบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจเกาหลีใต้ซึ่งกำลังฟื้นตัวอย่างเฉื่อยชากำลังเผชิญกับความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น นิกเกอิ/มาร์กิตเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของเกาหลีใต้ลดลงสู่ 48.4 ในเดือนมี.ค. จาก 49.2 ในเดือนก.พ. ดัชนีที่ระดับต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่า กิจกรรมภาคการผลิตหดตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ดัชนีที่ระดับ 48.4 ในเดือนมี.ค.ถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2016 ซึ่งดัชนีอยู่ที่ 48.0

 

ไทย

กระทรวงพาณิชย์รายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป(CPI) ในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 0.76% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการปรับขึ้นเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน แต่ต่ำกว่าที่โพลล์รอยเตอร์คาดไว้เพิ่มขึ้น 1.30% และเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลงลดแรงกดดันเงินเฟ้อภายในประเทศ ขณะที่เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า CPI ในเดือน มี.ค.ลดลง 0.46% ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน(Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารสดและพลังงาน ในมี.ค. เพิ่มขึ้น 0.62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.04% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่โพลล์รอยเตอร์คาดไว้เพิ่มขึ้น 0.61% เมื่อเทียบรายปี นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการแถลงข่าวว่าตัวเลขอัตราเงินเฟ้อในเดือนมีนาคมที่ชะลอการเติบโตลง มาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงมา แต่ราคาสินค้าอื่นๆ ยังปรับตัวขึ้นอยู่ ในไตรมาสแรกปีนี้ CPI เพิ่มขึ้น 1.25% ขณะที่ Core CPI เพิ่มขึ้น 0.66% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยกระทรวงพาณิชย์คาดว่า อัตราเงินเฟ้อในไตรมาส 2/56 จะใกล้เคียงกับเดือนมี.ค. โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1% เนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อน อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ที่คาดว่าปีนี้จะอยู่ในช่วง 3.0-4.0% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การบริโภคภาคเอกชนที่มีแนวโน้มขยายตัว และการส่งออกที่กลับมาขยายตัวดีขึ้น จะช่วยหนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 60 เพิ่มขึ้นในกรอบ 1.5-2.2% จากเดิมที่คาดไว้ 1.5-2.0%

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันจันทร์ (3 เมย.) เงินบาทแข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯโดยรวมที่ประกาศออกมายังสนับสนุนการคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขดัชนีราคาค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่เพิ่มขึ้น 2.1% ต่อปีในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่ม 1.9% ในเดือนมกราคม และถือเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2012 ส่วนดัชนีราคาที่ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 1.8% (YoY) เท่ากับในเดือนก่อน ซึ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในสหรัฐฯเพิ่มขึ้น เมื่อประกอบกับมาตรการของรัฐบาลสหรัฐฯที่เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจก็ยิ่งทำให้มีโอกาสสูงขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องในปีนี้ ขณะที่กรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯส่วนใหญ่ก็ออกมากล่าวในเชิงสนับสนุนการคาดการณ์ดังกล่าวและจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯในระยะปานกลาง อย่างไรก็ดีในระยะสั้นขณะนี้ปัจจัยเรื่องความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯและเรื่องการที่สหรัฐฯจะดำเนินการกับคู่ค้าที่ทุ่มตลาดโดยการช่วยเหลือของภาครัฐ รวมทั้งคู่ค้าที่กำหนดค่าเงินต่ำเกินจริงทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯกลับมาอ่อนค่าชั่วคราว

- ดอลลาร์/เยน วันจันทร์ (3 เมย.) เงินเยนอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ในภาวะที่ช่วงนี้ดอลลาร์สหรัฐฯปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินส่วนใหญ่จากปัจจัยความกังวลเรื่องนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯโดยเฉพาะการที่รัฐบาลสหรัฐฯกล่าวหาหลายประเทศว่าทำให้ค่าเงินของตนอ่อนเกินจริงและทำให้ประเทศเหล่านั้นเกินดุลการค้าต่อสหรัฐฯมหาศาลและญี่ปุ่นก็เป็นหนึ่งในประเทศที่เกินดุลการค้าต่อสหรัฐฯมาก อย่างไรก็ดีเนื่องจากปัจจัยเรื่องอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯที่มีแนวโน้มสูงกว่าญี่ปุ่นมากขึ้นคาดว่าจะส่งผลให้เยนยังมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

- ยูโร/ดอลลาร์ วันจันทร์ ( 3 เมย.) เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้แม้ว่าปัจจัยหลักๆเช่นการเลือกตั้งในหลายประเทศในยุโรป Brexit เศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอในหลายประเทศในยูโรโซน รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยยังหนุนให้ยูโรมีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ว่าช่วงระยะสั้นนี้ดอลลาร์สหรัฐฯยังอ่อนค่าเนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับมาตรการเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐฯ

 

Capital Market

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันจันทร์ ( 3 เมย.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงเล็กน้อยในวันจันทร์ หลังยอดขายรถยนต์เดือนมีนาคมได้สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน และนักลงทุนไม่แน่ใจว่ารัฐบาลของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์จะสามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้หรือไม่ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ  0.06% สู่ระดับ 20,650.21, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.16% สู่ระดับ 2,358.84 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.29% สู่ระดับ 5,894.68

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันจันทร์ ( 3 เมย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในวันนี้ โดยดัชนีนิกเกอิปิดตลาดสูงขึ้น 0.39% ขณะที่วันนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นเปิดเผยผลสำรวจทังกัน โดยระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของบริษัทผู้ผลิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้นสู่ +12 ในเดือนมี.ค. ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีครึ่ง ดัชนีความเชื่อมั่นของบริษัทภาคบริการของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นจาก +18 ในเดือนธ.ค. 2016 สู่ +20 ในเดือนมี.ค. ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส และบริษัทขนาดใหญ่โดยรวมยังคงคาดการณ์ในทางบวกต่อแผนลงทุนด้านทุน สำหรับตลาดหุ้นจีนปิดทำการในวันจันทร์และวันอังคารนี้ เนื่องในวันหยุดเทศกาลเชงเม้ง ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดเพิ่มขึ้น 0.62% สู่ระดับ 24,261.48

- ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์( 3 เมย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่นำโดยหุ้นในกลุ่มบริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พลังงาน และพาณิชย์ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 5.75 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 4 เม.ย. 2560

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday363
mod_vvisit_counterAll days363

We have: 363 guests online
Your IP: 54.81.71.8
 , 
Today: Apr 30, 2017

4154696